25/09/2015
!!! ปฏิวัติโครงสร้างเศรษฐกิจ ดึงเงินออมลงขันเมกะโปรเจ็กต์ !!!
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
"สมคิด" ปฏิวัติโครงสร้างเศรษฐกิจไทยใหม่ เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมซูเปอร์คลัสเตอร์ ปั้นเขตเศรษฐกิจไฮเทค เฟส 2 สั่ง ก.คลังตั้งกองทุนดึงเงินออม-สภาพคล่องล้นประเทศ ลงขันเมกะโปรเจ็กต์ เผยรถไฟจีนต้องรอผลศึกษาเหมาะสม ดึงญี่ปุ่นสร้างตาข่ายคมนาคม
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจแก่กลุ่มฐานรากและกลุ่มเอสเอ็มอีไปแล้ว จากนี้ไปจะเป็นจุดที่ปฏิวัติโครงสร้างการผลิตของเมืองไทย ผ่านการสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจ ใน 5 คลัสเตอร์ และซูเปอร์คลัสเตอร์ ตั้งกองทุนพิเศษขนาดใหญ่ จัดลำดับความสำคัญการลงทุนใหม่ สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และยุทธศาสตร์รถไฟไทย-จีน, รถไฟไทย-ญี่ปุ่น และแผนการอุ้มมนุษย์เงินเดือนให้มีปัจจัยสี่ครบถ้วน
ปฏิวัติโครงสร้างการผลิต
นาย สมคิดกล่าวว่า รัฐบาลจะจัดระบบงบประมาณใหม่ ด้วยการกระจายไปตาม "คลัสเตอร์" งบประมาณส่วนกลางจะเป็นเพียงตัวเสริม โดยรัฐบาลต้องการส่งเสริม 5 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ 1.คลัสเตอร์เกษตร-อาหาร หรือ Bio-Base Indus-try 2.คลัสเตอร์พลังงาน หรือ Renewable Industry 3.คลัสเตอร์ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ Engineering and Design Industry 4.คลัสเตอร์การท่องเที่ยว สปา เฮลท์แคร์ ธุรกิจเพื่อสุขภาพ หรือ Wellness In-dustry 5.คลัสเตอร์สินค้าวัฒนธรรม หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy
"โครงสร้างทางเศรษฐกิจไทย จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เป็นจุดที่ปฏิวัติเรื่องโครงสร้างการผลิตของเมืองไทย ผ่านระบบการจัดงบประมาณแบบใหม่ และการจัดลำดับความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า ในระดับเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีการแบ่งโซนการพัฒนาสินค้าให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เหล่านี้คือการเปลี่ยนแนวคิดเดิมทั้งหมด"
นายสมคิดวาดภาพเขต เศรษฐกิจไว้ 2 ประเภท ในเฟสแรก ประเภทแรก คือ เขตเศรษฐกิจพิเศษที่อยู่แนวชายแดน ซึ่งมีการประกาศแล้วและมีการเริ่มต้นที่แม่สอดกับสระแก้ว เพื่อให้อุตสาหกรรม
ผู้ผลิตที่เริ่มเสียความได้เปรียบด้านแรงงาน จะได้ไปใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน และใช้ประโยชน์จาก Connectivity ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และขณะนี้แม่สอด จ.ตาก มีการจัดหาที่ดินทุกอย่างใกล้สมบูรณ์แล้ว
ส่วนพื้นที่ที่ ประกาศไปก่อนหน้านี้อีก 3 จังหวัด (มุกดาหาร, สงขลา, ตราด) ก็รอดูผลของเขตเศรษฐกิจพิเศษ 2 แห่งนี้ แล้วค่อยมาประเมินผลว่าจะทำที่ไหนต่อไปอีก
บุกเขต ศก.เฟส 2 แจกสิทธิพิเศษ
เขตเศรษฐกิจประเภทที่ 2 ในเฟส 2 คือ การยกระดับความสามารถของอุตสาหกรรมในประเทศ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เน้นการสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรม เพื่อ
ยก ระดับความสามารถของผลผลิตไทย ในอุตสาหกรรมเป้าหมายและอุตสาหกรรมอนาคตที่เราจะสร้างขึ้นมา เพื่อให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ เช่น สิ่งทอ, อิเล็กทรอนิกส์, เทเลคอม, ชิ้นส่วนรถยนต์ และยา ต้องมีระดับเทคโนโลยีที่สูงกว่านี้ ไม่ให้ย้ายไปเวียดนามเพราะเขามีทุกอย่าง
นายสมคิดขยายความว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษ-Special Economic Zone (SEZ) ในเฟสแรก ต้องการขายจากสิ่งที่เรามีอยู่ คือ กลุ่มที่อยู่ในอีสเทิร์นซีบอร์ด และมาบตาพุด มีจุดประสงค์ข้อแรก เพื่อให้อุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่นี้แข็งแรง แข่งขันได้ 2.เพื่อตรึงนักลงทุนที่มีอยู่แล้วไม่ให้เคลื่อนย้ายไปสู่ประเทศอื่น 3.ดึงนักลงทุนใหม่เข้ามา กลุ่มนี้กระทรวงอุตสาหกรรมเรียกว่ากลุ่มไฮเทค เป็นกลุ่มที่ใช้วิธีการผลิตในระดับที่สูงขึ้น กลุ่มเหล่านี้เรียกว่าซูเปอร์คลัสเตอร์ โดยการเพิ่มแรงจูงใจเข้าไป แรงจูงใจจะต้องถึงในระดับที่แข่งขันกับประเทศอื่นเขาได้
"ในเฟส 2 ลงไปถึง Value Chain ทั้งหมดที่ต่อเนื่องกันกับ Supply Chain สถาบันวิจัย ระบบโลจิสติกส์ หรือทั้งหมดที่แข่งขันได้ อยู่ในข่ายที่ได้รับการส่งเสริมตามเงื่อนไขใหม่ ขอบเขตของจังหวัดขายไปจากเขตเดิม ครอบคลุมเพิ่มเติมจังหวัดที่มีศักยภาพ เช่น ระยอง ชลบุรี ปทุมธานี นครราชสีมา ปราจีนบุรี ดังนั้น ในแอ่งจังหวัดนี้ จะเน้นการสร้างอุตสาหกรรมที่เป็นแก่นหลักของเรา แต่เพิ่มดีกรีของเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไป"
รัฐบาลจะดึงนักลงทุน ด้านอิเล็กทรอนิกส์, เทเลคอม, ชิ้นส่วนรถยนต์ และยา หรือระดับ Medium Hi-tech ขึ้นไป เข้ามาลงทุนได้ จะต้องมีแรงจูงใจเข้าไปสู่ซูเปอร์คลัสเตอร์ ผ่านการให้สิทธิพิเศษจากบีโอไอที่จะทยอยประกาศออกมา เช่นเดียวกับการดึงอุตสาหกรรมใหม่ เช่น กลุ่ม IT-base กลุ่ม Entertainment ฟิล์ม ทีมถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งอยู่ในเชียงใหม่, ภูเก็ต ส่วนใหญ่จะให้แรงจูงใจระดับสูงเป็นพิเศษเท่ากับกลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์
"บิ๊กตู่"รื้อลงทุนเส้นทางคมนาคม
"นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนนโยบายลงทุนเส้นทางคมนาคม ใหม่ มีทั้งปรับการลงทุน ขยายขอบเขต ยกระดับมาตรฐาน ให้สอดคล้องกับกลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์ เช่น สนามบิน
อู่ตะเภา, เส้นทางรถไฟที่สำคัญ ต้องเพิ่มระยะทาง เช่นสายที่จะวิ่งจากเพชรบุรี-ราชบุรี-ลาดกระบัง-กรุงเทพฯ-มาบตาพุด ต้องให้ทะลุไปถึงเมียนมาเชื่อมกับทวาย"
ขณะที่การเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ภายในประเทศ ในแต่ละเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในแต่ละคลัสเตอร์ จะมีการจัดลำดับความสำคัญใหม่ จัดระบบหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา ผลิตแรงงาน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงสร้างทางเศรษฐกิจใหม่ในทุกภาค ทั้งอีสาน เหนือ และใต้ ต้องดีไซน์ทุกส่วนเพื่อให้นโยบายเกิดขึ้นได้เป็นรูปธรรม และจะเป็นวิธีการที่นำไปสู่การเริ่มการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคอย่างแท้จริง
ดึงเงินออมลงทุนประเทศ
นายสมคิดตอบคำถามเรื่องโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่เคยตั้งงบประมาณไว้ 2.4 ล้านล้านว่า โครงสร้างพื้นฐานเป็นกลุ่มงานที่สำคัญมาก เมืองไทยจำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านี้แล้ว ฉะนั้นการลงทุนต้องจัดลำดับความสำคัญ โครงการรถไฟไม่จำเป็นต้องทำพร้อม ๆ กันหมดทุกเส้นทาง โดยต้องดึงเอกชนมาร่วมลงทุนทุกรูปแบบ
"นายกรัฐมนตรีถึงให้เป็น ลักษณะการลงทุนแบบความร่วมมือภาครัฐและเอกชน-Public Private Partnership (PPP) รัฐไม่ต้องออกเงินทั้งหมด อะไรที่เอกชนทำได้ก็ประมูล รัฐลงทุนเฉพาะส่วนที่จำเป็นจริง ๆดีไม่ดีรัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณ ถ้าหากเงินออม สภาพคล่องเต็มประเทศอย่างนี้ มีทางออกหลายทาง ทั้งการกู้ยืมเงินในประเทศ หรือสร้างกองทุนเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-Infrastructure Fund"
นาย สมคิดกล่าวด้วยว่า ขณะนี้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้ตั้งทีมร่วมกับนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ หาทางจัดตั้งกองทุนขนาดใหญ่ขึ้นมา ด้วยการดึงเงินออมจากนักลงทุน จากคนที่มีเงินออมอยู่แล้ว และลงทุนอย่างระมัดระวัง มาซื้อพันธบัตรรัฐบาล โดยมีอัตราดอกเบี้ย มีการปันผลกำไรให้ วิธีนี้จะทำให้รัฐบาลสามารถใช้เงินในประเทศเพื่อการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ โดยอาจจะขายกองทุนนี้กับนักลงทุนต่างประเทศด้วย
"ยกตัวอย่าง ธนาคารออมสินมีเงินเยอะ ถามว่าปลอดภัยไหมถ้าเราเอาเงินมาลงทุน ปลอดภัยมาก กองทุนประกันสังคมแทนที่จะไปฝากเงินเตี้ย ๆ ดอกเบี้ยต่ำ ๆ หุ้นก็ลงไม่ได้ มาลงทุนตรงนี้แทนดีไหม รัฐบาลเป็นเจ้าของอยู่แล้ว ฝรั่งที่ต้องการมาผูกกับเราเรื่องนี้มาช่วยได้ไหม ในทางการเงินทำให้รัฐบาลมีความคล่องตัวทางการเงิน จัดสรรได้ว่าโครงการไหนจะกู้ต่างประเทศ ส่วนไหนจะใช้เงินในประเทศ ส่วนไหนใช้งบประมาณ จะลดความเป็นห่วงเรื่องหนี้ต่อจีดีพี จะต้องไม่เกิน 50% ถ้ามันจะเกิน 60% ต้องพิจารณาตามความจำเป็น"
เมื่อทำครบทุกภาคส่วนแล้ว จึงจะสามารถไปพูด ไปโรดโชว์กับต่างประเทศได้
เจรจาเพิ่มรถไฟไทย-จีน
สำหรับโครงการลงทุนรถไฟไทย-จีน นายสมคิดได้ให้นโยบายกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมไปแล้วว่า เส้นทางรถไฟไทย-จีน ไทยตกลงเบื้องต้นไปแล้ว ก็ต้อง Horner-มีสัจจะ ว่าให้จีนทำร่วมกันกับไทย แต่ทำอย่างนั้นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานว่าจีนต้องช่วยเหลือไทยด้วย
"ถ้าอะไรก็ไม่มี แล้วเขาได้ประโยชน์อย่างเดียว เราได้ประโยชน์จากเขาไหม มันก็ต้องมาเจรจากันว่าที่เหมาะสมควรจะเป็นอย่างไร"
ส่วน รถไฟไทย-ญี่ปุ่น ที่เดิมเคยได้ตกลงร่วมกับกระทรวงคมนาคมไว้ระดับ Memorandum of Cooperation (MOC) ก็ต้องติดตามว่า ญี่ปุ่นมีความพึงพอใจหรือไม่ หากต้องการเจรจาเส้นทางใหม่ นอกเหนือเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ก็สามารถทำได้ เพราะยังไม่ถึงระดับการทำ MOU
"ไทย เราอยากให้ญี่ปุ่นทำเส้นทางรถไฟ East-West Corridor ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะต้องไปจัดลำดับความสำคัญว่าจะทำเส้นไหน ก่อน หลัง เส้นรถไฟฟ้าเส้นไหนที่ยังค้างคาก็เร่งทำให้จบ อย่างสายสีน้ำเงินค้างมานานก็เร่งประมูลให้จบ ถ้าไม่ประมูลก็ต้องอธิบายว่าทำไมถึงไม่ประมูล"
มาตรการอุ้มมนุษย์เงินเดือน
ในช่วงที่ผ่านมามาตรการด้านเศรษฐกิจ ได้ช่วยเหลือกลุ่มฐานรากและเอสเอ็มอีไปแล้ว ในระยะต่อไป จะช่วยให้กลุ่ม "มนุษย์เงินเดือน" ได้มีโอกาสได้รับผลของนโยบายบ้าง โดยจะมีการสร้างงาน สร้างเศรษฐกิจให้เติบโต ให้คนเหล่านี้ได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการโครงสร้างพื้นฐาน เก็บภาษีในอัตราที่เหมาะสม ให้มีโอกาสได้มีปัจจัย 4 อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
"ท่านนายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่าทำอย่างไรให้คนที่มีรายได้ไม่มากมีที่อยู่อาศัย มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมได้บอกผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว เช่น การเคหะแห่งชาติควรคุยกับการรถไฟฯ เพื่อที่จะไปสร้างที่อยู่อาศัย ให้คนจน คนทำงานในเมืองมีบ้านและเดินทางสะดวก อนาคตข้างหน้าถ้ารัฐบาลคิดแพ็กเกจให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ได้นำเสนอ โครงการบ้านราคาต่ำเข้ามาเป็นมาตรการหนึ่ง"
ส่วนมาตรการลดภาษี ลดค่าธรรมเนียมการซื้อ การโอนต่าง ๆ ที่สมาคมอสังหาริมทรัพย์เคยนำเสนอต่อรัฐบาลนั้นนายสมคิดตอบว่า "ตอนนี้คิดอยู่ในใจ แต่ยังไม่คิดให้มีตอนนี้ อยู่ในสมอง ดูว่ามันจำเป็นแค่ไหนอย่างไร รอดูตามความจำเป็น"
#รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction