รับเหมาก่อสร้าง ตึกสูง อาคารพาณิชย์ คอนโด ถนน เขื่อน สะพาน งานโยธาทุกชนิด

รับเหมาก่อสร้าง  ตึกสูง อาคารพาณิชย์ คอนโด ถนน เขื่อน สะพาน งานโยธาทุกชนิด รับเหมาก่อสร้าง ตึกสูง อาคารพาณิชย? รับเหมาก่อสร้าง ตึกสูง อาคารพาณิชย์ คอนโด ถนน เขื่อน สะพาน งานโยธาทุกชนิด

!! คมนาคม ยืนยัน โครงการรถไฟไทย-จีน ยังมีอยู่แน่นอน !!ยืนยัน โครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ยังมีอยู่แน่นอน เพียงแต่อาจจะ...
06/02/2016

!! คมนาคม ยืนยัน โครงการรถไฟไทย-จีน ยังมีอยู่แน่นอน !!

ยืนยัน โครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ยังมีอยู่แน่นอน เพียงแต่อาจจะชะลอการสร้างช่วงแก่งคอย-มาบตาพุด เพราะความต้องการใช้ยังไม่ถึงเป้า เตรียมหารือร่วมจีนในเดือนนี้

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2559) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยถึงประเด็นการหารือเรื่องเส้นทางรถไฟเศรษฐกิจด้านใต้ กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-สระแก้ว-แหลมฉบัง จากการประชุมร่วมกับตัวแทนกระทรวงที่ดินโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ที่กระทรวงคมนาคม โดยระบุว่า โครงการดังกล่าวทางญี่ปุ่นยังอยู่ระหว่างให้ที่ปรึกษาพิจารณาในรายละเอียด ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มสำรวจสภาพเส้นทางแล้ว

สำหรับเส้นทางรถไฟ กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-สระแก้ว-แหลมฉบัง เป็นรางขนาด 1 เมตรที่มีการใช้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องดูว่าจะต้องปรับปรุงอะไร ในอนาคตก็ต้องเปลี่ยนจากรถไฟทางเดี่ยว เป็นทางคู่ เพื่อเชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายของพม่า คาดว่าจะใช้เวลาศึกษา 1 ปี หรือตลอดทั้งปีนี้ จึงจะแล้วเสร็จ

นอกจากนี้ยังมีการหารือในส่วนของรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ที่มีบางส่วนทับซ้อนกับรถไฟไทย-จีน โดยเฉพาะช่วงบ้านภาชี-บางซื่อ โดยมีประเด็นที่ต้องหารือ ดังนี้

1. จะต้องแยกรางเดินรถ เพราะเป็นคนละเทคโนโลยี

2. เมื่อแยกแล้วการใช้พื้นที่ก็จะให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปพิจารณาว่ารถไฟจากสถานีบ้านภาชี-ดอนเมือง มีพื้นที่ใดต้องแบ่งปันกัน เพราะบางที่อาจต้องแบ่งใช้พื้นที่ หรือจัดหาพื้นที่ดินเพิ่มเติม

3. ส่วนตั้งแต่รังสิต-บางซื่อ เมื่อผ่านดอนเมืองจะมีพื้นที่จำกัดมาก ๆ ก็ต้องพิจารณาว่า เมื่อแยกรางแล้วจะมีที่เพียงพอหรือไม่

ทั้งนี้กระทรวงคมนาคม ยืนยันจะเดินหน้าโครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน กรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา-หนองคาย และแก่งคอย-มาบตาพุด ตามกระบวนการและแผนงานที่กำหนด และได้เดินทางไปยืนยันเรื่องดังกล่าวที่จีนแล้ว ในการเดินทางเมื่อวันที่ 28-29 มกราคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่รองนายกรัฐมนตรีจีนเดินทางมาไทยก็ได้มีการหารือเรื่องนี้แล้ว แต่ด้วยต้นทุนที่จีนเสนอมาค่อนข้างสูง ทางไทยจึงต้องการให้จีนร่วมลงทุนมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องตัดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกไป โดยที่ประชุมได้หารือร่วมกันว่าความต้องการใช้บริการช่วงแก่งคอย-มาบตาพุด อาจจะยังไม่เพียงพอในขณะนี้ จึงอาจจะต้องชะลอก่อสร้างไปก่อน แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการ โดยกำหนดไว้เป็นระยะที่ 2 และการชะลอโครงการยังช่วยลดต้นทุนดำเนินการลงได้ด้วย น่าจะราว 1.6 แสนล้านบาท จากวงเงินโครงการที่อยู่ในระดับ 5 แสนล้านบาท

และเนื่องจากยังไม่มีการก่อสร้างช่วงแก่งคอย-มาบตาพุด ทางจีนได้เสนอให้สร้างช่วงนครราชสีมา-หนองคาย เป็นทางเดี่ยว จากเดิมกำหนดเป็นทางคู่เพื่อให้รถวิ่งสวนทางกันได้ ซึ่งถือว่าไม่แปลก เพราะส่วนที่เป็นรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ในลาวก็เป็นทางเดี่ยว รถไฟที่วิ่งจากจีนเข้าเวียงจันทน์สามารถมาถึงกรุงเทพฯ ได้เลย อย่างไรก็ตามเรื่องทั้งหมดนี้จะมีการหารือร่วมกันอีกครั้งในการประชุมครั้งที่ 10 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก มติชน
#รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

!!! ครม. ไฟเขียว อภิมหาโปรเจคท์คมนาคม 20 โครงการ เม็ดเงินรวม 1.7 ล้านล้าน !!!โฆษกสำนักนายกฯ เผย ครม. เห็นชอบแผนลงทุนคมนา...
03/12/2015

!!! ครม. ไฟเขียว อภิมหาโปรเจคท์คมนาคม 20 โครงการ เม็ดเงินรวม 1.7 ล้านล้าน !!!
โฆษกสำนักนายกฯ เผย ครม. เห็นชอบแผนลงทุนคมนาคม รวม 20 โครงการ มูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านบาท ระหว่างปี 2559-2568 เชื่่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้

วานนี้ (1 ธันวาคม 2558) พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนปฏิบัติการ ด้านคมนาคมขนส่ง ระยะเร่งด่วน หรือ Action Plan พ.ศ. 2559 ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ซึ่งตามแผน กำหนดให้มีโครงการที่ต้องประกวดราคา รวม 20 โครงการ ระหว่างปี 2559-2568 รวมมูลค่ามากกว่า 1.7 ล้านล้านบาท

โดยมี 6 โครงการที่มีความพร้อมสามารถประกวดราคาได้ภายในไตรมาสแรก ของปีงบประมาณ 2559 ได้แก่ รถไฟทางคู่ สายจิระ-ขอนแก่น มอเตอร์เวย์ สาย พัทยา-มาบตาพุด และ บางปะอิน-นครราชสีมา การพัฒนาท่าเทียบเรือแหลมฉบัง ศูนย์การขนส่งสินค้าทางรถไฟท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 1 และการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2

ทั้งนี้ แหล่งเงินลงทุน จะมาจากเงินงบประมาณแผนบริหารหนี้สาธารณะ ผ่านกู้โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน ประมาณร้อยละ 70 และผ่านการลงทุนภาคเอกชน ประมาณร้อยละ 20 คาดว่า ภายในปีงบประมาณ 2559 น่าจะมีการเบิกจ่ายเงินได้จริงราว 46,000 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้
รายละเอียดจาก Voice TV

#รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

+++ ครม. เซ็นร่วมมือจีน สร้างรถไฟสายมาตรฐานเส้นแรกแล้ว เริ่มสร้าง พ.ค. 59 ++ครม. เซ็นลงนามร่วมมือจีน สร้างรถไฟสายมาตรฐาน...
18/11/2015

+++ ครม. เซ็นร่วมมือจีน สร้างรถไฟสายมาตรฐานเส้นแรกแล้ว เริ่มสร้าง พ.ค. 59 ++
ครม. เซ็นลงนามร่วมมือจีน สร้างรถไฟสายมาตรฐานเส้นแรกแล้ว เริ่มสร้าง พฤษภาคม 2559 ในวงเงินลงทุน 4 แสนล้าน พร้อมแผนดำเนินการ 4 ช่วง แบ่งงานไทยดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อม จีนดูแลการสำรวจและออกแบบ

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างกรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ในการดำเนินการโครงการรถไฟขนาดทางมาตรฐานสายแรกของประเทศไทย 2 เส้นทางด้วยกัน นั่นก็คือ หนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด และแก่งคอย-กรุงเทพฯ โดยตั้งเป้าเริ่มการก่อสร้างในเดือนพฤษภาคม 2559 วงเงินลงทุนประมาณ 4 แสนล้านบาท

ทั้งนี้โครงการรถไฟดังกล่าว จะดำเนินการเป็น 4 ช่วง คือ

ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-แก่งคอย
ช่วงที่ 2 แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด
ช่วงที่ 3 แก่งคอย-โคราช
ช่วงที่ 4 โคราช-หนองคาย

โดยมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อลงทุนในระบบรถไฟ รวมถึงการเดินรถและการซ่อมบำรุง กับงานก่อสร้างส่วนหนึ่ง ซึ่งรวมถึง แหล่งจ่ายกำลังไฟฟ้า การจ่ายกำลังไฟฟ้า ระบบสื่อสารโทรคมนาคม และระบบอาณัติสัญญาณ

อย่างไรก็ดี มติคณะรัฐมนตรี ระบุว่า ฝ่ายจีนจะทำหน้าที่รับผิดชอบการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ รวมถึงการสำรวจและออกแบบ ส่วนฝ่ายไทยนั้นจะทำการสนับสนุนการวิเคราะห์ผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ขั้นตอนการขอความเห็นชอบ และการเวนคืนที่ดิน ซึ่งขณะนี้ทางคณะผู้เชี่ยวชาญทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันหารือและทบทวนการศึกษาความเหมาะสมของโครงการรถไฟ และก่อนจะก่อสร้างนั้น ทางไทยและจีนจะร่วมกันพิจารณาและปรับปรุงรายงานการศึกษาทางเทคนิคและเศรษฐกิจเพื่อให้เป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย

***หมายเหตุ : อัพเดทข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558

ภาพจาก เฟซบุ๊ก บีบีซีไทย - BBC Thai
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
บีบีซี ไทย
#รับเหมาก่อสร้าง

!!!ชงรัฐบาล ขุดคอคอดกระ ชี้ช่วยสร้างรายได้เฉลี่ย 5 แสนบาทต่อคนต่อปี!!เครือข่ายรณรงค์ขุดคลองกระไทย ชง รัฐบาล ขุดคลองกระไท...
17/11/2015

!!!ชงรัฐบาล ขุดคอคอดกระ ชี้ช่วยสร้างรายได้เฉลี่ย 5 แสนบาทต่อคนต่อปี!!

เครือข่ายรณรงค์ขุดคลองกระไทย ชง รัฐบาล ขุดคลองกระไทย ชี้ช่วยย่นระยะทางกว่า 1,500 กิโลเมตร ระบุตลอด 10 ปีในการก่อสร้างจะช่วยเพิ่มรายได้ให้คนไทยเฉลี่ย 5 แสนบาทต่อคนต่อปี พร้อมกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท เชื่อผลักดันได้ในรัฐบาลยุคนี้เท่านั้น

วานนี้ (15 พฤศจิกายน 2558) นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ประธานเครือข่ายรณรงค์ ขุดคลองกระไทย และอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 กล่าวในงานสัมมนา อนาคตเศรษฐกิจ พลังงานไทย ก้าวไกลด้วยโครงการขุดคลองกระไทย ว่า การขุดคลองกระ หรือ คอคอดกระ จะช่วยย่นระยะทางได้กว่า 1,500 กิโลเมตร ร่นระยะเวลาเดินทางระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และทะเลจีนใต้ได้ 3-4 วัน ลดค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 15 จากปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางเรือในภูมิภาคเอเชียเทนที่สิงคโปร์ได้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษารายละเอียดให้แล้วเสร็จ และเริ่มเดินหน้าโครงการได้ภายใน 1 ถึง 2 ปี

สำหรับการลงทุนนั้น ไทยไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนเอง เพราะจีนและญี่ปุ่นพร้อมที่จะเข้ามาลงทุน หากรัฐบาลเห็นว่าโครงการนี้มีประโยชน์ก็เร่งเดินหน้าได้ทันที อย่างไรก็ตาม จะต้องรับฟังผลกระทบทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนด้วย เพราะต้องยอมรับว่าโครงการขนาดใหญ่จะต้องมีผลกระทบบ้าง แต่ในภาพรวมเป็นผลดีต่อประเทศ

ด้านนายเชียรช่วง กัลยาณมิตร กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ กล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในพม่าขณะนี้ ทำให้จีนมีความจำเป็นต้องใช้ลาวและไทย เป็นทางออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ทำให้จีนมีความต้องการขุดคลองกระ ทั้งนี้ หากลงมือก่อสร้างตลอดเวลา 10 ปี ในช่วงลงมือปฏิบัติจะก่อให้เกิดการจ้างงานรวมกว่า 2,500,000 ตำแหน่ง รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท สร้างรายได้ให้คนไทยเฉลี่ย 5 แสนบาทต่อคนต่อปี ซึ่งหากจะมีการผลักดันต้องทำในรัฐบาลนี้เท่านั้น เพราะการเมืองปกติไม่สามารถผลักดันได้

ขณะที่ พล.ร.อ. ศุภกร บูรณดิลก อดีตผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า การขุดคลองกระจะทำให้กองเรือซึ่งอยู่ในอ่าวไทย สามารถร่นระยะเวลาในการเดินทางไปยังฝั่งอันดามันได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งด้านความมั่นคง และภารกิจช่วยเหลือกู้ภัย

ภาพจาก skyscrapercity รายละเอียดจาก มติชน
#รับเหมาก่อสร้าง

การันตีเกิดแน่! ไทย-จีนตกลงปักหมุดรถไฟ 1.435 เมตร ธ.ค.นี้ ตีตราจองไว้ก่อน+++++เผยผลเจรจารถไฟไทย-จีน สรุปวางศิลาฤกษ์ในเดื...
03/11/2015

การันตีเกิดแน่! ไทย-จีนตกลงปักหมุดรถไฟ 1.435 เมตร ธ.ค.นี้ ตีตราจองไว้ก่อน+++++

เผยผลเจรจารถไฟไทย-จีน สรุปวางศิลาฤกษ์ในเดือน ธ.ค. 58 ปักธงความร่วมมือ การันตีโครงการเกิดแน่ ส่วนการก่อสร้างคาดเริ่ม พ.ค. 59 หลังตกลงรายละเอียดมูลค่าลงทุน ดอกเบี้ย ขณะที่ไทยยังยึดดอกเบี้ยไม่เกิน 2% เตรียมหารือร่วมครั้งที่ 9 ปลาย พ.ย.นี้

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ผลการประชุมความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 8 ในการศึกษาความเหมาะสมการออกแบบและการสำรวจเส้นทางโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร (Standard Gauge) เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย, แก่งคอย-มาบตาพุด, แก่งคอย-โคราช, โคราช-หนองคาย ระยะทาง 873 กม. เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีการสรุปกรอบการทำงานร่วมกัน โดยกำหนดที่จะวางศิลาฤกษ์โครงการที่สถานีเชียงรากน้อย จังหวัดปทุมธานี ในเดือนธันวาคม 2558 และคาดว่าจะเริ่มต้นก่อสร้างโครงการได้ตามแผนเบื้องต้นประมาณช่วงเดือนพฤษภาคม 2559 เนื่องจากต้องให้มีการสรุปการออกแบบรายละเอียดโครงการแล้วเสร็จ สรุปมูลค่าโครงการสมบูรณ์แล้ว และการจัดหาข้อสรุปด้านแหล่งเงินเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะสรุปรายละเอียดที่หารือร่วมกับจีนครั้งที่ 8 ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 เพื่อรับทราบต่อไป

สำหรับการเร่งพิธีการวางศิลาฤกษ์นั้น ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นระหว่าง 2 ประเทศ ว่าโครงการนี้จะสามารถเกิดขึ้นจริง ซึ่งระหว่างนี้จะต้องหารือในส่วนที่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพื่อจะได้รายละเอียดของโครงการที่ชัดเจน เช่น อัตราดอกเบี้ยซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป โดยที่ผ่านมาไทยก็ยืนยันที่ขออนุมัติดอกเบี้ยที่ 2% ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดที่จะหารือระหว่างกันเป็นครั้งที่ 9 ปลายเดือนพฤศจิกายนอีกครั้ง

นอกจากนี้ นายชาติชายกล่าวภายหลังที่ที่ปรึกษาพิเศษนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเดินทางเข้าพบนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยได้มีการหารือถึงโครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นให้ความสนใจที่จะลงทุนก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา โดยคาดว่าจะสามารถสรุปเพื่อเสนอ ครม.ได้ประมาณเดือนมิถุนายน 2559 และคาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการตามแผนได้ประมาณปี 2562

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโครงการที่คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ก่อนตามแผนรัฐบาลที่เร่งรัด คือ ก่อสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมตะวันออก-ตะวันตก ในตอนล่าง เส้นทางกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-แหลมฉบัง โดยตั้งเป้าตามแผนว่าจะสามารถเปิดประมูล และเริ่มการก่อสร้างได้ประมาณ 2559 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับด้านการขนส่งสินค้าเชื่อมจากทางรถไฟเชื่อมท่าเทียบเรือแหลมฉบัง

!!! ปฏิวัติโครงสร้างเศรษฐกิจ ดึงเงินออมลงขันเมกะโปรเจ็กต์ !!!ประชาชาติธุรกิจออนไลน์"สมคิด" ปฏิวัติโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให...
25/09/2015

!!! ปฏิวัติโครงสร้างเศรษฐกิจ ดึงเงินออมลงขันเมกะโปรเจ็กต์ !!!

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"สมคิด" ปฏิวัติโครงสร้างเศรษฐกิจไทยใหม่ เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมซูเปอร์คลัสเตอร์ ปั้นเขตเศรษฐกิจไฮเทค เฟส 2 สั่ง ก.คลังตั้งกองทุนดึงเงินออม-สภาพคล่องล้นประเทศ ลงขันเมกะโปรเจ็กต์ เผยรถไฟจีนต้องรอผลศึกษาเหมาะสม ดึงญี่ปุ่นสร้างตาข่ายคมนาคม

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจแก่กลุ่มฐานรากและกลุ่มเอสเอ็มอีไปแล้ว จากนี้ไปจะเป็นจุดที่ปฏิวัติโครงสร้างการผลิตของเมืองไทย ผ่านการสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจ ใน 5 คลัสเตอร์ และซูเปอร์คลัสเตอร์ ตั้งกองทุนพิเศษขนาดใหญ่ จัดลำดับความสำคัญการลงทุนใหม่ สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และยุทธศาสตร์รถไฟไทย-จีน, รถไฟไทย-ญี่ปุ่น และแผนการอุ้มมนุษย์เงินเดือนให้มีปัจจัยสี่ครบถ้วน

ปฏิวัติโครงสร้างการผลิต

นาย สมคิดกล่าวว่า รัฐบาลจะจัดระบบงบประมาณใหม่ ด้วยการกระจายไปตาม "คลัสเตอร์" งบประมาณส่วนกลางจะเป็นเพียงตัวเสริม โดยรัฐบาลต้องการส่งเสริม 5 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ 1.คลัสเตอร์เกษตร-อาหาร หรือ Bio-Base Indus-try 2.คลัสเตอร์พลังงาน หรือ Renewable Industry 3.คลัสเตอร์ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ Engineering and Design Industry 4.คลัสเตอร์การท่องเที่ยว สปา เฮลท์แคร์ ธุรกิจเพื่อสุขภาพ หรือ Wellness In-dustry 5.คลัสเตอร์สินค้าวัฒนธรรม หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy

"โครงสร้างทางเศรษฐกิจไทย จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เป็นจุดที่ปฏิวัติเรื่องโครงสร้างการผลิตของเมืองไทย ผ่านระบบการจัดงบประมาณแบบใหม่ และการจัดลำดับความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า ในระดับเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีการแบ่งโซนการพัฒนาสินค้าให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เหล่านี้คือการเปลี่ยนแนวคิดเดิมทั้งหมด"

นายสมคิดวาดภาพเขต เศรษฐกิจไว้ 2 ประเภท ในเฟสแรก ประเภทแรก คือ เขตเศรษฐกิจพิเศษที่อยู่แนวชายแดน ซึ่งมีการประกาศแล้วและมีการเริ่มต้นที่แม่สอดกับสระแก้ว เพื่อให้อุตสาหกรรม

ผู้ผลิตที่เริ่มเสียความได้เปรียบด้านแรงงาน จะได้ไปใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน และใช้ประโยชน์จาก Connectivity ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และขณะนี้แม่สอด จ.ตาก มีการจัดหาที่ดินทุกอย่างใกล้สมบูรณ์แล้ว

ส่วนพื้นที่ที่ ประกาศไปก่อนหน้านี้อีก 3 จังหวัด (มุกดาหาร, สงขลา, ตราด) ก็รอดูผลของเขตเศรษฐกิจพิเศษ 2 แห่งนี้ แล้วค่อยมาประเมินผลว่าจะทำที่ไหนต่อไปอีก

บุกเขต ศก.เฟส 2 แจกสิทธิพิเศษ

เขตเศรษฐกิจประเภทที่ 2 ในเฟส 2 คือ การยกระดับความสามารถของอุตสาหกรรมในประเทศ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เน้นการสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรม เพื่อ

ยก ระดับความสามารถของผลผลิตไทย ในอุตสาหกรรมเป้าหมายและอุตสาหกรรมอนาคตที่เราจะสร้างขึ้นมา เพื่อให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ เช่น สิ่งทอ, อิเล็กทรอนิกส์, เทเลคอม, ชิ้นส่วนรถยนต์ และยา ต้องมีระดับเทคโนโลยีที่สูงกว่านี้ ไม่ให้ย้ายไปเวียดนามเพราะเขามีทุกอย่าง

นายสมคิดขยายความว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษ-Special Economic Zone (SEZ) ในเฟสแรก ต้องการขายจากสิ่งที่เรามีอยู่ คือ กลุ่มที่อยู่ในอีสเทิร์นซีบอร์ด และมาบตาพุด มีจุดประสงค์ข้อแรก เพื่อให้อุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่นี้แข็งแรง แข่งขันได้ 2.เพื่อตรึงนักลงทุนที่มีอยู่แล้วไม่ให้เคลื่อนย้ายไปสู่ประเทศอื่น 3.ดึงนักลงทุนใหม่เข้ามา กลุ่มนี้กระทรวงอุตสาหกรรมเรียกว่ากลุ่มไฮเทค เป็นกลุ่มที่ใช้วิธีการผลิตในระดับที่สูงขึ้น กลุ่มเหล่านี้เรียกว่าซูเปอร์คลัสเตอร์ โดยการเพิ่มแรงจูงใจเข้าไป แรงจูงใจจะต้องถึงในระดับที่แข่งขันกับประเทศอื่นเขาได้

"ในเฟส 2 ลงไปถึง Value Chain ทั้งหมดที่ต่อเนื่องกันกับ Supply Chain สถาบันวิจัย ระบบโลจิสติกส์ หรือทั้งหมดที่แข่งขันได้ อยู่ในข่ายที่ได้รับการส่งเสริมตามเงื่อนไขใหม่ ขอบเขตของจังหวัดขายไปจากเขตเดิม ครอบคลุมเพิ่มเติมจังหวัดที่มีศักยภาพ เช่น ระยอง ชลบุรี ปทุมธานี นครราชสีมา ปราจีนบุรี ดังนั้น ในแอ่งจังหวัดนี้ จะเน้นการสร้างอุตสาหกรรมที่เป็นแก่นหลักของเรา แต่เพิ่มดีกรีของเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไป"

รัฐบาลจะดึงนักลงทุน ด้านอิเล็กทรอนิกส์, เทเลคอม, ชิ้นส่วนรถยนต์ และยา หรือระดับ Medium Hi-tech ขึ้นไป เข้ามาลงทุนได้ จะต้องมีแรงจูงใจเข้าไปสู่ซูเปอร์คลัสเตอร์ ผ่านการให้สิทธิพิเศษจากบีโอไอที่จะทยอยประกาศออกมา เช่นเดียวกับการดึงอุตสาหกรรมใหม่ เช่น กลุ่ม IT-base กลุ่ม Entertainment ฟิล์ม ทีมถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งอยู่ในเชียงใหม่, ภูเก็ต ส่วนใหญ่จะให้แรงจูงใจระดับสูงเป็นพิเศษเท่ากับกลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์

"บิ๊กตู่"รื้อลงทุนเส้นทางคมนาคม

"นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนนโยบายลงทุนเส้นทางคมนาคม ใหม่ มีทั้งปรับการลงทุน ขยายขอบเขต ยกระดับมาตรฐาน ให้สอดคล้องกับกลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์ เช่น สนามบิน

อู่ตะเภา, เส้นทางรถไฟที่สำคัญ ต้องเพิ่มระยะทาง เช่นสายที่จะวิ่งจากเพชรบุรี-ราชบุรี-ลาดกระบัง-กรุงเทพฯ-มาบตาพุด ต้องให้ทะลุไปถึงเมียนมาเชื่อมกับทวาย"

ขณะที่การเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ภายในประเทศ ในแต่ละเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในแต่ละคลัสเตอร์ จะมีการจัดลำดับความสำคัญใหม่ จัดระบบหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา ผลิตแรงงาน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงสร้างทางเศรษฐกิจใหม่ในทุกภาค ทั้งอีสาน เหนือ และใต้ ต้องดีไซน์ทุกส่วนเพื่อให้นโยบายเกิดขึ้นได้เป็นรูปธรรม และจะเป็นวิธีการที่นำไปสู่การเริ่มการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคอย่างแท้จริง

ดึงเงินออมลงทุนประเทศ

นายสมคิดตอบคำถามเรื่องโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่เคยตั้งงบประมาณไว้ 2.4 ล้านล้านว่า โครงสร้างพื้นฐานเป็นกลุ่มงานที่สำคัญมาก เมืองไทยจำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านี้แล้ว ฉะนั้นการลงทุนต้องจัดลำดับความสำคัญ โครงการรถไฟไม่จำเป็นต้องทำพร้อม ๆ กันหมดทุกเส้นทาง โดยต้องดึงเอกชนมาร่วมลงทุนทุกรูปแบบ

"นายกรัฐมนตรีถึงให้เป็น ลักษณะการลงทุนแบบความร่วมมือภาครัฐและเอกชน-Public Private Partnership (PPP) รัฐไม่ต้องออกเงินทั้งหมด อะไรที่เอกชนทำได้ก็ประมูล รัฐลงทุนเฉพาะส่วนที่จำเป็นจริง ๆดีไม่ดีรัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณ ถ้าหากเงินออม สภาพคล่องเต็มประเทศอย่างนี้ มีทางออกหลายทาง ทั้งการกู้ยืมเงินในประเทศ หรือสร้างกองทุนเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-Infrastructure Fund"

นาย สมคิดกล่าวด้วยว่า ขณะนี้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้ตั้งทีมร่วมกับนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ หาทางจัดตั้งกองทุนขนาดใหญ่ขึ้นมา ด้วยการดึงเงินออมจากนักลงทุน จากคนที่มีเงินออมอยู่แล้ว และลงทุนอย่างระมัดระวัง มาซื้อพันธบัตรรัฐบาล โดยมีอัตราดอกเบี้ย มีการปันผลกำไรให้ วิธีนี้จะทำให้รัฐบาลสามารถใช้เงินในประเทศเพื่อการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ โดยอาจจะขายกองทุนนี้กับนักลงทุนต่างประเทศด้วย

"ยกตัวอย่าง ธนาคารออมสินมีเงินเยอะ ถามว่าปลอดภัยไหมถ้าเราเอาเงินมาลงทุน ปลอดภัยมาก กองทุนประกันสังคมแทนที่จะไปฝากเงินเตี้ย ๆ ดอกเบี้ยต่ำ ๆ หุ้นก็ลงไม่ได้ มาลงทุนตรงนี้แทนดีไหม รัฐบาลเป็นเจ้าของอยู่แล้ว ฝรั่งที่ต้องการมาผูกกับเราเรื่องนี้มาช่วยได้ไหม ในทางการเงินทำให้รัฐบาลมีความคล่องตัวทางการเงิน จัดสรรได้ว่าโครงการไหนจะกู้ต่างประเทศ ส่วนไหนจะใช้เงินในประเทศ ส่วนไหนใช้งบประมาณ จะลดความเป็นห่วงเรื่องหนี้ต่อจีดีพี จะต้องไม่เกิน 50% ถ้ามันจะเกิน 60% ต้องพิจารณาตามความจำเป็น"

เมื่อทำครบทุกภาคส่วนแล้ว จึงจะสามารถไปพูด ไปโรดโชว์กับต่างประเทศได้

เจรจาเพิ่มรถไฟไทย-จีน

สำหรับโครงการลงทุนรถไฟไทย-จีน นายสมคิดได้ให้นโยบายกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมไปแล้วว่า เส้นทางรถไฟไทย-จีน ไทยตกลงเบื้องต้นไปแล้ว ก็ต้อง Horner-มีสัจจะ ว่าให้จีนทำร่วมกันกับไทย แต่ทำอย่างนั้นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานว่าจีนต้องช่วยเหลือไทยด้วย

"ถ้าอะไรก็ไม่มี แล้วเขาได้ประโยชน์อย่างเดียว เราได้ประโยชน์จากเขาไหม มันก็ต้องมาเจรจากันว่าที่เหมาะสมควรจะเป็นอย่างไร"

ส่วน รถไฟไทย-ญี่ปุ่น ที่เดิมเคยได้ตกลงร่วมกับกระทรวงคมนาคมไว้ระดับ Memorandum of Cooperation (MOC) ก็ต้องติดตามว่า ญี่ปุ่นมีความพึงพอใจหรือไม่ หากต้องการเจรจาเส้นทางใหม่ นอกเหนือเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ก็สามารถทำได้ เพราะยังไม่ถึงระดับการทำ MOU

"ไทย เราอยากให้ญี่ปุ่นทำเส้นทางรถไฟ East-West Corridor ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะต้องไปจัดลำดับความสำคัญว่าจะทำเส้นไหน ก่อน หลัง เส้นรถไฟฟ้าเส้นไหนที่ยังค้างคาก็เร่งทำให้จบ อย่างสายสีน้ำเงินค้างมานานก็เร่งประมูลให้จบ ถ้าไม่ประมูลก็ต้องอธิบายว่าทำไมถึงไม่ประมูล"

มาตรการอุ้มมนุษย์เงินเดือน

ในช่วงที่ผ่านมามาตรการด้านเศรษฐกิจ ได้ช่วยเหลือกลุ่มฐานรากและเอสเอ็มอีไปแล้ว ในระยะต่อไป จะช่วยให้กลุ่ม "มนุษย์เงินเดือน" ได้มีโอกาสได้รับผลของนโยบายบ้าง โดยจะมีการสร้างงาน สร้างเศรษฐกิจให้เติบโต ให้คนเหล่านี้ได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการโครงสร้างพื้นฐาน เก็บภาษีในอัตราที่เหมาะสม ให้มีโอกาสได้มีปัจจัย 4 อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

"ท่านนายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่าทำอย่างไรให้คนที่มีรายได้ไม่มากมีที่อยู่อาศัย มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมได้บอกผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว เช่น การเคหะแห่งชาติควรคุยกับการรถไฟฯ เพื่อที่จะไปสร้างที่อยู่อาศัย ให้คนจน คนทำงานในเมืองมีบ้านและเดินทางสะดวก อนาคตข้างหน้าถ้ารัฐบาลคิดแพ็กเกจให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ได้นำเสนอ โครงการบ้านราคาต่ำเข้ามาเป็นมาตรการหนึ่ง"

ส่วนมาตรการลดภาษี ลดค่าธรรมเนียมการซื้อ การโอนต่าง ๆ ที่สมาคมอสังหาริมทรัพย์เคยนำเสนอต่อรัฐบาลนั้นนายสมคิดตอบว่า "ตอนนี้คิดอยู่ในใจ แต่ยังไม่คิดให้มีตอนนี้ อยู่ในสมอง ดูว่ามันจำเป็นแค่ไหนอย่างไร รอดูตามความจำเป็น"
#รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

ถึงไทยแล้ว ! รถไฟฟ้าสายสีม่วง 3 ขบวนแรก จากญี่ปุ่น ทำพิธีส่งมอบวันนี้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดพิธีรับ...
22/09/2015

ถึงไทยแล้ว ! รถไฟฟ้าสายสีม่วง 3 ขบวนแรก จากญี่ปุ่น ทำพิธีส่งมอบวันนี้
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดพิธีรับมอบรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ 3 ขบวนแรก จากประเทศญี่ปุ่นวันนี้ (21 กันยายน)

ช่วงนี้ หลาย ๆ คนคงได้ยินข่าวโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วง "บางซื่อ-บางใหญ่" อยู่บ่อย ๆ โดยเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถไฟฟ้าสายสีม่วง ชุดแรก จำนวน 3 ขบวน 9 ตู้ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นมาถึงประเทศไทยแล้ว และล่าสุด วันนี้ (21 กันยายน 2558 ) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยและบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จะจัดพิธีรับมอบขบวนรถไฟฟ้าสายสีม่วง อย่างเป็นทางการ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่สั่งจากประเทศญี่ปุ่น มีทั้งสิ้น 21 ขบวน 63 ตู้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนทยอยส่งมอบทางเรือ โดยหลังจากนี้ จะมีการทดสอบระบบและการเดินรถ ปลายปี 2558 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 สิงหาคม 2559

และเพิ่มเป็นการเตรียมพร้อมก่อนที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 ลองไปดูกันว่า สถานีของรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีความเป็นมาอย่างไร และมีสถานีตรงจุดไหนบ้าง

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ เป็นโครงการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยมีระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 16 สถานี ประกอบด้วย

สถานีคลองบางไผ่ (S01) : ตั้งอยู่บนถนนกาญจนาภิเษกช่วงบริเวณคลองบางไผ่ กับคลองถนน

สถานีตลาดบางใหญ่ (S02) : ตั้งอยู่บนถนนกาญจนาภิเษกใกล้กับย่านชุมชนบริเวณตลาดบางใหญ่

สถานีสามแยกบางใหญ่ (S03) : ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ สถานีเชื่มต่อกับอาคารจอดแล้วจร

สถานีบางพลู (S04) :ตั้งอยู่บนทางต่างระดับบนถนนรัตนาธิเบศร์ตรงแยกบางพลู ตัดกับถนนบางกรวย-ไทรน้อย

สถานีบางรักใหญ่ (S05) : ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ ระหว่างแยกบางพลู กับแยกราชพฤกษ์

สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ (S06) : ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ ระหว่างสำนักงานการเดินรถที่ 7 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และซอยท่าอิฐ

สถานีไทรม้า (S07) : ตั้งเหนือของถนนรัตนาธิเบศร์ทางทิศใต้ ตรงซอยตาหรั่ง

สถานีสะพานพระนั่งเกล้า (S08) : ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นสะพานพระนั่งเกล้าฝั่งตะวันออก ใกล้กับแยกสนามบินน้ำทางทิศตะวันออก

สถานีแยกนนทบุรี 1 (S09) : ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรีติดกับเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์พร้อมอาคารจอดแล้วจร

สถานีบางกระสอ (S010) : ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณซอยรัตนาธิเบศร์ 22 ใกล้บริษัทโตโยต้านนทบุรี เดิมใช้ชื่อสถานีศรีพรสวรรค์

สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี (S011) : ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ ใกล้กับสี่แยกแคราย บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองนนทบุรี

สถานีกระทรวงสาธารณสุข (S012) : ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ ด้านหน้าทางขึ้น-ลงกระทรวงสาธารณะสุข

สถานีแยกติวานนท์ (S013) : ตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ระหว่างซอยกรุงเทพนนท์ 12 ถึง 14 และทางทิศใต้ของสถานีอยู่ติดกับคอนโดมิเนี่ยมฟิฟท์ เอเวอนิว

สถานีวงศ์สว่าง (S014) : ตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ตั้งแต่ซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 52 ถึง 56 ใกล้แยกวงศสว่าง ที่ถนนรัชดาภิเษกตัดกับถนนกรุงเทพ-นนทบุรี

สถานีบางซ่อน (S015) : ตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี บริเวณหมู่บ้านตลาดบางซ่อน ผู้ที่มาใช้บริการรถไฟฟ้าที่สถานีนี้ สามารถเปลี่ยนเส้นทางไปยังรถไฟชานเมืองสายสีแดงสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางต่อไปยังตลิ่งชัน

สถานีเตาปูน (S016) : ตั้งอยู่ตรงจุดตัดของถนนประชาราษฎร์ 2 กับถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ที่สถานีนี้ ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนเส้นทางเพื่อไปยังใจกลางเมืองกรุงเทพโดยใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (เฉลิมรัชมงคล)
ทั้งนี้ สถานีเตาปูน ยังเป็นสถานีที่ใช้ในการเปลี่ยนเส้นทางระหว่างโครงการสายสีม่วงและโครงการสายสีน้ำเงินอีกด้วย

ขณที่อาคารจอดรถและสิ่งอำนวยความสะดวก มีหลักทั้งหมด 4 แห่ง คือ

อาคารจอดแล้วจรสามแยกบางใหญ่ เชื่อมกับสถานีบางใหญ่

อาคารจอดแล้วจรท่าอิฐ เชื่อมกับสถานีบางรักน้อยท่าอิฐ

อาคารจอดแล้วจรแยกนนทบุรี 1 เชื่อมกับสถานีแยกนนทบุรี 1

อาคารจอดแล้วจรศูนย์ซ่อมบำรุง เชื่อมกับสถานีบางไผ่

***หมายเหตุ : อัพเดทข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 10.14 น. วันที่ 22 กันยายน 2558

ภาพจาก เฟซบุ๊ก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
รายละเอียดจาก kapook
รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

ข่าวดี ! คมนาคมเล็งขยายแอร์พอร์ตลิงก์ เส้นทางสุวรรณภูมิ-ดอนเมืองกระทรวงคมนาคม วางแผนลงทุนโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ขยายเส้...
10/09/2015

ข่าวดี ! คมนาคมเล็งขยายแอร์พอร์ตลิงก์ เส้นทางสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง

กระทรวงคมนาคม วางแผนลงทุนโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ขยายเส้นทางแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง ด้านรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินคืบหน้า 60% แล้ว

วันที่ 10 กันยายน 2558 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า กระทรวงคมนาคม เผยว่า ขณะนี้กำลังวางแผนการลงทุนโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือ เมกะโปรเจคท์ โดยให้บริษัทเอกชนเร่งเข้ามาร่วมประมูล เพื่อจะได้ดำเนินโครงการอย่างรวดเร็ว อาทิ โครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ที่ได้มีการวางแผนเชื่อมเส้นทางสถานีสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองเข้าหากัน ซึ่งต้องมีการเชื่อมต่อจากแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีพญาไท เข้าไปยังดอนเมือง

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปถึง 60% แล้ว และสำหรับโครงการรถไฟทางคู่ ไทย-ญี่ปุ่น เส้นทางเชียงใหม่ ยังคงอยู่มีการดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้ ซึ่งต้องเวลาในการดำเนินการศึกษาประมาณ 1 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2559

ทั้งนี้โครงการรถไฟฟ้าทางคู่ ไทย-จีน เส้นทางหนองคาย-นครราชสีมา-แก่งคอย-มาบตาพุด ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเจรจาเรื่อง การออกแบบ, มูลค่าการลงทุน และอัตราดอกเบี้ยต่าง ๆ

#รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

!!! สื่อมังกรเผยจีนคว้าชัยโครงการสร้างทางรถไฟไทย ยกเป็นศูนย์กลางขนส่งของอาเซียน !!!  โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์สำนักข่าวซิ...
28/08/2015

!!! สื่อมังกรเผยจีนคว้าชัยโครงการสร้างทางรถไฟไทย ยกเป็นศูนย์กลางขนส่งของอาเซียน !!! โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

สำนักข่าวซินหวาอ้างนายจู ซีจวิน ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทก่อสร้างทางรถไฟจีนหรือซีอาร์ซีซี (CRCC) ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวเมื่อวันพุธ (26 ส.ค.) ว่า จีนและไทยวางแผนจะลงนามกรอบข้อตกลงระหว่างรัฐบาลในโครงการก่อสร้างทางรถไฟจีน-ไทยในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ หลังจากจับเข่าเจรจาหารือมากว่า 6 รอบ

ทั้งนี้ปี 2558 นับเป็นศักราชสำคัญของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย ด้วยก้าวเดินเคียงข้างกันมาครบปีที่ 40 และยังเป็นปีแรกของการผลักดันยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (One Belt and One Road) ของทางการจีน

โครงการฯ ซึ่งจะเสร็จสิ้นภายใน 3 ปี จะนำพาประโยชน์สู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของไทย ประชาชนจะได้รับความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นมาก โดยราคาตั๋วโดยสารระหว่างนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน และกรุงเทพมหานครจะอยู่ที่ราว 700 หยวน (3600 บาท) คิดเป็นครึ่งหนึ่งของราคาตั๋วโดยสารเครื่องบิน ส่วนค่าระวางสินค้าทางรถไฟจะคิดเป็นหนึ่งในเก้าของค่าระวางสินค้าทางเครื่องบินเท่านั้น

นอกจากนี้ทางรถไฟสายดังกล่าวยังจะเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวจีนเข้าสู่ประเทศไทยอีกกว่า 2 ล้านคนในแต่ละปี และจะอำนวยความสะดวกต่ออุตสาหกรรมการส่งออกสินค้าเกษตรกรรม โดยทางรถไฟสายนี้จะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าของกลุ่มประเทศอาเซียน

นายอู๋ จื้ออู๋ อุปทูตรักษาสถานทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวเสริมว่าความร่วมมือก่อสร้างทางรถไฟฯ จะเป็นตัวอย่างอันดีของการผลักดันยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ด้วยรากฐานของทางรถไฟสายนี้ จีนและไทยสามารถต่อยอดความร่วมมือด้านอื่นๆ อาทิ การก่อสร้างท่าเรือ สนามบิน และโครงสร้างสาธารณูปโภคอื่นๆ

เส้นทางรถไฟจีน-ไทย ตามแผนงานจะมีความยาวทั้งสิ้น 867 กิโลเมตร ขบวนรถไฟจะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. ซึ่งลดลงจากเดิมก่อนหน้านี้ที่กำหนดไว้ 250 กม./ชม. เนื่องจากต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย โดยเชื่อมกับจังหวัดหนองคายทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ อันเป็นนครหลวง และจังหวัดระยองทางภาคตะวันออก
#รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

ครั้งแรก ! ใช้ต้นแบบชินคันเซ็น รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่   ญี่ปุ่นแนะไทยแยกระบบรางรถไฟชินคันเซ็น ที่จะนำมาวิ่งใน...
30/07/2015

ครั้งแรก ! ใช้ต้นแบบชินคันเซ็น รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่

ญี่ปุ่นแนะไทยแยกระบบรางรถไฟชินคันเซ็น ที่จะนำมาวิ่งในเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เพื่อเป็นการส่งออกรถไฟชินคันเซ็นครั้งแรก คมนาคมเผยชง ครม. เห็นชอบ กลางปี 59 ลุยสร้างปี 60

วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ว่า จากการหารือในครั้งล่าสุด ได้มีการกำหนดว่า จะต้องเสนอหลักการของโครงการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในช่วงเดือนมิถุนายน 2559 ก่อนจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐอีกครั้ง ทั้งนี้คาดว่าในช่วงปลายปี 2559 จะสามารถเสนอแผนงานและรายละเอียดของเส้นทางเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อขออนุมัติโครงการได้

สำหรับโครงการนี้ ทางญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนกับไทย ได้ดำเนินการในการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาผลการศึกษาความเหมาะสมและการออกแบบเบื้องต้นจากข้อมูลที่สำนักนโยบายและแผนการจราจรและขนส่งได้เคยศึกษาไว้ เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นการส่งออกระบบรถไฟชินคันเซ็นครั้งแรกของญี่ปุ่น
ทั้งนี้ ตามกรอบเวลาของโครงการดังกล่าว คาดว่า ประมาณกลางปี 2559 จะสามารถนำเรื่องเข้าเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อว่าจ้างที่ปรึกษาและศึกษารายละเอียดโครงการได้ และกลางปี 2560 จะนำเรื่องเข้าเสนอต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อขออนุมัติก่อสร้างโครงการ โดยตามแผนงานเดิมจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2561 แต่อย่างไรก็ดี ฝ่ายไทยจะเจรจากับญี่ปุ่น เพื่อขอเลื่อนกำหนดการก่อสร้างให้เร็วขึ้นเป็นปี 2560 แทน

นายอาคม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทางญี่ปุ่นได้เสนอขอให้ไทยทำการแยกระบบรางของรถไฟชินคันเซ็น ที่จะนำมาวิ่งในเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกจากระบบรางเดิมของไทย เพราะเป็นการส่งออกรถไฟชินคันเซ็นครั้งแรกของญี่ปุ่น ทำให้ต้องคำนึงถึงระบบความปลอดภัยเป็นหลัก จึงคาดว่า การแยกระบบรางครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อการเวนคืนที่ดินในแนวเส้นทางของโครงการ เนื่องจากเดิมรถไฟความเร็วสูงเส้นนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ

ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก

ช่วงที่ 2 พิษณุโลก-เชียงใหม่

ซึ่งทั้ง 2 ช่วงนี้ จะใช้แนวรถไฟเดิมผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ กับอีกแนวเส้นทางหนึ่ง จะผ่านจังหวัดสุโขทัย และลำปาง แต่หากมีการแยกระบบรางของรถไฟชินคันเซ็น ก็ต้องดูอีกครั้งว่าแนวเส้นทางของโครงการจะเป็นแบบใด
#รับเหมาก่อสร้าง
www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

!!!! ครม. ไฟเขียวงบแสนล้าน สร้างมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง !!! ครม. เห็นชอบก่อสร้างมอเตอร์เวย์ 3 สาย มูลค่ากว่า 1.6 แสนล้านบา...
15/07/2015

!!!! ครม. ไฟเขียวงบแสนล้าน สร้างมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง !!!

ครม. เห็นชอบก่อสร้างมอเตอร์เวย์ 3 สาย มูลค่ากว่า 1.6 แสนล้านบาท ได้แก่ สายบางปะอิน-โคราช, บางใหญ่-กาญจนบุรี และพัทยา-มาบตาพุด

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ของกรมทางหลวง (ทล.) ใน 3 เส้นทาง ประกอบด้วย

1. สายบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 84,600 ล้านบาท

2. สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 55,620 ล้านบาท

3. สายพัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 20,200 ล้านบาท

สำหรับการก่อสร้างมอเตอร์เวย์เส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี จะใช้งบประมาณการเวนคืนที่ดินจากงบประมาณของกรมทางหลวงปี 2558 ส่วนงบประมาณในการก่อสร้างจะให้กระทรวงการคลังเป็นผู้กู้เงิน ส่วนมอเตอร์เวย์เส้นทางพัทยา-มาบตาพุด จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างจากกองทุนที่ได้จากการเก็บค่าตั๋วและค่าผ่านทาง รวมถึงงบการเวนคืนที่ดินจะใช้งบประมาณของกรมทางหลวงปี 2558

ทั้งนี้คาดว่ามอเตอร์เวย์สายพัทยา-มาบตาพุด จะสามารถดำเนินโครงการได้ก่อน เนื่องจากมีการเตรียมงบประมาณในปี 2558 จากกรมทางหลวงไว้แล้ว 1,400 ล้านบาท ในการเวนคืนที่ดิน โดยภายในปลายปี 2558 หรือไม่เกินต้นปี 2559 จะสามารถประกาศประกวดราคาก่อสร้างได้

ด้านนายชูศักดิ์ เกวี อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า การเปิดประมูลมอเตอร์เวย์ 3 สายทาง จะมีการแบ่งสัญญาก่อสร้างออกเป็นหลายสัญญาเพื่อกระจายงาน ทั้งนี้คาดว่าค่าก่อสร้างต่อสัญญาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,500-2,000 ล้านบาท ซึ่งจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการก่อสร้างและสภาพพื้นที่

สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา เป็นทางแนวใหม่ตามมาตรฐานทางหลวงพิเศษขนาด 4-6 ช่องจราจร ระยะทางรวม 196 กิโลเมตร มีแนวเส้นทางเริ่มต้นต่อเชื่อมกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก) ที่ทางแยกต่างระดับ บริเวณบางปะอิน ผ่านอำเภอวังน้อย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอหนองแค อำเภอเมือง อำเภอแก่งคอย และอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ และอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา


ภาพจาก motorway.go.th, กรมทางหลวง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

www.gotoconstructions.com และ www.facebook.com/Gotoconstruction

ที่อยู่

9 หมู่ 6 ต. บางตลาด :ซอย แจ้งวัฒนะ 26 ปากเกร็ด
นนทบุรี
11120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รับเหมาก่อสร้าง ตึกสูง อาคารพาณิชย์ คอนโด ถนน เขื่อน สะพาน งานโยธาทุกชนิดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง รับเหมาก่อสร้าง ตึกสูง อาคารพาณิชย์ คอนโด ถนน เขื่อน สะพาน งานโยธาทุกชนิด:

แชร์