The Skill Up Next Co., Ltd.

The Skill Up Next Co., Ltd. ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก The Skill Up Next Co., Ltd., Chon Buri.

The Skill Up Next คือผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และการพัฒนาคน ที่ช่วยองค์กรยกระดับผู้นำและทีมให้ขับเคลื่อนผลงานได้เหนือความคาดหมาย ด้วยโซลูชันเฉพาะทางที่ออกแบบเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน.

"ซื้อเครื่องมือ AI ให้พนักงานใช้ แต่ทำไมผลประกอบการบริษัทกลับเท่าเดิม?"นี่คือกับดักชิ้นใหญ่ที่ CEO และเจ้าของกิจการ SME ...
18/06/2026

"ซื้อเครื่องมือ AI ให้พนักงานใช้ แต่ทำไมผลประกอบการบริษัทกลับเท่าเดิม?"

นี่คือกับดักชิ้นใหญ่ที่ CEO และเจ้าของกิจการ SME ไทยกำลังเดินสะดุด หลายองค์กรหมดเงินไปไม่น้อยกับการซื้อ Account AI ตัวท็อปๆ หรือจัดอบรมให้พนักงานใช้ Prompt แต่กลับพบว่าสุดท้ายแล้ว "ผลลัพธ์เชิงธุรกิจ" (Business Outcome) ไม่ได้ขยับตามเลย

จากการศึกษาของ Boston Consulting Group (BCG) ในรายงานล่าสุดปี 2026 เรื่อง *"AI at Work: Why Strategy Matters More Than Tools"* มีตัวเลขนึงที่น่าตกใจมากครับ:
👉 พนักงานกว่า 42% ที่ใช้ AI เป็นประจำ สามารถประหยัดเวลาทำงานได้ถึง 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (เท่ากับ 1 วันเต็มๆ!)
👉 แต่ปัญหาคือ... "องค์กรส่วนใหญ่ยังเปลี่ยนเวลาที่ประหยัดได้นั้น ให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจไม่ได้เลย"

รายงานระบุชัดเจนว่า การมี **"กลยุทธ์ที่ชัดเจน" (Clear Strategy)** สามารถเพิ่มอิมแพคต่อธุรกิจได้สูงถึง 25% ในขณะที่การเพิ่ม "เครื่องมือที่ดีขึ้น" (Better Tools) โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานและกลยุทธ์ รองรับตัวเลขโตได้แค่ 5% เท่านั้น!

นี่คือสิ่งที่ผมย้ำกับลูกค้าระดับ CEO/MD เสมอ ปัญหาการทำ Digital Transformation หรือการเอา AI มาใช้นั้น แท้จริงแล้ว "ไม่ใช่ปัญหาเรื่องเทคโนโลยี... แต่เป็นปัญหาเรื่อง Leadership และ Strategy"

ถ้าผู้นำไม่มีภาพชัดเจนว่าจะเอาเวลาที่พนักงานประหยัดได้ไปสร้าง Value Pool ใหม่ตรงไหน พนักงานก็จะเอาเวลานั้นไปใช้กับงานจุกจิกอื่น ๆ หรือเกิดภาวะเฉื่อยชาหลังจากหมดช่วงตื่นเต้นกับของใหม่ (AI Honeymoon Fades)

หากวิเคราะห์ผ่าน ULTIMA Model (กรอบการประเมินและพัฒนาผู้นำระดับสูงของ SUN) เรื่องนี้จะกระทบ 2 เสาหลักเต็มๆ ครับ:

1. U — Ultimate Strategy: ผู้นำต้องกำหนดให้ชัดว่า AI จะเข้ามาปลดล็อก Strategic Priorities 3-5 ข้อหลักของปีนี้อย่างไร ไม่ใช่แค่สั่งให้พนักงานไปใช้ย่อยๆ เป็นรายบุคคล (Individual Productivity) แต่ต้องเปลี่ยนวิธีทำงานร่วมกันทั้งกระบวนการ (Collective Work Transformation)
2. A — Adaptive & Innovative Growth: ผู้นำต้องจัดสรร Budget และเวลาที่เหลือออกมาเพื่อการทดลองทำสิ่งใหม่ (Experiment) สร้าง Innovation Pipeline ที่พนักงานสามารถสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจใหม่จากพลังของ AI ได้จริง ไม่ใช่แค่เอามาช่วยเขียนอีเมลหรือพิมพ์สรุปการประชุมเร็วขึ้น

เครื่องมือมีขายทั่วไปด้วยเงิน แต่กลยุทธ์และการปรับกระบวนการทำงานของคนในองค์กร... ต้องเกิดจากวิสัยทัศน์และความเด็ดขาดของผู้นำเท่านั้นครับ

แล้วองค์กรของคุณล่ะครับ?
ตอนนี้คุณกำลังเน้นไปที่การ "หาเครื่องมือใหม่ๆ มาแจกทีม" หรือ "วางกลยุทธ์เพื่อปรับกระบวนการทำงานใหม่หมด"

Strategy / Tools / Both — อันไหนคือสิ่งที่คุณกำลังโฟกัสอยู่ตอนนี้?
ลองคอมเมนต์คุยกันด้านล่างได้ครับ

(เครดิตข้อมูลอ้างอิง: BCG AI at Work: Why Strategy Matters More Than Tools Report, 2026)

#นพรุจธรรมจิโรจ

"ผมส่งอีเมลฉบับนั้นไปตอนสี่ทุ่ม ด้วยความโมโหเช้าวันรุ่งขึ้น ผมเสียคนเก่งที่สุดในทีมไป"ผู้บริหารท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังด้วย...
18/06/2026

"ผมส่งอีเมลฉบับนั้นไปตอนสี่ทุ่ม ด้วยความโมโห
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมเสียคนเก่งที่สุดในทีมไป"

ผู้บริหารท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังด้วยเสียงที่ยังเสียดาย

เขาไม่ได้ตัดสินใจผิดเพราะโง่
เขาตัดสินใจผิดเพราะตอบตอน "อารมณ์เป็นคนถือพวงมาลัย"

ผมเจอเรื่องแบบนี้ซ้ำในผู้บริหารเก่งๆ หลายคน
ความสามารถไม่ใช่ปัญหา — จังหวะที่อารมณ์ขึ้นต่างหากที่เป็นปัญหา

เพราะความจริงข้อหนึ่งที่ไม่มีใครสอนตอนเลื่อนขั้น:
ยิ่งคุณมีอำนาจมาก อารมณ์ชั่ววูบของคุณยิ่งราคาแพง

คำพูดประโยคเดียวตอนหงุดหงิด = คนเก่งหนึ่งคนเริ่มอัปเดตเรซูเม่
การตัดสินใจหนึ่งครั้งตอนกลัว = ทั้งองค์กรเดินผิดทางสามเดือน

ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่คนที่ไม่มีอารมณ์
แต่คือคนที่มี "ช่องว่าง" ระหว่าง สิ่งที่มากระทบ กับ สิ่งที่ตอบกลับ

ในช่องว่างนั้นแหละ คือที่ที่ภาวะผู้นำเกิดขึ้นจริง

กรอบที่ผมใช้กับผู้บริหารคือ The Leadership Pause —
ก่อนตอบในจังหวะที่อารมณ์ขึ้น ให้หยุด 3 วินาที แล้วถาม:

1. นี่คือ "ข้อเท็จจริง" หรือ "เรื่องที่ผมแต่งขึ้นเอง" ในหัว?
2. ถ้าตอบตอนนี้ ผมกำลัง "แก้ปัญหา" หรือแค่ "ระบายอารมณ์"?
3. ตัวผมในเวอร์ชันที่ดีที่สุด จะตอบเรื่องนี้ยังไง?

สามวินาทีนี้ ราคาถูกที่สุด
แต่ป้องกันการตัดสินใจที่แพงที่สุดในอาชีพคุณได้

คำถามวันนี้:
การตัดสินใจครั้งไหนในชีวิตการทำงานของคุณ
ที่คุณ "อยากกดย้อนกลับ" มากที่สุด — และมันเกิดตอนอารมณ์ขึ้นหรือเปล่า?

#นพรุจธรรมจิโรจ #ภาวะผู้นำ #ผู้นำSME #พัฒนาผู้นำ #ผู้บริหาร

"ผู้นำที่เก่งที่สุด ไม่ใช่คนที่พูดเก่งจนคนเงียบแต่คือคนที่ฟังเป็น จนคนกล้าพูดความจริง"— นพรุจ ธรรมจิโรจ | The Skill Up N...
18/06/2026

"ผู้นำที่เก่งที่สุด ไม่ใช่คนที่พูดเก่งจนคนเงียบ
แต่คือคนที่ฟังเป็น จนคนกล้าพูดความจริง"

— นพรุจ ธรรมจิโรจ | The Skill Up Next

หัวหน้าคนหนึ่งบอกผมว่า "ทีมผมไม่มีปัญหาอะไรเลย"

ผมถามกลับประโยคเดียว — "หรือทีมแค่เลิกบอกคุณแล้ว?"

ในห้องประชุมที่ผมเข้าไปนั่งสังเกต พนักงานพยักหน้าตามทุกอย่าง
ไม่มีใครค้าน ไม่มีใครถาม ดูเหมือนทีมที่ลงตัว
แต่พอแยกคุยทีละคน ปัญหามีเต็มไปหมด — แค่ไม่มีใครกล้าพูดต่อหน้า

ความเงียบในทีม ไม่ใช่สัญญาณของความสงบ
มันมักเป็นสัญญาณว่า "คนเลิกเชื่อว่าพูดไปแล้วมีความหมาย"

Soft Skill ที่แพงที่สุดของผู้นำ ไม่ใช่การพูดให้คนเชื่อ
แต่คือ การฟังจนคนกล้าพูดความจริง

และมันไม่ใช่พรสวรรค์ — มันคือทักษะที่ฝึกได้ ผ่าน 3 จังหวะง่ายๆ:

1. ฟังให้จบ ก่อนจะรีบแก้ — คนอยากถูกเข้าใจ ก่อนถูกแก้
2. ถามต่อ แทนที่จะตัดสิน — "เล่าเพิ่มได้ไหม" เปิดประตูได้มากกว่า "ทำไมถึงเป็นแบบนั้น"
3. ทำให้เห็นว่าเสียงเขาเปลี่ยนอะไรได้ — คนจะพูดความจริงก็ต่อเมื่อความจริงนั้นไม่สูญเปล่า

ทีมที่กล้าพูดความจริง คือทีมที่แก้ปัญหาได้ก่อนมันบานปลาย
และนั่นเริ่มจากผู้นำที่ "ฟังเป็น" ไม่ใช่แค่ "ได้ยิน"


คุณเคยเจอทีมที่เงียบเกินไปไหม? เล่าให้ฟังใน comment 👇

📌 ถ้าองค์กรของคุณอยากสร้างวัฒนธรรมที่ทีม "กล้าพูด กล้าคิด กล้าแก้"
The Skill Up Next ออกแบบ Workshop ด้าน Leadership & Soft Skills
ให้ทีมผู้นำ SME โดยเฉพาะ — ทักมาคุยได้เลยครับ

Skill Up Today, Lead the Future

#นพรุจธรรมจิโรจ #ภาวะผู้นำ #พัฒนาทีมงาน #ผู้นำSME #วัฒนธรรมองค์กร

18/06/2026

ตำแหน่งไม่ได้ทำให้คุณเป็นผู้นำ — มันแค่ทำให้คุณเป็นหัวหน้า
ผมเจอผู้จัดการคนหนึ่งที่ทีมลาออกปีละครึ่ง

เขางง เพราะ "ผมก็ดูแลงานเต็มที่นะ"
นั่นแหละคือปัญหา — เขาดูแล "งาน" แต่ไม่เคยดูแล "คน"

Simon Sinek พูดไว้คมมาก:

"Leadership is not about being in charge. Leadership is about taking care of those in your charge."

(ผู้นำไม่ใช่การได้สั่งการ แต่คือการดูแลคนที่อยู่ในความรับผิดชอบของคุณ)

คนไม่ได้ลาออกจากบริษัท — เขาลาออกจากหัวหน้าที่ทำให้เขารู้สึกเป็นแค่ทรัพยากร

ใน 6 Pillars of Ultimate Leadership ผมจัดเรื่องนี้ไว้เป็นเสาหลัก เพราะมันวัดผลได้จริง:

สัปดาห์นี้ ถามทีม 1 คนว่า "ตอนนี้มีอะไรที่ติดขัดแล้วผมช่วยได้บ้าง" — แล้วฟังจริงๆ
เวลาทีมพลาด ถามว่า "ระบบตรงไหนทำให้พลาด" ก่อนจะถามว่า "ใครผิด"
ให้เครดิตทีมในที่สาธารณะ รับผิดเอง เวลามีปัญหา

อำนาจได้มาเพราะตำแหน่ง แต่ความเป็นผู้นำได้มาเพราะคนเลือกจะตามคุณ
คุณเคยมีหัวหน้าที่ "ดูแลคุณจริง" ไหม? เขาทำอะไรที่คุณยังจำได้ถึงวันนี้?

Skill Up Today, Lead the Future
#นพรุจธรรมจิโรจ #ภาวะผู้นำ

คุณเข้าใจ SWOT ผิดมาตลอด — และมันทำให้คุณเสียเวลาทั้งวันโดยไม่ได้อะไรเลยเกือบทุกองค์กรที่ผมเข้าไปทำงานด้วย เคยทำ SWOT มา...
18/06/2026

คุณเข้าใจ SWOT ผิดมาตลอด — และมันทำให้คุณเสียเวลาทั้งวันโดยไม่ได้อะไรเลย

เกือบทุกองค์กรที่ผมเข้าไปทำงานด้วย เคยทำ SWOT มาแล้ว

เปิดเวิร์กช็อป แปะ Post-it เต็มกระดาน
ช่อง "จุดแข็ง" เขียนว่า "ทีมขายเก่ง"
ช่อง "จุดอ่อน" เขียนว่า "ระบบ IT เก่า"
ช่อง "โอกาส" เขียนว่า "ตลาดออนไลน์โต"
ช่อง "อุปสรรค" เขียนว่า "คู่แข่งรายใหญ่กำลังเข้ามา"

ทุกคนรู้สึกว่าวันนี้ทำงานหนัก ภูมิใจกับกระดานนั้น
แล้วเอกสารก็เข้าลิ้นชัก — และไม่มีอะไรเปลี่ยน

นี่แหละความเข้าใจผิด

SWOT ที่จบแค่ "การเติม 4 ช่อง" ไม่ใช่กลยุทธ์
มันคือ "วัตถุดิบ" ไม่ใช่ "อาหาร"

งานจริงของ SWOT อยู่ที่ขั้นต่อไป ที่เกือบทุกคนข้าม — การ "ไขว้" ช่องเข้าหากัน เพื่อแปลงข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจ (นักกลยุทธ์เรียกว่า TOWS):

จุดแข็ง × โอกาส = เราจะ "รุก" ตรงไหน?
จุดแข็ง × อุปสรรค = เราจะ "ป้องกัน" ด้วยอะไร?
จุดอ่อน × โอกาส = เราต้อง "ลงทุนแก้" อะไรก่อนคู่แข่ง?
จุดอ่อน × อุปสรรค = เราต้อง "ถอย/เลี่ยง" อะไร?

และมีอีก 2 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเสมอ:
หนึ่ง — จุดแข็งไม่ใช่สิ่งที่เราเก่ง แต่คือสิ่งที่เราเก่ง "กว่าคู่แข่ง ในเรื่องที่ลูกค้าให้ค่า" ถ้าไม่เทียบกับใคร มันไม่ใช่จุดแข็ง มันคือคำชมตัวเอง
สอง — S/W คือเรื่อง "ภายใน + วันนี้" ส่วน O/T คือเรื่อง "ภายนอก + อนาคต" คนละแกนกัน คนถึงชอบเขียน "เศรษฐกิจไม่ดี" ลงช่องจุดอ่อน ทั้งที่มันคืออุปสรรค

ลองดูตัวอย่างจริง:
SME กระจายสินค้ารายหนึ่งมีจุดแข็งคือ "ความสัมพันธ์กับร้านค้าปลีกที่สั่งสมมา 15 ปี" และเห็นโอกาสคือ "ร้านค้าเริ่มสั่งของออนไลน์"

ถ้าหยุดแค่ลิสต์ — ก็ได้แค่กระดาน
แต่พอ "ไขว้" จุดแข็ง × โอกาส ทันที มันกลายเป็นการตัดสินใจที่คมชัด:

"เปิดระบบสั่งซื้อ B2B ออนไลน์ของเราเอง โดยใช้ความสัมพันธ์ที่มีอยู่ ดึงร้านค้าขึ้นระบบ ก่อนที่เจ้าใหญ่จะมาฮุบ"

นั่นคือ "หนึ่งการเคลื่อนไหว" ที่มีทิศทาง มีเส้นตาย มีเจ้าภาพ
SWOT มีไว้เพื่อสิ่งนี้ — ไม่ใช่เพื่อกระดาน Post-it สวยๆ

ถ้าทีมคุณเคยทำ SWOT แล้วรู้สึกว่า "ทำเสร็จแล้วก็ไม่เห็นเปลี่ยนอะไร" — ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทีม แต่อยู่ที่คุณหยุดก่อนถึงขั้นที่สำคัญที่สุด

ที่ The Skill Up Next ผมช่วยผู้นำ SME มองเครื่องมือบริหารแบบนี้ให้ "ลึกและกว้าง" กว่าที่เคย — แปลงตารางที่เคยเข้าลิ้นชัก ให้กลายเป็นแผนที่ทีมลงมือทำได้จริง

ครั้งสุดท้ายที่ทีมคุณทำ SWOT — มันจบที่ "กระดาน" หรือจบที่ "การตัดสินใจ"?

———
สนใจปรึกษา/อบรมด้านกลยุทธ์และการพัฒนาผู้นำ — ทักมาคุยกันได้ครับ
📧 [email protected]

#นพรุจธรรมจิโรจ #กลยุทธ์ธุรกิจ #ผู้นำองค์กร

"ทำไม 70% ขององค์กรที่ลงทุนใน AI ถึงคว่ำ? ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีห่วย... แต่เพราะผู้นำคิดว่า AI เป็นแค่เรื่องของฝ่าย IT"จาก...
17/06/2026

"ทำไม 70% ขององค์กรที่ลงทุนใน AI ถึงคว่ำ? ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีห่วย... แต่เพราะผู้นำคิดว่า AI เป็นแค่เรื่องของฝ่าย IT"

จากสรุปข้อมูลงานสัมมนาใหญ่อย่าง PMAT Thailand HR Tech 2026 (Day 2) โดย HREX.asia มีสถิติหนึ่งที่น่าตบหน้าคนทำธุรกิจแรงมาก:

องค์กรส่วนใหญ่กำลังเผชิญกับภาวะ "ลงทุนไปมหาศาล แต่ตอบไม่ได้ว่า AI ช่วยเพิ่ม Value ให้ธุรกิจตรงไหน?" พนักงานใช้เทคโนโลยีได้แค่ระดับ Chatbot ถาม-ตอบทั่วไป งานถึกงานซ้ำยังอยู่ครบ และที่ร้ายแรงที่สุดคือ 'การเรียนการสอนในห้องอบรมแบบเดิมๆ มันไม่ส่งผลให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมจริงในหน้างาน'

หลายบริษัทแก้ปัญหาผิดจุด วิ่งไล่ตามซื้อซอฟต์แวร์ใหม่ (Tool) เปลี่ยนคอร์สเทรนนิ่งไปเรื่อยๆ แต่ลืมไปว่าในยุค Human-AI Harmony สิ่งที่ต้องรื้อถอนและออกแบบใหม่ (Job Redesign) คือ "วิธีการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี" และ "ขีดความสามารถของผู้นำ"

ในฐานะที่ผมบริหารองค์กรในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และทำ Change Management มากว่า 20 ปี บอกได้คำเดียวว่า: "เมื่อไหร่ที่คุณต่อต้านหรือปรับตัวช้าในโลกที่ซับซ้อนนี้ องค์กรคุณกำลังนับถอยหลังสู่วันเจ๊ง"

หาก SME ไทยต้องการรอดจากวิกฤตความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คุณต้องกลับมาเช็กองค์กรด้วย ULTIMA Model (Ultimate Leadership Framework) ใน 2 มิติสำคัญ:

L — Lead of Transformation (ผู้นำต้องนำการเปลี่ยนแปลง): ผู้นำต้องเลิกสั่งแค่ 'What' แต่ต้องสื่อสาร 'Why' ให้ทีมเห็นภาพชัดเจน และต้องมี Change Management Plan ที่เป็นระบบ รองรับแรงต้าน (Resistance) ของพนักงานเก่าได้อย่างอยู่หมัด

A — Adaptive & Innovative Growth (การเติบโตแบบยืดหยุ่นและนวัตกรรม): ต้องสร้างคนทำงานสายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า "Ped.AI" (เป็ดที่เก่งขึ้นด้วย AI) เปลี่ยนพนักงานที่เป็น Generalist ธรรมดา ให้ใช้ AI ปลดล็อกงานซ้ำซาก เพื่อเอาเวลาไปวางแผนเชิงลึก เข้าใจลูกค้า และสร้างขีดความสามารถใหม่ๆ ที่ AI ทำแทนไม่ได้ (High Touch อยู่เบื้องหน้า High Tech อยู่เบื้องหลัง)

การทำ People Transformation ในปี 2026 นี้ แค่ส่งคนไปนั่งฟังบรรยายในห้องสัมมนา 1 วันแล้วคาดหวังให้องค์กรเปลี่ยน... ไม่มีวันทำงานได้จริง (It doesn't work!) มันต้องถูกออกแบบให้เกิด Out-of-Class Experiences มี Action Plan และมีการวัดผลพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจริงในหน้างาน ไม่ใช่แค่วัด Engagement Score สวยหรูแต่ยอดขายเท่าเดิม

แล้วองค์กรของคุณในตอนนี้... ผู้นำและทีมงาน 'พร้อมประยุกต์ใช้ AI ในเนื้องานจริง' หรือ 'ยังหลงทางอยู่กับการซื้อทูลมาทิ้งไว้เฉยๆ'?

พร้อมและเปลี่ยนแล้ว

ซื้อทูลมาแล้ว แต่คนยังใช้ไม่เป็น

ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย

หากคุณเป็น CEO / MD หรือ HR Director ของ SME (รายได้ 50-500 ล้าน) ที่รู้ว่าทีมงานเป็นคอขวดของการ Transform และต้องการออกแบบโปรแกรมพัฒนาผู้นำหรือจัดทัพองค์กร (Job Redesign) ที่เชื่อมโยงกับ KPI ธุรกิจจริง ไม่ใช่แค่นั่งฟังเลกเชอร์ทั่วไป

ทักข้อความ (DM) หาเรา เพื่อรับสิทธิ์ทำ Discovery Assessment วิเคราะห์ Root Cause ขององค์กรคุณร่วมกับผมโดยตรงก่อนเริ่มออกแบบ Solutions

Skill Up Today, Lead the Future.

อ้างอิงข้อมูลและสรุปเนื้อหาจากงานสัมมนา: PMAT Thailand HR Tech 2026 – Day 2 (รายงานโดย HREX.asia)

#นพรุจธรรมจิโรจ

ทักษะที่ทำให้คุณได้งาน คือทักษะที่ทำให้คุณถูกแทนที่ได้ฟังดูย้อนแย้ง แต่ลองคิดตาม —สิ่งที่เขียนในเรซูเม่ของคุณ ส่วนใหญ่คื...
17/06/2026

ทักษะที่ทำให้คุณได้งาน คือทักษะที่ทำให้คุณถูกแทนที่ได้

ฟังดูย้อนแย้ง แต่ลองคิดตาม —

สิ่งที่เขียนในเรซูเม่ของคุณ ส่วนใหญ่คือ Hard Skill
ที่ "วัดได้ สอนได้ และเลียนแบบได้"
ใช้ Excel เป็น เขียนโค้ดได้ ทำบัญชีเป็น วิเคราะห์ข้อมูลได้

ปัญหาคือ สิ่งที่วัดได้และสอนได้
วันนี้ AI เรียนรู้มันได้เร็วกว่าคนหลายเท่า

แล้วอะไรที่ AI ยังลอกไม่ได้?

- การอ่านอารมณ์ลูกค้าที่กำลังจะหลุดมือ แล้วเปลี่ยนบทสนทนาให้ทัน
- การตัดสินใจในวันที่ข้อมูลไม่ครบ แต่ต้องเลือก
- การทำให้คนทั้งทีมที่ขัดแย้งกัน หันมาเดินทางเดียวกัน
- การพูดความจริงที่ไม่มีใครอยากพูด ในจังหวะที่องค์กรต้องการ

นี่คือ Soft Skills — และมันไม่ใช่ "ทักษะอ่อน" อย่างที่ชื่อบอก
มันคือทักษะที่ทำให้คน "ขาดคุณไม่ได้"

ในหนังสือ Soft Skills for The Future ผมเรียกสิ่งนี้ว่า
ทักษะที่ "ยิ่งโลกเปลี่ยนเร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีมูลค่ามากขึ้นเท่านั้น"

องค์กรที่ลงทุนพัฒนาแต่ Hard Skill
กำลังสร้างทีมที่ AI แทนที่ได้ในวันพรุ่งนี้

องค์กรที่ลงทุน Soft Skill ควบคู่กัน
กำลังสร้างทีมที่ "แข่งกับอนาคตได้"

———
คำถามถึงคุณ: ทีมของคุณวันนี้ เก่ง "งาน" หรือเก่ง "คน" มากกว่ากัน?
Comment บอกผมหน่อยครับ 👇

ถ้าอยากให้ทีมในองค์กรพัฒนา Soft Skills ที่ใช้ได้จริง
ไม่ใช่แค่ทฤษฎีในห้องอบรม — ทักมาทาง DM หรือ inbox ได้เลยครับ

Skill Up Today, Lead the Future
#นพรุจธรรมจิโรจ #ทักษะแห่งอนาคต
#ภาวะผู้นำ #พัฒนาทีม

17/06/2026

ตำแหน่งทำให้คนต้อง "ฟัง" คุณ แต่ไม่เคยทำให้คนอยาก "ตาม" คุณ
ผมเจอผู้บริหาร SME หลายคนที่สับสนระหว่างสองคำนี้ — "มีอำนาจ" กับ "เป็นผู้นำ"
พอได้เลื่อนขึ้นเป็นหัวหน้า เขาคิดว่างานคือสั่ง ควบคุม และวัดผล แต่ทีมกลับเงียบลง คนเก่งทยอยลาออก และไม่มีใครกล้าบอกความจริง
Simon Sinek เคยพูดไว้ว่า:

"Leadership is not about being in charge. It's about taking care of those in your charge."

(ภาวะผู้นำไม่ใช่เรื่องของการมีอำนาจสั่งการ แต่คือการดูแลคนที่อยู่ในความรับผิดชอบของคุณ)
ในงานที่ปรึกษา ผมเห็นความจริงข้อนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า — ทีมไม่ได้ทุ่มเทเพราะกลัวหัวหน้า แต่ทุ่มเทเพราะรู้ว่าหัวหน้าจะไม่ทิ้งเขาในวันที่เรื่องแย่ ความไว้ใจไม่ได้สร้างจากคำสั่ง แต่จากการที่คุณยอม "รับกระสุนแทนทีม" ในวันที่ยากที่สุด
นี่คือหัวใจของ Ultimate Leadership ใน ULTIMA Model ของผม — ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้วัดที่จำนวนคนใต้บังคับบัญชา แต่วัดที่จำนวนคนที่พร้อมเดินตามแม้ไม่มีคำสั่ง
3 คำถามสำหรับสัปดาห์นี้:

สัปดาห์ที่ผ่านมา คุณ "ดูแล" ทีม หรือแค่ "สั่ง" ทีม?
มีใครในทีมที่กล้าบอกข่าวร้ายกับคุณตรง ๆ ไหม?
ถ้าคุณหายไป 1 เดือน ทีมเดินต่อได้ด้วยตัวเองหรือเปล่า?

อำนาจได้มาจากตำแหน่ง แต่ภาวะผู้นำได้มาจากความไว้ใจ
หัวหน้าที่ดีที่สุดที่คุณเคยมี เขาทำอะไรที่ทำให้คุณอยากตามเขา? คอมเมนต์เล่าให้ฟังหน่อย
Skill Up Today, Lead the Future
#นพรุจธรรมจิโรจ #ภาวะผู้นำ

17/06/2026

คุณเข้าใจ "Kaizen" ผิดมาตลอด — และมันทำให้ทีมคุณเหนื่อยฟรี

เกือบทุกองค์กรที่ผมเข้าไปช่วย เข้าใจ Kaizen แบบเดียวกันหมด:
"ปรับปรุงทีละนิด ทุกวัน ค่อยๆ ดีขึ้น"

ฟังดูถูก แต่จริงๆ มันคือความเข้าใจที่ตื้นที่สุด
และตื้นพอที่จะทำให้ Kaizen ของคุณพังเงียบๆ โดยไม่รู้ตัว

ความจริงที่ลึกกว่านั้นคือ —
Kaizen ไม่มีความหมายเลย ถ้าคุณยังไม่มี "มาตรฐาน"

ลองคิดดู: ถ้าวันนี้พนักงาน 5 คนทำงานเดียวกัน 5 วิธี
แล้วคนหนึ่ง "ปรับปรุง" วิธีของตัวเอง
คุณจะรู้ได้ยังไงว่ามันดีขึ้นจริง? เทียบกับอะไร?

Kaizen ไม่ใช่ "ทำให้ดีขึ้น"
Kaizen คือ "ตั้งมาตรฐาน → ทำตาม → หาจุดที่ดีกว่า → ตั้งมาตรฐานใหม่ → ทำซ้ำ"
ไม่มีขั้นแรก ขั้นที่เหลือก็เป็นแค่การเดาสุ่มที่ดูขยัน

และนี่คือสิ่งที่คนไทยมองข้ามที่สุด:
Kaizen ที่แท้จริง ไม่ใช่เครื่องมือลดต้นทุน — มันคือระบบพัฒนาคน
ที่ญี่ปุ่นเขาไม่ได้ทำ Kaizen เพื่อประหยัดเงิน
เขาทำเพื่อให้คนหน้างานคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น และเป็นเจ้าของงานตัวเอง
เงินที่ประหยัดได้เป็นแค่ "ผลพลอยได้" ไม่ใช่ "เป้าหมาย"

ตัวอย่างที่ผมเจอจริงในคลังสินค้า SME แห่งหนึ่ง:
เจ้าของติด "กล่องรับข้อเสนอแนะ Kaizen" ไว้หน้าออฟฟิศ
3 เดือนผ่านไป มีกระดาษอยู่ 4 ใบ — และ 3 ใบเป็นเรื่องขอแอร์เย็นขึ้น

ปัญหาไม่ใช่พนักงานไม่มีไอเดีย
ปัญหาคือ ไม่เคยมีใครสอนเขาว่า "งานมาตรฐาน" หน้าตาเป็นยังไง
พอไม่มีฐานให้ยืน เขาก็ไม่รู้จะปรับปรุงจากตรงไหน

เราเลยเริ่มใหม่: เขียน Standard Work ของการหยิบสินค้าให้ชัดก่อน
ใช้เวลา 2 สัปดาห์ทำแค่นี้ — ยังไม่ปรับปรุงอะไรเลย
เดือนถัดมา ไอเดียปรับปรุงจากหน้างานพุ่งจาก 4 เป็น 30 กว่าใบ
เพราะคนเริ่ม "เห็น" ความสูญเปล่าที่เมื่อก่อนมองไม่ออก

Kaizen ที่ได้ผลจึงต้องการความลึกและรายละเอียดมากกว่าที่คิดเสมอ
มันไม่ใช่สโลแกนติดผนัง — มันคือวินัยรายวันที่ผู้นำต้องลงไปยืนหน้างานด้วยตัวเอง

ที่ The Skill Up Next ผมช่วยองค์กร SME ไทยมองเครื่องมือพวกนี้ให้ "ลึกกว่าและกว้างกว่า"
ที่ตำราเล่มไหนสอน — จากประสบการณ์ 30 ปีในสนามจริง ไม่ใช่ทฤษฎีในห้องเรียน

องค์กรคุณติด "กล่อง Kaizen" ที่ไม่มีใครหย่อนกระดาษอยู่หรือเปล่า?
คอมเมนต์ "งานมาตรฐาน" ไว้ ถ้าอยากให้ผมเล่าต่อว่าเริ่มยังไง 👇

สนใจ Consult & Training ทักมาคุยได้ที่ [email protected]

Skill Up Today, Lead the Future

#นพรุจธรรมจิโรจ #ไคเซ็น #พัฒนาทีม

"ผมติดค่านิยมองค์กรไว้ทุกชั้นแล้วนะครับ ทั้งตึก"เจ้าของธุรกิจท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังผนังสวยมาก — "ซื่อสัตย์" "ทำงานเป็นทีม...
17/06/2026

"ผมติดค่านิยมองค์กรไว้ทุกชั้นแล้วนะครับ ทั้งตึก"

เจ้าของธุรกิจท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟัง
ผนังสวยมาก — "ซื่อสัตย์" "ทำงานเป็นทีม" "ใส่ใจลูกค้า"
ตัวอักษรทอง กรอบหรู

แต่พอผมเดินคุยกับทีมจริงๆ ภาพมันไม่ตรงกับผนังเลย

คนที่ลัดขั้นตอนแล้วได้ยอด — ได้เลื่อนขั้น
คนที่พูดความจริงในที่ประชุม — โดนมองว่าหาเรื่อง
หัวหน้าคนหนึ่งพูดจาแย่กับลูกน้องทุกวัน — ทุกคนรู้ แต่ไม่มีใครแตะ
เพราะ "เขาทำยอดเก่ง"

ผมเลยพูดตรงๆ กับเจ้าของว่า:
วัฒนธรรมจริงขององค์กรคุณ ไม่ได้อยู่บนผนังครับ
มันอยู่ในพฤติกรรมแย่ที่สุดที่คุณยอมให้ผ่านไปทุกวัน

นี่คือความจริงที่ผมเจอซ้ำในหลาย SME:
ค่านิยมที่ประกาศ ไม่ได้สร้างวัฒนธรรม
สิ่งที่ผู้นำ "ยอม" และ "ไม่ยอม" ต่างหากที่สร้าง

ทุกครั้งที่คุณเดินผ่านพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง
โดยไม่พูดอะไร — คุณไม่ได้นิ่งเฉย
คุณกำลังสอนทั้งทีมว่า "แบบนี้โอเค"

และทีมไม่ได้ฟังสิ่งที่คุณพูด
ทีมดูสิ่งที่คุณยอมรับ

3 กระจกที่สะท้อนวัฒนธรรมจริง (ลองส่องดู):
1. พฤติกรรมแย่ที่สุดที่ยัง "อยู่ได้" ในองค์กรคืออะไร?
2. คนแบบไหนที่ได้เลื่อนขั้น — คนเก่งงาน หรือคนเก่งคน?
3. เกิดอะไรขึ้นเมื่อมีคนพูดความจริงที่ไม่มีใครอยากได้ยิน?

วัฒนธรรมที่แท้จริง ไม่ใช่ค่านิยมที่คุณประกาศ
แต่คือมาตรฐานต่ำที่สุดที่คุณยอมรับ

วันนี้ องค์กรคุณกำลังถูกสร้างด้วยผนัง หรือด้วยพฤติกรรมที่คุณยอมให้ผ่านครับ?

#นพรุจธรรมจิโรจ #ภาวะผู้นำ #วัฒนธรรมองค์กร #ผู้นำSME #พัฒนาทีม #ผู้บริหาร

ที่อยู่

Chon Buri
20180

เวลาทำการ

เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66915164914

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Skill Up Next Co., Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง The Skill Up Next Co., Ltd.:

แชร์