เว็บไซต์

XECO Solar ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก XECO Solar, บริษัทด้านพลังงาน, Chon Buri

Excellent & Economical Smart Solar Solutions ปรึกษา/ออกแบบ/ติดตั้ง ระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกัน สมาร์ทโซล่าร์เซลล์ CCTV, EV Charger

คุ้มค่า ประหยัด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน บริการดี คัดสรรเทคโนโลยีเพื่อคุณ

จองคิว ปรึกษา ฟรี! 0888-711-777
ชลบุรี อ่างศิลา บางแสน

05/10/2026
“โซลาร์เซลล์เป็นสาเหตุให้สเปนไฟดับทั้งประเทศ” เป็นการสรุปที่คลาดเคลื่อนเหตุการณ์ Blackout หรือไฟดับในสเปนและโปรตุเกส วัน...
05/10/2026

“โซลาร์เซลล์เป็นสาเหตุให้สเปนไฟดับทั้งประเทศ” เป็นการสรุปที่คลาดเคลื่อน

เหตุการณ์ Blackout หรือไฟดับในสเปนและโปรตุเกส วันที่ 28 เมษายน 2025 รายงานผลสอบสวนฉบับสุดท้ายของ ENTSO-E ซึ่งเผยแพร่ 20 มีนาคม 2026 ระบุว่าเกิดจาก หลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ได้ระบุว่า “Solar ทำให้ประเทศดับไฟ”

แล้วเกิดอะไรขึ้นจริง?
ตามรายงานของ ENTSO-E Expert Panel ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญ 49 คน:
เกิด oscillations หรือการแกว่งของระบบไฟฟ้า
ระบบมีปัญหา/ข้อจำกัดด้าน voltage และ reactive-power control
มีความแตกต่างในการควบคุมแรงดันของโรงไฟฟ้า/แหล่งผลิตต่าง ๆ
เกิดการลดกำลังผลิตและ การตัดการเชื่อมต่อของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหลายตัวอย่างรวดเร็ว
แรงดันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเกิด cascading disconnections คือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหลายส่วนหลุดออกจากระบบต่อเนื่องกัน
สุดท้ายระบบไฟฟ้าของสเปนและโปรตุเกสจึงล่มเป็นวงกว้าง

Red Eléctrica (REE) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการระบบส่งของสเปน ก็รายงานไปในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่ามีเหตุการณ์สะสมหลายอย่าง รวมถึงการตัดการผลิตที่ไม่ถูกต้องตามช่วงแรงดันและปัญหาการควบคุมแรงดัน จนนำไปสู่ overvoltage และ cascading shutdowns

แล้ว Solar เกี่ยวข้องหรือไม่?
เกี่ยวข้องกับบริบทของระบบ แต่ไม่ถูกต้องที่จะพูดว่า “Solar เป็นสาเหตุของไฟดับ”

ช่วงแรกหลังเหตุการณ์ มีข้อมูลว่า Solar generation ลดลงอย่างรวดเร็วมาก และจึงเกิดการถกเถียงว่า renewable/solar มีส่วนทำให้ระบบไม่เสถียรหรือไม่ แต่ตอนนั้นยังไม่มีผลสอบสวนขั้นสุดท้าย

ผลสอบสวนฉบับสุดท้ายของ ENTSO-E กลับชี้ไปที่ ระบบควบคุมแรงดัน การแกว่งของระบบ การลดกำลังผลิต และการตัดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบต่อเนื่องหลายปัจจัย ไม่ใช่การกล่าวโทษ Solar เพียงอย่างเดียว

ที่น่าสนใจคือ Red Eléctrica ระบุด้วยว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากปัญหา “inertia” ตามที่มีการพูดกันในช่วงแรก แต่เกี่ยวข้องกับการควบคุม reactive power/voltage มากกว่า

🔎 อ้างอิง
1. ENTSO-E — รายงานสอบสวนฉบับสุดท้ายเป็นการสอบสวนโดย Expert Panel ระดับระบบไฟฟ้ายุโรป และรายงานออกมาแล้วในปี 2026
ENTSO-E: 28 April 2025 Blackout — Final Report ENTSOE
https://www.entsoe.eu/publications/blackout/28-april-2025-iberian-blackout

2. Red Eléctrica — รายงานของผู้ดำเนินการระบบไฟฟ้าสเปน
รายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับ oscillations, voltage control และ cascading shutdowns
Red Eléctrica: Report on the 28 April Incident Red Eléctrica
https://www.ree.es/en/press-office/news/press-release/2025/06/red-electrica-presents-report-incident-28-april-and-proposes-recommendations

3. รัฐบาลสเปน — รายงานของคณะกรรมการสอบสวน
รัฐบาลสเปนสรุปว่าเหตุการณ์มี “multifactorial origin” หรือเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน รวมถึงความสามารถในการควบคุมแรงดันไม่เพียงพอ oscillations และการ disconnect ของ generation
รัฐบาลสเปน: Conclusions on the 28 April blackout La Moncloa
https://www.lamoncloa.gob.es/lang/en/gobierno/councilministers/Paginas/2025/20250617-council-press-conference.aspx

พลังงานแสงอาทิตย์กำลังช่วยยุโรปลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซ หลังการวิเคราะห์ล่าสุดระบุว่าเพียงเดือนมีนาคม กำลังผลิตโซลาร์ช่วยลดต้นทุนนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ราว 3,000 ล้านยูโร สะท้อนบทบาทของพลังงานหมุนเวียนต่อทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงทางพลังงาน
สเปนขึ้นเป็นผู้นำในกลุ่มเศรษฐกิจใหญ่ ด้วยสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 69.7% ขณะที่ยุโรปยังต้องแก้โจทย์แรงงาน ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้า อ่านต่อว่าหากราคาก๊าซยังสูง โซลาร์อาจช่วยประหยัดได้อีกเท่าไร และประเทศใดกำลังเร่งเครื่องในเกมพลังงานสะอาด
#โซลาร์เซลล์
#โซลาร์รูฟท็อป
#โซลาร์รูฟ
#พลังงานแสงอาทิตย์
#พลังงานฟอสซิล
#ยุโรป
#สหภาพยุโรป
#การเปลี่ยนผ่านพลังงาน


#พลังงานสะอาด
#โพสต์ทูเดย์

03/10/2026

สภาผู้บริโภคประกาศคัดค้านร่าง PDP 2026 โดยตั้งข้อสังเกตว่า ช่วง 12 ปีแรกของแผนยังเพิ่มกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าก๊าซ และอาจทำให้ไทยต้องพึ่ง LNG นำเข้าซึ่งมีราคาผันผวนตามตลาดโลก ส่งผลต่อค่าไฟและต้นทุนเศรษฐกิจในระยะยาว ขณะที่ข้อมูลของสภาผู้บริโภคระบุว่า กำลังผลิตโรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ในร่าง PDP 2026 เพิ่มเป็นราว 9,100 เมกะวัตต์ จากราว 6,300 เมกะวัตต์ในร่าง PDP 2024 สภาองค์กรของผู้บริโภค
อีกด้าน กระทรวงพลังงานยืนยันว่า PDP 2026 ตั้งเป้าเพิ่มพลังงานสะอาดเป็น 50% ใน 10 ปี ลดการพึ่ง Spot LNG และผลักดัน Solar Rooftop รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน กระทรวงพลังงาน ประเด็นที่ต้องจับตาจึงอยู่ที่โครงสร้างไฟฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่าน ว่าจะควบคุมต้นทุนและลดการพึ่งเชื้อเพลิงนำเข้าได้มากแค่ไหน อ่านต่อถึงข้อเสนอเรื่องราคารับซื้อไฟจากประชาชน โซลาร์รูฟท็อป และเหตุผลที่สภาผู้บริโภคเรียกร้องให้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อแผนให้กว้างขึ้น
#สภาผู้บริโภค


#โรงก๊าซ
#ค่าไฟแพง
#โซลาร์เซลล์
#โพสต์ทูเดย์

03/10/2026

วิกฤติ 'เอลนีโญ' ระบบนิเวศปะการังเสี่ยงล่มสลาย สะเทือนวิถีชีวิตคนเอเชีย 220 ล้านคน
ภัยเงียบจากอุณหภูมิความร้อนสะสมในมหาสมุทรที่พุ่งสูงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ไม่เพียงสร้างความเสียหายแก่ระบบนิเวศปะการังใต้ทะเลจนฟอกขาวและล้มตายเป็นประวัติการณ์ แต่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องที่รุนแรงต่อปริมาณปลา ความมั่นคงทางอาหาร และรายได้ของชุมชนชายฝั่งในเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้หญิงซึ่งถือเป็น ‘ชาวประมงที่ถูกมองข้าม’ ในโครงสร้างสังคม
📌 วิกฤติซ้ำซ้อนจากผืนดินสู่ท้องทะเล และความเหลื่อมล้ำในการรับมือ
ปรากฏการณ์เอลนีโญนับเป็นหนึ่งในภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงของคลื่นความร้อนและภาวะแห้งแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทรัพยากรน้ำ การเกษตร การผลิตอาหาร สุขอนามัย และการดำรงชีวิตของผู้คนอย่างมหาศาล นอกจากนี้ แรงกดดันดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อระบบเมืองและบริการสาธารณะที่ต้องแบกรับความเสี่ยงทางภูมิอากาศอยู่แล้ว
อันนา เดอ ปาลมา ผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาของสหราชอาณาจักร (FCDO) กล่าวในงาน Special CLARE-ASEAN webinar: El Niño 2026-27: Implications for Climate Adaptation in Asia ว่า ผลกระทบของเอลนีโญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบนผืนดินเท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายลงสู่มหาสมุทร ทั้งแนวปะการัง การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และเศรษฐกิจของชุมชนชายฝั่ง ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางอาหารและการจ้างงานทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียม โดยกลุ่มประมงพื้นบ้าน ชุมชนผู้มีรายได้น้อย และผู้คนที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติโดยตรง ถือเป็นกลุ่มที่มีข้อจำกัดและมีทางเลือกน้อยที่สุดในการปรับตัวหรือรับมือกับความสูญเสีย
ด้วยเหตุนี้ การใช้ประโยชน์จากข้อมูลการคาดการณ์เอลนีโญล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมอย่างทันท่วงทีและครอบคลุมทุกกลุ่มคนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งโครงการ CLARE Resilience ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหราชอาณาจักรและศูนย์วิจัยการพัฒนาระหว่างประเทศของแคนาดา (IDRC) จึงเน้นการรวบรวมงานวิจัยในพื้นที่และนโยบายระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศอย่างเท่าเทียมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
📌 มหาสมุทรเดือดและโศกนาฏกรรมปะการัง บทเรียนจากเอลนีโญครั้งใหญ่
ด้าน ศาสตราจารย์ มารีอา บีเกอร์ จากมหาวิทยาลัยลีดส์ (University of Leeds) ได้ฉายภาพวิกฤติใต้ท้องทะเลอย่างเจาะลึกว่า มีประชากรทั่วโลกราว 1 พันล้านคน และเฉพาะในภูมิภาคเอเชียมีมากถึงประมาณ 220 ล้านคน ที่ต้องพึ่งพาแนวปะการังในการดำรงชีวิตและเป็นแหล่งอาหารหลัก แนวปะการังไม่เพียงแต่เป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์น้ำและช่วยปกป้องชายฝั่งจากคลื่นลม แต่ยังรองรับห่วงโซ่อาหารและเศรษฐกิจท้องถิ่นทั้งหมด
ศาสตราจารย์มารีอาชี้ว่า เหตุการณ์เอลนีโญครั้งใหญ่ในอดีต เช่น ในปี 2525, 2540, 2558 และล่าสุดในปี 2566 สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวระดับโลกอย่างรุนแรง เมื่อปะการังต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในภาวะคลื่นความร้อนใต้ทะเล ปะการังจะขับสาหร่ายซิมไบโอติกออกจากเนื้อเยื่อจนกลายเป็นสีขาว และหากอุณหภูมิพุ่งสูงรุนแรงเกินไป ปะการังบางส่วนจะตายทันทีโดยไม่ทันผ่านกระบวนการฟอกขาวด้วยซ้ำ
ตัวอย่างที่เด่นชัดคือเหตุการณ์ฟอกขาวครั้งใหญ่ระหว่างปี 2557–2560 ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับปรากฏการณ์เอลนีโญปี 2558 พบว่าแนวปะการังทั่วโลกถึง 80% เผชิญภาวะฟอกขาว และมีถึง 35% ที่เผชิญการฟอกขาวรุนแรงจนล้มตายอย่างหนัก เมื่อปะการังตาย โครงสร้างหินปูนจะพังทลาย ถูกสาหร่ายชั้นต่ำปกคลุม จนสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและไม่สามารถเป็นบ้านของปลาและสัตว์น้ำเปลือกแข็งได้อีกต่อไป ซ้ำร้าย ปะการังส่วนน้อยที่รอดชีวิตมาได้ยังต้องเผชิญกับผู้ล่าตามธรรมชาติ เช่น ดาวขวากหรือดาวมงกุฎหนามที่ออกล่ากินปะการังที่เหลืออยู่
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1254609
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจSustain

03/10/2026
03/10/2026

‘มหาสมุทร’ สะสมความร้อน เท่านิวเคลียร์ 12 ลูกระเบิด/วินาที มากกว่าพลังงานที่มนุษย์ใช้ทั้งปีถึง 40 เท่า ดันน้ำทะเลสูงขึ้น ทะเลเป็นกรด น้ำแข็งละลายทุบสถิติ
“รายงานสภาวะมหาสมุทรโคเปอร์นิคัส ฉบับที่ 10” ของ “เมอร์เคเตอร์ โอเชียน อินเตอร์เนชันแนล” สถาบันวิจัยไม่แสวงหากำไร ขององค์การบริกาทางทะเลโคเปอร์นิคัส แห่งสหภาพยุโรป พบว่า “มหาสมุทร” ทั่วโลก กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ ดูดซับความร้อนทำลายสถิติ ส่งผลให้น้ำทะเลสูงขึ้น เร่งกรดในทะเล และทำลายระบบนิเวศขั้วโลกอย่างรุนแรง
ในปี 2025 มหาสมุทรทั่วโลกได้ดูดซับพลังงานความร้อนส่วนเกินสะสมเพิ่มขึ้นถึง 23 เซตตาจูล ซึ่งเป็นสถิติใหม่ติดต่อกันเป็นปีที่ 9 หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ พลังงานดังกล่าวเทียบเท่ากับ พลังงานจากการระเบิดของระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา 12 ลูกทุกวินาทีเป็นเวลาหนึ่งปี หรือประมาณ 40 เท่าของพลังงานที่โลกใช้ไปทั้งหมดในปี 2025
ปรกติแล้ว มหาสมุทรทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันโลก โดยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 33% ที่มนุษย์ปลดปล่อยออกมา และดูดซับความร้อนส่วนเกินถึง 90% จากมลพิษก๊าซเรือนกระจกในระบบของโลก แต่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อัตราการอุ่นขึ้นของมหาสมุทรกลับเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ส่งผลให้อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา
ปริมาณความร้อนมหาศาลที่สะสมในมหาสมุทร กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเร่งให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น ทั้งจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งและการขยายตัวทางความร้อนของน้ำ ข้อมูลชี้ว่า ระดับน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 3.8 มิลลิเมตรต่อปีนับตั้งแต่ปี 1999 และอัตราการเพิ่มขึ้นนี้ได้เร่งตัวเร็วขึ้นเป็น 4.2 มิลลิเมตรต่อปีในช่วงระหว่างปี 2012-2025 ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อประชากรหลายร้อยล้านคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทั่วโลก
ขณะเดียวกัน มหาสมุทรยังประสบภาวะความเป็นกรดเพิ่มขึ้นถึง 17% นับตั้งแต่ปี 1985 เนื่องจากมหาสมุทรต้องดูดซับมลพิษคาร์บอนในปริมาณมหาศาล ซึ่งขัดขวางไม่ให้สัตว์ทะเล เช่น หอยนางรม กุ้งมังกร และปะการัง สร้างและคงสภาพเปลือกแข็งได้
อุณหภูมิที่สูงขึ้น ส่งผลให้น้ำแข็งทะเลอาร์กติกหดตัวลดลงเกือบ 500,000 ตารางกิโลเมตรต่อทศวรรษนับตั้งแต่ปี 1979 ซึ่งเทียบเท่ากับการสูญเสียพื้นที่ขนาดเท่าประเทศสเปนไปในทุก ๆ 10 ปี การสูญเสียแผ่นน้ำแข็งทำให้ชายฝั่งอาร์กติกต้องเผชิญกับแรงคลื่น เกิดการกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงขึ้น และคุกคามชุมชนชายฝั่ง
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1254455
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจSustain #กรุงเทพธุรกิจClimate

02/10/2026

รมช.มหาดไทย ปรับเพิ่มโซลาร์ภาคประชาชน ติดได้ทั้งหลังคา-พื้นดิน-ลอยน้ำ เสนอบอร์ดกลั่นกรองวันนี้ คาดลงทะเบียน 1 พ.ย. นี้ ตั้งเป้า 1-1.5 ล้านหลังคาเรือน งบประมาณ 5-7.5 หมื่นล้านบาท
----------

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า โครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน ที่กระทรวงมหาดไทยจะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้จากพระราชกำหนดเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ในส่วน 2 แสนล้านบาท เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ภายในวันนี้ (2 ต.ค.) ให้พิจารณาต่อไป โดยคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในวันที่ 1 พ.ย. นี้

สำหรับรายละเอียดโครงการ จากเดิมที่จำกัดว่าต้องเป็นการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) จะขยายรายละเอียดให้ประชาชนติดตั้งได้ทั้งบนพื้นดิน (On Ground) และลอยน้ำ (Floating) เพื่อให้เหมาะกับเงื่อนไขด้านพื้นที่การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ของแต่ละหลังคาเรือน เช่น บางครัวเรือนอาจไม่มีพื้นที่บนหลังคาเพียงพอหรือไม่เหมาะต่อการติดตั้ง แต่อาจมีพื้นที่รับแดดบนพื้นดิน หรือมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือจะต้องมีมิเตอร์ไฟฟ้า

“เราไม่ได้บังคับว่าต้องอยู่บนหลังคาเท่านั้น อาจเป็นบนพื้นหรือลอยน้ำก็ได้ เพียงแค่มีมิเตอร์ไฟฟ้า และการไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นสมาร์ทมิเตอร์ให้ฟรี เพราะมหาดไทยขอใช้เงินกู้ในการซื้อสมาร์ทมิเตอร์ เนื่องจากในอนาคตวางแผนทำ Smart Grid ทั่วประเทศ” นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชนยังเหมือนเดิม กล่าวคือ รัฐบาลจะสนับสนุนการติดตั้ง 50,000 บาทต่อหลังคาเรือน โดยประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ เริ่มต้นที่ขนาด 5 kW และสูงสุดที่ 10 kW โดยการไฟฟ้าจะรับซื้อไฟคืนที่ 5 kW เท่านั้น ในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย ในระยะสัญญา 20 ปี โดยตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการที่ 1-1.5 ล้านหลังคาเรือน ใช้งบประมาณราว 5-7.5 หมื่นล้านบาท
อ่านต่อทั้งหมดใต้คอมเมนต์

02/10/2026

☀️ Solar Rooftop ก่อนติดตั้ง ต้องรู้!
เลือกให้ดีตั้งแต่ต้น เพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างคุ้มค่าในระยะยาว

การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปไม่ใช่แค่เปรียบเทียบราคา แต่ต้องพิจารณาทั้งผู้ติดตั้ง อุปกรณ์ และขั้นตอนขออนุญาตที่ถูกต้อง

🏠 ก่อนตัดสินใจ อย่าลืมเช็ก
✅ ผู้รับจ้างมีความน่าเชื่อถือและตรวจสอบได้
✅ อุปกรณ์ได้มาตรฐาน มอก. หรือผ่านการรับรองที่เกี่ยวข้อง
✅ ดำเนินการขออนุญาตติดตั้งและเชื่อมต่อระบบอย่างถูกต้อง
✅ มีแนวทางดูแลรักษาและบริการหลังการขาย เพื่อให้ระบบใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

📖 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) รวบรวมเช็กลิสต์และข้อมูลที่ควรรู้ไว้ใน “คู่มือเผยแพร่องค์ความรู้ด้านพลังงาน”

📲 สแกน QR Code ในภาพ เพื่อดาวน์โหลดคู่มือและเตรียมพร้อมก่อนติดตั้ง

#โซลาร์รูฟท็อป #พลังงานแสงอาทิตย์ #พลังงานทดแทน #พพ
........................................................................................................................................
ช่องทางในการติดตามข่าวสาร พพ.
Website : https://www.dede.go.th
YouTube : https://www.youtube.com/user/dedefanpage

30/09/2026

วิกฤต ‘ซูเปอร์เอลนีโญ 2026’ กำลังสร้างปรากฏการณ์ผิดธรรมชาติขั้นสุด ด้วยการ “สลับขั้ว” สภาพอากาศระหว่างสองมหาสมุทรยักษ์ แปซิฟิก-แอตแลนติก ชายฝั่งแคลิฟอร์เนียเตรียมรับมือระดับน้ำทะเลพุ่งสูงและ ‘คลื่นเคลวิน’ กัดเซาะชายฝั่ง ขณะที่ไทยและภูมิภาคอาเซียนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก เตือนภาวะฝนแปรปรวนสลับแล้งจัด เสี่ยงดันความเสียหายภาคเกษตรไทยพุ่งถึง 6.2 หมื่นล้านบาท

ปรากฏการณ์สภาพอากาศแปรปรวนระดับโลกจาก “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ประจำปี 2026 กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและก่อให้เกิดรูปแบบสภาพอากาศใหม่ที่น่ากังวลในสองมหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้สื่อต่างประเทศเริ่มให้นิยามฤดูกาลพายุในปีนี้ว่าเข้าสู่ภาวะ “ระบบพายุพังทลาย” หรือ Broken Hurricane Season เนื่องจากสองมหาสมุทรเกิดการ “สลับ” กันอย่างเห็นได้ชัด

ความผิดปกติเกิดขึ้นตั้งแต่นิวอิงแลนด์ไปจนถึงนอร์ทแคโรไลนา ทางชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ซึ่งต้องเผชิญกับพายุนอร์อีสเตอร์ (Nor’easter) นอกฤดูกาลอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และน้ำท่วมชายฝั่งฉับพลัน

----------

🔴 แอตแลนติกเงียบสงบ – แปซิฟิกเดือด

ความน่าหวาดวิตกของซูเปอร์เอลนีโญในปี 2026 คือการสลับฟังก์ชันของสองมหาสมุทรหลัก

มหาสมุทรแอตแลนติก เงียบสงบผิดปกติ

ตามสถิติเดิม เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคม มหาสมุทรแอตแลนติกจะต้องเผชิญพายุเฮอริเคนขนาดใหญ่ราว 7–8 ลูก แต่ในปัจจุบันกลับ ยังไม่พบพายุเฮอริเคนขนาดใหญ่แม้แต่ลูกเดียว มีเพียงพายุดีเปรสชันและพายุทรอปิคอลรวม 7 ลูกเท่านั้น เช่น พายุดีเปรสชันแฟย์ (Fay) ที่ไม่มีแนวโน้มจะพัฒนากำลังแรงขึ้น

มหาสมุทรแปซิฟิก ทุบสถิติความรุนแรง

ในทางกลับกัน น่านน้ำฝั่งแปซิฟิกตะวันออกซึ่งปกติมักจะสงบ กลับก่อตัวเป็นพายุเฮอริเคนถึง 8 ลูก และพายุดีเปรสชันรวมกว่า 18 ลูก โดยพายุเฮอริเคน “โนโล (Nolo)” ได้ยกระดับความแรงขึ้นเป็นระดับ 4 (Category 4) เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ 155 ไมล์/ชั่วโมง (155 mph) สร้างคลื่นลมมรสุมระดับอันตรายถึงชีวิตครอบคลุมชายฝั่งทางใต้และตะวันตกของหมู่เกาะฮาวาย

ผลกระทบของซูเปอร์เอลนีโญไม่ได้หยุดอยู่แค่พายุ แต่ยังส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อระดับน้ำทะเล โดยซีเอ็นเอ็น (CNN) อ้างอิงรายงานจาก ดิลลอน อะมายา (Dillon Amaya) นักสมุทรศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาสเตต ที่คาดการณ์ว่า ระดับน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งแคลิฟอร์เนียจะพุ่งสูงขึ้นราว 1 ฟุต (ประมาณ 30 เซนติเมตร) ภายในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้

สภาวะดังกล่าวกำลังสุ่มเสี่ยงที่จะกระตุ้นให้เกิด “คลื่นเคลวิน” (Kelvin Waves) ซึ่งเป็นมวลน้ำทะเลขนาดใหญ่ที่ไม่เหมือนคลื่นทั่วไป แต่มักจะกระฉอกและแกว่งตัวขึ้นลงขนานไปกับแนวชายฝั่งคล้ายกับน้ำในอ่างอาบน้ำ ทำให้มวลน้ำขังอยู่ตามชายฝั่งเป็นเวลานาน ส่งผลให้พื้นที่ทางเหนือของแคลิฟอร์เนีย พื้นที่โดยรอบอ่าวซานฟรานซิสโก ตลอดจนชุมชนลุ่มต่ำเสี่ยงต่อการถูกกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงและเกิดน้ำท่วมขังยาวนาน

🔴 สะเทือนถึงไทย! ภาคเกษตรฯ เสี่ยงเสียหาย 6.2 หมื่นล้าน

แม้จุดเกิดเหตุหลักตามการคาดการณ์จะอยู่นอกทวีปจากประเทศไทย แต่การสลับขั้วของอุณหภูมิมหาสมุทรแปซิฟิกและอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นกว่าปกติถึง 2 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างมายังประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนอย่างเลี่ยงไม่ได้

โดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจในไทย Krungthai COMPASS คาดประเมินว่า ภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งสุดขั้วอาจสร้างความเสียหายแก่ภาคเกษตรไทยพุ่งสูงถึง 61,860 ล้านบาท (ราว 6.2 หมื่นล้านบาท)

สอดคล้องกับ รายงานของ KKP Research ซึ่งระบุว่า พืชเศรษฐกิจหลักอย่าง “ข้าว” คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยคาดว่าผลผลิตจะลดลงกว่า 5.4 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนความเสียหายเกือบ 2 ใน 3 ของภาคเกษตรทั้งหมด ขณะที่ “อ้อย” คาดว่าผลผลิตจะลดลงราว 12 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 10,700 ล้านบาท ส่วน “มันสำปะหลัง” ผลผลิตลดลงประมาณ 3.1 ล้านตัน หรือสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจไปราว 8,000 ล้านบาท
อ่านต่อที่ลิงก์ในคอมเมนต์

ที่อยู่

Chon Buri

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ XECO Solar โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์