18/09/2026
วันนี้อยู่ดี ๆ กุญแจรถยนต์ก็ไขไม่ได้
ต้องเรียกช่างจากข้างนอกเข้ามาดูให้
ทำไปประมาณ 2 ชั่วโมง หมดไป 2,000 บาท
ได้กุญแจใหม่ 1 ดอก พร้อมติดตั้ง
เราอาจจะมองว่า แพงจัง
จริง ๆ โมก็คิดเหมือนกันค่ะ 555 😂
แต่ก็ยินดีจ่าย เพราะทำเองไม่เป็น
และช่างช่วยแก้ปัญหาให้ได้ทันทีตามต้องการ
นี่ก็อาจสะท้อนกลไกตลาดเหมือนกันนะ
ว่าเราจะขายของแพงได้ยังไง
1. มีความต้องการในตลาดไหม
2. สินค้าและบริการแก้ปัญหาได้จริงไหม
ยิ่งปัญหาเร่งด่วน แล้วช่วยแก้ได้ไว
ลูกค้าก็อาจยินดีจ่ายมากขึ้น
3. คนทั่วไปส่วนใหญ่ทำไม่ได้
หรือทำเองเป็นเรื่องยาก เสียเวลา
จ้างคนที่ทำเป็นมาช่วยคุ้มกว่า
ซึ่งอาจไม่ต้องเป็นสกิลที่ยากสุด ๆ ก็ได้
แต่ต้องเป็นสิ่งที่มีคนต้องการ
และเราทำได้ดีพอที่จะช่วยแก้ปัญหาให้เขา
อย่างวันนี้แหละ
โมไม่ได้จ่ายแค่ค่ากุญแจ 1 ดอก
แต่จ่ายให้กับความยุ่งยาก และเสียเวลา
และหากต้องนำรถเข้าร้านหรือศูนย์
แน่นอนต้งเสียทั้งเวลา และเงินมากกว่านี้
และโมได้ใช้รถทันทีใน 2 ชม.
เลยคิดว่า
เวลาที่เราตั้งราคางานของเรา
อย่ามองแค่ว่าใช้เวลาทำกี่ชั่วโมง
หรือรู้สึกว่า “แค่นี้เอง จะคิดแพงได้เหรอ”
แต่อยากให้มองด้วยว่า สิ่งที่เราทำ
ช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้าได้ไหม
ช่วยประหยัดเวลา ช่วย safe เงิน
หรือลดความยุ่งยากให้เขาแค่ไหน
หรือถ้าสใครที่กำลังคิดว่า
ตัวเองมีอะไรที่เอามาสร้างรายได้ได้บ้าง
ก็อาจลองเริ่มจากสังเกตตัวเอง
ว่าคนรอบตัวมักมาขอให้เราช่วยเรื่องอะไร
มีเรื่องไหนที่เขาทำแล้วติด แต่เราทำได้
บางอย่างเราทำจนชิน เลยรู้สึกว่ามันง่าย
แต่มันอาจไม่ได้ง่ายสำหรับคนอื่น
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่เราทำอะไรเป็น
แต่สิ่งที่เราทำ ช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ใครได้บ้าง
People pay for solutions, not just skills