เว็บไซต์

Mo kamonwan ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก Mo kamonwan, Khon Kaen

เพจที่ใช้โหราศาสตร์ตะวันตก และ Birth Chart
เพื่อให้คุณเข้าใจตัวเอง มีวินัย
และหาเงิน ทำธุรกิจได้ด้วยตัวคนเดียว(OPB)

รับงานบรรยาย / Co-workshop /
Specker / Events ต่างๆ

📌 Workshop · คอร์สออนไลน์
🔗 จองและดูรายละเอียดที่ https://www.openlink.co/moastro โมจากลูกแม่ค้าที่ทำมาหลายอาชีพ สอบชิงทุน จนสอบผ่านเข้ารับราชการแต่ก็ยังไม่พบความสุขหรือเติมเต็มของเส้นทางอาชีพ จนได้มาเจอศาสตร์ตัวเลขและโหราศาสตร์ตะวันตก และค้นพบว่า ฉันเกิดมาเพื่อเป็น Healer ผู้ช่วยซัพพอร์ตคนที่เข้ามาเจอโมได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเขาเอง อย่างที่โมเจอ ค่ะ แล้วพบกันนะคะ

ไปเจอมาในเทรดลองเล่นดูค่ะ ของเพื่อนๆนางตอบว่าอะไร ของโม ChatGPT ตอบว่า“และในที่สุด เธอก็ไม่ได้หนีออกจากชีวิตเดิมเธอแค่กล...
18/09/2026

ไปเจอมาในเทรดลองเล่นดูค่ะ ของเพื่อนๆนางตอบว่าอะไร ของโม ChatGPT ตอบว่า

“และในที่สุด
เธอก็ไม่ได้หนีออกจากชีวิตเดิม
เธอแค่กล้าพอที่จะเลือกชีวิตที่เป็นของตัวเองและครั้งนี้ เธอไม่ต้องขออนุญาตใครอีกแล้ว”

วันนี้อยู่ดี ๆ กุญแจรถยนต์ก็ไขไม่ได้ต้องเรียกช่างจากข้างนอกเข้ามาดูให้ทำไปประมาณ 2 ชั่วโมง หมดไป 2,000 บาทได้กุญแจใหม่ 1...
18/09/2026

วันนี้อยู่ดี ๆ กุญแจรถยนต์ก็ไขไม่ได้
ต้องเรียกช่างจากข้างนอกเข้ามาดูให้
ทำไปประมาณ 2 ชั่วโมง หมดไป 2,000 บาท
ได้กุญแจใหม่ 1 ดอก พร้อมติดตั้ง
เราอาจจะมองว่า แพงจัง
จริง ๆ โมก็คิดเหมือนกันค่ะ 555 😂
แต่ก็ยินดีจ่าย เพราะทำเองไม่เป็น
และช่างช่วยแก้ปัญหาให้ได้ทันทีตามต้องการ
นี่ก็อาจสะท้อนกลไกตลาดเหมือนกันนะ
ว่าเราจะขายของแพงได้ยังไง
1. มีความต้องการในตลาดไหม
2. สินค้าและบริการแก้ปัญหาได้จริงไหม
ยิ่งปัญหาเร่งด่วน แล้วช่วยแก้ได้ไว
ลูกค้าก็อาจยินดีจ่ายมากขึ้น
3. คนทั่วไปส่วนใหญ่ทำไม่ได้
หรือทำเองเป็นเรื่องยาก เสียเวลา
จ้างคนที่ทำเป็นมาช่วยคุ้มกว่า
ซึ่งอาจไม่ต้องเป็นสกิลที่ยากสุด ๆ ก็ได้
แต่ต้องเป็นสิ่งที่มีคนต้องการ
และเราทำได้ดีพอที่จะช่วยแก้ปัญหาให้เขา
อย่างวันนี้แหละ
โมไม่ได้จ่ายแค่ค่ากุญแจ 1 ดอก
แต่จ่ายให้กับความยุ่งยาก และเสียเวลา
และหากต้องนำรถเข้าร้านหรือศูนย์
แน่นอนต้งเสียทั้งเวลา และเงินมากกว่านี้
และโมได้ใช้รถทันทีใน 2 ชม.

เลยคิดว่า
เวลาที่เราตั้งราคางานของเรา
อย่ามองแค่ว่าใช้เวลาทำกี่ชั่วโมง
หรือรู้สึกว่า “แค่นี้เอง จะคิดแพงได้เหรอ”

แต่อยากให้มองด้วยว่า สิ่งที่เราทำ
ช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้าได้ไหม
ช่วยประหยัดเวลา ช่วย safe เงิน
หรือลดความยุ่งยากให้เขาแค่ไหน
หรือถ้าสใครที่กำลังคิดว่า
ตัวเองมีอะไรที่เอามาสร้างรายได้ได้บ้าง
ก็อาจลองเริ่มจากสังเกตตัวเอง
ว่าคนรอบตัวมักมาขอให้เราช่วยเรื่องอะไร
มีเรื่องไหนที่เขาทำแล้วติด แต่เราทำได้
บางอย่างเราทำจนชิน เลยรู้สึกว่ามันง่าย
แต่มันอาจไม่ได้ง่ายสำหรับคนอื่น
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่เราทำอะไรเป็น
แต่สิ่งที่เราทำ ช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ใครได้บ้าง
People pay for solutions, not just skills

18/09/2026

ทำธุรกิจคนเดียว ในยุคที่ AI เปลี่ยนไว จะทำยังไงให้เรารอดไปได้อีก 10 ปี?
เมื่อวานเบ้นไปงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow เป็นปีแรก ได้มาร่วมรัน Community Circle ในหัวข้อ Building a One-Person Business That Lasts และมีคำถามหนึ่งที่เบ้นหยิบไปชวนทุกคนคิด
“ถ้าต้องทำธุรกิจนี้ไปอีก 10 ปี เรายังอยากตื่นขึ้นมาทำมันอยู่ไหม?”
วันนี้เรามี AI ช่วยเขียน ช่วยคิด ช่วยทำงาน มี Software ที่ทำให้คนคนเดียวสร้างอะไรได้มากกว่าเดิม แต่พอเครื่องมือใหม่ออกมาทุกวัน ก็ง่ายมากที่เราจะหมดเวลาไปกับการตามให้ทัน จนลืมถามว่าเรากำลังใช้มันสร้างอะไรอยู่
เบ้นเลยอยากเอา 3 เรื่องจากวงนี้มาเล่าให้ฟัง เผื่อใครไม่ได้มางาน ก็หยิบกลับไปลองกับธุรกิจของตัวเองได้
[1] ถ้าอยากมองไกล 10 ปี ลองเริ่มจากสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยน
ไม่มีใครรู้แน่ๆ ว่าอีก 10 ปี เราจะใช้ AI ตัวไหน หรือขายของผ่านแพลตฟอร์มอะไร แต่ลูกค้าก็ยังต้องการคนช่วยแก้ปัญหา ประหยัดเวลา และทำให้ชีวิตดีขึ้น
แทนที่จะเริ่มต้นแค่ว่า “AI ตัวนี้ทำอะไรได้บ้าง?” ลองถามต่อว่า “แล้วมันช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้าของเราได้?”
สมมติเราเก่งทำสื่อด้วย AI ลูกค้าอาจไม่ได้อยากซื้อภาพเพียงเพราะมันสร้างจาก AI เขาอาจต้องการภาพสินค้าที่ทำให้คนเข้าใจของที่ขาย หรืออยากลดเวลาผลิตคอนเทนต์ในแต่ละสัปดาห์
พอเราเข้าใจผลลัพธ์ที่ลูกค้าต้องการ ต่อให้เครื่องมือเปลี่ยน เราก็ยังรู้ว่าจะเรียนรู้มันไปเพื่ออะไร
ลองเขียนให้จบหนึ่งประโยคว่า “ลูกค้าจ่ายเงินให้เรา เพราะเราช่วยให้เขา…”
ถ้ายังตอบไม่ชัด ตรงนี้อาจเป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก่อนสมัคร AI เพิ่มอีกตัว 55555
[2] ออกแบบธุรกิจให้เหมาะกับคนที่ต้องทำมันทุกวัน
One-Person Business ในมุมเบ้น คือการเอาความรู้ ประสบการณ์ และวิธีคิดของเรา ไปสร้างคุณค่าที่คนยอมจ่าย แล้วใช้เครื่องมือมาช่วยทุ่นแรง
ในวงเบ้นเลยชวนแต่ละคนเล่า 3 เรื่องที่ตัวเองสนใจหรือทำได้ แล้วให้เพื่อนช่วยมองหา “จุดเชื่อม” ว่าสิ่งเหล่านี้จะเอาไปช่วยใครได้บ้าง
บางอย่างเราทำมานานจนรู้สึกว่าธรรมดา แต่สำหรับคนที่ยังทำไม่เป็น มันอาจมีประโยชน์มาก
คนที่ชอบจัดระเบียบ ชอบใช้เครื่องมือ และเข้าใจงานขาย อาจเริ่มจากบริการจัดระบบติดตามลูกค้าให้ธุรกิจเล็กๆ ก็ได้ ความสนใจแต่ละเรื่องไม่จำเป็นต้องกลายเป็นธุรกิจแยกกันเสมอไป
แต่ชอบอย่างเดียวก็ยังไม่พอ ต้องมีคนที่ต้องการสิ่งนั้นด้วย
ลองถามตัวเองว่า เรายังอยากเรียนรู้เรื่องนี้ต่อไหม? ยังอยากช่วยคนกลุ่มนี้ไหม? และถ้าช่วงแรกยังขายไม่ดี เรายังอยากกลับมาปรับปรุงมันอยู่หรือเปล่า?
คำถามเรื่อง 10 ปีไม่ได้แปลว่าห้ามเปลี่ยนใจ แต่ช่วยให้เราคิดไกลกว่าความตื่นเต้นตอนเริ่ม
[3] ให้ไอเดียเจอลูกค้าจริง ก่อนสร้างทุกอย่างให้ครบ
ก่อนจบ เบ้นชวนให้สรุปไอเดียออกมาเป็นประโยคง่ายๆ
“ฉันช่วย… แก้ปัญหา… ด้วย Product…”
เช่น “ฉันช่วยร้านค้าเล็กๆ ช่วยให้ติดตามลูกค้า ด้วยบริการวางระบบบันทึกและแจ้งเตือน”
พอพูดชัดแล้ว ลองเอาไปคุยกับคนที่น่าจะเป็นลูกค้า 1 คนภายใน 7 วัน ถามว่าเขาเจอปัญหานี้จริงไหม ตอนนี้จัดการยังไง และอะไรที่ยังทำให้เขาหงุดหงิดอยู่
คุยหนึ่งคนยังไม่ได้ยืนยันว่าธุรกิจจะสำเร็จ แต่มันทำให้เรามีข้อมูลจริงกลับมาคิดต่อ เราต้องเข้า Mode Trial & Error ให้ไวทีสุด แทนการนั่งเดาอยู่คนเดียว
================
#สรุปแบบลงดาบ
ถ้าอยากสร้างธุรกิจที่ไปได้ไกล ลองเริ่มจากปัญหาที่เราเข้าใจ เลือกงานที่เราอยากพัฒนาต่อ แล้วให้ลูกค้าจริงช่วยบอกว่าอะไรมีคุณค่า
ส่วน AI ก็เอามาช่วยให้เราทำสิ่งนั้นได้ดีขึ้น
และนี่เป็นเหตุผลที่เบ้นชอบงาน KBTG Techtopia รอบนี้ ต้องชมทีม KBTG เลยว่าจัดเนื้อหาออกมาได้หลากหลายดีมาก
ได้ฟังทั้งมุมมองจากรุ่นใหญ่ที่มีประสบการณ์ และได้ Practical Framework กลับไปลองใช้ มีทั้งเรื่องเทคโนโลยี AI ธุรกิจ การออกแบบชีวิต สุขภาพ และความสัมพันธ์ รวมถึง 8 Workshop กับ 10 Community Circle ที่เปิดให้คนได้มีส่วนร่วม (อันนี้ฉีกดีชอบ ไปจอยหลายอันเลย)
รู้สึกว่าคนที่มาฟังมีหลายแบบดี แต่ละคนเลือกเข้าเวทีที่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองสนใจได้ แล้วก็มีโอกาสได้เจอมุมมองที่ต่างจากเรา
ส่วนตัวเบ้นมาปีแรก เดินฉ่ำมากกกก 555555 แวะเวียนดู Technology ทุกบูธเลย สนุกกับการได้เห็นว่าแต่ละทีมกำลังเอาเทคโนโลยีไปแก้ปัญหาอะไรกันบ้าง (พวก Robot สนุกมาก)
ขอบคุณ KBTG ที่ชวนเบ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของงาน และขอบคุณทุกคนที่มาร่วมวงคุย แชร์เรื่องของตัวเอง และช่วยกันต่อไอเดียนะครับ
ใครชอบงานแนว Technology, AI และธุรกิจ ลองติดตาม KBTG Techtopia ไว้ ปีนี้มีหลายเวทีน่าสนใจมาก เผื่อปีหน้าจะได้เลือกมาฟังเรื่องที่อยากรู้ แล้วมาเดินฉ่ำด้วยกันค้าบบบ
เบ้นลงภาพบรรยากาศเพิ่มเติมไว้ในคอมเมนต์นะครับ


ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

18/09/2026

ยังไปเม้นในโพสได้เรื่อยๆ นะคะ
โมจะประกาศรายชื่อผู้โชคดี วันที่ 24 กันยายนนี้
ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดโมเอง มาเล่นกันเยอะๆ นะคะ
อยากแจกค่ะ 🥰

บางทีความสุขก็ง่ายมากแค่อยู่กับปัจจุบันตรงหน้าไม่คิดถึงอดีต ไม่กังวลกับอนาคตมองเห็น รู้สึก และหัวเราะไปกับมันแค่นี้ก็มีค...
17/09/2026

บางทีความสุขก็ง่ายมาก
แค่อยู่กับปัจจุบันตรงหน้า
ไม่คิดถึงอดีต ไม่กังวลกับอนาคต
มองเห็น รู้สึก และหัวเราะไปกับมัน
แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว 🙂

"ชาวเมษ" เป็นยังไงกันบ้างคะ ช่วงนี้ดาวรุมเชียว เพราะวันที่ 18 กันยายนนี้ไครอนก็จะเดินถอยหลังเข้าราศีคุณเพื่อไปเสริมทัพกั...
16/09/2026

"ชาวเมษ" เป็นยังไงกันบ้างคะ ช่วงนี้
ดาวรุมเชียว เพราะวันที่ 18 กันยายนนี้
ไครอนก็จะเดินถอยหลังเข้าราศีคุณ
เพื่อไปเสริมทัพกับพี่ใหญ่ "ดาวเสาร์"
และ "เนปจูน" ที่รออยู่แล้ว
และพลังงานนี้ ไม่ใช่แค่เมษที่เจอผลกระทบ
แต่รวมถึงเราทุกคน ที่อยู่บนโลกนี้ด้วย
ปล. ซึ่งแต่ละคน เจอคนละแบบ ไม่เท่ากันนะคะ
ใจเย็นก๊อนนน อย่าเพิ่งตกใจค่ะ
พลังงานโดยรวม
จากภาพ ดาวอยู่กระจัดกระจายมาก
ในทุกบ้านในชีวิตเรา โมจึงมองว่า
พลังงานช่วงนี้ อาจทำให้เราสับสน ฟุ้ง
หรือหลุดโฟกัสได้ง่าย
และไครอน ดาวเสาร์ และเนปจูน
จะเพิ่มความยาก หรือแรงเสียดทานให้คุณ
ในการเริ่มอะไร อยากทำอะไร
หรือเป็นตัวของตัวเอง
ให้ต้องใช้ความพยายามเป็นพิเศษ
เพื่อให้คุณได้ใช้เวลาย้อนกลับไปดู
ต้นทุนในตัวเองจากบาดแผล ประสบการณ์
ความเจ็บปวด ที่คุณเจอมาในอดีต

คุณผ่านมันมาได้อย่างไร
และสิ่งนี้ จะกลายเป็น “ขุมทรัพย์”
หรือพรสวรรค์ ที่คุณนำมาส่งต่อเพื่อคนอื่นได้
คนที่ทำธุรกิจ แบรนด์ สินค้าบริการ
อาจไม่ใช่ จังหวะของการสร้างอะไรใหม่ๆ เลย
แต่คือ การต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่เดิม

มาทำยังไง ให้คนสนใจ หรือรู้จักเรามากขึ้น
ในช่วงแบบนี้ ที่ความสนใจของคน
หรือพลังงานในตอนนี้ที่กระจัดกระจาย
หรืออาจเป็นการมองปัญหาเฉพาะกลุ่ม
หรือบุคคล แค่คนเดียว ที่คุณช่วยเขาได้

นี่จะเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่คุณจะได้ทำการบ้าน
ว่าใคร คือ คนของเรากันแน่
และใคร คือ คนที่เราจะไปช่วยเขาแก้ปัญหา
ระวังเรื่องหนึ่ง คือ การสื่อสาร
การคิด แต่ไม่เริ่ม
การทำ แต่ไม่สื่อสาร
อาจนำปัญหามาให้มากกว่าที่เราคิดค่ะ

หวังว่าจะชอบกันน้า
ถ้าอยากอ่านแบบนี้ได้บ้าง
โมมีสอนนะคะ พิมพ์ “BC”
ทางข้อความเพื่อขอรายละเอียดได้เลยค่ะ
รัก 🧡 Mo Kamonwan

“เสร่อ” จุดเริ่มต้นของความสำเร็จเมื่อวานมีประเด็นหนึ่งที่เราคุยกันในกลุ่ม Discordของเหล่านักเรียน Bootcamp OPB รุ่น 4เรื...
16/09/2026

“เสร่อ” จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ
เมื่อวานมีประเด็นหนึ่งที่เราคุยกันในกลุ่ม Discord

ของเหล่านักเรียน Bootcamp OPB รุ่น 4
เรื่องการโพสต์หรือแชร์สิ่งต่างๆ ในโลกออนไลน์
บางคนเป็น Introvert ไม่ชอบแชร์
บางคนมีคนในชีวิตที่ไม่อยากให้รู้
บางคนมีหลายมิติ หลายเรื่องที่สนใจและอยากแชร์
หรือบางคนกลัวล้มเหลว กลัวไม่มีคนเห็น
แต่แปลก โมกลับไม่เป็นอย่างนั้นเลย
พอย้อนกลับไปเมื่อ 8–9 ปีที่แล้ว
ตอนที่ออนไลน์กำลังบูม
โมก็อยากขายออนไลน์กับเขาบ้าง

จำได้ว่า คิดแล้วก็โพสต์เลย
เขาฮิต Live สดกัน นี่ก็ทำเลย ไม่อาย
ทำไมนะ เรามีต้นทุนอะไร
ที่หล่อหลอมให้กล้าแบบนี้ 5555
โมเลยนึกได้ว่า
ตอนเด็กๆ โมถูกเทรนมานี่นา
ตอนประถม แม่สอนให้ไปขายขนม
ได้ฝึกคุยกับคนแปลกหน้า เสนอขาย
เวลาคนไม่ซื้อ ก็เลยเห็นเป็นเรื่องปกติ
ตอนมัธยมต้น-ปลาย
ไปเรียนพิเศษต่างจังหวัดคนเดียว
ต้องฝึกทำอะไรเอง เดินทางเอง หาเพื่อนเอง
นั่นคือการฝึก Skill เอาตัวรอด
และสร้างความมั่นใจในตัวเอง

รวมถึงการทำกิจกรรมในโรงเรียนที่ได้ฝึกพูด
ทั้งงานประชาสัมพันธ์
และการแข่งขันระดับโรงเรียน เป็นต้น
นี่อาจเป็นเหตุผลว่า
ทำไมโมที่เป็น Introvert
แต่กล้าเสร่อได้สบายๆ 55

แต่ประเด็นที่จะบอก ไม่ใช่จะมาอวด
แต่คือ อยากชวนย้อนกลับไปดูพื้นฐาน
ว่าทำไมคนคนหนึ่ง
ถึงกล้าเสร่อได้แบบไม่รู้สึกอะไร
ความกล้าอาจเริ่มจากการทำอะไรเล็กๆ ในชีวิต
เพื่อขยายพื้นที่ปลอดภัยไปเรื่อยๆ

ไม่จำเป็นต้องออกจาก safe zone
แต่ทำยังไงให้ safe zone นั้น
กว้างขึ้นจนเราเดินไปที่ไหนก็ได้
ลองไปเดินออกกำลังกายที่สนามคนเดียว
ลองทำขนมที่อยากกินในห้องครัว
ลองคุยกับคนแปลกหน้าวันละคน
ลองโทรหาใครก่อน เพราะเราคิดถึง
ลองไปทำงานด้วยรถสาธารณะ
ลองไปเที่ยวต่างจังหวัดคนเดียว

ลองตั้งแอคหลุม ทำเพจที่ไม่มีใครรู้จัก
ลองพิมพ์สิ่งที่คิดสัก 2–3 ประโยค แล้วโพสต์ไปเลย
ลองตั้งกล้อง พูดไปเรื่อยๆ แล้วเอามาโพสต์ดู
ลองไปเรื่อยๆ แล้วเราจะรู้ว่า
หลายอย่างที่เราคิดว่ามันจะแย่อ่ะ
พอลองจริงๆ มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น
และบางอย่างที่คิดว่าจะแย่มากๆ
มันอาจอยู่ที่ Mind
หรือความคิดของเราเอง
เหมือนเราจะว่ายน้ำเก่งได้ยังไง
ถ้าเราไม่ลงว่ายน้ำเพื่อฝึก
แต่เอาแต่คิดว่าต้องจมน้ำแน่ๆ
หรือคิดวนอยู่ว่าจะว่ายยังไงดีนะ
ถ้าไม่เคยลงไปลองเลย
เราก็จะไม่มีวันรู้ว่าตัวเองทำได้ไหม
“เสร่อ” ในความหมายของโม
อาจเป็นความกล้าแบบ “Corage”
ที่เป็นชื่อกลุ่มของเรา

กล้าที่จะถูกเกลียด
กล้าที่จะถูกมองเห็น
กล้าที่จะแชร์ในสิ่งที่ชอบ
และกล้าที่จะให้คนอื่นรู้ว่าฉันเป็นใคร
เรามาลองเริ่มกันไหมคะ
แล้วคุณอาจทึ่งในผลลัพธ์
และขอบคุณตัวเองในวันนี้
ที่กล้าลอง และลงมือทำซะที

ว่าแต่วันนี้ เรามาลอง "เสร่อ"
เรื่องอะไรกันดีค่ะ
รัก Mo Kamonwan

16/09/2026

ไอเดียบางอันจำเป็นต้องเกิดขึ้นบนโลก ถ้าเราคิดได้แต่ไม่ทำ เชื่อมั้ย อีกซักพักจะมีคนทำแทนเรา แล้วเราก็จะบ่นเสียดาย "รู้งี้" ทำดีกว่า

15/09/2026

อ่านชาร์จแล้วเจอคนที่แบบ Venus บ้าน 1 มี Jupiter บ้าน 7 งี้ทำไมอ่า ทำไมสวยตั้งแต่เริ่ม สวยตั้งพื้นดวง 🤣 ทำไมเราไม่มี 55 🤣

14/09/2026

รู้สึกเป็นการตัดสินใจที่ถูกมาก
ช่วง 2–3 สัปดาห์นี้โมงานเยอะ
แต่กลับทำงานสนุก

เพราะตัดสินใจซื้อคอมใหม่
เครื่องเก่าช้าและค้างตลอด

พอทำงานไฟล์ใหญ่
บางงานใช้เวลาครึ่งวัน หรือทั้งวัน
เสียเวลาไปกับการรอ
จนหมดอารมณ์ครีเอท

เลยตัดสินใจไปถอย Mac มา
แล้วรู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกมากจริง ๆ

เพราะชอบความ ecosystem ของนาง
ที่ลิงก์ทุกอย่างเข้าด้วยกัน
คอม ไอโฟน ไอแพด
งานลื่นมาก คิดไอเดียปุ๊บ ทำได้เลย
กลายเป็นว่าที่ผ่านมา
เสียเวลาไปกับการรอเยอะทำไม 🤣
พอเอาเวลาตรงนั้นกลับมาครีเอทงาน
มันดีกว่าเยอะเลย

เพราะสำหรับโม เงินเราหาใหม่ได้
แต่เวลาและโอกาส มันหาใหม่ไม่ได้
และบางครั้ง
เราอาจมีเวลา หรือโอกาสนั้น
เพียงแค่ครั้งเดียว
ซึ่งโมว่าเรื่องอื่นก็เหมือนกันนะ
ว่าเรายอมลงทุนไหม
เพื่ออะไรที่ดีกว่า หรือเพื่อตัวเอง

ที่อยู่

Khon Kaen

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Mo kamonwan โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์