03/10/2025
อนาคตเกี่ยวกับรถไฟฟ้า ในมุมมองของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย
ความท้าทายแบ่งออกเป็น 4 ด้านที่สำคัญ ดังนี้:
1️⃣ การเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์จากรถยนต์ไปICE ไปเป็นรถไฮบริด จนถึงรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (EV)ซึ่งแม้ผลิตภัณฑ์จะเปลี่ยนแล้ว ห่วงโซ่อุปทานยังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยยะด้วย
2️⃣ ทักษะแรงงานที่ขาดความสามารถ ที่ยังมีช่องว่าง ในการผลิตระหว่างการผลิตชิ้นส่วนรถICE กับ EV
3️⃣ การใช้งานเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติ เช่น IOT, Robotic, AI
4️⃣ Compliance กฎจาก ISO ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
ในข้อช่องว่างของทักษะ แนวทางการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งประกอบไปด้วยการจัดการความรู้และทักษะสำคัญใน 3 หมวดหมู่ คือ:
1️⃣ Common Skill: ทักษะที่ทุกคนต้องมีในการผลิตรถไฟฟ้า เช่น ทักษะการทำงานกับไฟฟ้าแรงดันสูง High Voltage Safety ,ระบบ ISO26262 ,หลักการการทำงานร่วมของชิ้นส่วนที่ใช้ตั้งแต่แหล่งกำเนิด ระบบไฟฟ้า อิเล็คโทรนิกส์ ซอฟแวร์ และกลไกทางกล มอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ เซ็นเซอร์ BMS เป็นต้น ,พื้นฐานทางไฟฟ้าและเครื่องมือวัด
2️⃣ Specific Skill: ทักษะเฉพาะที่จำเป็นต้องปฏิบัติจริง เฉพาะทาง
2.1 ด้านชิ้นส่วน เช่น ความแตกต่างรถ ICE รถEV ,การตรวจสอบแผ่น PCB ,การเขียนโปรแกรมเพื่อคำสั่ง Embedded C/C++ Microcontroller ,RealTime Operating System (RTOS) เป็นต้น
2.2 ด้านกระบวนการผลิต เช่น โครงสร้าง และการควบคุม Robotic & Automation ,Machine vision สำหรับ การตรวจสอบคุณภาพ ,Machine Learning ,ระบบอัตโนมัติ และ PLC เป็นต้น
3️⃣ Support Skill: ทักษะที่สนับสนุนการทำงาน เช่น Digital , Scada ,Lean IOT ,TPM advance ,AI เป็นต้น
✨ ซึ่งเราประยุกต์ใช้ Model 4 Step ที่ชำนาญในภาคอุตสาหกรรมและการศึกษา เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการเรียนการสอนและการ Reskill/ Upskill รวมทั้ง Newskill ซึ่งประกอบไปด้วย:
- Step 1: Foundation Common Skill – เริ่มจากทักษะพื้นฐานที่ทุกคนต้องรู้ มักเป็นหมวดหมู่ Common Skill ทั้งหมด
- Step 2: Specific&Support Skill – เจาะลึกทักษะที่ต้องใช้ในการปฏิบัติ มักเป็น Specific Skill และ Support Skill
- Step 3: OJT Onsite Work integrate Leaning (WIL) – การฝึกงานจริงในสถานประกอบการ
- Step 4: Capstone Project – การทำโครงการนำเสนอในที่สุด Final Presentation
🔗 การประยุกต์ใช้ สามารถนำ ทั้ง4Step มาทำให้ครบวงจร เช่น การพัฒนานักศึกษาด้านยานยนต์ไฟฟ้า ก็จัดหลักสูตรเรียนใน Stepที่ 1 ในช่วงปี 2 ,พอปี 3ก็มาจัดการเน้นปฎิบัติในปี 3 เป็น step2 ,และออกฝึกกับสถานประกอบการในปี4 ,ปิดท้ายด้วยการทำโครงงานในจบปี4ก็ได้ เป็นต้น หรือถ้านำไปปรับใช้ในภาคอุตสาหกรรม ก็เริ่มจากสร้างคุณสมบัติผู้เรียน ผู้สอน คู่มือหลักสูตร สถานที่อุปกรณ์ ข้อตกลงสิทธิของเรื่องโครงงาน ปรับเวลายกตัวอย่าง Step1 36ชม Step2 54ชม Step3 240ชม Step4 24ชม เป็นต้น