Biology Club ชมรมชีววิทยา

  • Home
  • Biology Club ชมรมชีววิทยา

Biology Club ชมรมชีววิทยา ถ่ายทอดความรู้สู่สังคม

ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพทางชีววิทยาเพื่อถ่ายทอดให้กับชุมชนนำไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ อีกทั้งยังส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ

29/01/2026

💬 สมมตินักเรียนถามว่า

"ทำไมการแปลรหัส (Translation) ต้องเริ่มต้นแปลจากทิศทาง 5' ไปยัง 3' ด้วยครับ/คะ?" คุณครูจะตอบคำถามนี้ว่ายังไง?

👨‍🏫 การแปลรหัสที่เริ่มการแปลรหัสจากทิศทาง 5' ไปยัง 3' เนื่องจาก...

บริเวณ 5' ของสาย mRNA จะมีตำแหน่งหนึ่งเรียกว่า "Shine-Dalgarno sequence" (Ribosome-binding site) ที่จะเข้าจับกับตำแหน่ง mRNA-binding site ของ 16S rRNA ของหน่วยย่อยเล็กของไรโบโซม (Small ribosomal subunit) ในขั้นตอนการเริ่มต้นการแปลรหัส (ดังภาพ)

และนี่ก็เป็นอีกคำอธิบานหนึ่งว่าทำไมสาย mRNA จะเข้าจับกับหน่วยย่อยเล็กของไรโบโซมก่อนครับ

ปล. สิ่งที่ผมอธิบายเป็นการแปลรหัสของ Prokaryote นะครับ

#ชีวะพี่นะ

12/11/2025

ข่าวดี! ... ตำราในตำนาน "เคมีอินทรีย์" อ่านได้ฟรีแล้ว
ตำรา "เคมีอินทรีย์" โดย ผศ. ดร.สุนันทา วิบูลย์จันทร์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ท่านที่สนใจเข้าไป download ได้ที่ https://science.mahidol.ac.th/ebook.......................................................................
https://stang.sc.mahidol.ac.th
Line l X l IG:
E-mail: [email protected]
#เคมีอินทรีย์ #เคมีอินทรีย์เล่มแดง

21/09/2025

ภาพ “ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี” พร้อมวงแหวนบางเฉียบ

บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.4 เมตร ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา เผยให้เห็นวงแหวนดาวเสาร์บางเฉียบ

คืนวันที่ 21 กันยายน 2568 ดาวเสาร์โคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Saturn Opposition) คือ ดวงอาทิตย์ โลก และดาวเสาร์ เรียงตัวอยู่ในแนวเส้นตรง ส่งผลให้ดาวเสาร์อยู่ใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างประมาณ 1,279 ล้านกิโลเมตร (ปกติดาวเสาร์มีระยะห่างจากโลกเฉลี่ยประมาณ 1,434 ล้านกิโลเมตร) ในช่วงเดือนนี้ ดาวเสาร์จะปรากฏสว่างเด่นทางทิศตะวันออกหลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า มองเห็นด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน สังเกตการณ์ได้ตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า

สำหรับกิจกรรมสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ดาวเสาร์ใกล้โลก ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และสงขลา บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนสนใจร่วมชมดาวเสาร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์เป็นจำนวนมาก ในคืนดังกล่าวนอกจากจะเห็นดาวเสาร์ที่มีวงแหวนบางเฉียบแล้ว ยังสังเกตเห็นดวงจันทร์ไททัน ดวงจันทร์บริวารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์อีกด้วย ด้านการถ่ายทอดสดปรากฏการณ์มีผู้ชมนับพันเช่นกัน

ในปีนี้ วงแหวนดาวเสาร์ปรากฏในลักษณะบางเฉียบ เนื่องจากเพิ่งผ่านช่วงที่ดาวเสาร์หันระนาบวงแหวนเข้าหาโลกเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นประมาณทุก ๆ 15 ปี ตามการเปลี่ยนแปลงของมุมเอียงวงแหวนที่สัมพันธ์กับการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของดาวเสาร์ ซึ่งนับจากปีนี้เป็นต้นไป ดาวเสาร์จะค่อย ๆ หันขั้วใต้เข้าหาโลก ทำให้ระนาบวงแหวนมีมุมเอียงออกจากโลกมากที่สุด และจะเห็นวงแหวนดาวเสาร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ได้ชัดเจนมากที่สุดอีกครั้งประมาณปี 2575

หลังจากนี้ ดาวเสาร์จะยังคงปรากฏบนท้องฟ้าไปจนถึงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สำหรับปรากฏการณ์ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปีครั้งถัดไปตรงกับวันที่ 4 ตุลาคม 2569

13/09/2025

⚬ CLIMATE CHANGE: เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการบันทึกมา ‘กระแสน้ำปานามา’ ไม่โผล่ขึ้นมาให้เห็น กระแสน้ำนี้อุดมไปด้วยสารอาหารจากน้ำทะเลลึกคอยหล่อเลี้ยงปะการังและระบบนิเวศมาอย่างยาวนาน แต่ปีนี้มันหายไป อาจจะชั่วคราว แต่ก็น่ากังวลอย่างยิ่ง

ในช่วงฤดูแล้งของอเมริกากลาง (โดยทั่วไปอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเมษายน) ลมที่มาจากทางเหนือจะทำให้เกิดปรากฏการณ์กระแสน้ำจากทะเลลึกพัดขึ้นมาในอ่าวของปานามา มันเป็นกระบวนการที่พาน้ำเย็นซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารจากส่วนลึกของมหาสมุทรขึ้นสู่ผิวน้ำ

พลวัตรนี้ช่วยส่งเสริมระบบนิเวศบริเวณนั้นให้อุดมสมบูรณ์ และช่วยปกป้องแนวปะการังจากความร้อน ด้วยการเคลื่อนที่ของกระแสน้ำทำให้ทะเลตามแนวชายหาดแปซิฟิกของปานามา ‘เย็นกว่า’ ที่อื่นในช่วงวันหยุดฤดูร้อน ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ได้รับการติดตามมาอย่างน้อย 40 ปีแล้ว ทว่าปีนี้กลับมีความผิดปกติเกิดขึ้น

“ในที่นี้ เราได้บันทึกความล้มเหลวของปรากฏการณ์ที่ปกติจะคาดการณ์ได้สูงของปี 2025” ทีมวิจัยจากสถาบันวิจัยเขตร้อนสมิธโซเนียน เขียนในรายงาน ซึ่งได้เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ในอดีตที่ผ่านมา ร่วมกับข้อมูลดาวเทียม บันทึกอุณหภูมิชายฝั่ง และข้อมูลจากเรือ

ในเหตุการณ์ปกติ ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Upwelling’ จะแสดงสัญญาณที่คาดการณ์และติดตามได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำขึ้นน้ำลงไปจนถึงคลอโรฟิลล์เพิ่มจำนวนขึ้นในอ่าว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสิ่งมีชีวิตกำลังเจริญเติบโตโดยมีสายใยอาหารจากมหาสมุทรลึกเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยง

แต่ในปี 2025 (ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนเมษายน) สัญญาณหลายอย่างเหล่านี้อ่อนลงและหายไป ซึ่งคาดกันว่าน่าจะเป็นเพราะรูปแบบลมที่เปลี่ยนไป ไม่สอดคล้องกับสิ่งเดิม ส่งผลให้ความเข้มข้นของคลอโรฟิลล์ในอ่าวปานามาต่ำอย่างน่าตกใจ และในที่สุดน้ำเย็นจากทะเลลึกก็ไม่ได้โผล่ขึ้นมา

“ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าสาเหตุมาจากการลดลงของความถี่ ระยะเวลา และความแรงของกระแสลมในปานามา ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับตำแหน่งของเขตบรรจบระหว่างเขตร้อน (ITCZ) ระหว่างปรากฏการณ์ลานีญาปี 2024-2025” ทีมวิจัย กล่าว

ลมที่ว่ามีความอ่อนแรงลง สั้นลง และเกิดขึ้นน้อยลงในบริเวณดังกล่าวของมหาสมุทรแปซิฟิก นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับลานีญาที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนช่วงเดือนธันวาคม 2024 โดยเฉพาะในเขต ITCZ ซึ่งเป็น บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรที่ลมค้าของซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้มาบรรจบกัน

แม้ทีมวิจัยจะยอมรับว่ากลไกเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้จะยังไม่ชัดเจน แต่น่าจะเกิดผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งมีชีวิตมาก เนื่องจากกระแสน้ำเย็นและลึกนี้ ‘มาทุกปี’ และหล่อเลี้ยงชีวิตตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ อย่างแพลงก์ตอนไปจนถึงปลาและปะการัง หากปราศจากการเติมสารอาหารเหล่านี้ ห่วงโซ่อาหารอาจพังทะลาย

“เหตุการณ์นี้เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสามารถคุกคามระบบการขึ้นมาของน้ำในเขตร้อนที่เกิดจากลมได้อย่างไร ซึ่งยังคงไม่ได้รับการตรวจสอบและศึกษาอย่างเพียงพอ แม้ว่าระบบดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจชายฝั่งก็ตาม” ทีมวิจัยเขียน

สำหรับอนาคต นักสมุทรศาสตร์และนักชีววิทยาทางทะเลยังคงมีความกังวลว่ามันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มใหม่ แต่พวกเขาก็หวังว่าจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว

“ไม่ว่าเหตุการณ์ในปี 2025 จะเป็นสัญญาณแรกของความล้มเหลวในการขึ้นของกระแสน้ำในอนาคตหรือไม่ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบผ่านการติดตามตรวจสอบขั้นสูง การสร้างแบบจำลองเชิงพยากรณ์ และการวิจัยแบบเจาะจงเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมุทรศาสตร์ นิเวศวิทยา และการพึ่งพาทรัพยากรมนุษย์ในระบบการยกตัวของกระแสน้ำในเขตร้อน” การศึกษาสรุป

ที่มา:
• Unprecedented suppression of Panama’s Pacific upwelling in 2025 | PNAS
• For the first time since records began, Panama’s deep and cold ocean waters failed to emerge, possibly affecting fisheries and coral health | EurekAlert!
• For The First Time, A Vital Oceanic Upwelling Of Nutrient-Rich Water Failed To Emerge In 2025

14/04/2025

การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เกิดจากกิจกรรมมนุษย์กำลังทำให้ ‘แมนเทิล’ ชั้นบนสุดของโลกไม่เหมือนเดิม ทะเลอารัลที่เหือดแห้งทำให้มวลบนพื้นผิวหายไปและทำให้แมนเทิลชั้นบนสุดค่อย ๆ ยกตัวขึ้นเฉลี่ย 7 มิลลิเมตรต่อปี
ทะเลอารัล (Aral Sea) ในเอเชียกลางเคยเป็นแหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เกือบ 70,000 ตร.กม. แต่ในช่วงทศวรรษ 1960 สหภาพโซเวียตได้เริ่มโครงการชลประทานของตัวเอง ทะเลอารัลก็ค่อย ๆ สูญเสียน้ำของมันไปจนในปี 2018 ก็หดตัวลงเกือบ 90% จนแทบจะเป็นที่ว่างเปล่า
ในขณะที่คนทั่วไปเศร้ากับน้ำที่เหือดแห้ง Wang Teng นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งในประเทศจีนก็เกิดคำถามว่ามวลน้ำที่หายไปเหล่านี้จะส่งผลกระทบอะไรบ้างต่อแผ่นเปลือกโลกบ้าง “ผมรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงของมวลมหาศาลลเช่นนี้จะกระตุ้นให้โลกข้างใต้ตอบสนอง” เขากล่าว
Wang Teng และทีมวิจัยได้ตรวจสอบการวัดจากดาวเทียมเพื่อติดตามระดับน้ำทะเลอารัลที่เปลี่ยนแปลงไปในระหว่างปี 2016 ถึง 2020 ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่แปลกประหลาด พวกเขาพบว่าแม้น้ำส่วนใหญ่จะหายไปเมื่อหลายสิบปีก่อนแล้ว แต่พื้นผิวกลับดูเหมือนจะยกตัวขึ้นมาในระดับที่สังเกตได้คือเฉลี่ย 7 มม.ต่อปี
แต่เพราะอะไร? ทีมวิจัยจึงทดลองด้วยการใช้แบบจำลองของเปลือกโลกและเนื้อโลกใต้ทะเลอารัลซึ่งก็พบว่า เมื่อน้ำหนักของน้ำถูกกำจัดออกไป เปลือกโลกที่ตื้นกว่าจะตอบสนองก่อนด้วยการยกตัวขึ้นมาแบบไม่โค้งงอ สิ่งนี้กระตุ้นให้หินหนืดเนื้อโลกชั้นบนเคลื่อนตัวเข้ามาเติมเต็มช่องว่า
“การไม่โค้งงอสร้างช่องว่าง และหินก็ต้องการที่จะไหลเข้าไปในช่องว่างนั้น” Sylvain Barbot จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย และหนึ่งในทีมวิจัย กล่าว “เราพบว่าการสังเกตนั้นสอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์กับการตอบสนองในระดับที่ลึกกว่าต่อการเปลี่ยนแปลงนี้”
การที่เนื้อโลกหรือแมนเทิลชั้นบนสุดของโลกเข้ามาเติมเต็มอยู่เรื่อย ๆ นี้คือสาเหตุที่ทำให้แผ่นดินยังคงยกตัวขึ้นเรื่อยมา แม้น้ำจะหายไปหลายสิบปีแล้วก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวคล้ายกับแผ่นดินที่ยกตัวขึ้นหลังธารน้ำแข็งขนาดใหญ่หลายไป ซึ่งเป็นเหตุการณ์ตามธรรมชาติ
แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ทะเลอารัลคือตัวอย่างที่ร้ายแรงที่สุดเนื่องจากสิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะกิจกรรมของมนุษย์ ดังนั้นการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หรือการสูบน้ำใต้ดินเองก็จะส่งผลกระทบเช่นเดียวกัน และผลกระทบนั้นอาจเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง
“การทำอะไรบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อแมนเทิลชั้นบนได้นั้นถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก” Barbot กล่าว “มันแสดงให้เห็นว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมได้มากเพียงใด”
ที่มา
https://www.nature.com/articles/s41561-025-01664-w
https://www.newscientist.com/article/2475234-earths-upper-mantle-is-revealing-the-deepest-effect-of-human-activity/
Photo: NASA

05/04/2025

เฉียบ!!!

28/03/2025

“แผ่นดินไหว… ทำไงดี?” รวมมาตรการรับมือเมื่อเกิดแผ่นดินไหว

1. ก่อนเกิดแผ่นดินไหว – เตรียมพร้อมไว้เสมอ
• จัดเตรียมชุดฉุกเฉิน (ยารักษาโรค น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย วิทยุ ฯลฯ)
• รู้เส้นทางหนีภัย และจุดปลอดภัยในบ้าน โรงเรียน หรือที่ทำงาน
• ยึดตู้ ชั้นหนังสือ หรือของหนักให้แน่นกับผนัง

2. ระหว่างแผ่นดินไหว – ตั้งสติ แล้วทำสิ่งเหล่านี้
ในอาคาร:
• หมอบ คลาน ยึด: หมอบต่ำ คลานหาที่กำบัง เช่น ใต้โต๊ะ แล้วจับโต๊ะไว้แน่น
• หลีกเลี่ยงหน้าต่าง กระจก หรือของที่อาจหล่นใส่
• อย่าใช้ลิฟต์

นอกอาคาร:
• อยู่ห่างจากอาคาร เสาไฟฟ้า หรือป้ายโฆษณา
• ระวังวัตถุตกจากที่สูง

ขณะขับรถ:
• จอดรถข้างทางอย่างปลอดภัย อย่าอยู่ใต้สะพานหรือสายไฟ

3. หลังแผ่นดินไหว – อย่าเพิ่งวางใจ
• เช็กตัวเองและคนรอบข้างว่าปลอดภัยไหม
• ระวังแรงสั่นสะเทือนตาม (Aftershock)
• ตรวจสอบอัคคีภัยและแก๊สรั่ว (ถ้ามี)
• ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานทางการ

แผ่นดินไหวอาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ความไม่ประมาทช่วยชีวิตได้เสมอ
#แผ่นดินไหว #รับมือภัยพิบัติ #รู้ไว้ปลอดภัยกว่า

26/03/2025
28/02/2025

อย่าพลาดชมค่ำนี้! ดาวเคราะห์ 7 ดวงเรียงตัวกันหรึ่งในปรากฏการณ์หายากทางดาราศาสตร์ ดาวเคราะห์ทั้งหมดในระบบสุริยะจะโผล่มาให้มองเห็นเป็นแนวเดียวกัน (แนะนำให้ใช้แอปพลิเคชั่นดูดาวให้ช่วยระบุตำแหน่ง)
“(ปรากฏการณ์นี้) เป็นข้ออ้างที่ดีมากที่จะออกไปข้างนอกตอนกลางคืน บางทีอาจจะดื่มไวน์สักแก้วและเพลิดเพลินไปกับท้องฟ้ายามค่ำคืน” Gerard van Belle ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ที่ Lowell Observatory กล่าว
#การเรียงตัวของดาวเคราะห์คืออะไร?
ดาวเคราะห์แต่ละดวงในระบบสุริยะของเรารวมถึงโลกด้วย ต่างก็มีวงโคจรของเป็นของตัวเอง แต่ทั้งหมดจะเดินทางไปในทิศเดียวกันซึ่ง ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ดาวเคราะห์ทั้งหมดจะมาอยู่ใน ‘ระนาบสุริยะวิถี’ เดียวกัน
หรือพูดง่าย ๆ ก็คื ปรากฏบนท้องฟ้าในแนวระนาบเดียวกันเมื่อมองจากโลก ดังนั้นการเรียงตัวของดาวเคราะห์จึงไม่ใช่การเข้าแถวเรียงเดียวตอนลึกแบบในกราฟฟิกหลายรูป อันที่จริงแล้วดาวเคราะห์ต่างเรียงตัวกัน 1-2 ตัวในเกือบทุกอยู่แล้ว แต่ 3 ดวงขึ้นไปนั้นหาได้ยากกว่า และ 7 ดวงนั้นเกิดขึ้นได้ยากที่สุด
ตามคำกล่าวของ David Armstrong นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยวอร์วิกในอังกฤษเผยว่า การเรียงตัว 7 ดวงนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกจนกว่าจะถึงปี 2040 ดังนั้นหากเราพลาดคืนนี้ไปก็จะต้องรอไปอีก 15 ปีกว่าจะเห็นปรากฏการณ์นี้อีกครั้ง
#สิ่งที่คาดว่าจะได้เห็น
เวลาที่ดีที่สุดคือหลังดวงอาทิตย์ตกทันที โดยดาวพุธ ดาวเนปจูน และดาวเสาร์จะอยู่ต่ำมากทางท้องฟ้าทางทิศตะวันตกละดาวศุกร์จะปรากฏอยู่เหนือกลุ่มดาวนี้
ดาวพฤหัสบดีจะอยู่สูงเหนือศีรษะในกลุ่มดาววัว (Ta**us) ส่วนดาวยูเรนัสจะอยู่ใกล้ ๆ แต่จะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เว้นแต่ท้องฟ้าจะมืดเป็นพิเศษ ดาวอังคารซึ่งมีสีแดงเป็นเอกลักษณ์ จะอยู่สูงที่สุดในกลุ่มดาวทั้งหมดโดยอยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ (Gemini)
จากข้อมูลของ EarthSky พบว่าดาวพุธจะโคจรมาใกล้ดวงจันทร์เสี้ยวที่บางลงในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ดังนั้นให้มองไปทางทิศตะวันตกประมาณ 30 ถึง 40 นาทีหลังพระอาทิตย์ตก เพื่อดูการจับคู่กัน ซึ่งจะอยู่ต่ำกว่าดาวศุกร์ที่สว่างมาก
Star Walk รายงานว่าดาวเสาร์จะเป็นดาวเคราะห์ที่สังเกตได้ยากที่สุด เนื่องจากอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ *ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดหากใครวางแผนที่จะดูดาวดวงคืนนี้ แนะนำให้ใช้แอปพลิเคชั่นดูดาวช่วย จะสะดวกขึ้นกว่าเดิมเยอะ
ที่มา
https://earthsky.org/astronomy-essentials/visible-planets-tonight-mars-jupiter-venus-saturn-mercury/
https://www.newscientist.com/article/2470069-how-to-see-every-planet-in-the-solar-system-at-once-this-week/
https://www.livescience.com/space/planet-parade-2025-see-the-ultra-rare-planetary-alignment-peak-this-week-before-saturn-gets-swallowed-by-the-sunset
https://www.skyatnightmagazine.com/news/seven-planet-parade-28-february-2025
https://www.smithsonianmag.com/smart-news/seven-planets-will-gather-in-the-night-sky-this-weekend-heres-what-to-expect-during-the-rare-alignment-180986134/
Photo: stellarium-web.org

07/02/2025

ทะเลสาบที่เคยใหญ่อันดับ 4 ของโลก ตอนนี้กลายเป็นทะเลทรายไปเกือบหมด ก่อนทศวรรษ 1960 พื้นที่แห่งนี้เปล่งประกายไปด้วยน้ำเป็นแนวยาวหลายกิโลเมตรข้ามพรมแดนของอุซเบกิสถานและคาซัคสถาน แต่ปัจจุบันเหลือเพียงแต่ฝุ่นและความรกร้างว่างเปล่า
ทะเลอารัล (Aral Sea) เคยเป็นทะเลสาบที่กว้างใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของโลกโดยมีพื้นที่มากถึง 68,000 ตารางกิโลเมตร แต่เมื่อหลายปีที่ผ่านมาเคยมีรายงานว่าพื้นที่จำนวนมากของทะเลสาบแห่งนี้ระเหยไปในอากาศแล้ว อย่างไรก็ตามรายงานใหม่เผยว่าปัจจุบันน้ำที่เคยแวววาวเหลือไม่ถึง 8,000 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น
“นี่เป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างแน่นอน” Ibrahim Thiaw เลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการกลายเป็นทะเลทราย กล่าว
จากการศึกษาพบว่าพื้นที่หายไปกว่า 60,000 ตารางกิโลเมตรนั้นกลายเป็นทะเลทรายไปทั้งหมด ซึ่งสร้างผลกระทบสำคัญที่ตามมาหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพอากาศของผู้คนที่อาศัยอยู่รอบข้างราว 3 ล้านคน ทะเลทราบทำให้ฝุ่นในบรรยากาศของภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าระหว่างปี 1984-2015 จาก 14 ล้านเมตริกตันเป็น 27 ล้านเมตริกตัน
ไม่เพียงเท่านั้นคุณภาพอากาศในเมืองที่อยู่ห่างไกล 800 กิโลเมตรจากทะเลสาบแห่งนี้ก็ยังได้รับผลกระทบ และท้ายที่สุดมันทำให้วิกฤติทรัพยากรน้ำในภูมิภาคแห่งนี้ทั้งหมดเลวร้ายลงอย่างมาก พายุและสายลมได้พัดพาตะกอนเกลือไปทำลายพืชผลพร้อมกับปนเปื้อนในน้ำดื่ม
สิ่งที่อันตรายที่สุดก็คือฝุ่นของทะเลอารัลนั้นเป็นพิษอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับทะเลทรายอื่น ๆ ของโลก เนื่องจากมันปนเปื้อนสารที่ไหลบ่ามาจากการทดลองอาวุธเคมีของสหภาพโซเวียตที่อยู่ใกล้เคียง และยังเต็มไปด้วยปุ๋ยกับยาฆ่าแมลงจำนวนมาก
ซึ่งทำลายชีวิตระบบนิเวศท้องถิ่นและทำลายชีวิตผู้คนจำนวนมาก การสัมผัสฝุ่นละอองนั้นสร้างปัญหาให้กับเด็กและผู้ใหญ่ โดยเพิ่มอัตราการพิการตั้งแต่กำเนิดและโรคปอดอีกหลายอย่าง แม้นักวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น สหภาพยุโรป และ USAid (ที่ปัจจุบันสั่งหยุดดำเนินงานไปแล้ว) จะเข้าช่วยเหลือแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการกลายสภาพเป็นทะเลทรายได้
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่านี่เป็นสัญญาณเตือนถึงทั่วโลกในการจัดการกับทรัพยากรน้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นกับทะเลอารัลจะไม่ใช่โศกนาฏกรรมเดียวอย่างแน่นอนหากไม่มีการปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม ตามรายงานที่เผยแพร่เมื่อปี 2024 เผยว่าแหล่งน้ำกว่าครึ่งทั่วโลกกำลังลดลงอย่างน่าตกใจ
“หากไม่มีความพยายามร่วมกัน ผู้คนหลายพันล้านคนจะเผชิญกับอนาคตที่เต็มไปด้วยความอดอยาก การอพยพ และเศรษฐกิจที่ตกต่ำ” Nichole Barger ประธานด้านนโยบายวิทยาศาสตร์ของ UNCCD กล่าว “อย่างไรก็ตาม มนุษยชาติสามารถรับมือกับความท้าทายนี้ได้ด้วยการเปิดรับแนวทางแก้ไขใหม่ ๆ และส่งเสริมความร่วมมือทั่วโลก”
“คำถามไม่ใช่ว่า ‘เรามีเครื่องมือพร้อมที่จะตอบสนองหรือไม่?’ แต่เป็น ‘เรามีความตั้งใจที่จะลงมือทำหรือไม่?’” Barger ทิ้งท้าย
ที่มา
https://caspianpost.com/environment/central-asia-confronts-environmental-crisis-as-aral-sea-dries-up
https://www.sciencealert.com/report-reveals-worlds-fourth-largest-lake-now-a-deadly-desert
https://www.e3s-conferences.org/articles/e3sconf/abs/2024/105/e3sconf_caduc2024_04002/e3sconf_caduc2024_04002.html
Photo: NASA

Address

อาคารภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิยลัยนเรศวร

65000

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Biology Club ชมรมชีววิทยา posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your business to be the top-listed Engineering Company?

Share