19/09/2025
18/9/2568 ไลฟ์สดผ่านช่องยูทูป พี่เฉินเทรดเพื่อเมีย ช่วงเวลา 19.30 น.
-------------
ผมลงทุนทำร้านไก่ย่างร่วมๆ 8หลักไม่รวมที่ดิน ถ้าคิดแต่กำไรผมคงปิดตั้งแต่ปีแรกๆที่เจอCOVIDแล้ว
กว่าทุกอย่างจะอยู่ตัว ลงตัวก็ปาเข้าปีที่ 6 สิ่งที่ผมอยากบอกคือทำอะไรก็ต้องทำทั้งนั้นแหละครับ
บางอย่างขาดทุนเงิน แต่ได้ของบางอย่างได้ความเก่งของคน บางอย่างขาดทุนจริงแต่ได้ชื่อเสียง ทำธุรกิจอยู่ที่มุมมอง มีกำไรและขาดทุนเป็นเรื่องปกติ
แต่ที่ได้แน่ๆคือ "ประสบการณ์" ได้เรียนรู้คน รู้ตลาด รู้ธุรกิจ
Smart Money เขาแก้เกมยังไง
เวลาที่รายย่อยพยายามก๊อป
Signal จากกราฟ?
สิ่งที่ทำให้ "Smart Money" ชนะ
ไม่ใช่เพราะเขามี Signal ที่ดีกว่า
แต่เพราะไม่มีใครลอก
"ระบบการบริหาร Liquidity" ของเขาได้
ทุกคนรู้ว่าในตลาด Forex มีผู้เล่นรายใหญ่ที่ขับเคลื่อนราคา
แต่สิ่งที่น้อยคนจะรู้คือ…
"ทุกโซนแนวรับ-แนวต้านที่รายย่อยเห็น
คือ Liquidity Pool ที่รายใหญ่จ้องจะกวาด"
จะเส้น Trend Line,
จะโซนแนวรับ-แนวต้านยอดฮิต,
จะจุด Stop Loss ที่ทุกคนวางเหมือนกัน
ทุกอย่างโดน "ล่า" (Stop Hunt)
จนเป็นเรื่องปกติ
แต่แทนที่จะมองว่าตลาด "โกง" เรา
ลองมามองในมุมของเขาดู
แล้วมาดูกันว่า Smart Money
ใช้ Strategy อะไรบ้าง
ที่ทำให้เทรดเดอร์รายย่อย
ที่พยายามก๊อป Signal
กลายเป็น "เชื้อเพลิง" ให้กับออเดอร์ของพวกเขา ใน [5] กลยุทธ์นี้กัน
[1] เริ่มจาก "สร้างสภาพคล่อง" ก่อนทุกอย่าง (Inducement)
Smart Money
ไม่ได้เข้าเทรดทันทีที่เห็นสัญญาณ
เขาเริ่มจากการ "สร้างกับดัก"
เพื่อล่อให้รายย่อยเข้ามาก่อน
พวกเขาจะดันราคาให้ ทะลุแนวต้านสำคัญเล็กน้อย (False Breakout)
เพื่อล่อให้เทรดเดอร์สาย Breakout
เข้ามา Buy
พวกเขาจะดันราคาให้
เด้งที่แนวรับสวยๆ 2-3 ครั้ง
เพื่อล่อให้เทรดเดอร์สาย Support/Resistance เข้ามา Buy
พวกเขาจะสร้าง Trend Line ที่ดูแข็งแรง
เพื่อให้รายย่อยเชื่อมั่นและวาง Stop Loss ไว้ใต้เส้นนั้น
พวกเขาต้องการให้เกิด "Buy-side & Sell-side Liquidity"
หรือแหล่งรวมออเดอร์ของรายย่อย
เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้าเทรดในราคาที่ดีที่สุด โดยมีออเดอร์ของเรารองรับ
[2] ใช้ "ข่าว" เป็นเครื่องมือในการกวาดสภาพคล่อง (News Catalyst)
หลังจากสร้าง Liquidity Pool ไว้แล้ว
พวกเขาจะใช้ช่วงเวลาที่ "มีข่าวสำคัญ"
เป็นตัวจุดชนวน
ช่วงข่าว Non-Farm Payrolls, CPI,
หรือประชุมธนาคารกลาง จะเกิดความผันผวนสูงมาก
ราคามักจะ "สะบัด" (Whipsaw) ไปทั้งสองทางอย่างรวดเร็ว
สะบัดแรก: วิ่งไปชน Stop Loss ของฝั่งหนึ่ง
(เช่น ชน SL ของฝั่ง Buy) เพื่อเก็บออเดอร์
สะบัดที่สอง:
วิ่งกลับไปอีกทางอย่างรุนแรง
ซึ่งเป็น "ทิศทางจริง"
ที่พวกเขาต้องการจะไป
พวกเขาใช้ข่าวเป็นเครื่องมือในการ
"Stop Hunt"
หรือล่า Stop Loss ของรายย่อย
ที่วางออเดอร์ไว้ใกล้ๆ แนวรับ-แนวต้าน
ทำให้สามารถเข้าออเดอร์ขนาดใหญ่ได้
โดยไม่ทำให้ราคาคลาดเคลื่อนมากนัก
[3] เข้าเทรดในโซนที่ "รายย่อยยอมแพ้"
(Point of Interest - POI)
เมื่อรายย่อยถูกกวาด Stop Loss
จนหมดแล้ว
Smart Money จะเริ่มเข้าสถานะของตัวเอง
ในโซนที่เรียกว่า "Order Block" หรือ "Imbalance (Fair Value Gap)"
Order Block:
คือโซนราคา
(แท่งเทียนสุดท้าย
ก่อนการเคลื่อนไหวรุนแรง)
ที่มีคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่รออยู่
Imbalance:
คือช่องว่างของราคา
ที่ยังไม่มีการซื้อขายอย่างสมดุล
ตลาดมักจะกลับมา "เติมเต็ม" ช่องว่างนี้
โซนเหล่านี้คือ "จุดเข้าที่แท้จริง"
ของพวกเขา
มันคือโซนที่รายย่อยส่วนใหญ่เพิ่งจะ "คัทลอส" หรือ "ยอมแพ้" ไป
[4] จากนั้น...ค่อย "ปล่อยราคา" วิ่งตามโครงสร้างที่คุณภาพสูง
พอพวกเขาได้ออเดอร์ครบแล้ว
เขาไม่หยุดแค่นั้น
เขาจะปล่อยให้ราคาวิ่งไปตาม Market Structure ที่แท้จริง
สร้าง Break of Structure (BOS)
: ราคาวิ่งทะลุ Swing High/Low
ก่อนหน้าอย่างแข็งแรง
เพื่อยืนยันว่าเทรนด์ได้เริ่มต้นแล้ว
ทิ้ง Liquidity ไว้ข้างหลัง:
พวกเขาจะไม่กลับไปโซนเดิมอีก
แต่จะสร้างโซน Liquidity ใหม่ระหว่างทาง
เพื่อใช้เป็นเป้าหมายในอนาคต
พอรายย่อยเริ่มเห็นว่าเทรนด์ชัดเจนแล้ว
และกระโดดเข้ามาตาม (FOMO) ก็มักจะเป็นช่วงปลายๆ ของการเคลื่อนไหวแล้ว
ซึ่ง Smart Money อาจจะกำลังเตรียมตัว
"ปล่อยของ" (Distribution) ในรอบต่อไป
[5] เขาไม่ได้เทรดแค่คู่เงินเดียว
แต่สร้าง "จักรวาลของความสัมพันธ์" (Intermarket Analysis)
เมื่อระบบทุกอย่างทำงาน
เขาเริ่มเชื่อมมันเข้าด้วยกัน
Smart Money ไม่ได้มองแค่กราฟ EUR/USD แต่เขามอง:
DXY (ดัชนีดอลลาร์):
เพื่อดูความแข็งแกร่งโดยรวมของ USD
US Bond Yields (ผลตอบแทนพันธบัตร)
: เพื่อคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย
XAU/USD (ทองคำ)
: เพื่อวัด Risk-On/Risk-Off Sentiment
(ภาวะตลาดกล้าหรือไม่กล้าเสี่ยง) ของตลาด
Correlation:
เขารู้ว่าถ้า USD แข็ง EUR/USD จะลง
และ USD/CHF จะขึ้น
เขาอาจจะเปิดออเดอร์ทั้งสองทางเพื่อบริหารความเสี่ยง
เขาไม่ได้เทรดแค่ Signal บนกราฟ
แต่เทรดบน "ระบบนิเวศทางการเงิน" ที่รายย่อยส่วนใหญ่มองไม่เห็น
สรุป
Smart Money
ไม่เคยบ่นว่ารายย่อยเทรดตามเขา
แต่สิ่งที่เขาทำคือ…
ใช้พฤติกรรมที่คาดเดาได้ของรายย่อย
มาเป็น "สภาพคล่อง" ให้กับเกมของตัวเอง
เขาไม่เสียเวลาซ่อน Signal
แต่ใช้เวลาออกแบบ "กับดัก" ที่
"แม้คุณจะเห็น Signal เดียวกัน
…แต่คุณจะเข้าเทรด
ในจังหวะที่เสียเปรียบเสมอ"
เขาไม่สนว่ารายย่อยจะตาม
เพราะเขารู้ว่า...
"ใครก็ตามที่เทรดตามแค่สิ่งที่ตาเห็น
จะไม่มีวันเข้าใจเกมที่เล่นกันอยู่เบื้องหลัง"
และนั่นคือสิ่งที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่
เข้าใจผิดมาตลอด
มันไม่ใช่แค่เรื่องของแนวรับ-แนวต้าน
แต่มันคือ...........
การ สร้างและกวาดล้างสภาพคล่อง
Smart Money ไม่ได้แค่เทรดกราฟ
เขากำลังเทรด "พฤติกรรม" ของคุณ