B N K - Thailand บริการ ออกแบบ ต่อเติม ซ่อมแซม รีโนเวท

การเตรียมที่ดินก่อนสร้างบ้านสร้างบ้านหนึ่งหลัง มีปัจจัยต่างๆ ที่ต้องคำนึงถึงมากมาย  แน่นอนว่านอกจากการมีที่ดินสำหรับสร้า...
09/11/2022

การเตรียมที่ดินก่อนสร้างบ้าน
สร้างบ้านหนึ่งหลัง มีปัจจัยต่างๆ ที่ต้องคำนึงถึงมากมาย แน่นอนว่านอกจากการมีที่ดินสำหรับสร้างที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเจ้าของบ้านมีสิทธิสร้างในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การเตรียมที่ดิน และการสำรวจที่ดิน เพื่อป้องกันน้ำท่วม หรือการวางท่อระบายน้ำภายในบ้านให้อยู่สูงกว่าถนนแล้ว ยังเป็นการช่วยเร่งการทรุดตัวของพื้นดินเดิม เนื่องจากมีน้ำหนักไปกดทับพื้นดินเดิมที่ยังไม่แน่นดีให้ยุบตัวลงไปเร็วขึ้น
ทั้งนี้การเคลียร์พื้นที่ดินจะช่วยลดปัญหาการทรุดตัวของพื้นดินในระยะยาวก่อนจะทำการก่อสร้างจึงควรคำนึงถึงการเตรียมพื้นที่ดินเป็นลำดับแรก
1.ลักษณะพื้นที่ที่จะถมดิน
▪️การสังเกตต้นไม้ที่ขึ้นในที่ดินแปลงนั้นเพื่อดูว่าเป็นดินแห้งหรือมีความชื้นแฉะ โดยต้นไม้ที่สังเกตได้คือ พื้นที่ที่มีต้นกระถิน มะขามเทศขึ้นแสดงว่าบริเวณนั้นพื้นดินมีลักษณะแห้ง แต่ถ้าเป็นต้นกก ต้นอ้อ และธุปฤาษี ขึ้นอยู่แสดงว่าพื้นที่นั้นมีลักษณะชื้นแฉะ ดินมีความอ่อนตัวสูง
▪️การสำรวจประวัติพื้นที่ดิน โดยสอบถามสภาพพื้นที่จากผู้อยู่อาศัยรอบๆ เกี่ยวกับการเกิดน้ำท่วม มีความสูงเท่าไร ใช้เวลากว่าจะแห้งนานหรือไม่
2. ความสูงของพื้นที่ที่จะถม
สำหรับที่ดินทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในระดับต่ำกว่าถนนมากนัก ควรถมดินให้มีความสูงกว่าถนนประมาณ 50-100 ซม. โดยการถมดินแต่ละครั้งควรถมเผื่อไว้สำหรับการยุบตัวของดินด้วย เช่น หากต้องการให้ดินสูงกว่าระดับเดิม 60 ซม. ก็ให้ถมสูงเผื่อไว้ประมาณ 80-100 ซม.
3. ระยะในการเวลาทิ้งดินที่ถมไว้
พื้นที่ที่ถมดินเรียบร้อยแล้ว หากดินยังไม่ยุบตัวดีจนพร้อมสร้างบ้าน ควรเว้นระยะการถมทิ้งไว้ 6-12 เดือน เพื่อให้ดินยุบตัว หรือถ้าเวลาไม่พออาจต้องใช้รถบดอัดดินช่วยร่นเวลาได้
แต่สำหรับบ้านที่ต้องการถมดินแล้วปลูกสร้างบ้านเลย ต้องให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ดินก่อนด้วยวิธีการต่างๆ คือ
▪️เก็บตัวอย่างดินในพื้นที่ไปตรวจสอบหาค่าเซ็ตตัวของดิน
▪️คำนวณหาน้ำหนักบ้านทั้งหลัง
▪️หาจำนวนและขนาดของเสาที่รองรับน้ำหนักบ้าน
4. การขออนุญาตถมดิน
การขออนุญาตเป็นการดำเนินการสำหรับการถมที่ดินที่มีขนาดตั้งแต่ 1 ไร่ 1 งาน หรือ 2,000 ตร.ม. ขึ้นไป ซึ่งเจ้าของบ้านจะต้องดำเนินการขออนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ เช่น อบต. เทศบาล เขต แต่ถ้าพื้นที่น้อยกว่าขนาดดังกล่าวก็ไม่ต้องขออนุญาต
สนใจรายละเอียดงานก่อสร้างสอบถามได้ที่
📬inbox
☎️083-636-6889 (นิว), 062-356-2696 (ยะ)
📨[email protected]
#รีโนเวทบ้าน #ช่างทำบ้านภูเก็ต #งานก่อสร้าง #รับเหมาก่อสร้าง #รีโนเวทบ้านภูเก็ต #รีโนเวทบ้านภูเก็ต #รีโนเวทบ้านราคาถูก

อัพเดทหน้างานรีโนเวทบ้าน 7/11/22 🏡สนใจรายละเอียดสอบถามได้ที่📬inbox ☎️083-636-6889 (นิว), 062-356-2696 (ยะ)📨BNKThailand79...
07/11/2022

อัพเดทหน้างานรีโนเวทบ้าน 7/11/22 🏡
สนใจรายละเอียดสอบถามได้ที่
📬inbox
☎️083-636-6889 (นิว), 062-356-2696 (ยะ)
📨[email protected]
#รีโนเวทบ้าน #ช่างทำบ้านภูเก็ต #งานก่อสร้าง #รับเหมาก่อสร้าง #รีโนเวทบ้านภูเก็ต #รีโนเวทบ้านภูเก็ต #รีโนเวทบ้านราคาถูก

5 ปัญหาหลังการสร้างบ้าน🏡1.ขนาดพื้นที่ไม่เหมาะกับเครื่องปรับอากาศอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน จึงทำให้คนที่กำลังจะสร้างบ้านใหม่...
05/11/2022

5 ปัญหาหลังการสร้างบ้าน🏡
1.ขนาดพื้นที่ไม่เหมาะกับเครื่องปรับอากาศ
อากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน จึงทำให้คนที่กำลังจะสร้างบ้านใหม่ คิดเรื่องการติดเครื่องปรับอากาศกันเป็นอันดับต้น ๆ แต่สิ่งที่มักทำพลาดกันบ่อย ๆ ก็คือ การกะขนาดห้องกับเครื่องปรับอากาศได้ไม่พอดีกัน โดยส่วนมากจะเป็นปัญหาเรื่องโครงสร้างของห้องหรือขนาดพื้นที่ที่กว้างมากเกินไป ทำให้เวลาติดเครื่องปรับอากาศก็จะให้ความเย็นได้ไม่ทั่วถึง สรุปก็คือ การเลือกขนาด BTU ของแอร์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของห้อง จะช่วยให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่สิ้นเปลืองพลังงาน และประหยัดค่าใช้จ่ายของคุณลูกค้าเท็ดดี้แอร์อีกด้วย และมีวิธีคำนวณดังนี้
**คำนวณโดยใช้สูตรพื้นที่ห้อง**
BTU = [กว้าง(เมตร) x ยาว(เมตร)] x ตัวแปร
2. สร้างบ้านโดยไม่คำนึงถึงอนาคต
สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนที่จะสร้างบ้าน บ้านถือเป็นศูนย์รวมของคนทั้งบ้านและบางคนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้าน เพราะถ้าหากออกแบบบ้านมาไม่ดี ไม่ตรงใจ ใช้งานไม่ได้จริง ก็จะทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่มีความสุขในการอยู่บ้านและต้องเผชิญกับปัญหาที่ตามมาอีกมากมาย
3.การวางระบบน้ำไม่ถูกต้อง
ระบบน้ำในบ้านนั้นมีด้วยกัน 2 ระบบ คือ ระบบน้ำดีและระบบน้ำทิ้ง ระบบน้ำดีเป็นการต่อท่อประปาจากมิเตอหน้าบ้านเข้ามาใช้ภายในบ้านระบบน้ำในบ้าน โดยทั่วไปน้ำจากการประปามักมีแรงดันต่ำ จึงมักเกิดปัญหาเมื่อต้องใช้งานในบ้านสูงกว่า ถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่ที่มีบ้านเรือนหนาแน่นก็จะเกิดการแย่งกันใช้น้ำ อย่างเช่น วันเสาร์-อาทิตย์คนส่วนใหญ่มักอยู่บ้านซักเสื้อผ้า รดน้ำต้นไม้ ทำความสะอาดบ้าน ล้างรถ ทำให้แรงดันน้ำต่ำลง จนบางครั้งน้ำไม่ไหลเลย(ก็มี) ดังนั้นเราจึงนิยมใช้ปั๊มน้ำมาช่วยเพิ่มแรงดันน้ำให้สูงขึ้น สามารถติดตั้งได้หลายรูปแบบ
4.พื้นที่โรงจอดรถไม่เพียงพอ
โรงรถเป็นสิ่งที่จำเป็นของบ้าน โดยเฉพาะคนที่รักรถ เพราะคงไม่มีใครอยากจอดรถไว้นอกบ้านหรือปล่อยให้รถต้องตากแดดตากฝนแน่ๆ ส่วนมากมักจะทำที่จอดรถโดยใช้วิธีเว้นที่เว้าเข้าไปในบ้าน ไม่นิยมทำโรงรถจอดรถแยกออกต่างหากจากตัวบ้าน ดังนั้นก่อนคิดจะสร้างบ้านเจ้าของบ้านเองควรคิดคำนึงถึงพื้นที่สร้างโรงจอดรถไว้เป็นลำดับต้นๆเลยจะได้ไม่เป็นปัญหากับผู้พักอาศัยรอบข้างอีกด้วย
5. ห้องครัวทึบเกินไป
ห้องครัว อีกห้องสำคัญสำหรับบ้าน อย่างแรกที่เราไม่ควรพลาดเลยก็คือการออกแบบให้บ้านมีหน้าต่าง หรือให้แสงส่องเข้ามาได้ เพราะนอกจากพลังงานแสงจากธรรมชาติอย่างแสงแดดจะช่วยให้เราประหยัดไฟแล้ว ยังสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย และหากบ้านมีกระจกหรือหน้าต่างเยอะ ก็จะได้ถือโอกาสเปิดรับลมให้บ้านในช่วงกลางวัน ให้ได้ระบายอากาศ และความอับชื้นได้อีกทาง แต่ต้องไม่ลืมดูทิศทางของลมและแสงแดดให้ดีด้วย

6 ข้อกฎหมายการสร้างบ้านที่ควรรู้!1. ขนาดพื้นที่ดินและขนาดตัวบ้าน🏡🍃ควรเลือกที่ดินและบ้านให้พอเหมาะกับจำนวนคนในครอบครัวที่...
01/11/2022

6 ข้อกฎหมายการสร้างบ้านที่ควรรู้!
1. ขนาดพื้นที่ดินและขนาดตัวบ้าน🏡🍃
ควรเลือกที่ดินและบ้านให้พอเหมาะกับจำนวนคนในครอบครัวที่สำคัญ กฎหมาย พ.ร.บ. ควบคุมอาคารกำหนดให้ต้องมีระยะห่างระหว่างตัวบ้านกับรั้วอย่างน้อย 2 เมตรสำหรับบ้าน 2 ชั้น และอย่างน้อย 3 เมตรสำหรับบ้าน 3 ชั้น หรือสร้างบ้านเพียง 70 เปอร์เซ็นต์ของที่ดินและเว้นที่ว่างไว้ 30 เปอร์เซ็นต์ อัตราส่วนนี้ถือว่าดีที่สุด ซึ่งที่ว่างในที่นี้หมายถึง พื้นที่ที่ไม่มีอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ มาปกคลุมบริเวณนั้น เพราะพื้นที่ว่างนี้ทางกฎหมายได้สงวนไว้ใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นเพื่อป้องกันความแออัดในพื้นที่ที่มากเกินไป แต่ใช่ว่าเจ้าของที่ดินจะไม่สามารถก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใด ๆ บนเนื้อที่ 30 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือได้ เพราะพื้นที่ว่างนี้เจ้าของที่สามารถจัดสรรไว้สำหรับทำพื้นที่สีเขียว บ่อน้ำ ที่พักขยะ หรือแม้กระทั่งสร้างสระว่ายน้ำได้เช่นกัน
2.การสร้างบ้านติดถนนและการสร้างรั้วบ้าน🛤️
การสร้างบ้านติดถนนคงไม่ใช่เรื่องดีมากนัก ทางกฎหมายควบคุมอาคารได้ระบุไว้ว่าตัวบ้านจะต้องมีระยะห่างจากกึ่งกลางของถนนอย่างน้อย 3 เมตร ในกรณีที่บ้านมีความสูงไม่เกิน 8 เมตรและถนนกว้างไม่เกิน 6 เมตร แต่หากบ้านของคุณมีความสูงเกิน 8 เมตรและถนนกว้างไม่ถึง 10 เมตร จะต้องสร้างบ้านให้มีระยะห่างจากกึ่งกลางถนนอย่างน้อย 6 เมตรการสร้างบ้านหรือาคารทางกฎหมายได้กำหนดไว้ว่า ทุกห้องควรมีพื้นที่สำหรับระบายอากาศภายในห้องอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด และ การสร้างบ้านชิดรั้วอาจก่อให้เกิดปัญหากับไม่ว่าจะเป็นความไม่เป็นส่วนตัว หรือน้ำที่ตกจากหลังคาที่อาจะสร้างความเสียหายให้กับเพื่อนบ้านใด ก่อนก่อสร้างหรือต่อเติมให้บ้านชิดรั้วนั้นจึงจำเป็นต้องีการยืนยันจากเพื่อนบ้านที่เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคตอีกด้วย
.
3.ต้องสร้างบ้านหรืออาคารให้ทุกห้องมีช่องแสง หรือช่องระบายอากาศ🌤️⚡️
ในการสร้างห้องภายในบ้านไม่ว่าห้องจะมีการปิดที่มืดทึบแค่ไหน ก็จำเป็นต้องมีการระบายอากาศ โดยกฎหมายสร้างบ้านกำหนดให้มีช่องเปิดถ่ายเทอากาศภายนอกอาคารได้ เช่น ประตู หน้าต่าง หรือ บานเกล็ด ที่รวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 10% ของพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้เกิดการระบายอากาศ หรือมีแสงลอดผ่าน โดยหากมีการสร้างห้องทึบไม่มีช่องระบายอากาศเลยหรือน้อยกว่า 10% ของพื้นที่ถือว่าผิดกฎหมายอาคารทันที
.
4.ความสูงของฝ้าเพดาน🏚️🪵
กฎหมายจึงกำหนดให้การสร้างเพดานสูงไม่ต่ำกว่า 2.6 เมตร โดยเฉพาะบ้านที่มีการออกแบบห้องใต้บันใด ก็จำเป็นต้องคำนึงถึงส่วนนี้ด้วย แต่ถ้าใครที่อยากหมดกังวลในเรื่องเหล่านี้ ลองเลือกใช้บริษัทรับสร้างบ้านที่ได้มาตรฐาน อย่างบริษัท https://www.facebook.com ดูได้นะคะ
.
5.ระยะห่างที่ปลอดภัยตามกฎหมาย📚
ตามกฎหมายจึงกำหนดให้การสร้างบ้านจำเป็นต้องให้มีระยะห่างจากเขตรั้วอย่างน้อย 2 เมตรรอบบ้าน
6.สร้างบ้านในเนื้อที่จำกัด🏘️
กรณีการก่อสร้างบ้านหรืออาคารที่มีความสูงเกิน 15 เมตร และไม่สามารถเว้นระยะห่างของบ้านได้ตามที่กำหนด ทางกฎหมายควบคุมอาคารได้อนุโลมให้สร้างบ้านได้ แต่ระบุให้มีระยะห่างของบ้านอย่างน้อย 50 เซนติเมตร ในขณะที่บ้านหรืออาคารฝั่งที่ติดกับรั้วของพื้นที่อื่น จะต้องเป็นผนังทึบเท่านั้น แต่หากบ้านหรืออาคารมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 300 ตารางเมตร จะต้องเว้นระยะห่างจากเขตพื้นที่อื่นอย่างน้อย 1 เมตรโดยรอบทุกกรณี จึงจะถูกต้องตามที่กฎหมายอาคารได้ระบุไว้
📬inbox
☎️083-636-6889 (นิว), 062-356-2696 (ยะ)
📨[email protected]
#รีโนเวทบ้าน #ช่างทำบ้านภูเก็ต #งานก่อสร้าง #รับเหมาก่อสร้าง #รีโนเวทบ้านภูเก็ต #รีโนเวทบ้านภูเก็ต #รีโนเวทบ้านราคาถูก

งานไม่ใหญ่แน่นะวิ!!! จะงานไม่ใหญ่หรืองานสุดอลังการสไตล์ Nordic แบบนี้…อย่าลืมทักหาเรา BNK จากบ้านที่รกร้างทางเราเปลี่ยนใ...
28/10/2022

งานไม่ใหญ่แน่นะวิ!!! จะงานไม่ใหญ่หรืองานสุดอลังการสไตล์ Nordic แบบนี้…อย่าลืมทักหาเรา BNK จากบ้านที่รกร้างทางเราเปลี่ยนให้เป็นบ้านสุดหรูได้นะวิ🏡🍃
✅ ประเมินราคาตามความเป็นจริง
✅ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
✅ มีแหล่งวัสดุที่ดีมีคุณภาพ
✅ ตรวจสอบพื้นที่ก่อนปฏิบัติงาน
✅ มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา
✅ สรุปงานก่อนปฏิบัติ
📬inbox
☎️083-636-6889 (นิว), 062-356-2696 (ยะ)
📨[email protected]
#รีโนเวทบ้าน #ช่างทำบ้านภูเก็ต #งานก่อสร้าง #รับเหมาก่อสร้าง #รีโนเวทบ้านภูเก็ต #รีโนเวทบ้านภูเก็ต #รีโนเวทบ้านราคาถูก

 #รีโนเวทบ้าน ต้องเตรียมตัว..วางแผนยังไงไม่ให้ปัญหาตามมา!🏡🍃รีโนเวทบ้าน เรื่องใหญ่ในชีวิตที่วางแผนผิดชีวิตเปลี่ยนได้เลย! ...
27/10/2022

#รีโนเวทบ้าน ต้องเตรียมตัว..วางแผนยังไงไม่ให้ปัญหาตามมา!🏡🍃
รีโนเวทบ้าน เรื่องใหญ่ในชีวิตที่วางแผนผิดชีวิตเปลี่ยนได้เลย! เพราะแม้ว่าบ้านจะเป็นวิมานของใครหลายคน แต่บ้านที่ทรุดโทรม ไม่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมให้เรียบร้อยสวยงามนั้นย่อมเป็นบ้านที่ไม่น่าอยู่อาศัย ไม่ว่าจะในมุมมองของความสวยงาม ความสะดวกสบาย หรือความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินก็ตาม สำหรับคนที่มีบ้านอยู่แล้วการรีโนเวทบ้านจึงเป็นทางออกของทุกปัญหาที่ว่ามา แต่ไม่ว่าจะเป็นการ รีโนเวทบ้านไม้ ที่ผ่านกาลเวลามานาน การ รีโนเวทบ้านชั้นเดียว ให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานมากขึ้น หรือแม้แต่การ รีโนเวทบ้าน 2 ชั้น ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยก็ล้วนแต่ต้องวางแผนให้รอบคอบ เพราะถ้าผิดพลาดไปนิดเดียวก็อาจกระทบกับงานส่วนอื่น ๆ จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ แต่ใครไม่เคยมีประสบการณ์ รีโนเวทบ้าน มาก่อนอาจไม่รู้ว่าต้องวางแผนยังไง HomeGuru เลยมีคำตอบมาให้แล้ว!
• ขั้นตอนการวางแผน รีโนเวทบ้าน
อย่างที่บอกไปแล้วว่าการรีโนเวทบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นอะไรที่ต้องใช้ความรอบคอบมาก ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์รีโนเวทด้วยตัวเองมาก่อน เพราะไม่ว่าจะเป็นการ รีโนเวทบ้านไม้ การ รีโนเวทบ้านชั้นเดียว การ รีโนเวทบ้าน 2 ชั้น หรือการรีโนเวทบ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ หรือที่พักอาศัยแบบไหนก็ตาม หากไม่ได้ผ่านการวางแผนที่ดีก็มักจะมีปัญหางบประมาณบานปลายจากงานงอกในส่วนที่ไม่คิดมาก่อนว่าต้องทำตรงนี้ด้วย! หรือเรียกง่าย ๆ ว่าคุมงบไม่อยู่นั่นเอง และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่าก่อนจะรีโนเวทบ้านสักหลังควรทำอะไรบ้าง!
1. ประเมินงบประมาณก่อนเป็นขั้นตอนแรก
ขึ้นชื่อว่าการรีโนเวทบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการรีโนเวทบ้านทั้งหลัง หรือรีโนเวทแค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง อย่าง รีโนเวทห้องน้ำ รีโนเวทห้องครัว ก็ย่อมต้องใช้งบประมาณเป็นเงินก้อนไม่มากก็น้อย ดังนั้น ก่อนจะคิดข้ามขั้นไปไกลว่าอยากให้บ้านกลายเป็นแบบไหน ขั้นตอนแรกให้ลองถามตัวเองก่อนว่าหากจะรีโนเวทบ้านตอนนี้จะเป็นไปได้ไหม จะทำให้สถานการณ์การเงินภายในบ้านตึงมือเกินไปหรือเปล่า เรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ งบรีโนเวทก็ส่วนหนึ่ง แต่งบสำรองเผื่อฉุกเฉินก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องมีไว้เช่นกัน
2. ตั้งเป้าหมายการ รีโนเวทบ้าน ให้ชัดเจน
หลังประเมินตัวเองแล้วว่าถ้าแบ่งงบมารีโนเวทบ้านแล้วจะไม่เดือดร้อน ขั้นตอนต่อมาก็คือการตั้งเป้าหมายในการรีโนเวทบ้านให้ชัดเจนว่าอยากจะทำอะไรตรงส่วนไหนบ้าง เพื่อที่เวลาลงมือทำขึ้นมาจริง ๆ จะได้ไม่วอกแวกหรือลังเล เช่น ถ้าจะ รีโนเวทบ้านไม้ ที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา อยากให้ซ่อมแซมแค่เฉพาะส่วนที่เสียหายหรืออยากจะทุบรื้อแล้วทำใหม่เป็นบ้านปูนทั้งหมดไปเลย หากจะ รีโนเวทบ้านชั้นเดียว ให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นจำเป็นต้องต่อเติมไหม หรือแค่ปรับฟังก์ชั่นภายในบ้านใหม่ก็เพียงพอแล้ว ส่วนใครที่อยากจะ รีโนเวทบ้าน 2 ชั้น ให้ชั้นล่างเป็นสำนักงานหรือร้านค้าต้องเคลียร์พื้นที่ส่วนหน้าบ้านให้โล่งกว้างขึ้นไหม ต้องทุบรื้อตรงไหนหรือต้องทำพื้นที่จอดรถเพิ่มขึ้นหรือเปล่า เป็นต้น
ปัจจัยทั้งหมดที่ว่ามานี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของการรีโนเวททั้งหมด ถ้าตั้งเป้าหมายส่วนนี้ไว้ไม่ชัดเจนย่อมมีผลต่อขั้นตอนต่อ ๆ ไป และมีผลต่อเรื่องงบประมาณด้วย
3. รวบรวมข้อมูลและหารูปแบบบ้านที่ชอบ
ชอบบ้านแบบไหน อยากให้บ้านออกมาเป็นแบบไหน ขั้นตอนนี้ให้รวบรวมรายละเอียดและข้อมูลมาให้เต็มที่ อยาก รีโนเวทบ้านไม้ ก็หาแบบบ้านไม้สวย ๆ อยาก รีโนเวทบ้านชั้นเดียว หรือ รีโนเวทบ้าน 2 ชั้น ก็หารูปแบบที่ชอบ ฟังก์ชั่นที่ใช่เอาไว้เป็นแนวทางในการรีโนเวทก่อน หรือหากใครตั้งใจติดต่อนักออกแบบหรือผู้เชี่ยวชาญมาทำงานนี้อยู่แล้วก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรึกษาหารือกันก่อนก็ได้ว่าเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
4. ลองหาแหล่งวัสดุด้วยตัวเอง
ไม่ว่าจะตั้งใจคุมงานรีโนเวทบ้านด้วยตัวเอง หรือตั้งใจจะว่าจ้างสถาปนิก ผู้รับเหมา หรือช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยดูแล สิ่งสำคัญเรื่องหนึ่งที่เราควรหาข้อมูลติดตัวไว้บ้างคือแบบบ้านที่ต้องการรีโนเวทนั้นเป็นรูปแบบไหน ส่วนใหญ่ใช้วัสดุอะไร ราคาในท้องตลาดอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ เช่น หากจะ รีโนเวทบ้านไม้ จากไม้เก่าที่มีปัญหาปลวกมาเป็นไม้เทียม ก็ควรหาข้อมูลไว้บ้างว่าไม้เทียมมีกี่ประเภท ควรจะเลือกใช้ไม้เทียมแบบไหน แบบที่ใช้ภายในและภายนอกบ้านนั้นต่างกันหรือไม่ มีแบรนด์ไหนที่น่าสนใจบ้างและจะหาซื้อได้จากที่ไหน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้วัสดุที่ต้องการในราคาสมเหตุสมผลภายในงบประมาณที่เรากำหนดไว้นั่นเอง
5. สำรวจพื้นที่ก่อนลงมือรีโนเวท
เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนและรูปแบบบ้านในใจที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือต้องสำรวจบ้านอย่างละเอียด โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่ที่ต้องการปรับปรุงว่ามีส่วนไหนที่ยังใช้ได้ มีส่วนไหนที่ต้องซ่อมแซมหรือทำใหม่บ้าง ยิ่งหากเป็นการ รีโนเวทบ้านไม้ ที่เคยเจอปัญหาปลวกมาก่อนก็อาจต้องมาพิจารณาความแข็งแรงของไม้ว่าผุพังจากปลวกไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว หรือหากต้อง รีโนเวทบ้าน 2 ชั้น ไม่ว่าจะแค่ชั้นบนหรือชั้นล่างก็ต้องพิจารณาความแข็งแรงของทั้ง 2 ชั้นเช่นกัน ส่วนการ รีโนเวทบ้านชั้นเดียว ที่ต้องการต่อเติมเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านก็อาจต้องพิจารณาไปถึงสภาพดินบริเวณนั้นด้วยว่าจำเป็นต้องลงเข็มไว้เป็นฐานรากป้องกันการทรุดตัวหรือไม่ ต้องใช้เสาเข็มแบบไหน หรือแค่ใช้แบบฐานแผ่ก็เพียงพอแล้ว
เพื่อความชัดเจนและครบถ้วนในขั้นตอนนี้ แนะนำให้ลองทำเป็นรายการแบบ Check List ในแต่ละส่วนของบ้านไปเลย หรืออาจแบ่งเป็นประเภทของงานไปด้วยก็ได้ เช่น Check List งานโครงสร้างหลังคา งานฝ้า งานพื้น งานผนัง งานระบบไฟฟ้า งานระบบประปา งานระบบสุขาภิบาล งานระบบปรับอากาศของแต่ละห้องแต่ละโซน เป็นต้น และเมื่อตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมดอย่างละเอียดแล้วก็แนะนำให้ลองกำหนดแนวทางปรับปรุงแก้ไขของแต่ละปัญหาในเบื้องต้นเอาไว้เลย แต่สำหรับบางคนที่ไม่มีความชำนาญในเรื่องการปรับปรุงบ้านมากนักก็อาจขอคำปรึกษาจากสถาปนิก วิศวกร หรือช่างผู้เชี่ยวชาญก็ได้เหมือนกัน
6. กำหนดขอบเขตของงานรีโนเวท
หลังจากสำรวจพื้นที่ที่ต้องการรีโนเวทมาอย่างละเอียดและครบถ้วนแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องมานั่งสรุปงานปรับปรุงกันต่อ โดยรวบรวมข้อมูลจากการทำ Check List ที่ผ่านมา รวมถึงข้อมูลรูปแบบบ้านที่ชอบมารวมไว้ในที่เดียวกันเพื่อไม่ให้พลาดรายละเอียดสำคัญอะไรไป การกำหนดขอบเขตของงานรีโนเวทนี้ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้ขั้นตอนอื่น ๆ เพราะเป็นขั้นตอนที่จะกำหนดรายละเอียดการทำงานแทบทุกอย่างอย่างครอบคลุม ทั้งขอบเขตพื้นที่ที่ต้องการปรับปรุง วิธีการจัดการพื้นที่ส่วนต่าง ๆ วัสดุที่ต้องการใช้งาน ไปจนถึงเรื่องของงบประมาณที่กำหนดไว้ หากเป็นการทำงานร่วมกันกับสถาปนิกหรือผู้เชี่ยวชาญก็จำเป็นต้องแจ้งความต้องการทั้งหมดให้ละเอียดและครบถ้วนให้มากที่สุด เพื่อกำหนดทิศทางความเป็นไปได้ในการรีโนเวทให้ออกมาตรงตามความต้องการให้มากที่สุดแบบงบประมาณไม่บานปลายภายหลังนั่นเอง
7. จัดเตรียมงบประมาณล่วงหน้า
เมื่อได้ขอบเขตการทำงานทั้งหมดมาแล้ว การจัดเตรียมงบประมาณก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพียงแต่ต้องลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน ว่าต้องจ่ายอะไรบ้าง หรือลำดับการจ่ายก่อนจ่ายหลังอย่างไร ซึ่งสำหรับการรีโนเวทบ้านโดยทั่วไปแล้วจะแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ส่วนแรกคือค่าออกแบบโดยสถาปนิก มัณฑณากร วิศวกรโครงสร้าง และวิศวกรงานระบบต่าง ๆ หากเป็นงานรีโนเวทเล็ก ๆ ที่เจ้าของบ้านควบคุมงานเองได้ก็อาจไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนถัดมาคือค่าใช้จ่ายในการปรับปรุง ทั้งค่าแรงช่าง ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าดำเนินการต่าง ๆ ในระหว่างการรีโนเวท
และค่าใช้จ่ายส่วนสุดท้ายที่หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย นั่นคือค่าดำเนินการขออนุญาตในการก่อสร้างต่าง ๆ กับหน่วยงานราชการในกรณีที่ต้องยื่นขออนุญาต หรือค่าบริการที่ปรึกษาก่อสร้างต่าง ๆ ซึ่งนอกจากค่าใช้จ่ายทั้ง 3 ส่วนนี้ ยังต้องมีงบประมาณสำรองไว้เผื่อในกรณีฉุกเฉิน และควรตั้งงบประมาณให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้งบบานปลายด้วย
8. เลือกผู้ออกแบบหรือผู้เชี่ยวชาญ
ก่อนจะถึงขั้นตอนลงมือรีโนเวทบ้าน อีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าของบ้านต้องตัดสินใจเลือกคือ ต้องการจ้างสถาปนิกกับผู้รับเหมาแบบแยกส่วนกันหรือไม่ การเลือกจ้างสถาปนิกแยกกันกับการจ้างผู้รับเหมาจะทำให้ขั้นตอนการรีโนเวทเป็นไปอย่างเป็นระบบ สามารถตรวจสอบและปรับปรุงแบบบ้านให้ตรงกับความต้องการได้ผ่านทางการพูดคุยกับสถาปนิกผู้ออกแบบ โดยสถาปนิกจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาเรื่องแนวทางในการรีโนเวท ดูแลเรื่องการออกแบบให้ออกมาตรงกับความต้องการของเจ้าของบ้านมากที่สุด รวมทั้งรับหน้าที่ตรวจงานผู้รับเหมาในขณะรีโนเวทบ้านร่วมกันกับเจ้าของบ้านด้วย ในขณะที่การจ้างสถาปนิกและผู้รับเหมารายเดียวกันก็ค่อนข้างสะดวกกับเจ้าของบ้าน เพราะจะมีผู้ประสานงานเพียงคนเดียวตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบบ้านไปจนการรีโนเวทบ้านเสร็จสมบูรณ์
9. วางแผนการทำงานและติดตามงาน
ก่อนการลงมือรีโนเวทบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการ รีโนเวทบ้านชั้นเดียว หรือ รีโนเวทบ้าน 2 ชั้น และไม่ว่าจะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่ก็ควรให้สถาปนิกผู้ออกแบบหรือผู้รับเหมาวางแผนและแจกแจงรายละเอียดการทำงานให้ชัดเจนเสียก่อน ทั้งการลำดับงานปรับปรุงซ่อมแซมในส่วนที่กำหนด หรืองานส่วนที่ต้องทำเพิ่มเติมเพื่อให้บ้านออกมาดูดีขึ้น และเมื่อถึงขั้นตอนการลงมือรีโนเวทก็ควรติดตามผลงาน หรือหมั่นเข้าไปดูความคืบหน้าหน้างานอย่างสม่ำเสมอ เพราะมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้ไขหรือมีเรื่องให้ตัดสินใจได้ตลอดเวลา แต่ทั้งนี้ก็ควรอยู่ในกรอบของงบประมาณที่ตั้งไว้แต่แรกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : https://homeguru.homepro.co.th/how-to-plan-a-house-renovation

8 เทคนิคสร้างบ้าน พร้อมรับมือภัยน้ำท่วม🌊ในช่วงปีหลังๆ เรามักได้ยินข่าวน้ำท่วมเป็นประจำและเริ่มจะหนักขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุมา...
25/10/2022

8 เทคนิคสร้างบ้าน พร้อมรับมือภัยน้ำท่วม🌊
ในช่วงปีหลังๆ เรามักได้ยินข่าวน้ำท่วมเป็นประจำและเริ่มจะหนักขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างเฉียบพลัน และปัญหาโลกร้อนที่สะสมมานาน ซึ่งแม้เราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าจะเกิดเมื่อไร แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้ ดังนั้นหากพื้นที่ที่จะก่อสร้างบ้านมีโอกาสน้ำท่วม ก่อนที่จะออกแบบหรือก่อสร้างบ้านจึงควรคำนึงถึงปัญหาเหล่านี้เป็นอันดับต้นๆ แล้วออกแบบสร้างบ้านให้เหมาะสม พร้อมรับมือภัยน้ำท่วม เพื่อให้บ้านของเราคงทนแข็งแรงยาวนานตลอดอายุการใช้งาน
1. สำรวจพื้นดินทำเลสร้างบ้าน
สภาพชั้นดินที่แข็งแรงเป็นป้อมปราการชั้นดี ที่ช่วยยึดจับบ้านต้านภัยน้ำหลากได้ ดังนั้นหากอยู่ในพื้นที่มีประวัติน้ำท่วม ให้หลีกเลี่ยงพื้นดินที่เป็นหินกรวด ทราย หรือดินเหลว ให้มองหาพื้นที่ชั้นหินแข็งแรง หรือชั้นดินที่หนาแน่น หากสำรวจด้วยตาเปล่าแล้วไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาวิศวกรอีกครั้ง อีกทำเลที่ควรหลีกเลี่ยงคือ เนินหินและต้นไม้ใหญ่ เนื่องจากเนินหินมีโอกาสถล่มลงมาได้ รวมถึงต้นไม้ใหญ่ที่สามารถล้มลงมาทับบ้านเมื่อเกิดลมพายุ
2. สำรวจระดับน้ำที่เคยท่วมถึง
เมื่อทราบถึงระดับน้ำที่เคยท่วมถึง ให้ออกแบบสร้างบ้านให้อยู่เหนือระดับน้ำ โดยยืมภูมิปัญญาไทยอย่างการยกใต้ถุนบ้านมาประยุกต์ใช้กับบ้านสมัยใหม่ ด้วยการยกตัวบ้านให้อยู่เหนือระดับน้ำที่เคยท่วมสูงสุด ให้ตัวบ้านต้องตั้งบนเสาเข็มหรือกำแพงกันดินที่แข็งแรง อาจเสริมโครงสร้างทแยงเพื่อรัดโครงสร้างบ้านให้แข็งแรงขึ้น และให้ดูความเหมาะสมกับสัดส่วนของตัวบ้าน
3. เพิ่มความยาวเสาเข็ม
เสาเข็มถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดของบ้าน ทำหน้าที่ในการค้ำยัน ถ่ายน้ำหนักของตัวบ้านลงสู่พื้นดิน ดังนั้นหากทราบว่าหน้าดินของพื้นที่ที่จะสร้างบ้านมีการสไลด์ หรือไม่แข็งแรงพอ ควรออกแบบเสาเข็มให้มีความยาวมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการเสียหายของหน้าดินที่จะส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้าง
4. หลีกเลี่ยงผนังมีที่หลายวัสดุหลายรอยต่อ
ผนังของบ้านไม่ควรใช้วัสดุที่หลากหลายชนิดเกินไป เพราะจะเกิดรอยต่อของวัสดุตามจุดต่างๆ ซึ่งเป็นจุดด้อยที่ทำให้บ้านอ่อนแอกว่าการมีผนังที่เป็นพื้นผิวเดียวกันทั้งผืน รอยต่อยังทำให้ผนังเสี่ยงที่จะเสียหายได้ก่อนส่วนอื่นๆ อีกด้วย ดังนั้นควรเลือกใช้วัสดุทำผนังเพียงชนิดเดียวและต้องมีความยืดหยุ่นสูง
5. หลังคาน้ำหนักเบาปลอดภัยกว่า
หลังคาบ้าน ควรเป็นหลังคาแบบเบาแต่แน่นหนา เพื่อป้องกันการถล่มลงมาของหลังคา และควรเลือกใช้วัสดุที่ยืดหยุ่น เช่น ไม้หรือเหล็ก ซึ่งจะรับมือต่อพายุลมและฝนได้ดี ส่วนทรงหลังคาที่ปลอดภัยจากลมพายุฝน คือทรงลู่ลม หลังคาที่มีความลาดเอียงทั้งสี่ด้าน หรือที่เรียกว่า “ปั้นหยา” แต่ระวังช่องเปิดเหนือผนังที่ลมสามารถพัดผ่านได้บริเวณระหว่างเหนือผนังกับใต้หลังคา เพราะลมจะสามารถพัดผ่านและพัดเอาหลังคาหลุดลอยไปได้
6. บานประตูเปิดออกแข็งแรงกว่า
ออกแบบประตูบานเปิดออกสู่ภายนอก จะมีความแข็งแรงทนทานต่อแรงลมกว่าบานประตูแบบปิดเข้าภายใน เพราะเมื่อโดนลม น้ำ จะกระแทกเข้าสู่ตัวบ้านได้
7. แยกกันสาดออกจากหลังคา
ออกแบบให้หลังคากับกันสาดแยกออกจากกัน ไม่ควรให้มีส่วนใดส่วนหนึ่งของกันสาดเชื่อมต่อกับหลังคา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายพ่วงกัน นอกจากนี้ยังไม่ควรออกแบบชายคาที่ยื่นยาวเกินไป เพราะจะเพิ่มพื้นที่ในการปะทะของลม ทำให้มีโอกาสเสียหายมากขึ้น
8. หลีกเลี่ยงกระจก
บ้านที่สร้างในพื้นที่เสี่ยงต่อพายุและน้ำท่วม ควรหลีกเลี่ยงการใช้กระจกมาเป็นส่วนประกอบของประตูและหน้าต่าง เนื่องจากอันตรายสูงเมื่อเกิดการแตกเสียหาย ให้พิจารณาวัสดุประเภทไม้ อะลูมิเนียม เหล็ก หรือพลาสติกแทน แต่หากต้องการเลือกใช้กระจกให้เลือกเป็นกระจกนิรภัยแทน เพราะเมื่อแตกแล้วจะแตกละเอียดเป็นเม็ดเล็กๆ หรือเลือกกระจกลามิเนตที่มีฟิล์มสอดอยู่ตรงกลาง เวลาแตกก็จะไม่หล่นลงมา เพราะมีฟิล์มป้องกันอยู่
สำหรับบ้านที่จะสร้างในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย หรือเสี่ยงน้ำท่วม ควรเลือกบริษัทรับสร้างบ้านหรูที่ได้มาตรฐาน มีทีมงานสถาปนิก และวิศวกรที่มีประสบการณ์สูง เพื่อให้บ้านที่สวยงามเหมาะสมกับสภาพที่ดิน และได้มาตรฐานความปลอดภัย

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.art-tech.co.th/8-house-building-techniques-ready-for-flood-disaster/

15/10/2022

EP1 : ผลงานการรีโนเวทบ้าน🏡

บ้านทาวน์โฮมภูเก็ต 📍พิกัดใกล้ชุปเปอร์ชีบใหญ่
🔹3 ห้องนอน
🔹2 ห้องน้ำ
🔹1 ห้องครัว
🔹1 ห้องนั่งเล่น
🔹พื้นที่ใช้สอย 120 ตรม.

#รีโนเวทบ้าน #ช่างทำบ้านภูเก็ต #งานก่อสร้าง #รับเหมาก่อสร้าง #รีโนเวทบ้านภูเก็ต #รีโนเวทบ้านภูเก็ต #รีโนเวทบ้านราคาถูก

อยากเปลี่ยนบ้านใหม่ยินดีให้บริการค่ะ
สนใจสอบถามข้อมูลทัก inbox ได้เลยจ้า📭

13/10/2021

งานโครงสร้าง 777Condo

Phuket ,Thailand

#ไม้ขาว #สร้างคอนโด #สร้างวิลล่า #สร้างบ้าน #ภูเก็ต

By B.N.K.(Thailand)Co.,Ltd

🙄เบื่อแบบเดิมๆ อยากแก้ไข อยากเปลี่ยนแปลง  อยากสร้างใหม่ 🤔แต่คิดไม่ออกจะเอาแบบไหนดี‼️ปรึกษาเราสิคะ😊  #ออกแบบ  #สร้างบ้าน ...
11/10/2021

🙄เบื่อแบบเดิมๆ

อยากแก้ไข อยากเปลี่ยนแปลง อยากสร้างใหม่

🤔แต่คิดไม่ออกจะเอาแบบไหนดี‼️

ปรึกษาเราสิคะ😊


#ออกแบบ #สร้างบ้าน #สร้างวิลล่า #สร้างอาคาร #รีโนเวท

โทร.086-951 1001

Start from Oct 1st, 2021...
27/09/2021

Start from Oct 1st, 2021...

ที่อยู่

Amphoe Thalang
83110

เบอร์โทรศัพท์

+66836366889

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ B N K - Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง B N K - Thailand:

แชร์