กลกิจบ้านโป่ง

กลกิจบ้านโป่ง อุปกรณ์การเกษตร ต่อพ่วงรถไถ

22/05/2026

จับตา‼“ราคาอ้อย” “ธ.กรุงศรี คาดการณ์ ปี69/70 ราคาเฉลี่ย 1,070–1,095 บาท/ตัน” ตัวเลขนี้เป็นแค่ “ประมาณการ” หลายปัจจัยที่ส่งผลราคา ผลผลิต ตลาดโลก
กรุงศรีวิจัยคาด ราคาอ้อยเฉลี่ยอาจอยู่ราว 1,070–1,095 บาท/ตัน หากผลผลิตน้ำตาลโลกเพิ่มสูงกว่าคาด 🌍(ตัวเลขนี้เป็น “ประมาณการเฉลี่ย” ของฝ่ายวิจัย ไม่ใช่ราคาที่รัฐบาลประกาศแล้ว)
ปัจจัยกดดันหลักมาจาก
🇧🇷 บราซิล เพิ่มกำลังผลิต
🇮🇳 อินเดีย ผลผลิตฟื้นตัวแรง
ทำให้อุปทานน้ำตาลโลกมีแนวโน้มล้นตลาด และกดราคาน้ำตาลลง
ขณะที่ไทยคาดว่าผลผลิตอ้อยปี 69/70 อาจแตะเกือบ 100 ล้านตัน หลังฝนดีและชาวไร่ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม 📈
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า หากเกิดภัยแล้ง หรืออินเดียกลับมาจำกัดส่งออกอีกครั้ง ราคาอ้อยไทยก็ยังมีโอกาสสูงกว่ากรอบคาดการณ์
เทียบกับปี 68/69 ที่รัฐบาลเคาะราคาอ้อยขั้นต้น 890 บาท/ตัน ตัวเลขคาดการณ์ 69/70 ยังถือว่า “สูงกว่า” ปีนี้พอสมควร
ข้อมูลอ้างอิงจากรายงานวิจัยอุตสาหกรรมน้ำตาลของ Krungsri Research และข้อมูลราคาอ้อยขั้นต้นจากภาครัฐ
✅ขอบคุณข้อมูล : ธ.กรุงศรี / ฅ. คน ทำเกษตร /คนเล่าข่าว Konlaokhaw
#อ้อย #ชาวไร่อ้อย #เงินอ้อยสด #อุตสาหกรรมน้ำตาล #น้ำตาลทราย #ชาวนา #อัพเดตราคาพืชเกษตร #ข่าวอ้อยโลก #รายงานการหีบอ้อย #โรงงานน้ำตาล #ชาวไร่อ้อย #ปิดหีบอ้อย #ปุ๋ยน้ำแพนต้าโกรว์ #กรอบปุ๋ยแพนต้าโกรว์ #เกษตรแพนต้าโกรว์ #พ่อใหญ่สัมฤทธิ์

18/05/2026

พืชที่ควรปลูกบำรุงดิน 8 ชนิด ช่วยฟื้นดิน ลดต้นทุน ทำเกษตรได้ยั่งยืน

---

ดินดีคือหัวใจสำคัญของการทำเกษตร แต่เมื่อปลูกพืชต่อเนื่องใช้สารเคมีหรือปล่อยให้หน้าดินเสื่อมสภาพ ดินจะเริ่มแข็งขาดอินทรียวัตถุและพืชเติบโตได้ไม่เต็มที่ การปลูกพืชบำรุงดินจึงเป็นอีกวิธีที่เกษตรกรนิยมใช้ เพราะช่วยเพิ่มธาตุอาหาร ปรับโครงสร้างดิน และลดต้นทุนค่าปุ๋ยในระยะยาวสำหรับวันนี้เราได้รวบรวมพืชบำรุงดินที่ปลูกง่าย โตเร็ว และเกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง

---

#ปอเทือง

ปอเทืองเป็นพืชปุ๋ยสดยอดนิยม โตเร็ว ใช้เวลาเพียง 45–60 วันก็สามารถไถกลบได้ ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินร่วนซุยและเก็บความชื้นได้ดี

การปลูก
1. หว่านเมล็ดหลังเก็บเกี่ยวพืชหลัก
2. รดน้ำให้พอชื้น
3. เมื่อเริ่มออกดอกให้ไถกลบลงดิน

จุดเด่น
1. เพิ่มไนโตรเจนในดิน
2. ลดวัชพืช
3. ฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมได้ดี

---

#ถั่วพร้า

ถั่วพร้าเป็นพืชตระกูลถั่วที่ให้มวลชีวภาพสูง ช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศลงสู่ดิน เหมาะกับสวนผลไม้ สวนยาง และไร่นา

การปลูก
1. ปลูกเป็นพืชคลุมดิน
2. ตัดต้นเมื่อเริ่มออกดอก
3. นำมาคลุมโคนต้นหรือไถกลบ

จุดเด่น
1. ลดการชะล้างหน้าดิน
2. เพิ่มความชุ่มชื้น
3. ลดค่าใช้จ่ายเรื่องปุ๋ย

---

#ถั่วพุ่มหรือถั่วเขียว

พืชตระกูลถั่วช่วยเพิ่มไนโตรเจนให้ดินได้ดี โดยเฉพาะถั่วเขียวที่ปลูกง่าย โตไว และยังสามารถเก็บผลผลิตขายได้อีกด้วย

การปลูก
1. ปลูกหลังฤดูทำนา
2. เก็บฝักบางส่วนขาย
3. ไถเศษต้นและใบกลับคืนดิน

จุดเด่น
1. เพิ่มธาตุอาหาร
2. ลดต้นทุนปุ๋ยเคมี
3. มีรายได้เสริมระหว่างฟื้นดิน

---

#โสนอินเดีย

โสนอินเดียโตเร็วมาก และให้ธาตุไนโตรเจนสูง นิยมใช้ในนาข้าวก่อนฤดูเพาะปลูก

การปลูก
1. หว่านเมล็ดก่อนทำนา
2. ปล่อยให้โตประมาณ 45 วัน
3. ไถกลบก่อนดำนา

จุดเด่น
1. เพิ่มอินทรียวัตถุรวดเร็ว
2. ดินนุ่ม ร่วนขึ้น
3. ช่วยลดการใช้ปุ๋ยยูเรีย

---

#หญ้าแฝก

หญ้าแฝกมีรากยาวลึก ช่วยยึดหน้าดินและป้องกันการชะล้าง เหมาะกับพื้นที่ลาดชันหรือสวนที่ดินเสื่อม

การปลูก
1. ปลูกเป็นแนวรอบแปลง
2. เว้นระยะให้แน่นพอสมควร
3. ตัดใบคลุมดินได้

จุดเด่น
1. ป้องกันหน้าดินพัง
2. เก็บความชื้นในดิน
3. ช่วยฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม

---

#ถั่วลิสง

ถั่วลิสงนอกจากสร้างรายได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มไนโตรเจนให้ดิน เหมาะปลูกหมุนเวียนในไร่มันสำปะหลัง อ้อย หรือข้าวโพด

การปลูก
1. ปลูกสลับกับพืชหลัก
2. หลังเก็บผลผลิตให้นำเศษต้นคลุมดิน
3. เพิ่มปุ๋ยคอกเล็กน้อยเพื่อเร่งการย่อยสลาย

จุดเด่น
1. ปรับดินให้ร่วน
2. ลดการสะสมโรคในดิน
3. สร้างรายได้เสริม

---

#ถั่วมะแฮะ

ถั่วมะแฮะทนแล้งดี รากลึก ช่วยปรับโครงสร้างดินและเพิ่มอินทรียวัตถุ เหมาะกับพื้นที่แห้งแล้ง

การปลูก
1. ปลูกริมแปลงหรือระหว่างแถวพืช
2. ตัดกิ่งใบมาคลุมดิน
3. ปล่อยรากย่อยสลายในดิน

จุดเด่น
1. ทนแล้ง
2. เพิ่มธาตุอาหาร
3. ใช้เป็นอาหารสัตว์ได้

---

#แหนแดง

แหนแดงเป็นพืชน้ำที่นิยมใช้ในนาข้าว เพราะช่วยเพิ่มไนโตรเจนตามธรรมชาติและลดวัชพืชในนา

การปลูก
1. ปล่อยแหนแดงในแปลงนา
2. รักษาระดับน้ำให้เหมาะสม
3. ไถกลบก่อนข้าวตั้งท้อง

จุดเด่น
1. ลดค่าปุ๋ยเคมี
2. ช่วยรักษาความชื้น
3. เพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในดิน

---

#เทคนิคปลูกพืชบำรุงดินให้ได้ผลดี

1. ปลูกหลังเก็บเกี่ยวพืชหลัก
2. ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักร่วมด้วย
3. ไถกลบช่วงพืชยังอ่อน จะย่อยสลายง่าย
4. ปลูกหมุนเวียนหลายชนิดสลับกัน
5. หลีกเลี่ยงการเผาตอซัง เพราะทำลายอินทรียวัตถุในดิน

---

#ประโยชน์ของการปลูกพืชบำรุงดิน

1. ลดต้นทุนค่าปุ๋ย
2. เพิ่มความร่วนซุยของดิน
3. ช่วยกักเก็บน้ำได้ดีขึ้น
4. เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์
5. ลดปัญหาดินเสื่อมในระยะยาว
6. ช่วยให้พืชหลักแข็งแรง โตไว ผลผลิตดีขึ้น

---

การฟื้นฟูดินไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยราคาแพงเสมอไป เพียงเลือกปลูกพืชบำรุงดินให้เหมาะกับพื้นที่ก็สามารถช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ ลดต้นทุน และทำเกษตรได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว เกษตรกรสามารถเริ่มจากพื้นที่เล็ก ๆ แล้วค่อยขยายไปทั้งแปลง เพื่อสร้างดินที่ดีและผลผลิตที่แข็งแรงในอนาคต ลองศึกษาดูนะครับ

#ปลูกพืชบำรุงดิน #ฟื้นฟูดิน #แนวทางเกษตรเกร็ดความรู้

18/05/2026

🌱 ดูหญ้าในแปลง รู้ดินจริง! วิธีเช็กสภาพดินแบบง่าย ๆ สไตล์เกษตรกร

ไม่อยากเสียเงินตรวจดินบ่อย ๆ ลองสังเกต "วัชพืช" ในแปลงดูครับ! เพราะพืชที่ขึ้นเองเหล่านี้คือ "ตัวบ่งชี้" ชั้นดีว่าดินของคุณเป็นอย่างไร และควรปรับปรุงตรงไหน

🧐 เช็กเลย! หญ้าแบบนี้ ดินเป็นอย่างไร?

• หญ้าแพรก / ไมยราบ: ดินแน่น แข็ง น้ำซึมยาก ขาดอินทรียวัตถุ

• วิธีแก้: เติมปุ๋ยคอก พรวนดิน หรือไถระเบิดดินดาน

• หญ้าตีนกา: ดินเสื่อมโทรมมาก ธาตุอาหารต่ำ

• วิธีแก้: ปลูกพืชบำรุงดิน (ถั่วเขียว/ถั่วพร้า) และงดการเผาตอซัง

• หญ้าคา: สัญญาณของ "ดินกรด" (pH ต่ำ)

• วิธีแก้: ใส่ปูนโดโลไมท์ปรับสภาพ และเพิ่มปุ๋ยอินทรีย์

• หญ้าแห้วหมู / หญ้าปล้องข้าวนก: ดินมีความชื้นดี เริ่มสมบูรณ์

• ข้อแนะนำ: เหมาะปลูกผักสวนครัว แต่ต้องระวังเรื่องการระบายน้ำไม่ให้ขัง

• วัชพืชใบกว้าง (ผักโขม/ผักเบี้ย): ยินดีด้วย! ดินของคุณค่อนข้างสมบูรณ์

• พืชชอบน้ำ (หญ้าไซ/ผักปอด): ดินแฉะ น้ำขัง ระบายน้ำไม่ดี

• วิธีแก้: ทำร่องระบายน้ำ หรือยกร่องแปลงปลูก

💡 3 เทคนิคสังเกตให้แม่นยำ

1. ดูหลายชนิดร่วมกัน: อย่าดูแค่ต้นเดียว เพราะดินในแปลงอาจมีหลายสภาพ

2. ดูพื้นที่กว้าง ๆ: สำรวจสัก 3–5 จุด เพื่อความแม่นยำ

3. ดูฤดูกาลประกอบ: หน้าฝนกับหน้าแล้ง หญ้าที่ขึ้นจะต่างกัน

"พืชที่ขึ้นเองไม่ใช่แค่วัชพืช แต่เป็นกระจกสะท้อนดิน" การอ่านดินให้เป็นจะช่วยให้เราปรับปรุงดินได้ตรงจุด ลดต้นทุนปุ๋ย และได้ผลผลิตที่คุ้มค่ากว่าเดิมครับ 💚

#เกษตรอินทรีย์ #ปรับปรุงดิน #พืชบ่งชี้สภาพดิน #ลุงมีนชาวสวน #เทคนิคเกษตร

18/05/2026

จัดการน้ำหน้าฝนอย่างไร ให้มีใช้นานถึงหน้าแล้ง
เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน การกักเก็บและบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพคือหัวใจสำคัญของการทำเกษตรกรรม เพราะการสำรองน้ำไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำในช่วงที่ฝนทิ้งช่วงหรือเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง วันนี้เราจะมาเจาะลึกแนวทางการจัดการพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงกันครับ
1. การจัดระเบียบเส้นทางน้ำและการปรับปรุงแปลง
การปล่อยให้น้ำฝนไหลผ่านหน้าดินไปเฉยๆ นอกจากจะสูญเสียน้ำแล้ว ยังทำให้หน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ถูกชะล้างไปด้วย การจัดระเบียบเส้นทางน้ำจึงเป็นขั้นตอนแรกที่ต้องทำ เช่น

• การขุดสระน้ำแบบไล่ระดับความลึก
การขุดบ่อทรงสี่เหลี่ยมทื่อๆ ที่มีความลึกเท่ากันหมด จะทำให้น้ำระเหยพร้อมกันในอัตราที่รวดเร็ว แนะนำให้ขุดแบบปรับระดับ มีทั้งโซนตื้น (ลึกประมาณ 1-1.5 เมตร) สำหรับให้แสงแดดส่องถึงเพื่อสร้างแพลงก์ตอน และโซนลึก (ลึกตั้งแต่ 3-5 เมตรขึ้นไป) ซึ่งเป็นพื้นที่หลักในการกักเก็บน้ำ โซนลึกนี้จะมีพื้นที่ผิวสัมผัสน้อย แสงแดดส่องไม่ถึงก้นบ่อ ช่วยลดการระเหยของน้ำในช่วงที่อากาศร้อนจัดได้อย่างดีเยี่ยม

• การทำร่องน้ำหมุนเวียนรอบแปลง
ขุดร่องน้ำขนาดเล็ก กว้างประมาณ 50-80 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร โดยขุดขดเคี้ยวไปตามแนวระดับความลาดชันของพื้นที่ เพื่อช่วยดักน้ำฝนที่หลากผ่านหน้าดิน แทนที่น้ำจะไหลทิ้งออกนอกสวน น้ำจะถูกกักไว้ในร่องน้ำเหล่านี้ แล้วค่อยๆ ซึมลงสู่ใต้ดินเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นสะสมให้กับระบบรากพืชในระยะยาวโดยไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ
2. การแก้ปัญหาสระน้ำรั่วซึมและการรักษาโครงสร้างบ่อ
ปัญหาใหญ่ของหลายสวนคือ ขุดสระแล้วแต่เก็บน้ำไม่อยู่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นดินทรายหรือดินร่วนปนทราย น้ำจะซึมหายไปในชั้นดินลึกอย่างรวดเร็ว

• การเลือกความหนาและการปูแผ่นพลาสติกกันซึม
สำหรับพื้นที่ที่ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้จริงๆ การใช้แผ่นพลาสติกปูบ่อถือเป็นทางเลือกที่นิยมใช้ ควรเลือกใช้พลาสติกประเภท HDPE หรือ LDPE ที่มีความหนาอย่างน้อย 0.3 มิลลิเมตรขึ้นไป เพื่อให้ทนต่อแรงดันน้ำและรังสียูวี โดยทำการปรับหน้าดินในบ่อให้เรียบ นำเศษหินและรากไม้ออกให้หมดก่อนทำการปู เพื่อป้องกันพลาสติกฉีกขาด

• การปลูกพืชปลูกพืชยึดหน้าดิน ป้องกันขอบบ่อพัง
เมื่อมีสระเก็บน้ำแล้ว สิ่งที่ต้องระวังในหน้าฝนคือ ดินคันบ่อถล่มลงไปทับถมทำให้บ่อตื้นเขิน แนะนำให้ปลูกหญ้าแฝกบริเวณขอบสระ โดยปลูกเป็นแนวขั้นบันได หญ้าแฝกมีระบบรากที่หยั่งลึกในแนวดิ่งและสานกันเป็นตาข่ายธรรมชาติ ช่วยยึดเกาะหน้าดินไม่ให้พังทลาย และช่วยกรองตะกอนดินไม่ให้ไหลลงไปสะสมในสระน้ำ
3. การเปลี่ยนชั้นดินให้เป็นแหล่งเก็บความชื้น
นอกจากการกักเก็บน้ำในรูปแบบของน้ำผิวดินแล้ว การบริหารจัดการให้ดินสามารถโอบอุ้มน้ำไว้ได้มากที่สุด ก็เป็นวิธีลดการใช้น้ำจากสระน้ำได้เป็นอย่างดี

• ระบบการคลุมดิน
การปล่อยให้หน้าดินโล่งในหน้าฝนจะทำให้เม็ดฝนตกกระทบหน้าดินโดยตรง ดินจะแน่น ทำให้น้ำซึมลงใต้ดินได้ยาก การนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว หญ้าแห้ง หรือเปลือกมันสำปะหลัง มาคลุมรอบโคนต้นไม้ให้หนาประมาณ 10-15 เซนติเมตร จะช่วยลดแรงกระแทกของเม็ดฝน ดินจะคงความร่วนซุย และเมื่อเข้าสู่หน้าแล้ง วัสดุคลุมดินเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นหลังคาช่วยกำบังแสงแดด ลดการระเหยของความชื้นออกจากดิน

• การปรับปรุงโครงสร้างดินด้วยอินทรียวัตถุ
ดินที่มีส่วนประกอบของทรายสูงจะมีช่องว่างระหว่างเม็ดดินมากทำให้น้ำไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว ส่วนดินเหนียวที่แน่นเกินไปก็จะไม่ยอมให้น้ำซึมผ่าน การเติมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือถ่านไบโอชาร์ ลงไปในดินอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุ ดินจะเปลี่ยนสภาพเป็นก้อนโครงสร้างขนาดเล็กที่มีความพรุนสูง ช่วยเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำของดินที่คอยซับน้ำฝนเอาไว้ใต้ดิน ช่วยให้ดินรักษาความชื้นได้นานขึ้นในช่วงฝนทิ้งช่วง
#การจัดการน้ำ #เกษตรหน้าฝน #การทำเกษตร #การปรับปรุงดิน #เกษตรสัญจร
……………………………………
เกษตรสัญจร ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร

18/05/2026

ปลูกพืชแบบยกร่อง ช่วยลดปัญหาน้ำขังได้ยังไง
หน้าฝนมาเยือนทีไร คนทำเกษตรปวดหัวกับปัญหาน้ำท่วมขังทุกที! ดินแฉะ รากเน่า ต้นไม้เหี่ยวเฉา เสียหายไปเท่าไหร่แล้ว? วันนี้เพจเกษตรสัญจรมีทางรอดมาฝาก ด้วยเทคนิคยอดฮิตที่ทำง่ายและนิยมใช้ นั่นคือ "การปลูกพืชแบบยกร่อง" มาทำความเข้าใจกลไกและเทคนิคแบบเจาะลึก เพื่อช่วยลดความเสียหายให้สวนและแปลงเกษตรจากปัญหาน้ำขังกันครับ
การยกร่องช่วยไล่น้ำขังได้อย่างไร?
1. การปลูกพืชแบบยกร่อง คือการขุดร่องดินเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างชั้นดิน โดยนำดินมาพูนเป็นแปลงให้สูงกว่าระดับพื้นดินปกติ วิธีนี้เปรียบเสมือนการสร้างบ้านใหม่ให้รากพืชอยู่เหนือน้ำ
2. เมื่อฝนตกหนัก น้ำส่วนเกินจะไหลลงสู่ร่องระบายน้ำด้านล่างทันทีตามแรงโน้มถ่วง โดยไม่สะสมอยู่บริเวณโคนต้นพืช หน้าดินบนแปลงจึงแห้งไวและไม่อุ้มน้ำจนแฉะเกินไป
3. นอกจากเรื่องการระบายน้ำแล้ว กระบวนการนี้ยังช่วยเพิ่มอากาศในดิน เนื่องจากดินที่ถูกไถพรวนและยกพูนขึ้นมาจะมีความร่วนซุย มีช่องว่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ทำให้รากพืชสามารถหายใจและดูดซึมสารอาหารไปเลี้ยงลำต้นได้ดีขึ้น แม้ในวันที่มีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่อง
4. เป็นการช่วยลดความเสี่ยงการระบาดของโรคพืช เพราะเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่า มักจะเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้ดีที่สุดในดินที่แฉะ ขาดออกซิเจน และมีน้ำขัง การยกร่องจึงช่วยลดความชื้นสะสมรอบโคนต้นได้เป็นอย่างดี
เทคนิคการยกร่องและจัดการโครงสร้างแปลงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
1. สำหรับพืชผักสวนครัวหรือพืชอายุสั้น ควรยกร่องให้มีความสูงจากพื้นดินประมาณ 20-30 เซนติเมตร ส่วนไม้ผลหรือพืชที่มีระบบรากลึก ควรยกสูงตั้งแต่ 50 เซนติเมตรขึ้นไป โดยกำหนดความกว้างของแปลงให้อยู่ที่ประมาณ 80-120 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะที่พอดีต่อการเดินจัดการ ดูแลรักษา และให้ปุ๋ย โดยไม่ต้องก้าวเท้าขึ้นไปเหยียบย่ำบนแปลงอันจะทำให้ดินแน่นขวางการระบายน้ำ
2. ควรวางแนวร่องแปลงในทิศตะวันออก-ทิศตะวันตก เพื่อให้พืชได้รับแสงแดดอย่างทั่วถึงตลอดทั้งวัน ซึ่งแสงแดดจะช่วยเร่งการระเหยของน้ำบนหน้าดิน ลดความชื้นสะสมได้อีกทางหนึ่ง พร้อมทั้งต้องขุดร่องทางเดินระหว่างแปลงให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยประมาณ 1-2 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเชื่อมต่อไปยังทางระบายน้ำหลัก ทำให้น้ำไหลออกจากแปลงได้ทันที ไม่เกิดน้ำขังนิ่งข้ามวัน
เคล็ดลับเสริมโครงสร้างดินจากเกษตรสัญจร
ก่อนทำการยกร่องทุกครั้ง แนะนำให้ผสมอินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือแกลบดิบ ลงไปในเนื้อดินเดิมด้วย สารปรับปรุงดินเหล่านี้จะช่วยสร้างโพรงอากาศขนาดเล็กในดิน ทำให้ดินโปร่ง ไม่จับตัวเป็นก้อนแข็ง ช่วยให้การระบายน้ำไหลลื่น และยังเป็นแหล่งอาหารชั้นดีให้รากพืชชอนไชได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
การปลูกพืชแบบยกร่อง นอกจากจะช่วยระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วในหน้าฝนแล้ว ยังช่วยให้ดินโปร่ง อากาศถ่ายเทดี ส่งผลให้รากพืชแข็งแรง สมบูรณ์ และลดความเสี่ยงจากการเกิดโรครากเน่าโคนเน่าได้ ทำให้การบริหารจัดการแปลงและการเก็บเกี่ยวทำได้ง่ายขึ้นในทุกฤดูกาล หน้าฝนนี้ ลองนำเทคนิคการยกร่องไปปรับใช้กับแปลงเกษตรดูครับ
#ปลูกพืชแบบยกร่อง #แก้ปัญหาน้ำขัง #เทคนิคการเกษตร #ดูแลต้นไม้หน้าฝน #เกษตรสัญจร
……………………………………
เกษตรสัญจร ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร

14/05/2026

ลูกค้าท่านใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามที่ พ.แทรกเตอร์กำแพงเพชร ได้เลยนะคะ หรือสนใจสอบถามรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมติดต่อมาที่บริษัท กลกิจ แมชชินเนอรี่ จำกัด (กลกิจ บ้านโป่ง) ติดต่อ 096-1682982 หรือ แอดไลน์ได้เลยค่ะ
#เครื่องปลูกอ้อยท่อนกลกิจขนาด1ตัน🌱
จัดส่งทั่วประเทศ🚛
@ผู้ติดตาม

 #กลกิจบ้านโป่ง #แจ้งวันหยุดทำการ วันเสาร์-วันอาทิตย์ เปิดทำการปกติ วันจันทร์-ศุกร์ สำหรับลูกค้าท่านใดสนใจสินค้าหรืออะไห...
07/05/2026

#กลกิจบ้านโป่ง
#แจ้งวันหยุดทำการ วันเสาร์-วันอาทิตย์
เปิดทำการปกติ วันจันทร์-ศุกร์
สำหรับลูกค้าท่านใดสนใจสินค้าหรืออะไหล่ของกลกิจ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ เว็บไซร์ www.kollakij.com ได้เลยนะคะ และสามารถทักแชทไว้ได้เลยค่ะ🙏🙏🙏
กลกิจบ้านโป่ง
@ผู้ติดตาม

ที่อยู่

37/68 ถ. บ้านปากแรต ต. บ้านโป่ง อ. บ้านโป่ง จ. ราชบุรี
Ban Pong
70110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6632211820

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กลกิจบ้านโป่งผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กลกิจบ้านโป่ง:

แชร์