InfraPlus UAV Consulting

InfraPlus UAV Consulting บริการงานสำรวจด้วยโดรน ควบคุมงานโดยบุคลากรที่มีประสบการณ์และใช้เครื่องมือที่ทันสมัย

ตำรา UAV ครับ
03/04/2026

ตำรา UAV ครับ

👉👉 Practical Guidelines for Performing with Snapshot Sensors

✍️ Wouter H. Maes et al.
🔗 https://brnw.ch/21x1gRD

GSD ยิ่งน้อย ยิ่งดีจริงหรือ?ในโลกของการสำรวจด้วยโดรน หลายคนมักตั้งเป้าไปที่ภาพที่ชัดที่สุดไว้ก่อน แต่ในฐานะที่ปรึกษาด้าน...
02/04/2026

GSD ยิ่งน้อย ยิ่งดีจริงหรือ?
ในโลกของการสำรวจด้วยโดรน หลายคนมักตั้งเป้าไปที่ภาพที่ชัดที่สุดไว้ก่อน แต่ในฐานะที่ปรึกษาด้าน UAV... iNFRA UAV Consulting ขอบอกว่า "GSD ที่เหมาะสมกับงาน" เป็นผลลัพธ์ทางวิศวกรรมที่จับต้องได้... เพราะงานสำรวจที่ดี คือการเลือกความละเอียดที่ 'ใช่' ในเวลาที่ 'แม่นยำ'

ปรึกษางานสำรวจด้วยโดรนอย่างมืออาชีพ ติดต่อ InfraPlus UAV Consulting 🤝

#วิศวกรรมสำรวจ

ทำไมกฎหมายโดรนไทยต้องกำหนดเพดานบินไว้ที่ 90 เมตร (300 ฟุต)? ไม่ใช่แค่ตัวเลขสุ่มๆ แต่คือหัวใจสำคัญของความปลอดภัยทางอากาศ ...
18/03/2026

ทำไมกฎหมายโดรนไทยต้องกำหนดเพดานบินไว้ที่ 90 เมตร (300 ฟุต)? ไม่ใช่แค่ตัวเลขสุ่มๆ แต่คือหัวใจสำคัญของความปลอดภัยทางอากาศ วันนี้ InfraPlus UAV Consulting จะพาไปปลดล็อกความลับหลังเพดานบินนี้กันครับ
www.infra-corp.co

#โดรนสำรวจ

✨ iNFRA ร่วมเป็นวิทยากรอบรมเชิงปฏิบัติการ Lidar Drone ✨iNFRA ได้รับเกียรติจาก สถานภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภ...
24/09/2025

✨ iNFRA ร่วมเป็นวิทยากรอบรมเชิงปฏิบัติการ Lidar Drone ✨

iNFRA ได้รับเกียรติจาก สถานภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร เชิญร่วมเป็นวิทยากร ในการอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “การใช้ Lidar Drone สำหรับงานวิศวกรรม”

📅 จัดขึ้นวันที่ 23–24 กันยายน 2568
📍 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

การอบรมมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะด้าน การใช้เทคโนโลยี Lidar Drone เพื่อประยุกต์ใช้ในการสำรวจและงานวิศวกรรม ไม่ว่าจะเป็น
✅ การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน
✅ การตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้าง
✅ การสำรวจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

iNFRA ยังคงมุ่งมั่นในการส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อการใช้งานจริงทั้งในภาควิชาการและวิชาชีพ 🚀

www.infra-corp.co

DJI Matrice 400 !!!!
10/09/2025

DJI Matrice 400 !!!!

DJI Matrice 400 โดรนสำรวจอัจฉริยะ มืออาชีพสำหรับภารกิจจริง!
บริษัทบินสำรวจยุคใหม่! ห้ามพลาดฟังก์ชันเด่น ตามนี้เลย!

🔄รองรับการใช้งาน Payload ได้หลากหลายให้เหมาะสมภารกิจไม่ว่าจะเป็น Public Safety , Emergency Response , Power or Building Inspection , Mapping
🛡️ มีระบบความปลอดภัยด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวาง 360° มาพร้อมกับเทคโนโลยี LiDAR ประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถตรวจจับได้แม้ในที่ที่มีแสงน้อยหรือมีหมอก
🛰️ ส่งภาพไกล 40 กม. (O4 Enterprise Transmission) ส่งภาพความคมชัดสูงแบบเรียลไทม์ ผ่านสิ่งกีดขวางได้ดีกว่าเดิม
🧠 มีระบบ Smart AR บินอัตโนมัติช่วยนำทาง
🌐 บินตามภูมิประเทศอัตโนมัติ (Terrain Follow)
🛩️ บินได้นานสูงสุด 59 นาที ใช้แบตเตอรี่แบบคู่ (TB65) บินได้นานกว่ารุ่นก่อน
🌧️ ทนทุกสภาพอากาศ (IP55) ใช้งานได้ในสภาพอากาศที่เป็นฝน, ลม, ฝุ่น หรืออุณหภูมิต่ำถึง -20°C

Matrice 400 เหมาะกับใคร?
✅️วิศวกรสำรวจ / ก่อสร้าง
✅️หน่วยงานราชการ
✅️บริษัทอุตสาหกรรม
✅️ทีม UAV ที่เน้นบินพื้นที่ใหญ่ หรือบินนาน

BIS B-Innovation by iNFRA Corporation บริษัทให้บริการโดรนบินสำรวจ
สอบถามเพิ่มเติม
ติดต่อ: 02-096-3189 ต่อ 1, 092-968-4018 (คุณอภิรักษ์ – ฝ่ายขาย)
เว็บไซต์: www.infra-corp.co

#ขายโดรนสำรวจ #บริษัทบินสำรวจ #บริการ #โดรนสำรวจ #บินสำรวจ #สำรวจภาคสนาม ับงานสำรวจ

สถิติการขึ้นทะเบียนโดรนในประเทศไทย
02/09/2025

สถิติการขึ้นทะเบียนโดรนในประเทศไทย

CAAT ออกประกาศฉบับใหม่ อนุญาตบินโดรนทั่วประเทศภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัย 5 จังหวัดชายแดน และพื้นที่ความมั่นคงยังคงห้ามบิน...
29/08/2025

CAAT ออกประกาศฉบับใหม่ อนุญาตบินโดรนทั่วประเทศภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัย 5 จังหวัดชายแดน และพื้นที่ความมั่นคงยังคงห้ามบิน มีผล 1-15 ก.ย. 68

CAAT ออกประกาศฉบับใหม่ อนุญาตบินโดรนทั่วประเทศภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัย 5 จังหวัดชายแดน และพื้นที่ความมั่นคงยังคงห้ามบิน มีผล 1-15 ก.ย. 68
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ออกประกาศฉบับที่ 5 เรื่อง “ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา” โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1-15 กันยายน 2568 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

จากการประเมินสถานการณ์ของหน่วยงานด้านความมั่นคงหลังมีประกาศฉบับที่ 4 ซึ่งมีผลบังคับใช้ 15-31 สิงหาคม 2568 พบว่า สถานการณ์ชายแดนโดยรวมเริ่มคลี่คลาย จึงผ่อนคลายมาตรการให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถทำการบินโดรนได้ทุกวัตถุประสงค์ แต่ยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดตามที่กำหนด

พื้นที่ที่ยังคงห้ามบินเด็ดขาด ได้แก่
• 5 จังหวัดชายแดนที่ประกาศกฎอัยการศึกหรือมีการวางกำลังภาคพื้น ได้แก่ สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี (ปรับลดพื้นที่ จ.จันทบุรี และ จ.ตราด)
• พื้นที่อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี, อำเภอเมือง จ.ระยอง, อำเภอพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ และอำเภอเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี
• พื้นที่ในรัศมี 9 กิโลเมตรรอบสนามบิน (เพิ่มพื้นที่สนามบินโคกกระเทียม จ.ลพบุรี และสนามบินประจวบฯ)
• พื้นที่ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงประกาศเพิ่มเติม
โดยมีเงื่อนไขสำคัญในการบินโดรน คือ
• ต้องขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนและทะเบียนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินให้ถูกต้อง
• ต้องยื่นคำขออนุญาตและแจ้งพื้นที่ วันเวลา และวัตถุประสงค์การบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ผ่านระบบ UAS Portal (uasportal.caat.or.th) และแจ้งการปฏิบัติการต่อศูนย์ต่อต้านอากาศซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (โดรน) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศบตอ.น.) อีเมล: [email protected]
• หากทำการบินนอกเหนือเวลา 06.00 น.- 18.00 น. จะต้องขออนุญาตจาก CAAT และ
ห้ามทำการบินช่วงเวลา 00.01 น.- 04.00 น. ทุกกรณี
• การปฏิบัติการบินที่แตกต่างจากเงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่กำหนดในข้อ 17 ของประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ. 2558 หรือข้อ 21 ของประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอกที่มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม พ.ศ. 2567 แล้วแต่กรณี ให้ขอยื่นขออนุญาตเพิ่มเติมผ่านแอปพลิเคชัน UAS Portal หรือ uasportal.caat.or.th


สำหรับโดรนของราชการทหาร ตำรวจ ศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรฯ และสำนักข่าวกรองฯ สามารถปฏิบัติการได้ตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้เฉพาะโดรนของศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงทรัพยากรฯ หากมีการบินในพื้นที่ห้ามบิน ขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลล่วงหน้าผ่าน UAS Portal หรือ uasportal.caat.or.th และ ศบตอ.น. [email protected] และหน่วยงานความมั่นคงที่ในพื้นที่เกี่ยวข้อง

หากพบเห็นการใช้งานโดรนที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคง ที่ฝ่าฝืนประกาศนี้ ให้แจ้งข้อมูล ได้แก่ วัน เวลา สถานที่ที่พบเห็น ลักษณะของโดรน และภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ (ถ้ามี) ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเร็วผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ดังนี้
• กองพัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยีระบบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ฝ่ายมาตรฐานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 02-568-8851 หรืออีเมล [email protected]
• ศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (โดรน) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศบตอ.น.) โทรศัพท์ 02-126-7846 หรืออีเมล [email protected]
• ศูนย์แจ้งเหตุใกล้พื้นที่ เช่น สถานีตำรวจท้องที่ หน่วยทหาร หรือหน่วยความมั่นคงที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น ๆ

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังมีประกาศเรื่องปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone)ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พบว่า จำนวนโดรนที่ขอขึ้นทะเบียนกับ CAAT อยู่ที่ 7,785 ลำ เพิ่มขึ้นถึงสองเท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดือนกันยายน 2567 - กรกฎาคม 2568 และจำนวนผู้บังคับโดรนที่มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม ซึ่งทั้งหมดคือโดรนเพื่อการเกษตร ขึ้นทะเบียนกับ CAAT
อยู่ที่ 8,349 ราย เพิ่มขึ้นมากถึง 100 เท่า

---------
ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๘ https://www.caat.or.th/th/archives/103481

ในอดีต การจัดทำแผนที่ภูมิประเทศ (Topographic Map) ถือเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความแม่นยำและความพยายามอย่างสูง วิธีการที่...
28/08/2025

ในอดีต การจัดทำแผนที่ภูมิประเทศ (Topographic Map) ถือเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความแม่นยำและความพยายามอย่างสูง วิธีการที่เป็นมาตรฐานและได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานคือ การสำรวจภาคพื้นดิน (Ground Surveying) โดยมีเครื่องมือหลักคือ กล้อง Total Station ซึ่งทำหน้าที่วัดมุมและระยะทางได้อย่างแม่นยำ เพื่อคำนวณหาตำแหน่งพิกัดของแต่ละจุดบนพื้นผิวโลก นอกจากนี้ยังมีการใช้กล้องระดับเพื่อกำหนดความสูง ทำให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดและเชื่อถือได้สูง เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความถูกต้องแม่นยำในระดับสูง เช่น โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หรือการแบ่งเขตที่ดิน
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของยุคดิจิทัลได้นำพาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาพลิกโฉมวงการสำรวจให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดรน (Drone) ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสำรวจพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยสามารถติดตั้งกล้องหรือเซนเซอร์ LiDAR เพื่อเก็บภาพถ่ายทางอากาศหรือสร้างแบบจำลอง 3 มิติได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยอย่าง LiDAR SLAM 3D Scanner ซึ่งช่วยให้การสแกนพื้นที่ขนาดเล็กไปจนถึงภายในอาคารทำได้อย่างแม่นยำสูงในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้ได้ข้อมูลเชิงปริมาณที่ละเอียดและสร้างแบบจำลองเสมือนจริงได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
ท้ายที่สุด การเลือกใช้เทคโนโลยีสำรวจแต่ละประเภทนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของงานและเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป การสำรวจภาคพื้นดินยังคงเป็นวิธีที่ให้ความแม่นยำสูงสุดในระดับมิลลิเมตร แต่ต้องใช้เวลาและแรงงานมาก ในขณะที่เทคโนโลยีอย่างโดรนหรือ LiDAR SLAM มีข้อดีในเรื่องความเร็วในการเก็บข้อมูลและการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ แต่ก็มีข้อจำกัดในด้านความแม่นยำที่อาจไม่เท่ากับการสำรวจภาคพื้นดินในบางกรณี ดังนั้น การทำความเข้าใจข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของแต่ละโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ปรึกษาด้านงานบริการงานสำรวจ :
อภิรักษ์ (คุณลูกแม็ค) ติดต่อ 092-968-4018
รัชภูมิ (เจเจ) ติดต่อ 082-838-5548
#โดรน #โดรนสำรวจภูมิประเทศ

การประเมินชีวมวล (biomass) และการกักเก็บคาร์บอน (carbon sequestration) ในต้นไม้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการคำนวณคาร์บอนเครดิต ...
25/08/2025

การประเมินชีวมวล (biomass) และการกักเก็บคาร์บอน (carbon sequestration) ในต้นไม้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการคำนวณคาร์บอนเครดิต (carbon credit) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การสำรวจต้นไม้สามารถทำได้หลายวิธี โดยวิธีที่นิยมคือการวัดด้วยมือ (manual survey) และการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างเครื่องสแกน Handheld SLAM LiDAR ที่เป็นทางเลือกในปัจจุบัน
การเลือกวิธีการสำรวจต้นไม้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ งบประมาณ และทรัพยากรที่มี หากต้องการข้อมูลที่มีความแม่นยำสูง รวดเร็ว และสามารถวิเคราะห์ในเชิงลึกได้ การใช้ Handheld SLAM LiDAR Scanner เป็นตัวเลือกที่เหนือกว่า แม้จะมีต้นทุนเริ่มต้นสูงและต้องใช้ทักษะเฉพาะทางก็ตาม แต่สำหรับการสำรวจในขนาดเล็กหรืองบประมาณจำกัด การวัดแบบทั่วไป (Manual Survey) ยังคงเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริง
ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีใด การตรวจสอบข้อมูลที่ได้จาก LiDAR เทียบกับการวัดภาคสนามจริง (ground truth) ด้วยวิธีการที่แม่นยำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการประเมิน RMSE และความน่าเชื่อถือของข้อมูล
ปัจจุบัน การกำหนด ค่า RMSE (Root Mean Square Error) threshold ที่ "ไม่ควรเกินเท่าใด" สำหรับการวัด เส้นผ่านศูนย์กลางระดับอก (DBH) และ ความสูงต้น (Tree Height) ระหว่างการวัดแบบทั่วไป (manual survey) และการใช้ข้อมูล Point Cloud จาก Handheld SLAM LiDAR Scanner นั้น ไม่มีมาตรฐานสากลที่ตายตัว
จากงานวิจัยหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการวัด DBH และความสูงต้นด้วยเทคโนโลยี LiDAR (รวมถึง Handheld SLAM LiDAR) พบว่า
ค่า RMSE threshold สำหรับ DBH ที่ไม่ควรเกิน สำหรับการสำรวจด้วย Handheld SLAM LiDAR หากต้องการความแม่นยำสูงเพื่อการประเมิน Biomass/Carbon Credit ควรจะอยู่ที่ ไม่เกิน 3 เซนติเมตร และพยายามให้ได้ ต่ำกว่า 2 เซนติเมตร หากทำได้
ค่า RMSE threshold สำหรับความสูงต้น ที่ไม่ควรเกิน สำหรับการสำรวจด้วย Handheld SLAM LiDAR หากต้องการความแม่นยำสูง ควรจะอยู่ที่ ไม่เกิน 1-2 เมตร แต่ทั้งนี้ควรพิจารณาจากความสูงเฉลี่ยของต้นไม้ในพื้นที่นั้นๆ ด้วย (เช่น ถ้าต้นไม้สูง 30 เมตร การคลาดเคลื่อน 1-2 เมตรอาจยอมรับได้ แต่ถ้าต้นไม้สูง 5 เมตร การคลาดเคลื่อน 1-2 เมตรอาจถือว่าสูงมาก)
ตัวอย่างข้อมูล point cloud สามารถดูได้ที่ลิงก์
https://cu-pointcloud.web.app/viewer/GMMS/TEST_GMMS/CU_Park?x=664834.19&y=1519421.623&z=5.369&yaw=1.4&pitch=-0.2
คลิกที่ปุ่ม Earth Control (รูปลูกศร4ทิศ) ในช่อง Navigation (ซ้ายมือ) เพื่อปรับมุมมองดูข้อมูล

ปรึกษาด้านงานบริการงานสำรวจ :
อภิรักษ์ (คุณลูกแม็ค) ติดต่อ 092-968-4018
รัชภูมิ (เจเจ) ติดต่อ 082-838-5548

22/08/2025
ประกาศล่าสุดจาก กพท. มาแล้วครับ
15/08/2025

ประกาศล่าสุดจาก กพท. มาแล้วครับ

คลายล็อกบินโดรนทุกประเภททั่วประเทศ 16 ส.ค.นี้ ภายใต้เงื่อนไขพื้นที่ห้ามบิน CAAT ย้ำขึ้นทะเบียนโดรนเกษตรฟรี พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ออกประกาศฉบับที่ 4 อนุญาตให้ทำการบินหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ทุกประเภทได้ ภายใต้เงื่อนไขพื้นที่ห้ามบิน ตั้งแต่วันที่ 16 - 31 สิงหาคม 2568 หลังจากได้ขอความร่วมมืองดบินในช่วงวันที่ 30 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ตามที่หน่วยงานด้านความมั่นคงขอความร่วมมือเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ต่าง ๆ

การอนุญาตบินครั้งนี้มีเงื่อนไขสำคัญ คือ
- โดรนทุกประเภทสามารถทำการบินได้ ยกเว้นพื้นที่ที่กำหนดตามประกาศ, จังหวัดชายแดนที่ประกาศกฎอัยการศึก หรือมีกองกำลังปฏิบัติการภาคพื้น (สระแก้ว ตราด บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ จันทบุรี สุรินทร์ และอุบลราชธานี) อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี, อำเภอเมือง จ.ระยอง, รัศมี 9 กิโลเมตรรอบสนามบินและจุดขึ้นลงอากาศยานทุกแห่ง และพื้นที่ที่หน่วยงานความมั่นคงประกาศเป็นการเฉพาะเพิ่มเติม ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบพื้นที่อนุญาตได้ที่แอปพลิเคชัน UAS Portal
- โดรนทุกประเภทต้องแจ้งข้อมูลพื้นที่ที่ปฏิบัติการบิน วันและเวลา และวัตถุประสงค์การปฏิบัติการบินล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน ก่อนการปฏิบัติการบินทุกครั้ง โดยสามารถแจ้งที่ CAAT ผ่านแอปพลิเคชัน UAS Portal หรือ uasportal.caat.or.th และแจ้งต่อศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (โดรน) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศบตอ.น.) อีเมล [email protected]
- ทำการบินได้เฉพาะเวลา 06.00-18.00 น. เท่านั้น (งดบินในเวลากลางคืนทุกกรณี)
- ในพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่พื้นที่ห้ามบินตามประกาศสามารถขอปฏิบัติแตกต่างจากเงื่อนไขได้ ตามประกาศกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 และ 2567 โดยจะต้องขออนุญาตจาก CAAT ผ่านช่องทาง UAS Portal หรือ uasportal.caat.or.th

ด้านพลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมมีแนวโน้มคลี่คลายลงในระดับที่สามารถผ่อนคลายมาตรการควบคุมการใช้โดรนของพลเรือนได้บางส่วน โดยยังคงให้ความสำคัญสูงสุดต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศ ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของการปฏิบัติการด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน และเพื่อให้การดำเนินชีวิตของประชาชนและการประกอบกิจการต่าง ๆ สามารถกลับมาดำเนินได้ใกล้เคียงภาวะปกติ ฝ่ายความมั่นคงจึงประสานให้ปลดล็อกการบินโดรนทุกประเภทภายใต้เงื่อนไข โดย CAAT ขอขอบคุณผู้ใช้งานโดรนทุกท่านที่ปฏิบัติตามคำขอความร่วมมือของหน่วยงานความมั่นคงในช่วงที่ผ่านมา และย้ำว่าพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน นำไปพัฒนาระบบการขึ้นทะเบียนและการขออนุญาตบิน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายโดรน โดยเฉพาะโดรนเพื่อการเกษตรในอนาคตมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งานมากขึ้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ผู้ใช้งานโดรนเกษตรทุกรายขึ้นทะเบียนตัวโดรนและผู้บังคับในระบบ UAS Portal ให้เรียบร้อย เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านระเบียบกฎหมายในอนาคต

สำหรับโดรนของราชการทหาร ตำรวจ ศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรฯ และสำนักข่าวกรองฯ สามารถปฏิบัติการได้ตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้เฉพาะโดรนของศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงทรัพยากรฯ หากมีการบินในพื้นที่ห้ามบิน ขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลล่วงหน้าผ่าน UAS Portal
หรือ uasportal.caat.or.th และ ศตอ.น. [email protected] และหน่วยงานความมั่นคงที่ในพื้นที่เกี่ยวข้อง

หากพบเห็นการใช้งานโดรนที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคง ที่ฝ่าฝืนประกาศนี้ ให้แจ้งข้อมูล ได้แก่ วัน เวลา สถานที่ที่พบเห็น ลักษณะของโดรน และภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ (ถ้ามี) ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเร็วผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ดังนี้
- กองพัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยีระบบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ฝ่ายมาตรฐานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 02-568-8851 หรืออีเมล [email protected]
- ศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (โดรน) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศบตอ.น.) โทรศัพท์ 02-126-7846 หรืออีเมล [email protected]
- ศูนย์แจ้งเหตุใกล้พื้นที่ เช่น สถานีตำรวจท้องที่ หน่วยทหาร หรือหน่วยความมั่นคงที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น ๆ

---------------
CAAT NEWS 15/2568
15 ส.ค.68
กองสื่อสารองค์กร สำนักกรรมการและผู้อำนวยการ
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

ที่อยู่

188/70 อาคารซัยวอล์ค ห้องเลขที่ ดี16 (ชั้นที่3-4), ดี 17 ถนนจรัญเมือง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

02-1811770

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ InfraPlus UAV Consultingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง InfraPlus UAV Consulting:

แชร์