ไบโอเมตริกสำหรับทุกคน

ไบโอเมตริกสำหรับทุกคน นำเสนอข้อมูล ความรู้ และข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีตรวจสอบมนุษย์ (Biometrics) พร้อมวิธีดูแล และปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณ

ในทางเทคนิค ระบบรู้จำชีวมิติไม่ได้ให้คำตอบแบบ “ใช่/ไม่ใช่” ที่แน่นอนเสมอไป แต่ทำงานบนพื้นฐานของความน่าจะเป็น (Probabilis...
17/03/2026

ในทางเทคนิค ระบบรู้จำชีวมิติไม่ได้ให้คำตอบแบบ “ใช่/ไม่ใช่” ที่แน่นอนเสมอไป แต่ทำงานบนพื้นฐานของความน่าจะเป็น (Probabilistic) และตอบมาในรูปของคะแนนความเหมือน (Similarity Score) ซึ่งต้องอาศัยการตั้ง threshold และการตีความผลอย่างเหมาะสม
มาตรฐานฯ ขมธอ.20 และ ขมธอ.29 ของ ETDA Thailand เองก็อธิบายชัด [ลองตามอ่านกันดูนะ] https://www.etda.or.th/th/Our-Service/Recommendation.aspx
ถือเป็นบทเรียนของทุกองค์กร . . . ก่อนนำ biometric technology ไปใช้ ... เราจำเป็นต้องเข้าใจข้อจำกัดของเทคโนโลยีให้ดีพอเสียก่อน
#ชีวมิติ #ขมธอ20 #ขมธอ29

AI พลาดเป้า ! คุณยายอเมริกันถูกจับผิดตัว ติดคุกเกือบ 6 เดือน ทั้งที่ไม่เคยไปที่เกิดเหตุ
เกิดกรณีสะเทือนวงการเทคโนโลยี เมื่อคุณยายจากรัฐ Tennessee ถูกจับกุมในคดีโกงธนาคารของรัฐ North Dakota หลังตำรวจใช้ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ระบุตัวเธอเป็นผู้ต้องสงสัย ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยเดินทางไปยังรัฐดังกล่าว
รายงานบอกว่าเธอถูกควบคุมตัวนานเกือบ 6 เดือน ก่อนที่คดีจะพลิก เมื่อทนายความนำหลักฐานธุรกรรมทางการเงินมาแสดงต่อศาล เพื่อยืนยันว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุ เธออยู่ที่รัฐ Tennessee ทำให้ศาลมีคำสั่งยกฟ้องในที่สุด
แม้จะได้รับอิสรภาพ แต่ผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้กลับรุนแรงกว่านั้น คุณยายสูญเสียทั้งที่อยู่อาศัย รถยนต์ และสัตว์เลี้ยง ระหว่างช่วงเวลาที่ถูกคุมขัง
กรณีนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่จุดประเด็นคำถามต่อความแม่นยำของเทคโนโลยี AI ในกระบวนการยุติธรรม และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หากนำมาใช้งานโดยปราศจากการตรวจสอบที่รอบคอบ
เป็นข่าวที่สะเทือนใจมาก ตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่าคุณยายฟ้องกลับมั้ย ซึ่งส่วนใหญ่ในกรณีนี้สามารถฟ้องกลับเพื่อเรียกค่าชดเชยได้แน่นอน แต่ใด ๆ คือมันไม่ใช่แค่เรื่องของค่าชดเชยแล้ว ทั้งสภาพจิตใจ การสูญเสียของคุณยาย เป็นอะไรที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้อีกแล้ว หวังว่าคุณยายจะได้รับความเป็นธรรมต่อไป
Cr. The Guardian

วันนี้แล้วครับ ! ทดสอบ Orb Scanner มาลุ้นผลกัน
19/09/2025

วันนี้แล้วครับ ! ทดสอบ Orb Scanner มาลุ้นผลกัน

บอกก่อนนะ ! งานนี้เราไม่รับเงิน 🔴 เพราะขอรักษาความเป็นอิสระทางวิชาการ ⚖️ … ถึงเวลาแล้วที่ต้องมาช่วยดูแลประเทศกันครั้งนี้...
16/09/2025

บอกก่อนนะ ! งานนี้เราไม่รับเงิน 🔴 เพราะขอรักษาความเป็นอิสระทางวิชาการ ⚖️ … ถึงเวลาแล้วที่ต้องมาช่วยดูแลประเทศกัน
ครั้งนี้ จะได้ร่วมทีม avenger ของจริง ที่มียอดฝีมือระดับท๊อป…แต่ขออุบรายชื่อไว้ก่อน 🤐 ว่าเป็นใครบ้าง❓ แต่รับรองมีผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีครบทุกด้าน Cybersecurity, Biometrics, Block Chain, DeFi, Digital Forensic, Embedded System
🔜 อีก 4 วัน ก่อนถึงวันงาน ถ้าใครมีอะไรแนะนำ หรือคำถามที่อยากให้พิสูจน์ กระซิบมาบอกได้นะ 🤙
เพราะในงานนี้ จะเข้าไปร่วมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Biometrics ทดสอบเครื่องสแกนม่านตา Orb และระบบของ World 👁️

𝗢𝗿𝗯 𝗧𝗲𝗰𝗵𝗻𝗶𝗰𝗮𝗹 𝗗𝗲𝗲𝗽 𝗗𝗶𝘃𝗲
ก้าวสำคัญสู่ความโปร่งใส และความปลอดภัยสูงสุดของเทคโนโลยี

World Thailand เตรียมจัดงาน
Orb Technical Deep Dive ในวันที่ 19 กันยายน 2568 ณ ห้องบอลรูม ชั้น 7 โรงแรมอัศวินแกรนด์คอนเวนชัน ระหว่าง เวลา 8.30 – 15.30 น.
ภายในงานจะมีการเปิดเผยการทำงานภายในของเครื่อง Orb แบบเจาะลึกต่อหน้าสาธารณะอย่างโปร่งใส

สำหรับงานนี้ ผู้เข้าร่วมจำเป็นต้องลงทะเบียน และจะมีการยืนยันการเข้าร่วมทางอีเมล
สามารถลงทะเบียนได้ที่นี่ [https://forms.gle/WNWWUt7ZS8RxrfcL8]

📌 ไฮไลต์สำคัญของงาน

✓ การตรวจสอบการทำงานของ Orb แบบ Live Demonstration โดยจะนำเครื่องจากการสุ่มใช้งานจริงมาเปิดและทดสอบต่อหน้าทุกคน

✓ เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการตรวจสอบและยืนยันมาตรการมาตรฐานความปลอดภัย และการสร้างความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี

✓ ได้รับเกียรติจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ร่วมเชิญหน่วยงานภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ จากทั่วประเทศ เข้าร่วมงาน พร้อมเข้าร่วมสังเกตการณ์

✓ ได้รับเกียรติจาก ต่อภพ คงตาดำ ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ความเสี่ยง ช่วยคัดเลือกและจัดทีมผู้มีความรู้และความสามารถ ประกอบด้วย นักวิชาการอิสระ และ Subject Matter Expert ด้าน Cyber Security, Biometric Security, AI , Reverse Engineering, Block Chain เพื่อเข้าร่วมทดสอบ

World มุ่งมั่นที่จะสร้างระบบที่ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้ผู้ใช้งานมั่นใจว่าเบื้องหลังทุกการยืนยันคือเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้จริง

ช่วงนี้มีข่าวเครื่องสแกนม่านตา 'Orb' เพื่อพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ ‼️. . . จึงอยากชวนมาเปรียบเทียบ Proof of Human กับ Proof...
07/09/2025

ช่วงนี้มีข่าวเครื่องสแกนม่านตา 'Orb' เพื่อพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ ‼️. . . จึงอยากชวนมาเปรียบเทียบ Proof of Human กับ Proof of Identity เพราะสองอย่างนี้ ❌ ไม่เหมือนกัน
👉 ทำความเข้าใจนิยามกันก่อน
- Proof of Human → พิสูจน์ว่า "คุณเป็นมนุษย์จริง" โดยไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร
- Proof of Identity → พิสูจน์ว่า "คุณคือใคร" โดยโยงคุณเข้ากับคุณบนอินเทอร์เน็ต หรือคุณในบัตรประชาชน
👉 เป้าหมายของการสแกนม่านตา
- Proof of Human → ตรวจสอบว่าเป็นม่านตามนุษย์จริง ๆ ไม่ใช่ของปลอม
- Proof of Identity → เปรียบเทียบข้อมูลลายม่านตาแบบ individual
👉 การแกะข้อมูลลายม่านตาออกมาจากภาพ
- Proof of Human → แค่เพียงวิเคราะห์ texture ของลายม่านตา แต่ไม่แกะข้อมูลออกมาสร้างเทมเพลตที่เป็น iris code
- Proof of Identity → แกะข้อมูลลายม่านตาออกมาสร้างเทมเพลตที่เป็น iris code จาก texture ของลายม่านตา เพื่อใช้เปรียบเทียบ
👉 การควบคุมตัวตนในระบบ (Deduplication)
- Proof of Human → ไม่จำเป็นต้องทำ เพราะแค่พิสูจน์ว่า "คุณเป็นมนุษย์จริง"
- Proof of Identity → จำเป็นต้องทำ เพื่อตรวจสอบว่า iris code เคยมีอยู่ในฐานข้อมูลหรือไม่ โดยการเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลก่อนลงทะเบียนใหม่ทุกครั้ง
บทสรุป :
➡️ ถ้าเครื่องสแกนม่านตา 'Orb' สร้างเทมเพลตที่เป็น iris code นั่นคือการทำเกินกว่า Proof of Human แบบพื้นฐาน และขยายขอบเขตไปสู่ Proof of Uniqueness หรือ Proof of Identity โดยพฤตินัย
➡️ อย่างไรก็ตาม ความยินยอมที่จะใช้งานระบบไบโอเมตริกใด ๆ เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล
ข้อแนะนำ :
➡️ การจะเปิดใช้งานระบบไบโอเมตริกใด ๆ ในวงกว้าง (>10 ล้านคน) ควรมีกระบวนการประเมินผลกระทบจากหน่วยงานรัฐก่อนอนุญาตให้ดำเนินการได้
** บทความนี้วิเคราะห์ในประเด็นเฉพาะของระบบไบโอเมตริกเท่านั้น ไม่ได้วิเคราะห์ work flow ในระดับแอพพลิเคชัน
พบกันอีกในโพสต์หน้า...!!

กระทรวงดิจิทัล สคส. สั่งให้ชะลอการใช้ เครื่องสแกนม่านตา Orb scanner เพื่อพิจารณาประเด็นด้านความปลอดภัยของข้อมูล 🙏🙏  ขอขอ...
05/09/2025

กระทรวงดิจิทัล สคส. สั่งให้ชะลอการใช้ เครื่องสแกนม่านตา Orb scanner เพื่อพิจารณาประเด็นด้านความปลอดภัยของข้อมูล
🙏🙏 ขอขอบคุณ PDPC ที่ช่วยปกป้องคนไทยตาม กม. PDPA . . . ฝากตรวจสอบให้มั่นใจก่อน แล้วจึงอนุญาตให้ดำเนินการต่อ ก็ไม่สายครับ

รู้ไหม❓การใช้ไบโอเมตริสำหรับเด็ก ต้องระวังเป็นพิเศษ‼️ ทั้งด้านความปลอดภัยของข้อมูลและสิทธิของเด็ก📌 คำถามที่พ่อแม่ต้องถาม...
26/08/2025

รู้ไหม❓การใช้ไบโอเมตริสำหรับเด็ก ต้องระวังเป็นพิเศษ‼️ ทั้งด้านความปลอดภัยของข้อมูลและสิทธิของเด็ก
📌 คำถามที่พ่อแม่ต้องถาม จนท. ก่อนลูกถูกสแกนหน้า นิ้ว หรือม่านตา
1. เก็บข้อมูลไว้ที่ไหน เก็บนานเท่าไร (Retention Period)
2. เก็บแค่รหัส/เทมเพลต (Template) หรือเก็บภาพต้นฉบับ (Raw Image) ด้วย
3. มีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) หรือไม่ ปลอดภัยแค่ไหน
4. มีใครเข้าถึงข้อมูล (Access Control) ได้บ้าง และใช้กับกิจกรรมไหนบ้าง
5. จะต้องพาลูกมาเก็บข้อมูลซ้ำ (Re-enrollment) อีกทีเมื่อไหร่
📌 สิทธิของเด็ก ที่พ่อแม่ควรรู้
1. ต้องมีการขอความยินยอมอย่างชัดแจ้ง (Explicit Consent) จากผู้ปกครอง ตาม PDPA (พ.ศ.2562) และต้องเคารพสิทธิเด็กตลอดกระบวนการ 💢 ระวังอย่าเซ็นยินยอมโดยไม่อ่านเงื่อนไข
2. ต้องมีการแจ้งวัตถุประสงค์ (Rights to be Informed) และระยะเวลาการเก็บข้อมูลให้ผู้ปกครองทราบเสมอ
3. ผู้ปกครองมีสิทธิยกเลิกความยินยอมและร้องขอให้ลบข้อมูล (Rights to be Forgotten) เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งานต่อ
📌 สิ่งที่พ่อแม่ควรทราบ สำหรับการใช้งานแต่ละประเภท
👉 1. การจดจำใบหน้า (Face Recognition)
➡️ ลักษณะใบหน้าเด็ก: โครงหน้าเปลี่ยนเร็ว และการแสดงสีหน้าที่ไม่คงที่
➡️ ข้อแนะนำการใช้งาน: ให้เริ่มเก็บภาพใบหน้าเมื่ออายุ ≥ 5 ขวบ เพื่อลดอัตราการจับคู่ผิดพลาด (FNMR)
➡️ การเก็บข้อมูลซ้ำ: ระหว่างอายุ 5-13 ขวบ ให้เก็บซ้ำทุก 6 เดือน
➡️ ข้อจำกัด: หากระบบแจ้ง Reject บ่อยๆ ทำให้ต้องทำซ้ำ เด็กอาจจะอายหรือหงุดหงิดได้ง่าย
➡️ การเตรียมตัว: ฝึกให้เด็กแสดงสีหน้าเป็นกลาง (neutral expression) และมองนิ่งที่อุปกรณ์ได้สักระยะเวลาหนึ่ง

👉 2. การจดจำลายนิ้วมือ (Fingerprint Recognition)
➡️ ลักษณะลายนิ้วมือเด็ก: รูปแบบลายนิ้วมือเกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แต่ยังมีคุณภาพต่ำ และจะเริ่มเสถียรเมื่ออายุ 15 ขวบ
➡️ ข้อแนะนำการใช้งาน: ให้เริ่มเก็บภาพลายนิ้วมือเมื่ออายุ ≥ 6 เดือน เนื่องจากนิ้วที่เล็กและลายนิ้วมือที่ชิดติดกัน จะต้องใช้เครื่องสแกนที่มีความละเอียดสูง (≥ 1000 ppi ขึ้นไป)
➡️ การเก็บข้อมูลซ้ำ: -ไม่ระบุ- (ขึ้นกับแต่ละหน่วยงาน)
➡️ ข้อจำกัด: หากมือแห้ง หรือนิ้วมีบาดแผล จะทำให้ระบบแจ้ง Reject ซึ่งมีวิธีลดอาการมือแห้งง่าย ๆ โดยให้ใช้ปลายนิ้วถูที่ฝ่ามือสักครู่ หรือทาโลชั่นบางๆ ที่ปลายนิ้วแต่ห้ามแฉะเกินไป
➡️ การเตรียมตัว: ฝึกให้เด็กวางนิ้วและปรับแรงกดกับแผ่นผิวเรียบให้เหมาะสม โดยเฉพาะหากใช้นิ้วโป้ง จะต้องฝึกหมุนข้อมือขึ้นก่อนวางนิ้วโป้งที่แผ่นสแกน

👉 3. การจดจำลายม่านตา (Iris Pattern Recognition)
➡️ ลักษณะลายม่านตาเด็ก: รูปแบบลายม่านตาคงตัวตั้งแต่ทารก ไม่เปลี่ยนแปลงตามอายุ แต่จะเริ่มเสถียรเมื่ออายุ 8 ขวบ
➡️ ข้อแนะนำการใช้งาน: ให้เริ่มเก็บภาพม่านตาเมื่ออายุ ≥ 8 ขวบ และต้องระวังแสงอินฟราเรดย่านใกล้ (Near Infrared) ที่ยิงเข้าดวงตา จะต้องมีปริมาณแสงที่ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อสายตาเด็ก
➡️ การเก็บข้อมูลซ้ำ: -ไม่ระบุ- (ขึ้นกับแต่ละหน่วยงาน)
➡️ ข้อจำกัด: ระบบแจ้ง Reject เมื่อได้ภาพม่านตาที่มีคุณภาพต่ำ ซึ่งอาจเกิดจากการกรอกตาไปมาเร็วๆ หรือแสงสะท้อนจากน้ำตาหลังจากเด็กร้องไห้
➡️ การเตรียมตัว: ฝึกให้เด็กเปิดตาค้างไว้ประมาณ 2 ชั่วกระพริบตา และฝึกให้เด็กมองจ้องไปที่จุดเดียว
📍 หมายเหตุ: ระยะเวลาที่เหมาะสมในการ re-enrollment ของไบโอเมตริกแต่ละประเภท ยังขาด longitudinal research กับกลุ่มตัวอย่างในประเทศไทย
อ้างอิงจาก ETDA. (2565). การใช้งานเทคโนโลยีชีวมิติ สำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตน. ขมธอ.29 เล่ม 1-4.

#สแกนใบหน้า #สแกนลายนิ้วมือ #สแกนม่านตา

มีโอกาสได้เข้าไปฟังงาน Techsauce ถึงกับช็อก ‼️ ที่รู้ว่ามีเครื่องสแกนม่านตา Orb ให้คนไทยสแกนแลกเหรียญคริปโต จำนวน WLD 52...
06/08/2025

มีโอกาสได้เข้าไปฟังงาน Techsauce ถึงกับช็อก ‼️ ที่รู้ว่ามีเครื่องสแกนม่านตา Orb ให้คนไทยสแกนแลกเหรียญคริปโต จำนวน WLD 52.06 ซึ่งถ้าเอาไปขายก็จะได้เงิน 1,478.07 บาท ... ถามจริง เพื่อนๆ พร้อมแลก 'ข้อมูลลายม่านตา' กับเงินไม่ถึง 1,500 บาทจริง ๆ หรอ? รู้สึก'ทะแม่งๆ' กันใช่ไหม
ส่วนตัวผมค้านเต็ม ๆ ❌ วันนี้เลยขอแสดงความเห็น(เชิงต่อต้าน) กับการมา เก็งกำไรจากข้อมูลไบโอเมตริก แบบนี้
👉 ความเห็นที่ 1.
จากช่วงต้นที่ได้ฟังบรรยายของ คุณภัคพล ตั้งตงฉิน (Country Manager) ที่มาเล่าให้ฟังใน TechSauce ว่าเครื่องสแกนม่านตา Orb จากโปรเจ็กต์ Worldcoin ซึ่ง Sam Altman (CEO of OpenAI) เป็น co-founder อยู่นั้น มีไอเดียที่จะแก้ปัญหา bots ที่ flooding อยู่บน internet มากถึง 51% เลยทำให้ต้องมีระบบเพื่อพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ (Proof of Human) ➡️ [~ความเห็น~] ถ้าฟังถึงจุดนี้ก็ bind idea อยู่นะ
👉 ความเห็นที่ 2.
พอมาถึงสไลด์ Data Flow (แปะรูปไว้ใน post แล้วนะ) ปรากฎเจอคำว่า iris code ... เอ๊ะ ถ้าใครอยู่สายที่ทำ biometric authenticaion คงจะรู้แล้วว่านี่ไปดึงข้อมูลม่านตาออกมาเรียบร้อยแล้ว ➡️ [~ความเห็น~] ถ้าจะแค่พิสูจน์ความเป็นมนุษย์ (Proof of Human) จริง ก็ไม่ควรไปยุ่งกับข้อมูลม่านตา เช็คแค่ liveness + irisness ก็เพียงพอ แต่อย่าไปแกะข้อมูลม่านตาของเพื่อน ๆ ออกมาเลย หรือจะมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง
👉 ความคิดเห็นที่ 3.
เดินไปดูที่บูธ เลยได้อ่านโรลอัพ (แปะรูปไว้ใน post แล้วเช่นกัน) และได้เห็นประโยค "Photos of your eyes will be anonymized and stored" นั่นคือมีการเก็บภาพต้นฉบับเลยนะ ➡️ [~ความเห็น~] ต่อให้มีข้อความแจ้งเตือนแล้วแบบนี้ก็ตาม แต่ถามจริงๆ เลยนะ ... มีกี่คนที่เข้าใจจริง ๆ ว่าการเก็บภาพม่านตาแบบนี้ สามารถเอาไป re-create หรือจะ re-produce ตัว iris code ขึ้นมาอีกกี่รอบก็ได้ รวมถึงเอาไปใช้ train AI ของระบบ เพื่อฝึกให้เก่งขึ้นไปอีก เห็นไหมว่า sentence ไม่ได้แจ้งวัตถุประสงค์ของการเอาไปใช้งานเลย ซึ่งน่ากลัวมาก ต่อให้ anonymize แล้วก็เถอะ ... ส่วนตัวเลยนะ ขอไม่เป็นอาหาร (ข้อมูลส่วนตัวของเรา) ให้กับ AI เขมือบกินแน่นอน
👉 ความคิดเห็นที่ 4.
ต่อที่โรลอัพอันเดิม ก็จะเจออีกประโยคที่ว่า "Your data will be encrypted, sent to your phone and deleted from the Orb so only you have it" ซึ่งนี่เป็นคนละส่วนกับการเก็บภาพต้นฉบับนะ ปกติแล้วการเก็บข้อมูลไบโอเมตริกจะมี 2 แบบ คือ เก็บเป็น template หรือ เก็บเป็นภาพต้นฉบับ โดยส่วนนี้จะหมายถึง เทมเพลตที่เป็น iris code ได้ถูก encrypt แต่ไม่ได้ anonymize นะ ➡️ [~ความเห็น~] รูปแบบการเก็บ iris code ที่ผูกกับ WorldID บนแอพมือถือเราแบบนี้ มันคือการจงใจที่จะทำ biometric authentication นะ ไม่ใช่แค่ proof of human อย่างที่กล่าวอ้างเลย เห็นไหมว่าเจอการบิดคำที่อยู่ในประโยคของวัตถุประสงค์โครงการ world แล้ว ... ซึ่งขอยืนยันเลยว่ามันคือ การพิสูจน์ตัวตน (proof of identity) อย่างชัดเจน
📍ทีนี้จะมา post บ่นอย่างเดียวแบบไม่เสนอทางแก้ ก็ไม่เอานะ
📍ขอเริ่มจาก มีเรื่องกังวลอยู่ 3 ประเด็น คือ
1️⃣ ข้อมูลถูกจัดเก็บแบบ cloud-based หรือ on-premise server และเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ?"
เพราะถ้าอยู่ ตปท. กฏหมาย PDPA ของประเทศไทย ใช้ควบคุมไม่ได้เลยนะ
2️⃣ ถ้าคนที่สแกนไปแล้ว เกิดไม่สบายใจ จะมีสิทธิในการลบ (Right to be Forgotten) ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่เก็บอยู่ใน network หรือไม่
3️⃣ หากลองนั่งไล่ดู ก็มี list of countries ที่ ban อุปกรณ์ตัวนี้ไปแล้ว เช่น ฮ่องกง สเปน เกาหลีใต้ เยอรมัน อินเดีย เคนย่า บราซิล โคลัมเบีย ฝรั่งเศส และจีนคือประเทศล่าสุดที่ประกาศว่าคือภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ถึงแม้ world ยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการใด ๆ ในจีนก็ตาม แสดงว่ามีแนวโน้มของความไม่ชอบมาพากลอยู่ระดับนึง
📍มาที่ทางแก้ปัญหาแบบด่วน ๆ ก่อนเลย คือ
1️⃣ อยากเจอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถพิจารณาและออกคำสั่งให้ชะลอการใช้งานเครื่องสแกน orb ในประเทศไทยไว้ชั่วคราวได้
ที่คิดไว ๆ ก็มี ETDA Thailand แต่ไม่น่าจะมีอำนาจบังคับบริษัทได้
ถ้าใครมี contact หน่วยงานที่สามารถ handle และตัดสินใจ เรื่องนี้ได้ ช่วย ib มาหน่อยนะครับ 🙏🏻 เผื่อจะแก้ปัญหาได้ทัน
ขอหน่วยงานที่สามารถตัดสินใจและบังคับเรื่องในลักษณะนี้ได้นะครับ ถ้าเป็นแค่แจ้งเพื่อทราบ ยังไม่เอานะครับ
2️⃣ เรียกร้องให้บริษัทแสดงข้อมูลแบบแจ่มชัด ไม่ต้องอธิบายอัลกอริทึมการดึง iris code หรือ วิธีการ encrypt ก็ได้ เอาแค่ data flow การจัดเก็บข้อมูล แม้กระทั่ง สเปคเครื่องสแกนม่านตา เพื่อดูการใช้แสง near infrared ที่ยิงเข้าสู่ดวงตาว่าเหมาะสมตาม ขมธอ.29 เล่ม 4 ที่ออกโดย ETDA หรือไม่
3️⃣ ถ้าบริษัทมีความโปร่งใสจริง ขอวิงวอนให้เปิดช่องทางส่งคำร้องขอลบข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับคนที่สแกนไปแล้ว และกังวลใจในด้านความปลอดภัย
รู้ไหมว่า เรื่องนี้ไม่กล้าหาข้อมูลจาก chatGPT เลย เพราะอะไรน่ะหรอทุกคนน่าจะรู้ดี สรุปเลยต้องไปใช้ Deepseek แทน --> เห็นไหมว่า Technology ที่มีหลายค่ายจะช่วยให้เรามีที่พึ่งที่ดีงามได้ 🤝 เวลาต้องการความเห็นต่าง

🔥สมัครเลย! ETDA Hackathon มาแข่งและนำเสนอ Digital ID Solution กันอย่าลืม✨ แสดงไอเดียการใช้เทคโนโลยีไบโอเมตริก สำหรับยืนย...
12/03/2025

🔥สมัครเลย! ETDA Hackathon มาแข่งและนำเสนอ Digital ID Solution กัน
อย่าลืม✨ แสดงไอเดียการใช้เทคโนโลยีไบโอเมตริก สำหรับยืนยันตัวตนในอนาคตกันด้วยน้าาาาา

#ไบโอเมตริก

ep.2  เมื่อ license ไบโอเมตริกหมดอายุ... ต้องกลับไปใช้วิธีโบราณ!? 😱 "ถ่ายภาพ-ปั๊มลายนิ้วมือ"📌 ฟังข่าวก็ สตั๊นนนน อีกครั้...
20/02/2025

ep.2 เมื่อ license ไบโอเมตริกหมดอายุ... ต้องกลับไปใช้วิธีโบราณ!? 😱 "ถ่ายภาพ-ปั๊มลายนิ้วมือ"
📌 ฟังข่าวก็ สตั๊นนนน อีกครั้ง แต่มาทำความเข้าใจระบบไบโอเมตริกในไทยกันก่อน:
- ประเทศไทยมีระบบไบโอเมตริก หลายระบบ
- บางระบบก็เชื่อมโยงข้อมูลกัน แต่ส่วนใหญ่ไม่เชื่อมกัน
- ทั้งหมดได้ถูกจัดเก็บและบันทึกไว้ในฐานข้อมูลไบโอเมตริก เพื่อใช้ในการค้นหาและตรวจสอบได้ทันที (เมื่อระบบยังทำงานปกติ)
จากเนื้อข่าว ขอแยกเป็น ประเด็นการถ่ายภาพใบหน้า และประเด็นการปั้มลายนิ้วมือ นะ
📌 ประเด็น "การถ่ายภาพใบหน้า"
- ปัจจุบันมี จุดผ่านแดนถาวร 111 แห่ง
- ผู้เดินทางทุกคนจะถูกถ่ายภาพใบหน้าเพื่อตรวจสอบและเก็บไว้ในฐานข้อมูล
- หากถ่ายเป็น ภาพดิจิทัล ตามรูปแบบที่ถูกต้อง จะสามารถนำไปใช้กับระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ได้
👉 ปัญหาคือ:
- แม้จะมีภาพดิจิทัล แต่เมื่อ license หมดอายุ การเปรียบเทียบข้อมูลไบโอเมตริกของหน่วยงานจะหยุดชะงักทันที
- ทำได้แค่เก็บภาพถ่ายเป็นข้อมูลเอาไว้
📌 ประเด็น "การปั้มลายนิ้วมือ"
- โดยปกติจะใช้เครื่องสแกนลายนิ้วมือแบบดิจิทัล
- ผู้เดินทางวางนิ้วบนเซนเซอร์เพื่อสแกนและตรวจสอบได้ทันที
👉 ปัญหาคือ เมื่อ license ไบโอเมตริกหมดอายุ เจ้าหน้าที่หน้าด่านอาจปฏิบัติงานได้ 2 กรณี คือ:
- กรณีที่ 1: เครื่องสแกนยังเก็บภาพลายนิ้วมือได้ แต่...ไม่สามารถเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลไบโอเมตริกได้ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบผู้เดินทางได้ทันที ทำได้แค่เก็บเป็นข้อมูลเอาไว้
- กรณีที่ 2: ต้องกลับไปใช้วิธี พิมพ์ลายนิ้วมือด้วยหมึกบนกระดาษ ✋🖤 การเก็บข้อมูลเอาไว้ในกรณีนี้จะเพิ่มขั้นตอนที่ซับซ้อนมากขึ้น เมื่อต้องการนำมาใช้กับระบบจดจำลายนิ้วมือ (Fingerprint Recognition) และเสี่ยงต่อคุณภาพของลายนิ้วมือไม่ชัดเจน ขาดความแม่นยำในการระบุตัวบุคคล
‼️สรุป เมื่อ license ไบโอเมตริกหมดอายุ การตรวจสอบผู้เดินทางทั้งใบหน้าและลายนิ้วมือจะหยุดชะงัก แม้จะพยายาม "ถ่ายภาพ-ปั๊มลายนิ้วมือ" เก็บไว้ก็ตาม แต่ไม่สามารถตรวจสอบผู้เดินทางได้ทันที ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงต่อการผ่านเข้าประเทศของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้จริง ๆ
#แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #ไบโอเมตริก #ไบโอเมทริกซ์ #ไบโอเมตริกซ์

กมธ.มั่นคง ถกปมไบโอเมตริกซ์ ยันไลเซนส์หมดแล้ว 3 ปี ต้องใช้วิธีโบราณ คัดกรองคนเข้าไทย

อ่านข่าวในคอมเมนต์

ขอมากะเทาะข่าวนี้ หน่อยแล้วกัน ขอแบ่งเรื่องนี้ออกเป็นสองตอน แบบวิชาการนะep.1 มาว่ากันในเรื่อง license ระบบไบโอเมตริกหมดอ...
20/02/2025

ขอมากะเทาะข่าวนี้ หน่อยแล้วกัน ขอแบ่งเรื่องนี้ออกเป็นสองตอน แบบวิชาการนะ
ep.1 มาว่ากันในเรื่อง license ระบบไบโอเมตริกหมดอายุ
หากข่าวนี้เป็นเรื่องจริง นี่คือข่าวสุดช็อก 🚨 ระดับประเทศ! เลยนะ
📌 ก่อนอื่น ... ขอเท้าความเรื่อง license ของระบบไบโอเมตริกก่อน
ระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริก เช่น ลายนิ้วมือ และใบหน้า หรือเรียกย่อ ๆ ว่า "ระบบไบโอเมตริก" จะมี license ควบคุมการใช้งานทุกเครื่องสแกน ถ้าหาก license หมดอายุ!! แน่นอนว่าการเปรียบเทียบข้อมูลไบโอเมตริกเพื่อตรวจสอบผู้เดินทางจะหยุดชะงักทันที
ในส่วนนี้ หน่วยงานที่เป็นเจ้าของระบบ จะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ จัดเตรียมงบฯ ก้อนใหญ่ ๆ แทบทุกปี หรือตามวงรอบที่ได้จัดซื้อ เพื่อต่ออายุ license ให้ระบบไบโอเมตริกสามารถใช้งานที่หน้าด่านกันต่อไป 📢 อันที่จริงหน่วยงานในประเทศไทย ดันไปซื้อของต่างชาติมาใช้งานกัน ก็ต้องควักตังค์จ่ายเป็นธรรมดา ไม่มีใครยอมให้ใช้ฟรีแน่นอน
👁️‍🗨️ อีกเรื่องนึง . . . ที่อยากจะขอขยายความก็คือ เรื่องการตรวจสอบผู้เดินทาง สักหน่อยว่า มีด้วยกัน 2 ขยัก คือ
1️⃣ ขยักแรก จะตรวจสอบผู้เดินทาง จากหนังสือเดินทาง (e-passport) ที่ถือเข้ามา 🛂 ซึ่งมีข้อมูล Biometric ฝังอยู่ในเล่ม เพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของตัวจริง ไม่ใช่การสลับเล่มหรือใช้หนังสือเดินทางปลอมเข้าประเทศมา อันนี้ ใช้ระบบของ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้
2️⃣ ขยักที่สอง . . . จุดนี้แหละสำคัญมาก! ที่จะช่วยจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรืออาชญากรข้ามชาติ ได้หรือไม่!? นั่นคือ การตรวจสอบผู้เดินทางกับฐานข้อมูลอาชญากรรมและบุคคลต้องห้ามเข้าเมือง ซึ่ง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สต.ม.) Immigration Bureau เองเป็นเจ้าภาพเลยแหละ
คำว่าเจ้าภาพ ก็หมายถึงว่า สต.ม. จะต้องมีฐานข้อมูลไบโอเมตริกเก็บไว้กับตัวหน่วยงานเองเลย (ไม่ใช่แค่เก็บประวัตินะ เพราะสวมตัว เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนแซ่ กันสบาย ๆ อยู่แล้ว)
‼️แล้วถ้า License ไบโอเมตริกหมดอายุจริงล่ะ !?
นั่นหมายความว่า สต.ม. จะไม่สามารถตรวจสอบประวัติการกระทำผิดที่เชื่อมโยงกับข้อมูลไบโอมตริกที่หน้าด่านได้เลย แน่นอนว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงเข้าประเทศมาได้อย่างสบาย ไม่มีข้อมูลแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่หน้าด่านสกัดได้ ความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศจึงเพิ่มสูงขึ้น
#แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #ไบโอเมตริก #ไบโอเมทริกซ์ #ไบโอเมตริกซ์

โรม ชี้เรื่องใหญ่มาก ไบโอเมตริกซ์ ไลเซนส์หมดอายุ ข้องใจทำจีนเทาเข้าออกเต็มเมือง

อ่านข่าวในคอมเมนต์

⚠️ ระวัง! การสแกนม่านตา สำคัญกว่าที่คิด!👁️ ดวงตาของเรามีเพียงคู่เดียว และลายม่านตาเป็น "ไบโอเมตริก" ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะต...
11/01/2025

⚠️ ระวัง! การสแกนม่านตา สำคัญกว่าที่คิด!
👁️ ดวงตาของเรามีเพียงคู่เดียว และลายม่านตาเป็น "ไบโอเมตริก" ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก เทียบกับลายนิ้วมือหรือใบหน้าไม่ได้เลย!
✨ ทำไมต้องระวัง?
หากโครงการที่เราเข้าร่วมเก็บข้อมูลลายม่านตาไว้ทั้งชุด อาจมีความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัย
การสูญเสียข้อมูลลายม่านตาอาจนำไปสู่ปัญหาด้านความเป็นส่วนตัวในระยะยาว
📌 คำแนะนำง่ายๆ:
✅ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโครงการก่อนให้ข้อมูลไบโอเมตริกใดๆ
✅ ศึกษาเงื่อนไขการเก็บรักษาข้อมูลไบโอเมตริกของโครงการ
✅ หลีกเลี่ยงการสแกนไบโอเมตริกในระบบที่ไม่ชัดเจนเรื่องการปกป้องข้อมูล
ดวงตาเรา...มีคู่เดียว อย่าปล่อยให้ใครใช้มันโดยที่เราไม่รู้ตัว!

#ไบโอเมตริก #ความปลอดภัยข้อมูล #ม่านตา

เปิดสถิติ! โครงการ "World" สแกนม่านตา' ยืนยันตัวตนทะลุ 10 ล้านคนทั่วโลกแล้ว
โครงการ "World" ของซีอีโอ OpenAI ยอดดาวน์โหลดแอปพุ่ง 20 ล้านครั้ง มียอดผู้ยืนยันตัวตนว่าเป็นมนุษย์แล้วกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แซม อัลท์แมน ซีอีโอบริษัท OpenAI ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ของโครงการ World
(ชื่อเดิม Worldcoin) ว่ามียอดผู้ยืนยันตัวตนว่าเป็นมนุษย์แล้วกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก ด้วยระบบสแกนม่านตาผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก

นอกจากนี้ ยังมีผู้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน World มากกว่า 20 ล้านครั้ง และโครงการได้เปิดให้บริการแล้วมาก
กว่า 160 ประเทศทั่วโลก

"ยิ่ง AI พัฒนาก้าวหน้าขึ้นเท่าไหร่ การพิสูจน์ว่าเราเป็นมนุษย์จริงๆ บนโลกออนไลน์ก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น" World ระบุในบล็อกโพสต์ล่าสุด

ท่ามกลางความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยเฉพาะในยุโรป โครงการนี้ยืนยันว่าได้ปรับปรุงระบบใหม่ในปี 2024 เพื่อตอบสนองข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูล พร้อมขยายบริการต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบราซิลที่มีประชากรกว่า 215 ล้านคน และมีทัศนคติที่ดีต่อคริปโทเคอร์เรนซี

โครงการ World เริ่มต้นในปี 2023 โดยแซม อัลท์แมน หัวเรือใหญ่ OpenAI เขาใช้เครื่องมือกลมๆ ขนาดเล็กสแกนดวงตาคนเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นมนุษย์จริงใครที่ยอมให้สแกนและสมัครใช้งานก็จะได้รับเหรียญดิจิทัล WLD

เหตุผลที่ทำโครงการนี้ก็เพราะว่า ทุกวันนี้เราใช้ AI ในชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ การมีระบบดีๆ ที่ช่วยแยกให้ออกว่า
อันไหนเป็น AI อันไหนเป็นคนจริงๆ จึงสำคัญมากในอนาคต

ที่มา :
https://www.theblock.co/post/334042/sam-altmans-world-project-passes-10-million-human-verifications?utm_source=telegram1&utm_medium=social
-----------------------------------------------
*อัปเดตข่าว ก้าวทันโลกสินทรัพย์ดิจิทัล ได้ที่นี่
- https://www.efinancethai.com/LastestNews/Crypto.aspx
- https://www.youtube.com/
- https://twitter.com/Cryptoefin

*การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

#คริปโต #คริปโท #สกุลเงินดิจิตอล #บล็อกเชน #สินทรัพย์ดิจิทัล #โทเคน #บิตคอยน์ #บิทคอยน์ #เงินดิจิตอล #ฟินเทค #อีไฟแนนซ์ไทย

‼️ นศ.จาก Harvard ได้ทดลองเอา 🕶 แว่นตา Meta มาเชื่อมต่อกับ 👤 ระบบจดจำใบหน้า เพื่อดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลต่าง ๆ และใช้ AI เ...
07/10/2024

‼️ นศ.จาก Harvard ได้ทดลองเอา 🕶 แว่นตา Meta มาเชื่อมต่อกับ 👤 ระบบจดจำใบหน้า เพื่อดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลต่าง ๆ และใช้ AI เพื่อประมวลผลข้อมูลนั้น ทำให้สามารถระบุตัวตนได้ทันที รวมถึงชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ เพียงแค่ "มองมาที่พวกเรา" 👀
👉 จากข่าวนี้ แสดงให้เห็นว่าข้อมูลส่วนตัวของพวกเราสามารถถูกค้นหาได้ง่ายมาก ๆ⁉️ เลยแอบกังวล...หากมีใครใส่แล้วเดินมาใกล้ ๆ ตัวเรา
ถึงเวลาแล้ว ⛔ ที่ทุกคนต้องระวัง 🙅 เพราะพวกเราทิ้งร่องรอย biometrics data เอาไว้เต็มเน็ตจริง ๆ . . . สักวันเราจะกลับมาปกป้องข้อมูลเหล่านี้ไม่ทัน โดนเทคโนโลยีเขมือบตัวตนเราไปได้หมดเลยครับ

Two Harvard students recently revealed that it's possible to combine Meta smart glasses with face image search technology to "reveal anyone's personal details," including their name, address, and phone number, "just from looking at them," according to a new paper out this week: https://arstechnica.visitlink.me/8kEVKh

[📸: Bloomberg / Contributor | Bloomberg ]

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66628969199

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ไบโอเมตริกสำหรับทุกคนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ไบโอเมตริกสำหรับทุกคน:

แชร์