18/03/2026
พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทำงานจนดึกดื่น...
แต่คนที่รวยวันรวยคืนคือแพลตฟอร์ม
ก่อนอื่นผมขอออกตัวว่า ผมไม่ได้บอกว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ผิดอะไร เพียงแต่ผมเชื่อว่าเจ้าของธุรกิจทุกคนควรมี "ทางเลือก"มากกว่านี้ ไม่ใช่ต้องมานั่งภาวนาว่าแพลตฟอร์มจะไม่ขึ้นค่า GP ในเดือนหน้า
เพราะมันคือกับดักที่ถูกออกแบบมาอย่างดี
จริงอยู่ที่แพลตฟอร์มดึง traffic มาให้คุณ ทำให้ร้านขายดีขึ้น
แต่ยิ่งคุณขายดีมากเท่าไหร่ คุณยิ่งต้องพึ่งพามันมากขึ้นเท่านั้น
ยอดขายดี → ลงทุนสต็อกเพิ่ม → ยิงแอดเพิ่ม → ยิ่งติดกับลึกขึ้น
วันไหนออกไม่ได้แล้ว นั่นคือวันที่แพลตฟอร์มได้ชนะคุณไปแล้ว เพราะ 3 อย่างนี้:
1.) รายได้หลักของคุณถูกผูกขาดไว้ที่ช่องทางเดียว
2.) คุณไม่มีข้อมูลลูกค้าในมือเลยแม้แต่คนเดียว แพลตฟอร์มไม่เคยให้ และไม่มีวันให้
3.) ถ้าพรุ่งนี้เขาอยากขึ้นค่า GP เขาไม่ต้องขอความยินยอมจากคุณ เพราะตราบใดที่คุณยังต้องพึ่งพาเขาอยู่ เขาจะทำอะไรกับคุณก็ได้
จากมุมมองของผม ผมคิดว่า รายได้ของคุณกับรายได้ของแพลตฟอร์ม มันตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
คุณจะรวยขึ้นก็ต่อเมื่อ: สินค้าขายได้ดี, margin สูง, มีลูกค้าประจำ, ไม่ต้องแข่งขันราคากับใคร
แพลตฟอร์มจะรวยขึ้นเมื่อ: มีร้านค้าเยอะขึ้น, มีการแข่งขันราคาสูงขึ้น, มีคนยิงแอดมากขึ้น , เก็บค่า GP มากขึ้น
ซึ่งสองอย่างนี้ไม่มีวันไปด้วยกันได้ แพลตฟอร์มไม่ได้ต้องการให้คุณรวย แพลตฟอร์มต้องการให้คุณ "ขายต่อไปเรื่อยๆ"
เพราะทุกออเดอร์ที่คุณปิดได้ คือเงินที่เข้ากระเป๋าเขาโดยอัตโนมัติ
แล้วค่าธรรมเนียมที่ว่านั้นเยอะแค่ไหนกันแน่?
ข้อมูลล่าสุดปี 2026 ค่าธรรมเนียมที่ถูกหักจากยอดขายของคุณมี 2 ส่วนหลัก:
ส่วนที่ 1: Commission fee ที่คิดตาม category สินค้า ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละแพลตฟอร์ม
ส่วนที่ 2: ค่าธรรมเนียมธุรกรรม 3.21% (รวม VAT แล้ว) ที่ทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop เก็บเหมือนกันทุกออเดอร์โดยอัตโนมัติ ก่อนเงินเข้าบัญชีคุณ
รวมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน ค่าธรรมเนียมรวมต่อออเดอร์อยู่ที่ประมาณ 8–15% ของยอดขาย ขึ้นอยู่กับ category และโปรแกรมที่เข้าร่วม
(อ้างอิงข้อมูลจาก: FlowAccount อัปเดตล่าสุด 10 มีนาคม 2026)
และนี่คือส่วนที่หลายๆคนมองข้ามไป
ค่าธรรมเนียม 8–15% ที่ว่านั้นคือตัวเลข "ก่อนเข้าร่วมแคมเปญ"
เพราะถ้าวันไหนคุณอยากให้ยอดขายดีขึ้น อยากให้สินค้าติด Top ของหน้าแอป แพลตฟอร์มจะบอกให้คุณเข้าร่วมแคมเปญ Flash Sale, Double Day หรือโปรแกรมส่วนลดต่างๆ
และทันทีที่คุณเข้าร่วม ค่าธรรมเนียมบริการจะถูกเรียกเก็บเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น และยังต้องบวกกับส่วนลดที่คุณต้องออกเองอีก
ยิ่งคุณพยายามขายให้ได้มากขึ้น คุณยิ่งต้องจ่ายให้แพลตฟอร์มเพิ่มมากขึ้น และกำไรของคุณจะยิ่งบางลงไปอีก
เวลายอดไม่ดี แพลตฟอร์มแนะนำให้คุณทำอะไร?
ยิงแอดเพิ่มสิ — เงินใคร? เงินของคุณ
ยอดยังไม่พอ? ลดราคาสิ จัดโปรโมชันหนักๆ — ส่วนลดเหล่านี้ใครเป็นคนออก? ก็คุณอีกอยู่ดี
แล้วสุดท้ายนอกจากตัวเลขยอดขายที่ดูดี คุณเหลืออะไร?
ลองตอบคำถามเหล่านี้ดูครับ:
อยากออกสินค้าใหม่ → คุณเอาข้อมูลจากไหนวิเคราะห์?
อยากจัด bundle สินค้า → คุณรู้ไหมว่าสินค้าไหนขายดีคู่กับอะไร?
คุณเคยรู้รึป่าว ว่า ลูกค้าจริงๆของคุณหน้าตาเป็นอย่างไร ใครคือขาประจำของลูกค้าร้านคุณบ้าง
ข้อมูลเหล่านี้มีจริง แต่มันอยู่ในมือแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ในมือของคุณ
ผมไม่ได้บอกให้คุณเลิกขายบนแพลตฟอร์มตั้งแต่วันแรก โดยเฉพาะถ้าร้านของคุณเพิ่งเริ่มต้น แพลตฟอร์มคือช่องทางที่ดีที่สุดในการหาลูกค้าใหม่ แต่ปัญหาคือหลายคนใช้มันเป็นจุดเริ่มต้น... แล้วก็ไม่เคยคิดที่จะออกไปไหนอีกเลย
ถ้าวันนี้คุณมีช่องทางทำมาหากินของตัวเองแค่ช่องทางเดียว ที่ต้องพึ่งพาเขาอยู่ คุณไม่ได้กำลังสร้างธุรกิจ คุณกำลังเดิมพันทุกอย่างไว้กับการตัดสินใจของคนอื่นเป็นหลัก
จริงอยู่ที่ใครๆก็ต้องการยอดขายที่มากขึ้น
แต่คุณก็ต้องเริ่มมองหาช่องทางการขายที่โดนหักน้อยลงด้วย
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขายไม่เก่ง แต่คุณกำลัง "ขายผิดที่"
ถึงเวลาเลิกเช่าที่คนอื่น แล้วเริ่มสร้างบ้านของตัวเองได้แล้ว
💬 ตอนนี้ถ้าแพลตฟอร์มที่คุณขายอยู่ขึ้นค่า GP พรุ่งนี้ — คุณมีทางเลือกอื่นไหมครับ?
Disclaimer : บทความนี้เป็นบทวิเคราะห์จากมุมมองและประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนา discredit แพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง ทุกธุรกิจมีบริบทที่แตกต่างกัน ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลและตัดสินใจบนพื้นฐานของธุรกิจตัวเองครับ