03/10/2024
เมื่อยุคที่ AI อยู่เคียงข้างมนุษย์ โดราเอม่อน ที่เป็นตัวแทนของเทคโนโลยีจากอนาคตที่ปัจจุบันได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเราแล้ว Cyborg Psychology ของ พีพี จะพาเราไปสำรวจถึงยุค Cyborgian ของมนุษย์ หรือจริงๆแล้ว โดราเอม่อน ได้รวมร่างกับโนบิตะไปแล้ว
Cyborg Psychology AI เคียงข้างมนุษย์ เหมือนโดราเอมอนกับโนบิตะ?
เคยจินตนาการถึงโลกที่เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเราไหม? แนวคิด Cyborg Psychology เกิดขึ้นเพื่ออธิบายความสัมพันธ์นี้ มันคือการรวมพลังระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยี ไม่ใช่การแทนที่กัน แต่เป็นการทำให้ชีวิตมนุษย์สมบูรณ์ขึ้น เทคโนโลยีจะไม่ทำให้เรามีคุณค่าน้อยลง แต่จะเสริมพลังให้เราสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น
ลองนึกถึงชีวิตประจำวันตอนนี้ เรามีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือแทบจะตลอดเวลา อินเทอร์เน็ตทำให้เราค้นหาคำตอบได้ภายในไม่กี่วินาที แต่จุดที่สำคัญที่สุดของ Cyborg Psychology คือการที่เทคโนโลยีจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเราโดยที่เราแทบไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของมัน เหมือนหัวใจที่เต้นไปตลอดเวลาโดยที่เราไม่ต้องบอกมันให้ทำงาน
เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีที่ทำงานร่วมกับมนุษย์ ดร.พัทน์ ภัทรนุธาพร Co-director, MIT Advancing Human-AI Interaction (AHA) Initiative เล่าถึงโดราเอมอน การ์ตูนญี่ปุ่นสุดคลาสสิกที่มีบทเรียนลึกซึ้งซ่อนอยู่ โดราเอมอนไม่ได้มาแทนที่โนบิตะ และไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ที่มาช่วยโนบิตะในชีวิตประจำวัน แต่เขายังพาโนบิตะไปพบกับการเรียนรู้ใหม่ๆ เช่น การเดินทางย้อนเวลาไปดูไดโนเสาร์ หรือพาไปผจญภัยท่องแดนญี่ปุ่นโบราณ ทุกครั้งที่โดราเอมอนช่วยโนบิตะ ไม่ได้หมายความว่าโนบิตะไม่ต้องพยายาม แต่กลับเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้ฝึกฝนทักษะใหม่ๆ และเรียนรู้จากความท้าทาย
นี่คือสิ่งที่ AI ควรเป็น ‘เพื่อนคู่คิด’ ที่ช่วยให้เราเรียนรู้และเติบโต AI ควรช่วยมนุษย์ในเรื่องที่เราต้องการความช่วยเหลือ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อน หรือการค้นพบข้อมูลใหม่ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราจะยังคงเป็นคนตัดสินใจและกำหนดทิศทางของชีวิต เช่นเดียวกับที่โนบิตะยังคงต้องเป็นผู้เลือกวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
3W: Wisdom, Wonder และ Well-being
ในแนวคิดของ Cyborg Psychology มีหลักการที่เรียกว่า 3W ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ AI ควรสนับสนุนให้เกิดขึ้นในมนุษย์ นั่นคือ Wisdom (สติปัญญา), Wonder (ความประหลาดใจและจินตนาการ) และ Well-being (ความเป็นอยู่ที่ดี)
1. Wisdom (สติปัญญา)
สติปัญญาไม่ได้หมายถึงแค่ความรู้ที่มากมาย แต่คือการรู้จักใช้ความรู้นั้นให้เกิดประโยชน์ AI ควรทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่เพิ่มพูนศักยภาพให้เรา เช่นเดียวกับที่แพทย์ใช้ AI ในการวิเคราะห์โรค แต่อย่างไรแล้วแพทย์ยังคงต้องใช้สติปัญญาและประสบการณ์ในการตัดสินใจการรักษาที่ดีที่สุด AI จึงไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมือที่บอกคำตอบตรงๆ แต่ควรเป็นตัวกระตุ้นให้มนุษย์คิดและตัดสินใจอย่างชาญฉลาด
2. Wonder (ความประหลาดใจและจินตนาการ)
Wonder คือความประหลาดใจที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย ลองนึกภาพว่า AI สามารถพาเราไปสำรวจสิ่งใหม่ๆ เหมือนที่โดราเอมอนพาโนบิตะไปดูไดโนเสาร์ AI ควรช่วยกระตุ้นให้มนุษย์อยากรู้อยากเห็นและเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจำลองโลกในอดีต หรือการพาเราไปค้นพบจักรวาลใหม่ๆ ในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ให้ความรู้ แต่เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราสงสัย ใฝ่รู้ และสร้างจินตนาการใหม่ๆ
3. Well-being (ความเป็นอยู่ที่ดี)
Well-being คือการที่มนุษย์มีสุขภาพกายและจิตใจที่ดี AI สามารถช่วยเราได้ในหลายด้าน เช่น การติดตามการออกกำลังกาย การจัดการกับความเครียด หรือการช่วยให้เรามีสมดุลในชีวิตประจำวัน แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ AI ควรช่วยสร้างสังคมที่ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีสุขภาพจิตที่ดี เช่น AI สามารถช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมทางสังคม ทำให้เรารู้สึกถึงการเชื่อมโยงและการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมสังคม
อนาคตที่ AI จะนำพาเราไปไม่ใช่โลกที่เต็มไปด้วยหุ่นยนต์ที่ควบคุมทุกสิ่ง แต่เป็นโลกที่มนุษย์และเทคโนโลยีเดินเคียงข้างกัน AI จะเป็นผู้ช่วยที่คอยส่งเสริมให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้เราได้พัฒนาสติปัญญา สร้างจินตนาการใหม่ๆ และดูแลสุขภาพกายและจิตใจของเราอย่างเต็มที่
เหมือนที่โดราเอมอนช่วยโนบิตะเรียนรู้และเติบโต AI ก็จะเป็นเพื่อนคู่คิดของเรา ช่วยให้เราพัฒนาเป็นมนุษย์ที่ดีกว่าเดิม โดยที่ไม่ลืมความเป็นตัวของเราเอง
เรียนรู้โลก AI จากตัวจริงแถวหน้าของวงการ เข้าถึงอินไซต์ เข้าใจโอกาส พร้อมมุ่งสู่โลกแห่งอนาคตได้ที่งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2024 พบกับ Keynote งานวิจัยจาก พีพี-พัทน์ ภัทรนุธาพร แห่ง MIT Media Lab และสปีกเกอร์ชั้นนำอีกมากมา