CEO Probation By Coach Natt

เส้นทาง เว็บไซต์

CEO Probation By Coach Natt The website for education purpose which sharing knowledge to whom interesting and might able to usefull for business improvement accordingly.

   /2     จาก EP ที่ก่อนหน้าได้พาท่านสู่ คู่มือคุณภาพ (Quality Manual) ที่เป็นเอกสารระดับ Tier 1 ที่เป็นตัวหลักในระบบ IS...
02/10/2026

/2

จาก EP ที่ก่อนหน้าได้พาท่านสู่ คู่มือคุณภาพ (Quality Manual) ที่เป็นเอกสารระดับ Tier 1 ที่เป็นตัวหลักในระบบ ISO ใน EP นี้ก็จะพาท่านสู่ ระบบ เอกสารที่เรียกว่า #ระเบียบปฏิบัติงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน ( ) ที่จะกล่าวถึงขั้นตอนหรือกระบวนการในการดำเนินงานของหน่วยงานใดๆ เพื่อให้บุคลากรในองค์กรปฏิบัติงานไปในทิศทางเดียวกันและได้ผลลัพธ์ตามมาตรฐานที่กำหนด โดยสามารถนำหลักการของ เป็นแนวทางในการเขียนกระบวนการทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ที่ประกอบไปด้วย
: ในกระบวนการต่างๆมีอะไรบ้างที่จะต้องดำเนินการ
: มีส่วนไหนบ้างที่จะต้องเกี่ยวข้องกับการดำเนินการนั้นๆ
: กระบวนการนั้นๆจะลงมือทำเมื่อไรหรือมีเงื่อนไขเวลาอย่างไร
: กระบวนการนั้นๆ ทำไมจึงต้องลงมือทำ
: กระบวนการนั้นๆ ใครเหมาะสมที่ควรจะเป็นผู้รับผิดชอบ
: กระบวนการนั้นๆ มีขั้นตอนหรือวิธีการทำอย่างไร

โครงสร้างมาตรฐานในการเขียน #ระเบียบปฏิบัติงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน ( ) เพื่อให้มีประสิทธิภภาพสูงสุด ควรประกอบไปด้วยหัวข้อหลัก ดังนี้:
1. วัตถุประสงค์ (Purpose): เหตุผลในการจัดทำเอกสาร
2. ขอบเขต (Scope): ครอบคลุมถึงกระบวนการ แผนก หรือพื้นที่ใดบ้าง
3. คำนิยาม (Definitions): คำศัพท์เฉพาะหรืออักษรย่อที่ใช้ในเอกสาร
4. หน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibilities): บทบาทของแต่ละตำแหน่งในกระบวนการ
5. ขั้นตอนการทำงาน (Procedure / Process Details): รายละเอียดขั้นตอน มักแสดงร่วมกับ แผนผังกระบวนการ (Flowchart)
6. เอกสารอ้างอิง (Reference Documents): WI หรือมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
7. แบบฟอร์มและบันทึก (Forms & Records): แบบฟอร์มที่ใช้บันทึกข้อมูลในกระบวนการ

แม้ใน ISO 9001:2015 จะมีการระบบเอกสารโดยปรับเปลี่ยนมาเป็น เอกสารระบบสารสนเทศ (Documented Information) ที่ต้องจัดเก็บไว้ แต่ Procedure หลักๆ ยังมีความจำเป็นต่อการควบคุมระบบมาตรฐาน อาทิเช่น:
1. การควบคุมสารสนเทศและเอกสาร (Document Control Procedure)
2. การตรวจประเมินภายใน (Internal Audit Procedure)
3. การจัดการสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและการแก้ไข (Non-conformity & Corrective Action Procedure)
4. การคัดเลือกและประเมินผู้ขาย/ผู้จัดจ้างภายนอก (Supplier Evaluation Procedure)
5. การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร (Training Procedure)
6. อื่นๆ ที่เหมาะสมแก่องค์ในการดำเนินการ ตามที่ผู้บริหารจะเห็นสมควร

ใน EP นี้คาดว่า Tier2 นี้สามรถพาท่านไปสู่เป้าหมายในการเขียน Procedure ได้พอสมควร และจะนำท่านสู่ Tier3 #วิธีการปฏิบัติงาน (Work Instruction: WI) ใน EP ต่อไป

   /1     จาก EP2 ได้กล่าวถึงการนำระบบมาตรฐานต่างๆที่สามารถนำมาจัดทำบูรณาการในการตรวจประเมินภายในได้พร้อมกับ ด้วยการใช้ท...
01/10/2026

/1

จาก EP2 ได้กล่าวถึงการนำระบบมาตรฐานต่างๆที่สามารถนำมาจัดทำบูรณาการในการตรวจประเมินภายในได้พร้อมกับ ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดแต่สามารถตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ ใน EP นี้จะขอทบทวนทุกท่านเกี่ยวกับระดับเอกสารที่ใช้ในระบบ ISO แต่ละระบบว่ามีความสอดคล้องกันอย่างไรบ้าง
เชื่อว่าหลายท่านที่คลุกคลีอยู่กับระบบมาตรฐานนี้คงทราบว่า ระบบเอกสารที่ใช้ในระบบ ISO มีกี่ระดับ แต่ขออนุญาตทบทวนและเป็นข้อมูลสำหรับท่านที่ยังไม่คุ้นชินกับระบบมาตรฐานต่างๆนี้นะครับ ด้วยระบบเอกสารที่ใช้กันมี 4 ระดับ ด้วยกันคือ
1. #คู่มือคุณภาพ (Quality Manual: QM) คือ เอกสารระดับสูงสุดของระบบบริหารงานคุณภาพ (High Level Structure:HLS) ที่จัดทำขึ้นโดยอิงตาม โครงสร้างระดับสูง 10 ข้อกำหนดมาตรฐาน ซึ่ง ISO กำหนดขึ้นเพื่อสร้างรูปแบบ ศัพท์เฉพาะ และข้อกำหนดหลักให้เหมือนกันในทุกระบบมาตรฐานบริหารจัดการ โดยโครงสร้างของ HLS แบ่งออกเป็น 10 ข้อกำหนด ที่เชื่อมโยงกับวงจรบริหารงานคุณภาพ PDCA (Plan-Do-Check-Act) ดังนี้
1.1 ส่วนนำ (Introductory Chapters)
ข้อ 1 Scope (ขอบข่าย): ระบุขอบเขตของระบบบริหารจัดการใน องค์กร
ข้อ 2 Normative References (เอกสารอ้างอิง): เอกสารมาตรฐานที่นำมาใช้อ้างอิง
ข้อ 3 Terms and Definitions (นิยามและคำศัพท์): นิยามคำศัพท์เฉพาะที่ใช้ในระบบ
1.2 ส่วนการวางแผนและการปฏิบัติงาน (Plan & Do)
ข้อ 4 Context of the Organization (บริบทขององค์กร): การเข้าใจองค์กร ปัจจัยภายใน-ภายนอก ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการกำหนดขอบเขตระบบ
ข้อ 5 Leadership (ภาวะผู้นำ): บทบาทของผู้บริหารระดับสูง นโยบายคุณภาพ และการมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบ
ข้อ 6 Planning (การวางแผน): การระบุความเสี่ยงและโอกาส (Risk-based Thinking) และการกำหนดวัตถุประสงค์คุณภาพ
ข้อ 7 Support (การสนับสนุน): การจัดสรรทรัพยากร บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน สารสนเทศ และเอกสารควบคุม
ข้อ 8 Operation (การดำเนินงาน): การควบคุมกระบวนการผลิตหรือบริการ การออกแบบ และการจัดการผู้ให้บริการภายนอก
1.3 ส่วนการประเมินและการปรับปรุง (Check & Act)
ข้อ 9 Performance Evaluation (การประเมินผลการดำเนินงาน): การวัดผล ตรวจติดตาม ดำเนินการตรวจประเมินภายใน (Internal Audit) และการทบทวนฝ่ายบริหาร (Management Review)
ข้อ 10 Improvement (การปรับปรุง): การจัดการสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (Non-conformity) การแก้ไข และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ตามมาตรฐาน ISO 9001 ตั้งแต่ เวอร์ชั่นปี 2015 ไม่ได้บังคับให้ต้องทำคู่มือเล่มหนาเหมือนเวอร์ชันเก่า แต่ให้จัดทำเป็น "สารสนเทศที่ต้องจัดเก็บไว้" (Documented Information) ที่กระชับและตรงกับกระบวนการจริง
วันนี้ขอพักแค่ QM ก่อนนะครับ ครั้งหน้าเราค่อยไปที่ ระดับที่ 2-4 ของระบบเอกสารนะครับ

        ผมได้ฝากคำถามจากครั้งที่แล้วไว้ ได้มีการแบ่งปันความเห็นอย่างมากมายต้องขอขอบคุณทุกๆท่าน ในครั้งนี้เรามามองถึงหากม...
27/09/2026



ผมได้ฝากคำถามจากครั้งที่แล้วไว้ ได้มีการแบ่งปันความเห็นอย่างมากมายต้องขอขอบคุณทุกๆท่าน ในครั้งนี้เรามามองถึงหากมีการนำระบบมาตรฐาน ISO หลายระบบมาใช้ในองค์กร และจะต้องสร้างระบบการบริหารแยกกัน 4 ระบบ และต้องตรวจประเมิน 4 รอบเสมอไป จะต้องมีการใช้ทรัพยากรอย่างมากมายในการตรวจประเมิน จะดีกว่าหรือไม่หากตเราสามารถนำมาตรฐานเหล่านี้มาบูรณาการร่วมกัน และยังสามารถนำกระบวนการทำงานได้จริงในองค์กร
แต่หัวใจที่สำคัญคือ แต่ละมาตรฐานมี ‘มุมมองหรือมิติ’ (Dimension) ที่แตกต่างกัน หากจะนำเข้าไปตรวจสอบเป็นกระบวนการเดียวกัน ก็จะต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ ถึงความเป็นไปได้และมีความสอดคล้องกัน สิ่งที่จะต้องดำเนินการและทำการตรวจสอบคือ
#วัตถุประสงค์ขององค์กร (Business Objective) สิ่งแรกที่จะต้องเข้าใจคือ ธุรกิจขององค์กรคืออะไร ใครคือกลุ่มลูกค้า กลยุทธ์ขององค์กรคืออะไร และมีข้อกำหนดหรือเกี่ยวพันธ์ข้อกฏหมายอะไรบ้าง
#ระบบมาตรฐาน (Quality System) มีระบบใดบ้างที่สามารถนำมาบูรณาการเพื่อจัดทำการตรวจประเมินร่วมกันได้บ้าง
จากตัวอย่างที่ได้นำมาเป็นส่วนประกอบในการอธิบายนี้ จะเป็นองค์กรค์ที่ดำเนินการด้านการพัฒนาโปรแกรมหรือแอปต่างๆ (Software and Application Development) ที่มีระบบมาตรฐาน 4 ระบบสามารถนำมาบูรณาการได้ดังนี้
(Quality Management System: ) เชื่อว่าหลายๆท่านน่าจะมีความคุ้นเคยกับระบบมาตรฐานทีเป็นพื้นฐานนี้ และมั่นใจว่าไม่ต่ำกว่า 90% ขององค์กรจะะต้องมีมาตรฐานนี้เพื่อตอบสนองความต้องการ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ
(Information Security Management System: ) น่าจะเป็นระบบมาตรฐานที่อาจจะไม้มีความคุุ้นเคยและใหม่สำหรับกับหลายๆท่าน
(Pivacy Information Management System: ) ไม่ได้เป็นระบบที่แยกออกจาก Information Security แบบเด็ดขาด แต่เป็นมาตรฐานด้านความเป็นส่วนตัว (Privacy Information Management) ที่เชื่อมโยงกันเป็นอย่างดี
(Software Development and Project-Liftcycle System: SDPS) เป็นแนวทางในการวางแผนงานเพื่อการพัฒนาซอร์ฟแวร์ ตามความต้องการของลูกค้า

แล้วทั้ง 4 ระบบมีความสัมพัธ์อย่างไร และสามารถนำมาบูรณาในการตรวจประเมินร่วมกันได้อย่างไรบ้าง ขอเอาไว้ใน EP ต่อไปนะครับ

        หากกล่าวถึงระบบคุณภาพแล้วจะเห็นได้ว่ามีมากมายหลากหลาย เพื่อสนับสนุนในแต่ละอุตสากรรมที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ...
25/09/2026


หากกล่าวถึงระบบคุณภาพแล้วจะเห็นได้ว่ามีมากมายหลากหลาย เพื่อสนับสนุนในแต่ละอุตสากรรมที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกปัจุบันการเติบโตทางด้านเทคโนโลยี่มีการพัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันหากไม่เอ่ยถึง Application ต่างๆ รวมถึงการพัฒนาการของ AI ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและขยายเป็นวงกว้างทั้งในวงการธุรกิจและอุตสาหกรรม
ระบบคุณภาพมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากทุกๆองค์กร คือ ISO9### และเป็นจุดเริ่มต้นของระบบมาตรฐานต่างๆ ที่่ตามมาอย่างต่อเนื่องและในบางองค์กรมีระบบมาตรฐานมากมายหลายระบบ เพื่อรองรับธุรกิจขององค์กร ทั้งในภาคธุรกิจบริการและภาคอุตสาหกรรมการผลิต
เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาการตรวจประเมินจะต้องมีการจัดทำแยกในแต่ละระบบ ซึ่งทำให้ใช้เวลามากมาย อีกทั้งในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อทำการตรวจประเมินทั้งภายใน จะต้องใช้เป็นจำนวนมากมายเช่นกัน
จะดีกว่าหหรือเปล่าถ้าสามารถจัดทำการตรวจประเมินครั้งเดียวสามารถนำระบบมาตรฐานหลายระบบมารวมกันและจัดทำการตรวจประเมินได้เพียงครั้งเดียว ที่เรียกว่า #ผู้ตรวจประเมินภายในแบบบูรณาการ (Integrated Internal Auditor) ที่สามารถมองเห็นเป็น หนึ่งขั้นตอน-หลากหลายความต้องการ-หนึ่งการตรวจประเมิน (One Process - Multiple Requirements - One Integrated Audited)
ก่อนอื่นขอสอบถามผู้อ่านทุกท่านก่อนว่า ในความเข้าใจในแต่ละมิติด้านล่างของทุกท่านเป็นอย่างไรบ้าง สามารถ Comment มาได้เพื่อแบ่งปันความรู้กันนะครับ
#มิติด้านคุณภาพ (Quality) คืออะไร?
#มิติด้านความมั่นคงและปลอดภัย (Security) คืออะไร?
#มิติความเป็นส่วนตัว (Privacy) คืออะไร?
#มิติด้านโครงการ (Project Liftcycle) คืออะไร?

ขอพักไว้แค่นี้ก่อนนะครับ แล้วค่อยว่ากันต่อใน EP ต่อไปนะครับ

23/09/2026


      ้นะครับ
22/09/2026






้นะครับ

      #ขอบคุณทีมงานให้ความสนใจและตั้งใจรับฟังอย่างดี
09/09/2026



#ขอบคุณทีมงานให้ความสนใจและตั้งใจรับฟังอย่างดี

21/03/2026
21/03/2026

I got over 10 reactions on one of my posts last week! Thanks everyone for your support! 🎉

     in the    for        เมื่อได้รับเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง VDA6.3 แลัวเห็นว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้รับการพัฒนาและเพื่อเ...
17/03/2026


in the
for

เมื่อได้รับเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง VDA6.3 แลัวเห็นว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้รับการพัฒนาและเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพต่างๆ อย่างมากมาย อีกทั้งอุตสาหกรรมสำหรับรถยนต์ EV ได้มีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากขบวนการผลิตไม่ได้มีการควบคุม ตรวจสอบที่ถูกต้องชัดเจนแแล้ว ก็อาจจะทำให้ผลผลิตที่ได้เกิดมีปัญหา และมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนัั้นจึงใคร่อยากที่จะนำวิธีการและขบวนการการตรวจสอบขบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์หรืออิเล็คโทรนิคส์ มาแนะนำซึ่งอาจจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้พอสมควร
#ประวัติและความเป็นมา
ถูกพัฒนาขึ้นโดย สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมัน (Verband der Automobilindustrie) ซึ่งสมาชิกหลักๆ เป็นทั้งผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ทางฝั่งยุโรป “The DNA of German Quality” ที่ก่อตั้ง เมื่อ ค.ศ. 1901 (กว่า 120 ปีที่แล้ว) ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 600 บริษัท Mercedes-Benz BMW Volkswagen Audi Porsche และ Continental ในปี ค.ศ. 1990 VDA จึงตัดสินใจรวมกลุ่มกันสร้าง "คู่มือกลาง" ขึ้นมาเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และในปี ค.ศ. 1998 ( ) ถูกประกาศใช้ครั้งแรกเพื่อเป็นตัวช่วยในการประเมินซัพพลายเออร์อย่างละเอียด


แบ่งออกเป็น 3 หลักๆ ได้แก่
กลุ่มที่ 1: ประกอบด้วย
VDA6.1: QM System Audit Service and Producttion
VDA6.3 Process Audit Production
VDA6.5: Product Audit
กลุ่มที่ 2: ประกอบด้วย
VDA6.2: QM System Audit Service
VDA6.8: Process Audit Logistics
VDA6.6: Process Audit Other Service
กลุ่มที่ 3: ประกอบด้วย
VDA6.4: QM System Audit Producttion Equipment
VDA6.2: Process Audit Production Equipment

#ไทม์ไลน์การพัฒนาของ VDA 6.3 (VDA 6.3 Evolution)
ค.ศ.1998: เริ่มต้นเป็นมาตรฐานภายในของค่ายรถเยอรมัน (VW, BMW, Daimler) เพื่อใช้ตรวจประเมินกระบวนการผลิต (Process Audit) แทนการตรวจแค่ระบบ (System Audit) แบบเดิม
ค.ศ.2010: ยกเครื่องครั้งใหญ่โดยนำแนวคิด หรือที่เรียกกันว่า #แผนภูมิเต่า มาใช้ และแบ่ง Element เป็น P1-P7 อย่างชัดเจน เริ่มเป็นที่รู้จักในระดับสากลมากขึ้น
ค.ศ.2016: เน้นเรื่อง Risk-Based Thinking มากขึ้น ปรับโครงสร้างคำถามให้กระชับ (เหลือ 58 ข้อ) และทำให้สอดคล้องกับ เป็นมาตรฐานที่ Supplier ทั่วโลกต้องทำ
ค.ศ.2023: #เวอร์ชั่นปัจจุบัน โดยเพิ่มเรื่อง Embedded Software เข้าไปในคำถาม เพราะรถยนต์กลายเป็นคอมพิวเตอร์ล้อเลื่อน (EV/Autonomous) และตัดเนื้อหาที่ไม่จำเป็นออกเพื่อความคล่องตัว

#แแผนภูมิเต่า ( )
#ประวัติและความเป็นมา
แผนภูมิเต่าไม่ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกับ VDA 6.3 ตั้งแต่ต้น แต่ถูกพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์เรื่อง " " ( #การบริหารงานตามกระบวนการ) ของมาตรฐาน และต่อมาใน ในอดีตการ Audit เน้นเพียงแค่การตรวจเอกสาร (Checklist) ว่ามีหรือไม่มี แต่ไม่ได้ดูว่ากระบวนการเชื่อมโยงกันอย่างไร ในอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องการเครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์ 4M (Man, Machine, Method, Material) และความเสี่ยงในจุดเดียว แผนภูมิเต่าจึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือมาตรฐานในการทำ VDA 6.3 มาตรฐานเยอรมัน (VDA) ได้นำเอาแผนภูมิเต่ามาเป็นเครื่องมือหลักเพื่อให้ Auditor ใช้ในการ "เตรียมตัวก่อนการตรวจ" (Audit Preparation) เพื่อวิเคราะห์ว่าในหนึ่งกระบวนการ มีองค์ประกอบอะไรบ้างที่ต้องตรวจสอบ

#องค์ประกอบของแผนภูมิเต่า ( ) สาเหตุที่เรียกว่าแผนภูมิเต่า เพราะโครงสร้างของมันมี "ตัวเต่า" (กระบวนการ) และ "ขา/หัว/หาง" รวม 6 ส่วน ดังนี้ครับ:
1. #ตัวเต่า ( ): คือกิจกรรมหลักที่เรากำลังสนใจ #กระบวนการการผลิต (P6.2)
2. #หัวเต่า ( ): สิ่งที่ใส่เข้ามา เช่น วัตถุดิบ ข้อมูลสเปกลูกค้า คำสั่งซื้อ
3. #หางเต่า ( ): สิ่งที่ได้ออกไป เช่น ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ข้อมูลการทดสอบ บรรจุภัณฑ์ที่พร้อมส่ง
4. #ขาที่1 ( ): เครื่องจักร เครื่องมือวัด อุปกรณ์สนับสนุน ระบบ IT (P6.3)
5. #ขาที่2 ( ): ทักษะพนักงาน การอบรม ความรู้เรื่อง (P6.4)
6. #ขาที่3 ( ): ขั้นตอนการทำงาน (WI) Control Plan มาตรฐานความสะอาด (P6.2)
7. #ขาที่4 ( ): ตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (KPI) อัตราของเสีย ความพึงพอใจลูกค้า (P7)

โอกาสหน้าใน EP ต่อๆไป จะนำ VDA6.3 ตั้งแต่ Part ที่ 1-7 มาขยายความให้เพื่อนๆและผู้สนใจทราบอย่างละเอียดนะครับ

ที่อยู่

Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ CEO Probation By Coach Natt โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์