22/05/2026
ความหลากหลายทางชีวภาพ คือรากฐานสำคัญของทั้งระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต
วันที่ 22 พฤษภาคมของทุกปี องค์การสหประชาชาติจึงกำหนดให้เป็น “วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ” เพื่อย้ำเตือนว่าทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์คือหัวใจที่หล่อเลี้ยงชีวิตบนโลกใบนี้
SCGP เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เริ่มต้นได้จากการลงมือทำในระดับท้องถิ่น เพราะทุกการดูแลพื้นที่เล็ก ๆ สามารถสร้างผลกระทบที่ดีได้ถึงระดับโลก แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านเป้าหมาย Nature Positive ที่มุ่งหยุดยั้งการสูญเสียธรรมชาติภายในปี 2030 และฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับมาสมบูรณ์ภายในปี 2050 ผ่านการบริหารจัดการพื้นที่จริงอย่างเป็นระบบ
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการบริหารจัดการสวนไม้ยูคาลิปตัสภายใต้มาตรฐาน FSC™ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ป่าชุมชน เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากพื้นที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติและชุมชนได้อย่างสมดุล ปัจจุบัน SCGP ดูแลสวนไม้รับรองมาตรฐาน FSC™ รวมกว่า 55,369 ไร่ พร้อมจัดสรรพื้นที่อนุรักษ์กว่า 6,212 ไร่ หรือคิดเป็น 11.2% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ FSC™ กำหนดไว้
พื้นที่เหล่านี้ยังมีการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเครือข่ายวิจัยด้านนิเวศวิทยาป่าไม้ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องทุก 2 ปี เพื่อติดตามการกลับมาของพรรณไม้และสัตว์ป่าในระบบนิเวศ
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือพื้นที่ชุมชนหนองหัววัว จ.กำแพงเพชร ที่ชุมชนได้ร่วมกับบริษัทสยามฟอเรสทรี จำกัด ใน SCGP กำหนดแนวทางดูแลป่าอย่างเป็นระบบ ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งความอุดมสมบูรณ์ของป่า การกลับมาของสัตว์ป่า และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งผลสำรวจในปี 2025 พบพรรณไม้มากถึง 82 ชนิด จาก 37 วงศ์ และมีค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพอยู่ในระดับสูง*
สะท้อนให้เห็นว่าสวนไม้เศรษฐกิจและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติสามารถเติบโตไปด้วยกันได้จริง
อีกทั้งพื้นที่สวนไม้รับรอง FSC™ ของ SCGP ยังสามารถกักเก็บคาร์บอนได้กว่า 308,949 tCO₂e** โดย SCGP ใช้เทคโนโลยี CERT+ ที่ผสานการทำงานของดาวเทียมและ AI เพื่อช่วยประเมินการกักเก็บคาร์บอนอย่างแม่นยำ สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนผ่านโมเดลป่าชุมชนและโครงการยูคาริมคันคลอง ที่ช่วยสร้างอาชีพ รายได้ และความมั่นคงให้กับคนในพื้นที่ไปพร้อมกัน พร้อมดำเนินการแผนเพิ่มพื้นที่รับรองอีก 10,000 ไร่ และฟื้นฟูป่าอนุรักษ์เพิ่ม 1,000 ไร่ ภายในปี 2027
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าการจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืนสามารถฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างรายได้ให้ชุมชน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมกันได้อย่างแท้จริง
* Shannon-Wiener Index
** รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2568 หน้า 50-53
#วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ