19/03/2024
ร่างกายต้องการน้ำสะอาดอย่างน้อย 2-3 ลิตร ต่อวัน เพื่อนำไปใช้ในกระบวนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งน้ำสะอาดสำหรับคนทั่วไปจะพิจารณาจากความใส ไร้สี และกลิ่น แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำที่ดื่มนั้น ร่างกายสามารถนำไปต่อยอดฟื้นฟูสุขภาพภายในได้มากน้อยเท่าไหร่
การพิจารณาน้ำดื่มจากปัจจัยที่กล่าวมานั้น ค่า pH ของน้ำดื่ม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะมีความสัมพันธ์ต่อการไหลเวียนของเหลวในร่างกาย โดยเฉพาะการไหลเวียนของเลือด หากได้รับน้ำดื่มที่มีค่า pH ไม่เหมาะสม ต่ำหรือสูงเกินไป ล้วนก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้
แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า น้ำดื่มที่ดีที่สุดต่อสุขภาพมีอยู่จริง? หรือแค่ดื่มน้ำสะอาดอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ในยุคที่น้ำดื่มมีให้เลือกหลายชนิดในท้องตลาด ทั้งน้ำที่มาจากแหล่งธรรมชาติ (spring) น้ำที่ผ่านการกรอง (purified) น้ำแร่ (mineral) น้ำบาดาล (artesian) หรือน้ำด่าง (alkaline) ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณควรตั้งคำถามว่า น้ำชนิดไหนที่คุณคิดว่าดีที่สุดต่อร่างกาย?
ความแตกต่างระหว่าง น้ำที่มาจากแหล่งกำเนิดธรรมชาติ น้ำกรองหรือน้ำที่ผ่านการกรองแล้ว น้ำแร่ น้ำบาดาล
องค์กร International Bottled Water Association กล่าวว่า
น้ำที่มาจากแหล่งกำเนิดธรรมชาติ : ได้จากแหล่งกำเนิดใต้ดินที่ต้องมาจากแหล่งกำเนิดหรือผ่านทางหลุมที่เจาะผ่านแหล่งกำเนิดทางธรรมชาติเท่านั้น ทั้งยังได้ให้คำจำกัดความของ
น้ำกรอง : เป็นน้ำที่ผ่านกระบวนการกลั่นกรองมาเป็นอย่างดี ปราศจากไออน เพื่อให้ได้มาตรฐานก่อนนำไปจัดจำหน่าย
น้ำแร่ : เป็นน้ำที่ได้จากธรรมชาติมีระดับความสมดุลของแร่ธาตุในตัวเอง ซึ่งประกอบไปด้วยปริมาณของของแข็งที่ละลายอยู่ในน้ำ ไม่น้อยกว่า 250 ส่วนต่อ TDS (ย่อมาจาก Total Dissolved Solids) และไม่มีการใส่แร่ธาตุอื่น ๆ ลงไป
น้ำบาดาล : เป็นน้ำที่ได้จากบ่อน้ำบาดาล ซึ่งสะสมตัวอยู่ตามรอยแยกของชั้นหินหรือเม็ดทรายใต้ผิวน้ำ
นอกจากนี้เราอาจจะเคยพบ น้ำด่าง ที่อยู่ตามชั้นวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต น้ำด่างคือน้ำที่มีค่า pH สูงกว่าน้ำประปา ค่า pH จะเป็นตัวกำหนดความเป็นกรดเบสของน้ำ โดยค่า pH มาตรฐานจะอยู่ที่ 7 ยิ่งค่า pH สูงเท่าไรก็มีความเป็นเบสมากเท่านั้น ส่วนค่า pH ที่ต่ำกว่าจะมีความเป็นกรดมากขึ้น
น้ำดื่มที่มีค่า pH ที่เหมาะสม ปกติจะเป็นน้ำจากธรรมชาติ หรือน้ำแร่ มีความเป็นด่างค่อนข้างสูง หรือน้ำที่ผลิตออกมาโดยเฉพาะน้ำที่เป็นเบส และเสถียรที่สุด คือ บ่อน้ำพุร้อนในไอซ์แลนด์ เพราะมีภูเขาไฟจึงมีแร่ธาตุสมบูรณ์ หากเทียบกับน้ำธรรมดา ซึ่งมีความเป็นเบสน้อยมาก ที่สำคัญ คือ เรามักจะดื่มน้ำที่เรียกว่า Reverse Osmosis หรือ น้ำกรองที่เราใช้กันอยู่ทั่วไป ไม่มีแร่ธาตุเลย และมีความเป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งการดื่มเป็นประจำจะส่งผลทำให้ท้องอืด อาหารย่อยยาก
สำหรับวิธีตรวจสอบคุณภาพค่า pH กรด-เบส ของน้ำดื่มนั้น สามารถตรวจสอบได้เองด้วยเครื่อง pH Meter
pH Meter คือเครื่องมือที่ให้ความละเอียดและถูกต้องแม่นยำสูง
เครื่อง pH meter มีหลายแบบ เช่น แบบปากกา แบบมือถือ แบบตั้งโต๊ะ หรือแบบติดตั้ง ซึ่ง“การวัดค่า pH ของน้ำ” โดยใช้เครื่อง pH Meter นั้นจะเหมาะกับการใช้ในงานอุตสาหกรรมมากที่สุด หากมีการเลือกเครื่องมือวัดให้ตรงกับประเภทของการใช้งาน
ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์บ่งชัดแล้วว่า การรักษาความชุ่มชื้นของร่างกายและการดื่มน้ำที่พอเพียงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ความชุ่มชื้นเป็นตัวช่วยหล่อลื่นและลดแรงกระแทกระหว่างข้อต่อต่าง ๆ ปกป้องเนื้อเยื่อที่บอบบางของร่างกาย ระบายของเสีย ควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้ผิวพรรณสุขภาพดีขึ้นด้วย
ครั้งหน้าในการดื่มน้ำ อย่าลืมตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกน้ำดื่มให้มากขึ้น เพราะน้ำดื่มไม่ใช่แค่การดับกระหาย หากเลือกน้ำดื่มที่ดี ก็จะส่งผลต่อสุขภาพที่ดี ชะล้างหรือขจัดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ อีกด้วย
pH ย่อมาจาก Pondus Hydrogenii
เป็นการวัดค่าความเข้มข้นของอะตอมไฮโดรเจนเพื่อหาความเป็นกรด-ด่างของสารละลาย, ของเหลวและน้ำ โดยแบ่งค่า pH ตั้งแต่ 0 – 14 มีค่ากลางอยู่ที่ 7.0 หากน้ำมีค่า pH มากกว่านั้นถือว่าเป็นด่าง ส่วนน้ำที่มีค่า pH น้อยกว่านั้นถือว่าเป็นกรด ซึ่งในประเทศไทยได้มีการกำหนดค่า pH มาตรฐานของน้ำไว้ระหว่าง 6.5 – 8.5 และในปัจจุบันมีวิธีวัดค่า pH ที่เป็นที่นิยมทั้งหมด 2 วิธี ได้แก่ การใช้กระดาษลิตมัสทดสอบและเทียบสี, การใช้ pH Meter ที่มีหน้าจอแสดงผลค่า pH และน้ำยาทดสอบ pH
pH 0 พบได้ในกรดไฮโดรคลอริก, แบตเตอรี่
pH 1 พบได้ในกรดในกระเพาะอาหาร
pH 2 พบได้ในเลมอน
pH 3 พบได้ในน้ำส้มสายชู, น้ำอัดลม
pH 4 พบได้ในมะเขือเทศ
pH 5 พบได้ในกาแฟ
pH 6 พบได้ในนม
pH 7 พบได้ในน้ำดื่ม
pH 8 พบได้ในเลือด
pH 9 พบได้ในไข่ขาว, เบกกิ้งโซดา
pH 10 พบได้ในยาโรคกระเพาะ
pH 11 พบได้ในสารละลายแอมโมเนีย
pH 12 พบได้ในสบู่
pH 13 พบได้ในสารฟอกขาว
pH 14 พบได้ในผงแก้ท่อตัน
*** www.spscience.com
Line id
Tel 0851313771