ติวเตอร์เคมีวิศวะ พี่ภูมิรักษ์โลก A-Level AP IGCSE GED Science ACT Scicence

ติวเตอร์เคมีวิศวะ พี่ภูมิรักษ์โลก A-Level AP IGCSE GED Science ACT Scicence ผลักดันให้น้องได้เรียนสิ่งที่รักและพัฒนาสิ่งที่รักให้เชี่ยวชาญ Jungcharoen, P.

(2013) promised that I would like to inspire curiosity around chemistry in my students, as well as making them into good adults who care about family first and also creating good things around the world.

01/06/2026

📢🌟เปิดรับสมัครแล้ว! ทุนวิจัย Fulbright Junior Research Scholarship (JRS and JRS/NRCT) Program ประจำปี 2027 🇺🇸🇹🇭 มูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน (ฟุลไบรท์ประเทศไทย) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดรับสมัครนิสิต/นักศึกษาปริญญาเอกเพื่อชิงทุนไปทำวิจัย ณ สหรัฐอเมริกา เพื่อเก็บข้อมูลหรือทำวิจัยตามข้อกำหนดของดุษฎีนิพนธ์ 🎓
🔎 ประเภททุนที่เปิดรับ (รวม 5 ทุน)
ประเภทที่ 1️⃣ สำหรับนักศึกษาปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยทั่วไป (2 ทุน) – ระยะเวลาวิจัย 6 เดือน
ประเภทที่ 2️⃣ สำหรับนักศึกษาปริญญาเอกภายใต้โครงการ คปก. (RGJ) หรือ พวอ. (RRI) (3 ทุน) – ระยะเวลาวิจัย 6 ถึง 12 เดือน
📍 คุณสมบัติผู้สมัคร
✅ เป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยไทย หรืออยู่ภายใต้โครงการ คปก./พวอ.
✅ มีผลการเรียนระดับปริญญาโท GPA ไม่ต่ำกว่า 3.50
✅ มีคะแนนภาษาอังกฤษตามเกณฑ์: TOEFL iBT อย่างน้อย 71, TOEFL ITP อย่างน้อย 525 หรือ CU-TEP อย่างน้อย 75
✅ ได้รับจดหมายเชิญ (Official Letter of Invitation) จากสถาบันในสหรัฐอเมริกา
📅 ปิดรับสมัครออนไลน์: 31 สิงหาคม 2026 (เวลา 23:59 น.)
🔗 รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.fulbrightthai.org/thai-active-scholarship-program/call-for-application-2027-fulbright-junior-research-scholarship-jrs-program
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 📥 [email protected]

#ทุนวิจัยปเอก #ทุนฟุลไบรท์ #วิจัยสหรัฐอเมริกา

น้อง ๆ ลองปรับ CV ให้ปังขึ้นกันนะครับ
13/03/2026

น้อง ๆ ลองปรับ CV ให้ปังขึ้นกันนะครับ

MicroToons: an Educational Cartoon Series
(English Translations Below)

ช่วงนี้เราเพิ่งลงประกาศรับสมัครงานไป แล้วเห็นว่ามีหลายคนสนใจตำแหน่งนี้พอสมควร เลยคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ถ้าจะมาแชร์เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องการเขียนและจัด CV สำหรับสายวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะสำหรับนิสิต นักศึกษา หรือคนที่เพิ่งเริ่มต้นสมัครงานในสายนี้

สิ่งที่เขียนในโพสต์นี้อ้างอิงจากประสบการณ์ส่วนตัวในการคัดใบสมัครและสัมภาษณ์ผู้สมัคร เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครที่กำลังทำ CV ฉบับแรกเพื่อใช้สมัครตำแหน่งผู้ช่วยวิจัย ฝึกงาน ทุนการศึกษา หรือเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษา

ใครที่อยากได้ตัวอย่าง สามารถดาวน์โหลด CV template ฟรี ได้จากในคอมเมนต์นะคะ

🧪CV คืออะไร? แล้วต่างจาก resume อย่างไร?
CV (curriculum vitae) ก็คือเอกสารที่เล่าภาพรวมของเส้นทางการเรียนและประสบการณ์การทำงานของเราในเชิงวิชาการและวิชาชีพ
พูดง่าย ๆ คือเป็นเอกสารที่บอกว่าเราเรียนที่ไหนมา เคยทำวิจัยหรือทำงานอะไร มีทักษะอะไรบ้าง และมีผลงานหรือความสำเร็จอะไรแล้วบ้าง
ส่วน resume มักจะเป็นเอกสารที่สั้นกว่า และปรับให้เหมาะกับงานที่สมัครแบบเฉพาะเจาะจงมากกว่า โดยจะคัดเฉพาะประสบการณ์หรือทักษะที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้นจริง ๆ

สรุปแบบง่าย ๆ คือ
• CV = รายละเอียดด้านการเรียน/การทำงานที่ค่อนข้างครบกว่า
• Resume = เอกสารสั้น กระชับ และปรับให้เหมาะกับงานที่สมัครโดยเฉพาะ (ส่วนใหญ่มักยาวประมาณ 1 หน้า)

ในสายวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเวลาสมัครงานวิจัย สมัครเรียนต่อ สมัครทุน หรือสมัครตำแหน่งในสายวิชาการ ส่วนใหญ่ผู้รับสมัครมักคาดหวัง CV มากกว่า resume

🧪แล้ว scientific CV ที่ดีควรมีอะไรบ้าง?
CV ที่ดีสำหรับสายวิทยาศาสตร์ควร ชัดเจน เป็นระเบียบ ซื่อสัตย์ และอ่านกวาดตาได้ง่าย

คนอ่านควรดูแล้วเข้าใจได้ค่อนข้างเร็วว่า
• คุณเป็นใคร
• มีพื้นฐานการศึกษาและการฝึกฝนอะไรบ้าง
• เคยมีประสบการณ์วิจัยหรือการทำงานอะไร
• มีทักษะเชิงเทคนิคอะไร
• เคยมีผลงาน การนำเสนอ รางวัล ตีพิมพ์ หรือความสำเร็จอะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง

CV ไม่ใช่เอกสารที่เอาไว้ “ยัดทุกอย่างที่เคยทำลงไป” แต่ควรเป็นเอกสารที่เล่าเส้นทางการพัฒนาทางวิชาชีพของเราให้เป็นเรื่องเป็นราวและเข้าใจง่าย
ลองนึกไว้เสมอว่าคณะกรรมการต้องอ่านใบสมัครเป็นสิบ ๆ หรือเป็นร้อย ๆ ฉบับ ดังนั้นควรทำ CV ของเราให้เป็นระเบียบและอ่านง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ

🧪อีกคำถามหนึ่งที่เจอบ่อยคือ
ควรใส่รูปไหม?
ในหลายประเทศ โดยเฉพาะถ้าเป็นการสมัครเรียนหรือสมัครงานสายวิชาการ/วิทยาศาสตร์ในต่างประเทศ คำตอบคือ “ไม่จำเป็น”
หลายที่นิยมไม่ใส่รูป เพื่อให้โฟกัสอยู่ที่คุณสมบัติ ประสบการณ์ และทักษะ มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก

แต่ในประเทศไทย การใส่รูปใน CV ก็ยังถือว่าเจอได้บ่อยอยู่และดูเป็นเรื่องปกติ
ดังนั้นถ้าจะใส่ ขอให้เลือกเป็นรูปที่ดู สุภาพ เป็นทางการ และเป็นมืออาชีพ ก็พอค่ะ
ไม่จำเป็นต้องจัดเต็มเหมือนรูปถ่ายแฟชั่นหรือพอร์ตโมเดล (ส่วนตัวเคยเจอมาแล้วนะคะ 55) เพราะอาจทำให้ภาพรวมดูไม่เหมาะกับบริบทของการสมัครงานได้

🧪อีกเรื่องหนึ่งที่อยากเน้นมาก ๆ คือ
อย่าใส่ทักษะที่ตัวเองทำไม่ได้จริง
ถ้าคุณใส่อะไรลงไปใน CV คุณควรพร้อมที่จะอธิบาย พูดคุย หรือแสดงให้เห็นได้อย่างน้อยว่าเคยใช้งานหรือมีความคุ้นเคยกับสิ่งนั้นจริงในระดับหนึ่ง
การใส่เทคนิคหรือทักษะที่ตัวเองยังทำไม่ได้จริง อาจช่วยให้ CV ดูน่าสนใจขึ้นในตอนแรก

แต่ถ้านายจ้างมารู้ภายหลังว่าคุณทำสิ่งที่เขียนไว้ไม่ได้จริง ก็อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมาได้

จากประสบการณ์ส่วนตัว เรื่องแบบนี้ทำให้ความเชื่อใจเสียได้ง่ายมาก และสร้างความอึดอัดให้ทั้งสองฝ่าย

ในงานวิทยาศาสตร์ ความซื่อสัตย์สำคัญมาก ส่วนความเชื่อใจนั้น แน่นอนว่าหมดแล้วก็หมดเลยค่ะ

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเคยเพียงฟัง lecture เรื่อง flow cytometry แต่ไม่เคยเตรียมตัวอย่าง รันเครื่อง หรือวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตัวเอง แบบนั้นยังไม่ถือว่าเป็นประสบการณ์ปฏิบัติ

การรู้หลักการกับการทำได้จริงไม่เหมือนกัน ควรเขียนให้ตรงกว่า เช่น “มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับ flow cytometry” หรือ “เคยเรียนรู้หลักการของ flow cytometry”

🧪Anatomy of a scientific CV
(ทั้งนี้ ไม่มีรูปแบบตายตัวนะคะ สามารถปรับได้ตามความเหมาะสม)

1. ชื่อและข้อมูลติดต่อ
ส่วนนี้บอกคนอ่านว่าคุณเป็นใคร และจะติดต่อคุณได้อย่างไร
โดยทั่วไปควรมีชื่อ-นามสกุล อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และสถาบันหรือหลักสูตรที่กำลังศึกษาอยู่
ถ้ามี LinkedIn ที่ดูเป็นมืออาชีพและอัปเดตแล้ว ก็ใส่ได้เช่นกัน
(ปล. Email ตั้งชื่อให้ดูเป็นมืออาชีพ หน่อยนะคะ [email protected] อาจจะดูไม่ค่อยเหมาะสำหรับการสมัครงานสายวิทย์ 😆)

2. Professional profile / short summary
เป็นข้อความสั้น ๆ ประมาณ 2–4 บรรทัด เพื่อสรุปภาพรวมว่าคุณมีพื้นฐานอะไร สนใจด้านไหน และกำลังมองหาโอกาสแบบไหน
ช่วยให้คนอ่านจับภาพรวมของคุณได้เร็วขึ้นตั้งแต่ต้น

3. Education
ระบุหลักสูตรที่เรียน สถาบัน และช่วงปีที่ศึกษา
สำหรับนิสิต นักศึกษา หรือบัณฑิตจบใหม่ ส่วนนี้มักเป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญมาก จึงควรเขียนให้ชัดและหาได้ง่าย

4. Research experience / work experience
ส่วนนี้เอาไว้เล่าประสบการณ์ทำวิจัย งานในห้องปฏิบัติการ การฝึกงาน หรือประสบการณ์ทำงาน
ควรบอกสั้น ๆ ว่าทำหน้าที่อะไร ทำที่ไหน และมีบทบาท เทคนิค หรือความรับผิดชอบอะไรบ้าง

5. Technical skills
ส่วนนี้แสดงให้เห็นว่าคุณมีทักษะเชิงปฏิบัติอะไรที่ทำได้จริง
ในสายวิทยาศาสตร์อาจรวมถึงเทคนิคในห้องแล็บ เครื่องมือวิเคราะห์ ซอฟต์แวร์ การวิเคราะห์ข้อมูล bioinformatics หรือทักษะการเขียนเชิงวิชาการ
ให้ใส่เฉพาะสิ่งที่คุณอธิบายได้อย่างตรงไปตรงมา

6. Presentations
ถ้าเคยนำเสนอผลงานแบบ poster, oral presentation หรือเคยพูดในงานประชุมวิชาการ ก็สามารถใส่ไว้ได้
ส่วนนี้สะท้อนทั้งการมีส่วนร่วมทางวิชาการและทักษะในการสื่อสารงานวิทยาศาสตร์

7. Publications
หากเคยมีบทความวิจัย บทคัดย่อ proceedings หรือเป็นผู้ร่วมเขียนผลงานทางวิชาการ ก็ใส่ได้ในส่วนนี้
สำหรับนักศึกษา บางกรณีแม้จะยังเป็น manuscript in preparation หรือ abstract ที่ส่งไปแล้ว ก็อาจมีความเกี่ยวข้อง ขึ้นกับบริบทที่สมัคร

8. Awards / scholarships / honors
ส่วนนี้ใช้แสดงรางวัล ทุน หรือเกียรติประวัติที่สะท้อนผลงานทางการเรียน งานวิจัย ภาวะผู้นำ หรือศักยภาพของคุณ

9. Teaching / mentoring / leadership / service
เป็นส่วนที่แสดงบทบาทนอกเหนือจากงานแล็บ
เช่น การสอน การเป็น TA การดูแลรุ่นน้อง การจัดกิจกรรม งานคณะกรรมการ ชมรม หรือกิจกรรมจิตอาสาที่มีความหมาย

10. Training / workshops / certifications
ใส่การอบรม เวิร์กช็อป หรือประกาศนียบัตรที่เกี่ยวข้องกับโอกาสที่กำลังสมัคร โดยเฉพาะถ้าช่วยเสริมโปรไฟล์ด้านวิทยาศาสตร์หรือทักษะทางเทคนิค
ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกเวิร์กช็อปที่เคยเข้า เลือกเฉพาะที่มีประโยชน์จริงจะดีกว่า

11. References
ส่วนนี้คือรายชื่อบุคคลที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลงาน การเรียน การทำวิจัย หรือการทำงานของคุณได้อย่างน่าเชื่อถือ
โดยทั่วไปมักเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา หัวหน้างาน ผู้ดูแลงานวิจัย อาจารย์ผู้สอนที่รู้จักคุณดี หรือผู้บังคับบัญชาที่เคยทำงานกับคุณโดยตรง
ควรเลือกคนที่รู้จักการทำงานของคุณจริง และสามารถพูดถึงทักษะ นิสัยการทำงาน และศักยภาพของคุณได้อย่างมีเนื้อหา
ไม่จำเป็นต้องเลือกเฉพาะคนที่ตำแหน่งใหญ่ที่สุด ถ้าเขาไม่ได้รู้จักคุณดีพอ บางครั้ง reference จากคนที่เคยดูแลงานคุณโดยตรงอาจมีประโยชน์มากกว่า
และที่สำคัญ อย่าลืมขออนุญาตเจ้าตัวก่อนนำชื่อไปใส่ใน CV รวมถึงแจ้งให้เขาทราบด้วยว่าคุณกำลังสมัครอะไร เผื่อในกรณีที่มีการติดต่อไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

🧪อะไรที่ทำให้ science CV แข็งแรงขึ้น?
• จัดลำดับหัวข้ออย่างมีกลยุทธ์ เลือกวางข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโอกาสที่กำลังสมัครไว้ก่อน เพื่อให้คนอ่านเห็นจุดเด่นของคุณได้เร็ว
• ใช้ถ้อยคำที่เฉพาะและชัดเจน การบอกงานที่ทำจริงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมใช้คำกริยาที่สื่อการลงมือทำ จะดีกว่าคำกว้าง ๆ อย่าง “ช่วยงานในแล็บ”
• รักษารูปแบบให้สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนวันที่ เครื่องหมายวรรคตอน ขนาดตัวอักษร หัวข้อ หรือระยะห่าง ควรเป็นไปในรูปแบบเดียวกันทั้งเอกสาร
• ให้ความสำคัญกับเนื้อหามากกว่าการตกแต่ง สำหรับนักศึกษาและคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ประสบการณ์วิจัยและความชัดเจนของเนื้อหามักสำคัญกว่าการออกแบบที่ดูหวือหวา

🧪สรุป
CV ที่ดีในสายวิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องหวือหวาหรือดูอลังการ
แต่ควร ชัดเจน เป็นระเบียบ และซื่อสัตย์
ในงานวิทยาศาสตร์ ความน่าเชื่อถือสำคัญมาก
CV ที่เรียบง่าย แต่จัดดี และสะท้อนประสบการณ์จริงของคุณ จะสร้างความประทับใจได้ดีกว่า CV ที่เขียนกว้าง ๆ ดูรก หรือเติมเกินจริง

🧪ใครที่เพิ่งเริ่มต้นและยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ใส่ลิงก์ template ไว้ให้ในคอมเมนต์แล้วนะคะ

เริ่มจากโครงสร้างที่สะอาด อ่านง่าย เขียนประสบการณ์ตามความเป็นจริง และค่อย ๆ อัปเดตเพิ่มไปตามเส้นทางการเติบโตของตัวเอง
ขอให้โชคดีกับการสมัครงาน และหวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์กับใครก็ตามที่กำลังเริ่มต้นทำ CV ฉบับแรกนะคะ
ขอเอาใจช่วยกับทุกใบสมัครค่ะ 🥳

เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.วิมพ์วรา วัชราทิตย์
ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ติดตาม: https://www.facebook.com/MicrobiologyMUSC

-------

We recently posted a job opening, and many people seemed interested in the position, so I thought I’d share a few tips on how to write and organize a scientific CV — especially for students and early-career applicants who are just starting out.
These are based on my own experience screening applications and interviewing candidates, in case they might be useful to someone preparing their first CV for a research position, internship, scholarship, or graduate program. You can download a free CV template from the comments section.

🧪What is a CV? How is it different from a resume?
A CV (curriculum vitae) is basically the story of your academic and professional training on paper. It tells people where you studied, what research or work you have done, what skills you have learned, and what outputs or achievements you have so far.
A resume is usually a shorter, more customized version made for a specific job. It focuses more selectively on what is most relevant to that role.
So, in simple terms:
CV = more detailed academic/professional record
Resume = shorter, more tailored job document (usually 1 page)
In science, especially for research, graduate school, scholarships, and academic positions, people usually expect a CV rather than a resume.

🧪What does a good scientific CV actually contain?
A strong scientific CV should be clear, organized, honest, and easy to scan. It should help the reader quickly understand:
• who you are
• your education and training
• your research or work experience
• your technical skills
• your presentations, awards, publications, or other relevant achievements
In other words, a CV is not just a document where you list everything you have ever done. It should tell a coherent professional story.

🧪I also want to mention one small but common question:
should you include a photo?
In many countries, especially for academic or scientific applications overseas, the answer is often no. A photo is usually not necessary, and many people prefer to leave it out so that the focus stays on qualifications, experience, and skills rather than appearance.
In Thailand, however, including a photo still seems quite common. That said, if you do include one, please make sure it looks professional. A formal, simple photo is enough. A CV is not a modeling portfolio, and overly stylized or glamour-type poses can create the wrong impression.

🧪One more point that I think is very important:
Do not list skills that you cannot actually do.
If you put something on your CV, you should be prepared to explain it, discuss it, or demonstrate at least a reasonable level of familiarity with it. Listing techniques or skills you do not truly have may help you get attention at first, but it can create serious problems later if your employer discovers that you cannot do what you claimed.

From my personal experience, this can damage trust, create frustration on both sides, and leave a very poor impression.

In science, honesty matters. And of course, once trust is broken, it cannot be fixed.

For example, if you have only attended a lecture on flow cytometry but have never prepared samples, run the instrument, or analyzed the data yourself, that should not really be considered hands-on experience.

Understanding the principles is not the same as being able to do it in practice. It would be more accurate to write something like “basic knowledge of flow cytometry” or “learned the principles of flow cytometry.”

🧪Anatomy of a scientific CV (please note that there is no fixed template, you can modify as you see fit)

1. Name and contact information
This tells the reader who you are and how to reach you. Usually include your full name, email, phone number, and current institution/program. You can also include LinkedIn if it is professional and up to date.
(P.S. your email address should be professional - [email protected] might not be appropriate for a job application 😆)

2. Professional profile / short summary
This is a short 2–4 line overview of who you are academically or professionally. It helps the reader quickly understand your background, interests, and what kind of opportunity you are seeking.

3. Education
List your degree program(s), institution(s), and years attended. For students or fresh graduates, this is often one of the most important sections, so it should be clear and easy to find.

4. Research experience / work experience
This is where you describe the projects, lab work, internships, or jobs you have done. Briefly state what the role was, where you did it, and what techniques, responsibilities, or contributions you had.

5. Technical skills
This section shows what practical skills you can actually perform. In science, this often includes lab methods, data analysis tools, software, bioinformatics tools, or scientific writing skills. Only include things you can honestly explain.

6. Presentations
Include poster presentations, oral presentations, or conference talks. This shows academic engagement and your ability to communicate scientific work.

7. Publications
If you have authored or co-authored papers, abstracts, or proceedings, list them here. For students, even a manuscript in preparation or submitted abstract can sometimes be relevant, depending on the setting.

8. Awards / scholarships / honors
This highlights recognition you have received for academic performance, research, leadership, or other achievements.

9. Teaching / mentoring / leadership / service
This section shows contributions beyond bench work. It may include tutoring, TA roles, mentoring juniors, organizing events, committee work, student clubs, or volunteer roles.

10. Training / workshops / certifications
Include formal training that is relevant to the opportunity, especially if it builds your scientific or technical profile. Do not list every workshop you have ever attended — only those that add value.

11. References
This section includes the names and positions of people who can speak credibly about your academic, research, or professional performance. These are usually supervisors, research mentors, course instructors, employers, or others who have worked with you closely enough to comment meaningfully on your skills, work habits, and potential. Always ask for their permission before listing them as references, and make sure they know what you are applying for.

🧪What makes a science CV stronger?
• Arrange sections strategically. Put the most relevant information earlier, depending on the opportunity you are applying for.
• Use specific wording. Concrete tasks and action verbs are much stronger than vague phrases like “helped in a lab.”
• Keep formatting consistent. Make sure dates, punctuation, font size, headings, and spacing are all uniform throughout.
• Prioritize substance over decoration. For students and early-career applicants, research experience and clarity usually matter much more than fancy design.

🧪In conclusion, a good scientific CV does not need to be fancy. It needs to be clear, organized, and honest. In science, credibility matters. A simple, well-structured CV that reflects your real experience will always make a better impression than one that is vague, cluttered, or exaggerated.

I’ve also included a template link in the comments for anyone who is just starting out and would like a place to begin. Start with a clean structure, describe your experience truthfully, and keep updating it as you grow.

Good luck with your job hunting — and I hope this helps anyone who is just getting started. Wishing you the best with your job search! 🥳

Written by Asst. Prof. Dr. Vimvara Vacharathit
Department of Microbiology, Faculty of Science, Mahidol University
Follow: https://www.facebook.com/MicrobiologyMUSC

11/02/2026
10/02/2026
09/02/2026

#ทุนนะจ๊ะ อยากให้ลอง 🇪🇺💼 [ฝึกงานยุโรปแบบได้เงิน!] Erasmus Mundus Internships 2026... เปิดวาร์ปไปทำงานที่ยุโรป ฟรีค่าสมัคร มีเงินเดือน + ค่าที่พักให้ครบ! 🚀✨

ใครอยากไปใช้ชีวิต "Work & Learn" ในยุโรปฟังทางนี้จ๊ะ! ทุน Erasmus Mundus เปิดรับสมัครเด็กฝึกงานประจำปี 2026 แล้ว! รอบนี้ไม่ได้มาแค่เรียนนะ แต่พาไป "ทำงานจริง" ในบริษัทและองค์กรทั่วยุโรป อัปโปรไฟล์ Resume ให้ดู Inter แบบฉุดไม่อยู่!

🌟 ความปังของ Erasmus Internship
✅ เปย์ครบ (Fully Funded): รับเบี้ยเลี้ยงรายเดือน + ค่าที่พัก + ค่าเดินทาง
✅ ฟรีค่าสมัคร: ยื่นใบสมัครได้เลยไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท
✅ ไม่ต้องมีประสบการณ์: น้องๆ มือใหม่ เด็กจบใหม่ หรือนักศึกษาปีสุดท้ายสมัครได้เลย
✅ ยุโรปทั้งทวีป: เลือกประเทศที่อยากไปฝึกงานได้ทั่วยุโรป (ตามตำแหน่งที่เปิดรับ)
✅ Connection ระดับโลก: ทำงานกับมืออาชีพในองค์กรที่ทั่วโลกยอมรับ

🎯 ใครสมัครได้บ้าง?
🎓 ทุกระดับชั้น: นักศึกษา ป.ตรี, ป.โท, ป.เอก หรือคนเพิ่งเรียนจบ
🌍 ทุกสัญชาติ: เด็กไทยยื่นได้ 100%
📚 ทุกสายงาน: ไม่ว่าคุณจะจบ วิศวะ, บริหาร, อาร์ต, กฎหมาย หรือหมอ มีตำแหน่งรองรับเพียบ!

📝 3 ขั้นตอนโกอินเตอร์
- สร้าง Account: ลงทะเบียนใน Platform ของ Erasmus Internship
- ปั้น Profile: ใส่ประวัติการศึกษาและทักษะให้ปัง (หัวใจสำคัญคือ CV และ Motivation Letter)
- กด Apply: เลือกตำแหน่งที่ตรงใจ แล้วยื่นใบสมัครได้เลย!

📢 #ทุนนะจ๊ะ สรุปให้: ทุนฝึกงาน Erasmus คือหนึ่งในโปรแกรมที่ "ขลัง" ที่สุดในยุโรป ใครได้ไปถือว่าโชคดีมาก เพราะจะได้ทั้งเงินเดือน ได้เที่ยว และได้ประสบการณ์ทำงานในมาตรฐานยุโรป ใครที่อยากเปลี่ยนที่ฝึกงานจากไทยไปเป็นปารีส, เบอร์ลิน หรือโรม... ต้องรีบเช็กตำแหน่งว่างแล้วสมัครด่วนนะจ๊ะ!

📍 Deadline: ขึ้นอยู่กับแต่ละตำแหน่ง (Varies) แนะนำให้รีบสมัครก่อนเต็ม!
👉 เช็กตำแหน่งงานและสมัครได้ที่: อยากทราบต้อง Comments หรือ tag เพื่อนที่อยากให้ไปด้วยกันครับ

Tag เพื่อนที่อยากไปทำงานยุโรป หรือเพื่อนสายฝอที่กำลังหาที่ฝึกงานด่วน! โอกาสมาแล้วจ๊ะ! 🇪🇺🚄

#ทุนนะจ๊ะ #ฝึกงานยุโรป #ทุนยุโรป #ฝึกงานได้เงิน #เด็กจบใหม่ #ทุนเรียนฟรี

รับสอนเคมี ปรับพื้นฐานเคมี เคมีตะลุยโจทย์ A-Level นะครับ 🩵🤍🎉
08/02/2026

รับสอนเคมี ปรับพื้นฐานเคมี เคมีตะลุยโจทย์ A-Level นะครับ 🩵🤍🎉

⚠️ โค้งสุดท้าย! วันสุดท้ายเท่านั้นสำหรับการสมัคร A-Level 🚨
อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ! น้อง ๆ ที่จะสอบ A-Level รีบตรวจสอบสถานะและชำระเงินให้เรียบร้อยภายในวันที่ 8 ก.พ. 2569 นี้เท่านั้น!

ช่องทางการชำระเงิน:

📱 Mobile Banking Application: ชำระได้ถึงเวลา 23.29 น. (ไม่มีค่าธรรมเนียม)

🏪 เคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-Eleven): ชำระได้ถึงเวลา 23.59 น. หรือตามเวลาปิดทำการของร้านค้า (ค่าบริการ 10 บาท)

⏰ ย้ำอีกครั้ง! อย่าลืมชำระเงินให้ทันตามเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิ์ในการสอบของตัวเอง

📌 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: Mytcas.com

#เด็ก69 #เตรียมสอบ #เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย #สมัครสอบALevel

08/02/2026

#ทุนนะจ๊ะ เชิญชวน 🇸🇬✈️ [เปิดแล้ว!] ทุนสิงคโปร์ในตำนาน! ASEAN Scholarship 2026... เรียนฟรีมัธยม-เตรียมอุดมฯ สิงคโปร์ เปย์ครบ จบสวย พ่อแม่ไม่ต้องควักสักบาท! 🦁💰

โอกาสเปลี่ยนชีวิตเด็กมัธยมไทยมาถึงแล้วจ๊ะ! ASEAN Scholarship for Thailand ทุนรัฐบาลสิงคโปร์ที่ขึ้นชื่อว่า "ดูแลดีที่สุด" เปิดรับสมัครแล้ว! ใครอยากอัปสกิลภาษา และสัมผัสระบบการศึกษาอันดับ 1 ของโลก ต้องรีบกดสมัครด่วน!

🌟 ความปังของทุนสิงคโปร์ (Fully Funded)
✅ เรียนฟรี 100%: ค่าเทอมเท่าไหร่ไม่ต้องสน สิงคโปร์จ่ายให้หมด!
✅ ที่พักฟรี: อยู่หอพักนักเรียนสุดปลอดภัย มีเพื่อนอินเตอร์เพียบ
✅ มีเงินเดือนให้: รับเบี้ยเลี้ยงรายปีไว้ใช้จ่ายชิลๆ
✅ ตั๋วเครื่องบินฟรี: บินไป-กลับสิงคโปร์ฟรี!
✅ ดูแลสุขภาพ: มีประกันและค่ารักษาพยาบาลให้ครบ

🎯 ใครสมัครได้บ้าง?
1️⃣ ทุนมัธยม (Secondary 3): สำหรับน้องๆ ม.2-ม.3 (เกิดปี 2553-2555) ไปเรียนต่อ 4 ปี
2️⃣ ทุนเตรียมอุดมฯ (Pre-U 1): สำหรับพี่ๆ ม.4-ม.5 (เกิดปี 2551-2552) ไปเรียนต่อ 2 ปี
✅ เงื่อนไข: เกรดเฉลี่ยต้อง 3.00 ขึ้นไป, ภาษาอังกฤษดี และชอบทำกิจกรรม!

📝 ไทม์ไลน์สอบคัดเลือก
📍 สมัครออนไลน์: วันนี้ - 27 กุมภาพันธ์ 2569
📍 สอบข้อเขียน: พฤษภาคม 2569 (มีศูนย์สอบทั้งกรุงเทพฯ และเชียงใหม่)
📍 สัมภาษณ์: มิถุนายน 2569

📢 #ทุนนะจ๊ะ สรุปให้: ทุนนี้เป็นทุนที่ "เปลี่ยนชีวิต" ของจริง! น้องๆ จะได้วุฒิ A-Level ที่ใช้ยื่นมหาลัยดังๆ ทั่วโลกได้สบาย ไม่ว่าจะเป็น Oxford, Cambridge หรือ Ivy League ใครที่เกรดสวย กิจกรรมแน่น ภาษาพอได้ อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือนะจ๊ะ!

🔗 สมัครออนไลน์และดูรายละเอียดที่: https://bit.ly/4bkDbT9

Tag พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือเพื่อนสายเรียนดีกิจกรรมเด่นด่วน! สิงคโปร์รออยู่! 🇸🇬🚄

#ทุนนะจ๊ะ #ทุนสิงคโปร์ #เรียนต่อสิงคโปร์ #ทุนมัธยม #ทุนเรียนฟรี #สิงคโปร์ #ทุนเต็มจำนวน #เด็กไทยในสิงคโปร์

ที่อยู่

สาขา ทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ติวเตอร์เคมีวิศวะ พี่ภูมิรักษ์โลก A-Level AP IGCSE GED Science ACT Scicenceผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์