Astronergy Solar Thailand

Astronergy Solar Thailand Renewable Energy :
Turnkey EPC of Solar Project/ Investment / Consulting

10/05/2024

เรื่องราวของเด็ก9ขวบที่สอนบทเรียนอันยิ่งใหญ่แก่สังคมโลก

มาฟังของจริงดีกว่าที่มีหลักฐานมั่นคงชัดแจ้งพิสูจน์ได้เลยครับคือเรื่องจากเมืองฟุคุชิมาที่โดนสึนามิถล่มเสียราบไปเลยนั่นแหละ

โดยตำรวจญี่ปุ่นแต่เป็นคนเวียดนามอพยพซึ่งได้สัญชาติญี่ปุ่นแล้วนะครับชื่อนายฮาหมิ่นถาน ได้เขียนจดหมายถึงเพื่อนที่เวียดนามเล่าถึงประสบการณ์ของการปฏิบัติหน้าที่ของเขาที่โรงเรียนประถมเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งเรื่องนี่เผยแพร่โดยสำนักข่าวนิวอเมริกันมีเดีย (New America Media-NAM) ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่ที่มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับในทางเสนอข่าวทางชาติพันธุ์ที่ไม่ใช่ฝรั่งตะวันตกพูดง่ายๆ คือสำนักข่าวที่มุ่งเสนอข่าวสำหรับคนในโลกที่ไม่ใช่ฝรั่งนั่นเอง

ฮาหมิ่นถามเขียนเล่าว่า ตำรวจของเมืองฟุคุชิมาต้องทำงานกันวันละ 20 ชั่วโมง งานหลักคือการขนย้ายศพผู้ตายจากสึนามิแบบว่าลืมตาขึ้นมาก็เห็นศพ จนหลับพอตื่นขึ้นมาก็ขนย้ายศพต่อ

นายฮาหมิ่นถานบอกเพื่อนว่า น่าแปลกใจในความสงบและการปฏิบัติตัวที่สุภาพมีมารยาทของชาวญี่ปุ่นที่สูญสิ้นแทบทุกอย่าง อย่างมีศักดิ์ศรีตลอด 1 สัปดาห์ภายหลังสึนามิ แต่เขากังวลว่าหากนานไปอีกความอดอยากก็จะทำให้เกิดมีสัญชาติดิบของการเอาตัวรอดขึ้นมาได้เนื่องจากอาหารน้ำยังขาดแคลนอย่างสุดแสนในช่วงแรกทั้งๆ ที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม

ฮาหมิ่นถานเขียนเล่าว่า เขาได้รับบทเรียนที่มีค่าที่สุดจากเด็กญี่ปุ่นอายุ 9 ขวบ ที่สอนให้เขาซึ่งเป็นผู้ใหญ่รู้ถึงการปฏิบัติตนว่ามนุษย์ควรจะปฏิบัติตนอย่างไร!

ฮาหมิ่นถานเล่าว่า เมื่อคืนที่แล้วเขาไปปฏิบัติหน้าที่ตำรวจในการดูแลความสงบของการแจกอาหารให้แก่ผู้ประสบภัยสึนามิที่โรงเรียนประถมเล็กๆ แห่งหนึ่งในเขตฟุคุชิมาโดยมีอาหารวางกองรวมกันอยู่เพื่อแจกให้ตามคิวที่จัดเป็นแถววกวนสลับกันเหมือนกับการเข้าคิวเข้าสวนสนุกซึ่งมีคนเป็นจำนวนมากและฮาหมิ่นถานเห็นเด็กนักเรียนชายใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อยืดคอกลมตัวเล็กอายุประมาณ 9 ขวบ ยืนอยู่เป็นคนสุดท้ายซึ่งคะเนจากจำนวนคนแล้วอาหารที่กองอยู่อาจจะหมดเสียก่อนถึงคิวเด็กเสียด้วยซ้ำ

ฮาหมิ่นถานจึงเดินเข้าไปชวนเด็กคนนั้นคุยซึ่งก็ได้ความว่าในช่วงที่สึนามิโถมตัวเข้าฝั่งนั้นเด็กคนนี้อยู่บนชั้นสามของโรงเรียนมองเห็นรถยนต์ที่พ่อของเขาที่ขับมารับเขาที่โรงเรียนถูกน้ำพลัดหายไปต่อหน้าต่อตา

เมื่อถามถึงแม่เด็กก็บอกว่าบ้านเขาอยู่ใกล้ชายหาดแม่และน้องสาวก็คงตกเป็นเหยื่อของคลื่นสึนามิอย่างไม่ต้องสงสัย เด็กเบือนหน้าหนีในขณะที่เล่าถึงเรื่องเศร้าสลดของตนเพื่อเช็ดน้ำตาอย่างสงบ

เด็กเล็กคนนั้นเริ่มตัวสั่นเทาด้วยความหนาวเย็นในยามค่ำคืน ฮาหมิ่นถานจึงถอดเสื้อแจ๊คเก็ตของเขาคลุมไหล่ให้เด็กโดยที่กล่องอาหารที่ฮาหมิ่นถานได้รับแจกก่อนมาปฏิบัติงานที่ร่วงลงจากกระเป๋าเสื้อแจ๊คเก็ต ฮาหมิ่นถานก้มลงเก็บกล่องอาหารแล้วยื่นให้กับเด็กผู้นั้นพร้อมพูดว่า

"นี่เป็นอาหารส่วนของฉันซึ่งฉันกินเรียบร้อยแล้ว หนูเอาไปกินเถอะเพราะว่ากว่าจะถึงคิวหนูได้รับแจกอาหาร อาหารกองนั้นอาจจะหมดก่อนก็ได้"

เด็กอายุ 9 ขวบคนนั้นโค้งอย่างสุภาพแล้วรับเอากล่องอาหารไปพร้อมกับโค้งแล้วโค้งอีกเสร็จแล้วจึงเดินเอากล่องอาหารนั้นไปวางรวมไว้กับกองอาหารรวมที่เอาไว้แจกตามคิวทำให้ฮาหมิ่นถานประหลาดใจถามเด็กเมื่อเขากลับมาอยู่ท้ายคิวตามเดิมว่า

"ทำไมหนูไม่กินอาหารเสียเล่า? ไม่หิวหรือไง? ทำไมถึงเอากล่องอาหารไปรวมกับกองอาหารส่วนกลาง?"

เด็กญี่ปุ่นอายุ 9 ขวบคนนั้นตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า

"เพราะว่าผมเห็นว่ามีคนมากมายทีเดียวที่หิวมากกว่าผม ถ้าผมเอากล่องอาหารไปวางรวมเป็นส่วนกลางแล้วทุกคนก็จะได้รับแบ่งเฉลี่ยไปกินเท่าๆ กัน"

ฮาหมิ่นถานต้องหันหน้าไปอีกทางหนึ่งเพื่อไม่ให้ใครเห็นเขาร้องไห้ เขาสรุปในจดหมายถึงเพื่อนชาวเวียดนามของเขาว่า

A society that can produce a 9-year-old who understands the concept of sacrifice for the greater good must be a great society, a great people

พากษ์ไทยว่า "สังคมที่สามารถผลิตเด็กอายุ 9 ขวบให้เข้าใจในความหมายของการเสียสละเพื่อความไพบูลย์ของสังคมส่วนรวมได้ต้องเป็นสังคมที่ยิ่งใหญ่และเป็นผู้คนที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง"

โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

มติชน

วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 34 ฉบับที่ 12100 มติชนรายวัน

ส่งให้ อ่านด้วย

22/04/2024
19/04/2024

ชาวฝรั่ง สรุปความแตกต่างของ...ศาสนาพุทธ... กับศาสนาอื่น 20 ข้อ และคุณหมอ *จามรี เหรียญอัมพร*ก็ได้ส่งมาอีก
อาตมาอ่านอีก อ่านแล้วแทนที่จะเบื่อหน่าย ความรู้สึกกลับเห็นความสำคัญมากกว่าเดิม จึงขอแชร์ต่อแก่ทุกๆท่านใด ใช้เวลานั่งอ่านและพิจารณาประมาณ 3 นาที ยอมรับว่าชาวฝรั่งท่านนี้รู้จริง โดยเขียนสรุป คำสอน 20 อย่าง ของ ศาสนาพุทธ @:
...ฝรั่งท่านนี้ ชี้... "ศาสนาพุทธ" เท่านั้นที่มีคำสอน ทั้ง 20 อย่างนี้ ที่ไม่สามารถพบจาก "ศาสนาอื่น"

1. พระพุทธศาสนา เชื่อว่าโลกนี้ประกอบขึ้นจาก เหตุธาตุทั้ง 4 คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ประกอบกันขึ้นมา
(ไม่มีผู้ใดสร้างโลก)

2. พระพุทธศาสนา ไม่ใช่ระบบความเชื่อ ที่จะใช้คำว่า Religion เพราะศัพท์นี้ หมายถึง ต้องมีความเชื่อใน พระเจ้าผู้สร้างโลก

3. จุดหมายปลายทาง ของ พระพุทธศาสนา คือ ละกิเลสได้หมดแล้ว หลุดพ้นจาก การเวียนว่ายตายเกิด หรือ วัฏฏสงสาร ไม่ใช่ไปแค่ ไปเกิดบนสวรรค์ เท่านั้น

4. พระพุทธเจ้า ไม่ใช่ผู้ปลดปล่อยสรรพสัตว์ให้รอด สรรพสัตว์ต้องช่วยตนเอง เพื่อหลุดพ้นจาก กิเลส และ วัฏฏสงสาร

5. ความสัมพันธ์ระหว่าง พระพุทธเจ้า และ สาวก คือ ครูผู้สอนและลูกศิษย์ ไม่ใช่ตัวแทนพระเจ้า และทาสผู้รับใช้

6. พระพุทธเจ้า ไม่เคยให้สาวกใช้ "ความเชื่อ" โดยปราศจาก "ปัญญา" มานับถือ ตรงข้าม ทรงสอนให้ใช้ "ปัญญา" พิจารณาคำสอนก่อนจะเชื่อ และเห็นจริงด้วยตนเอง และ ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ต้องนำคำสอนไปประพฤติและปฏิบัติ เพื่อความหลุดพ้นด้วยตนเอง ไม่มีใครช่วยทำให้หลุดพ้น จากการเวียนเกิดเวียนตายได้ นอกจากให้แค่แนะนำ ชี้ทางที่ถูกต้องให้ เท่านั้น

7. คำสอนพระพุทธเจ้า เป็น "สัจธรรม" ประจำโลก ที่เป็นและมีอยู่แล้ว พระพุทธเจ้าทรงเป็น แต่เพียงผู้ค้นพบเท่านั้น พระองค์ไม่ใช่เป็นคนสร้างคำสอนขึ้นมา

8. "นรก" ในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่สถานที่กักขังสัตว์อย่างนิรันดร์ บุคคลทำบาปแล้ว ไปเกิดในนรก เมื่อพ้นกรรมแล้ว ก็สามารถกลับไปเกิดในภพที่ดีกว่าได้ และ สัตว์ที่ได้ไปเกิดในภพอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภพเทวดา ภพมนุษย์ ภพเปรตวิสัย ภพเดรัจฉาน ก็สามารถเวียนกลับไปเกิดในนรกอีกได้ เช่นกัน

9. พระพุทธศาสนา ไม่ได้สอนแนวคิดเรื่อง "บาป" ติดตัว เหมือนที่ศาสนาเทวนิยมสอน แต่สอนเรื่อง "กฎแห่งกรรม" ซึ่งมีทั้งกรรมขาว กรรมดำ และ กรรมไม่ขาวไม่ดำ

10. พระพุทธศาสนา สอนว่า มนุษย์และเทวดาทุกชีวิต มีศักยภาพที่จะบรรลุธรรมได้ ข้อสำคัญก็คือ ต้องใช้ความพยายามในการปฏิบัติ เพื่อชำระกิเลสให้พ้นไปจากจิตใจ พระพุทธเจ้า ก็ทรงเป็นมนุษย์สามัญธรรมดา ที่หลุดพ้นจากทุกข์ได้ เพราะการประพฤติปฏิบัติ มาหลายภพหลายชาติ

11. "กฎแห่งกรรม" ของทุกสรรพสัตว์ เป็นตัวอธิบายว่า เหตุใดคนถึงเกิดมาแตกต่างกัน กฎแห่งกรรม เป็นตัวอธิบายถึง ภพภูมิที่สัตว์พากันไปเกิด

12. พระพุทธศาสนา เน้นให้ แผ่เมตตา กรุณา ไปยังสรรพสัตว์ ทุกภพภูมิ ทรงสอนให้ละจาก การประพฤติชั่วทั้งปวง คือ อกุศลกรรม บท ๑๐ และให้ประพฤติปฏิบัติ แต่ กุศลกรรม บท ๑๐

13. "ธรรมะ" ของพระพุทธเจ้า เสมือนแพ หลังจากบำเพ็ญเพียร จนดับทุกข์ได้แล้ว จะอยู่เหนือ บุญและบาป ธรรมะทั้งปวง จะต้องไม่ยึดมั่นถือมั่น

14. ไม่มีสงครามศักดิ์สิทธิ์ ในทรรศนะพระพุทธศาสนา การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต การเบียดเบียนผู้อื่นด้วยเจตนา ผู้กระทำจะต้องรับกรรมทั้งสิ้น จนกว่าจะหลุดพ้นจากวัฏสงสาร การฆ่าในนามศาสนา ยิ่งกระทำมิได้ในพระพุทธศาสนา

15. พระพุทธเจ้า สอนว่า กำเนิดสังสารวัฏ ไม่มีเบื้องต้นและที่สุด ถ้าหากสัตว์ยังดำเนินชีวิต ไปตามอำนาจกิเลส ที่มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องผูก ย่อมต้องเวียนเกิดเวียนตาย ต่อไป

16. พระพุทธเจ้า ทรงเป็น พระสัพพัญญู (ผู้รู้ความจริงทุกเรื่องที่ทรงอยากรู้) และ พระพุทธเจ้า มิใช่เทพเจ้า ผู้ทรงมีอำนาจล้นฟ้า ดลบันดาลสร้างธรรมชาติต่างๆ ขึ้นมา

17. การฝึก "สมาธิ" สำคัญมากในพระพุทธศาสนา แม้ว่าศาสนาอื่นๆ ก็มีสอนให้คนมีสมาธิ แต่มีพระพุทธศาสนา เท่านั้นที่สอน "วิปัสสนา" ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้รู้แจ้งว่า ทุกสรรพสิ่ง เมื่อมีการเกิด ย่อมมีการดับ

18. หลักคำสอนเรื่อง สุญญตา หรือ นิพพาน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ในพระพุทธศาสนา ถือเป็นคำสอนระดับสูง ของพระพุทธศาสนาด้วย เพราะสรรพสิ่งทั้งหลายทั่วโลกธาตุ ไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้ถาวร มีแต่ปัจจัย ดิน น้ำ ไฟ ลม ประกอบกัน สรรพสิ่งในโลก จึงตกอยู่ในภาวะ อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา เหมือนกันหมด พระพุทธศาสนาจึงไม่สุดโต่ง ไปตามแนวศาสนาประเภท เทวนิยม หรือ ตามแนววัตถุนิยม ที่มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องผูก ที่ต้องเวียนเกิดเวียนตาย จนกว่าจะบรรลุธรรม จึงจะดับเย็น เข้าสู่นิพพาน

19. วัฏจักร หรือ สังสารวัฏ เป็นคำสอนในพระพุทธศาสนา ตราบใดที่สรรพสัตว์ ยังไม่หลุดพ้นจากกิเลส ก็จะเวียนว่ายตายเกิด ไปตามภพภูมิต่างๆ ตามแรงเหวี่ยงของกรรม ไม่สิ้นสุด จนกว่าจะบรรลุธรรม ดังนั้น ทุกสรรพสัตว์ จึงต้องช่วยตนเอง เพื่อพัฒนา "ไตรสิกขา" ให้หลุดพ้นจาก โลภะ โทสะ และ โมหะ หรือ อวิชชา เพื่อการหลุดพ้นจาก "สังสารวัฏ" ให้ได้ ฯ

20. ศาสนาพุทธ สอนให้ละ "อ้ตตา" ไม่ใช่สร้างอัตตา ว่าเป็นตัวของเรา อันเป็นทุกข์ แต่การฝึก "เจริญสติ" จนเห็นตามจริงว่า ไม่มีสิ่งใดถาวร เกิดแล้วต้องดับไปเป็นธรรมดา ไม่อาจยึดมั่น เป็นตัวเป็นตน แม้ร่างกายหรือจิตใจ ลดละอัตตาตัวตนลง จนละได้หมดคือ ที่สุดแห่งทุกข์ คือ "นิพพาน" ไม่ต้องวนเกิด วนตายอีก

@เสียดาย... ไม่ทราบชื่อ... ฝรั่งผู้เขียน ซึ่งเข้าใจในหลักพระพุทธศาสนา เป็นอย่างดี

จึงขอมอบเครดิตให้กับ ผู้แชร์ข้อความ
และกุศลจงมีแด่ผู้เขียนและผู้อ่าน เทอญฯ

สาธุ
อาตมาขอแชร์ต่อ
เพื่อให้เกิดความปิติแก่ผู้ที่พบเห็น แล

🙏🏾🙏🏾กราบสาธุ🙏🏾🙏🏾

กราบอนุโมทนาบุญ และขอบคุณผู้เขียน

โปรด..ช่วยกันแชร์
เพราะแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา คือ การปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิภาวนา
ทั้งฝ่ายสมถะและวิปัสสนากรรมฐาน
ครับ

19/03/2024

ภาพชื่นใจและเป็นมงคลประจำวันนี้ 😊🙏🏻❤

พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ -- พระราชพรหมญาณ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

ขอบคุณภาพจากเพจ update 24 news ครับ และจากท่านผู้อ่านที่ช่วยแก้ไขให้ครับ

เชิญเซฟภาพไว้ยกจิตให้เป็นกุศล แช่มชื่นหัวใจในบุญกุศลเดิมของพวกเราที่ได้เกิดในแผ่นดินไทย แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ปกครองด้วยพระธรรมราชาทั้งปวงนะครับ

——

แก้ไข มีท่านผู้อ่าน 2 ท่านทักมาว่าภาพเดิมในหลวงร.๘ ไม่ใช่พระองค์ท่าน พร้อมส่งภาพใหม่มาให้ ผมได้โพสต์ภาพใหม่ไว้ในแทนที่ให้แล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ ogami bunnag

08/03/2024

-หม้อสองใบไขความจริงในกฎแห่งกรรม

"ในสมัยพุทธกาล
มีชายหนุ่มคนหนึ่งมาเฝ้าพระพุทธเจ้า แล้วก็เอาแต่ร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้า
พระพุทธเจ้าจึงตรัสถามว่า...
ดุก่อน มาณพ เหตุใดเธอจึงร้องไห้เสียใจอยู่
เช่นนี้

ชายผู้นั้นทูลตอบว่า...
บิดาของข้าพเจ้าตายจากไป เมื่อวานนี้
พระเจ้าข้า

พระพุทธองค์จึงตรัสว่า...
บิดาของเธอตายไปแล้ว จะทำอะไรได้ แม้เธอร้องไห้ไปมากเท่าใด ก็ไม่อาจช่วยให้เขาฟื้นขึ้นมาได้

ชายหนุ่มผู้นั้น จึงกราบทูลว่า...
ข้าพระพุทธเจ้ามาขอพร ขอพระองค์ได้ทรงโปรดช่วยบิดาของข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด

พระพุทธองค์จึงตรัสถามว่า...
ตถาคตจะทำอะไรให้บิดาของท่านได้เล่า

ชายหนุ่มทูลตอบว่า...
พระองค์ต้องทรงทำได้อย่างแน่นอนพระเจ้าข้า
ดูแต่พวกนักบวชธรรมดา เมื่อเขาประกอบพิธีกรรมบางอย่าง ก็ยังทำให้คนที่ตายแล้วขึ้นสวรรค์ได้ พระองค์ทรงเป็นผู้มีพลานุภาพ ขอ
ได้ทรงประกอบพิธีให้บิดาของข้าพระพุทธเจ้า
ได้ขึ้นสวรรค์ด้วยเถิด

พระพุทธองค์ตรัสว่า
ท่านจงไปตลาดแล้วซื้อหม้อดินมา ๒ใบ

ชายหนุ่มดีใจมาก เข้าใจว่าพระบรมศาสดา
จะทรงประกอบพิธีกรรมให้ เขาจึงไปซื้อหม้อดินมา ๒ ใบ แล้วนำมายังที่พระพุทธองค์ประทับอยู่พระพุทธองค์จึงรับสั่งแก่ชายหนุ่มผู้นั้นว่า...

ท่านจงบรรจุหม้อดินใบหนึ่งด้วยน้ำมันเนย
และบรรจุหม้ออีกใบหนึ่งด้วยก้อนกรวด แล้วปิดฝาหม้อดินทั้งสองใบนี้ให้สนิท จากนั้น...
จงนำเอาหม้อดินทั้ง ๒ใบนี้ ไปที่สระน้ำ วางหม้อดินลงในสระน้ำ หลังจากนั้นท่านจงเอาท่อนไม้ตีหม้อดินทั้ง ๒ใบนี้ ให้แตกออก

ชายหนุ่มผู้นั้น ก็ปฎิบัติตามด้วยมีความเชื่อว่า เมื่อบิดามารดาเสียชีวิตลงให้นำศพไปเผาที่เชิงตะกอนขณะที่ศพกำลังไหม้อยู่นั้น ให้บุตรชายคนโตใช้ไม้ท่อนใหญ่ฟาดกะโหลกให้แตกออก เชื่อกันว่า การเปิดกะโหลกศีรษะนี้
เป็นการเปิดทางให้วิญญาณผู้ตายไปสู่สวรรค์

ฉะนั้นชายผู้นั้นจึงคิดว่า...
บิดาของเขาถูกเผาไปแล้วเมื่อวานนี้ พระพุทธเจ้าไม่สามารถประกอบพิธีกรรมให้เขาตามปกติได้ จึงให้เขาตีหม้อ ทั้ง ๒ ใบนั้นให้แตกแทน
เขารู้สึกมีความสุขมาก เมื่อตีหม้อทั้ง ๒ แตกแล้ว น้ำมันเนยก็ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ และก้อนกรวดก็จมลงที่ก้นสระ

พระพุทธเจ้าจึงรับสั่งกับเขา ว่า...
“ตถาคตทำได้เพียงแค่นี้ ท่านจงเรียกเพื่อน หรือนักบวชของท่านมาที่นี่ ขอให้เขาเหล่านั้นทำให้ก้อนกรวดลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ และทำให้น้ำมันเนยจมลงไปข้างล่าง
ตถาคตอยากจะดูว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ชายหนุ่มประหลาดใจในพระดำรัส จึงทูลว่า
โอหนอ จะเป็นไปได้อย่างไรพระเจ้าข้า
ในเมื่อก้อนกรวดหนักกว่าน้ำก็จะต้องจมลงไปที่ก้นบ่อ มันจะลอยขึ้นมาไม่ได้ นี่เป็นกฎธรรมชาติ

ส่วนน้ำมันเนยเบากว่าน้ำ
ก็จะลอยอยู่บนผิวน้ำ จะให้จมลงไปได้อย่างไรเล่าพระเจ้าข้า นี่มันเป็นกฎธรรมชาติ

พระพุทธองค์จึงตรัสว่า
ดูก่อน มาณพ ท่านก็รู้จักกฎธรรมชาติอยู่ แต่ทำไมจึงไม่เข้าใจกฎธรรมชาติของชีวิต ถ้าบิดาของท่านกระทำแต่อกุศลกรรมซึ่งหนักเหมือนก้อนกรวด ตลอดชีวิต...ไม่มี อย่างอื่นนอกจากอกุศลกรรม เขาก็จะต้องจมลง
ใครเล่าจะสามารถยกเขาขึ้นมาได้

แต่ถ้าบิดาของท่านได้กระทำแต่กุศลกรรม
ซึ่งเบาเหมือนน้ำมันเนย
เขาก็จะต้องลอยขึ้นไป ใครจะไปฉุดขาเขาไว้ได้

มนุษย์เราเมื่อตายไปแล้ว...
ไม่มี ใครสามารถที่จะช่วยเหลือใครให้ไปสู่สรวงสวรรค์ได้ และไม่มีใครจะสาปแช่งใครให้ไปลงนรกหรือตกลงไปในอบายภูมิได้ อีกทั้งไม่มีใครสามารถที่จะบันดาลให้ใครกลับมาเกิดเป็นคนได้ นอกจาก...กรรมที่ตนได้กระทำไว้ เท่านั้น"

07/03/2024

ดังกรณี พ่อหลวง ร.9 ทรงนำเงินคืนกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF

คราววิกฤติที่นายจอร์จ โซรอสซาตาน เข้าโจมตีค่าเงินบาท ในสมัยพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกฯ ต้องนำเงินสู้วิกฤติจนเงินเกลี้ยงคลัง

แตะที่ 55 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์
สะเทือนทั้งแผ่นดิน คนไทยจำได้ไหม???

เพื่อไม่ให้เป็นภาระคลังของประเทศที่ต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยรวมทั้งเงินต้นและมิให้เกิดความเสื่อมเสีย เสียชื่อ ขาดความเชื่อมั่นในนานาอารยประเทศ

ด้วยพระบารมีอันหาที่สุดมิได้จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

มอบให้นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นคือพตท.ทักษิณ ชินวัตร นำไปคืนเงินกู้ 500,000 ล้านบาท แก่ IMF เป็นอันหมดหนี้สิน

แต่นายกฯ กลับไม่บอกความจริงให้คนไทยรู้ว่า เป็นเงินจากน้ำพระทัยของในหลวงร.9

กลับบอกว่า เป็นการบริหารเงินของรัฐบาลของตน

ช่างน่าละอายแก่ใจยิ่งนัก คนไทยบางท่านอาจยังไม่รู้ หรือไม่รู้เลย

เพราะถูกปกปิดความจริงที่คนทั้งแผ่นดิน สมควรควรรู้อย่างยิ่ง

พระองค์ผู้ทรงปิดทองหลังพระโดยแท้

จะสถิตย์ในดวงใจของปวงข้าพระพุทธเจ้า มิเสื่อมคลายตราบนิรันดร์

05/02/2024

ธรรมะรุ่งอรุณ
วันจันทร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

“ความสงบ ก็คือสิ่งที่ ทำให้เกิดสติ เมื่อทำให้
เกิดสติ แล้วมันก็เกิด ปัญญา ทีนี้ พอเราไม่มี ความสงบแล้ว สติมันก็อ่อน

เมื่อสติอ่อนแล้ว ปัญญามันก็ อ่อนตามไปด้วย เวลาที่ทำอะไร ผิด ๆ ไป ก็ดันทุรัง หาว่าไม่ผิด”

สมเด็จพระญาณวชิโรดม
(พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)
องค์ประธานผู้ก่อตั้งสถาบันพลังจิตตานุภาพ
อนุโมทนาขอบคุณ ผู้มีส่วนในธรรมะสาระ และภาพประกอบนี้
ธรรมะรุ่งอรุณ ๕ หน้า ๑๑๖
W.I.F. 18 Hua Hin
ธัมม์นิยม...แบ่งปัน 💐

ที่อยู่

65/195 อาคารชำนาญเพ็ญชาติ บิสเนสเซ็นเตอร์ ชั้น 23 ถนนพระรามเก้า แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66614153569

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Astronergy Solar Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Astronergy Solar Thailand:

แชร์