02/10/2018
ยามแรกเกิดบนโลกเรามาพร้อมเสียงร้องไห้ของเราเอง
ยามเราจากโลกนี้มาพร้อมเสียงร่ำๆไห้ของคนที่อยู่ข้างหลัง
กระบวนการในห้วงเวลาระหว่างเกิด และ ตาย เรานิยามไว้ด้วยคำว่า "ชีวิต "
ธรรมชาตินี่เป็นครูสอนอันน่าทึ่ง!!
, แมวชอบกินปลา แต่แมวไม่สามารถอาศัยในน้ำ , ปลาชอบกินตัวหนอน แต่ปลาไม่สามารถอาศัยบนบก
*นี่แหละชีวิต , ยามที่เราได้บางสิ่งมา, เราอาจต้องยอมสูญเสียบางอย่างไป ;
ยามที่ยึดบางอย่างไว้ , เราอาจต้องยอมปล่อยบางอย่างไป.
ชีวิต ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ,เราไม่มีทางได้ทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ปรารถนา .
ฉะนั้น, อย่าเสียเวลาไปจัดแจง แบกเรื่องของคนอื่นมากนัก; อย่าเคร่งเครียดบีบคั้นจนทำร้ายตนเอง ; อย่าหมกมุ่นอยู่กับอดีตที่ล่วงไปแล้ว เพราะเรามิอาจหวนกลับไปแก้ไขอะไรได้ ,อย่ายึดมั่นถือมั่นกับปัจจุบัน เพราะชีวิตต้องเคลื่อนไปข้างหน้าตลอดเวลา !
*บนโลกใบนี้ ไม่มีอะไรสักอย่างที่เป็นของของเรา นอกจากร่างกายที่มีสุขภาพดี. จงดูแลสุขภาพของตนเองให้ดี
*อย่าอวดโอ่เงินทองเพราะพลันที่เราจากโลกนี้ไป เงินทองเหล่านั้นก็เป็นแค่เศษกระดาษ
*อย่าโชว์กร่างหน้าที่การงาน เพราะแม้นเราจากไปก็จะมีคนที่ทำงานนั้นๆได้ดีกว่าเรา
อย่าอวดโอ่บ้านหรือคฤหาสน์ เพราะพลันที่เราจากไป บ้านหลังนั้นก็กลับกลายเป็นของคนอื่น
อย่าอวดโชว์รถหรู เพราะพลันที่เราจากไป คนถือกุญแจรถก็ไม่ใช่เราเสียแล้ว !
*เรามีสิ่งเดียวเท่านั้นที่อวดโชว์ได้คือสุขภาพดีๆของเรา เพราะในขณะที่เพื่อนๆของเรานอนป่วยพะงาบๆ เสียชีวิตด้วยโรคร้าย แต่เรายังกระฉับกระเฉง ไปนอนอาบแดดริมชายหาด , จิบน้ำชาหอมกรุ่น ,ท่องเที่ยวไปอย่างรื่นรมย์
สุขภาพที่ดีคือความรับผิดชอบของเรา เป็นสิ่งเดียวที่เป็นของของเราอย่างแท้จริงตลอดเวลาที่เราอยู่บนโลกใบนี้, จงแสดงความรับผิดชอบดูแลสุขภาพร่างกายให้ดีเถิดพวกเรา !
หมายเหตุ :แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ