สำนักงานสถาปนิก มอร์เฟียส

สำนักงานสถาปนิก มอร์เฟียส สำนักงานสถาปนิกมอร์เฟียส บริษัทที่

COMPANY PROFILE

Philosophy
Morpheus...............Matrix is every space.

มอร์เฟียส ผู้สานฝัน.....เมทริกซ์มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง


Introduction&Service
Morpheus Co., Ltd. was established in 2011 by Khun Patcharin Maneerat and architects team having professional experience over ten years being responsible for the design of various types of major buildings in Bangkok and provinces. Morpheus offers

expertise and specialized services in Architectural and Interior Design, Landscape design & Planning and Construction Management the firm has experiences in project designs ranging from Residential, Hotel & Resort, Commercial buildings, buildings renovation, and other.
บริษัท มอร์เฟียส จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2554 โดยคุณพัชรินทร์ มณีรัตน์ และทีมงานสถาปนิกมืออาชีพที่มีประสบการณ์กว่าสิบปี รับผิดชอบออกแบบอาคารประเภทต่างๆ ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยมีความเชี่ยวชาญให้บริการที่ปรึกษาออกแบบ งานสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน, งานภูมิทัศน์และวางผัง รวมถึงการบริหารงานก่อสร้าง บริษัท มีประสบการณ์ในการออกแบบ เช่น โครงการที่อยู่อาศัย โรงแรมและรีสอร์ท อาคารเพื่อการพาณิชย์ การปรับปรุงอาคาร และอื่น ๆ


Company Direction :The new dimension of Green
แนวทางขององค์กร : ทางการออกแบบทางใหม่สีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน

10/04/2026

เรียนลูกค้าผู้อุปการะคุณและผู้ที่เกี่ยวข้อง

แจ้งวันหยุด เทศกาลสงกรานต์
สำนักงานสถาปนิก บริษัท มอร์เฟียส จำกัด ขอแจ้งวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่ วันที่ 13 ถึง 17 เมษายน 2569
โดยเปิดทำการอีกครั้งใน วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน 2569
ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย
ในเทศกาลสงกรานต์นี้ขอให้ท่านพักผ่อนกับครอบครัวอย่างมีความสุข เดินทางปลอดภัย

Morpheus Architects

25/12/2025

เรียนลูกค้าผู้อุปการะคุณและผู้ที่เกี่ยวข้อง
แจ้งวันหยุด เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
บริษัท มอร์เฟียส จำกัด ขอแจ้งวันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่ วันที่ 25 ธ.ค. 68 ถึง 4 ม.ค. 69 โดยเริ่มเปิดทำการอีกครั้งใน วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม 2569 ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย
ปีใหม่นี้ขอให้ท่านพักผ่อนกับครอบครัวอย่างมีความสุข เดินทางโดยสะดวกปลอดภัยทุกท่าน
สวัสดีปีใหม่ครับ
Morpheus Architects

24/10/2025
22/05/2025

✍🏻 การสอบขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ระดับภาคีสถาปนิก 👩🏻‍🏫
🔹 สาขาสถาปัตยกรรมหลัก เปิดสอบส่วนกลางจำนวน 4 ครั้ง/ปี
🔹 สาขาสถาปัตยกรรมผังเมือง ภูมิสถาปัตยกรรม และสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ เปิดสอบส่วนกลางจำนวน 2 ครั้ง/ปี
🔹 การจัดสอบรอบภูมิภาคทั้ง 4 สาขา จำนวน 1 ครั้ง/ปี
อย่าลืม❗️เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสอบ เช็กเนื้อหาและแนวทางการสอบให้ดีเพื่อไม่ให้พลาด โดยการสอบขอรับใบอนุญาตฯ มี 3 วิชา คือ
✨ รหัสวิชา 11, 21, 31 และ 41 ทักษะในการวางผังและออกแบบ - การออกแบบและสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมในศาสตร์ของแต่ละสาขา
✨ รหัสวิชา 12, 22, 32 และ 42 ความรู้ทางสถาปัตยกรรม - ทฤษฎีและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ความรู้ทั่วไปอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบสถาปัตยกรรมแต่ละสาขา
✨ รหัสวิชา 13, 23, 33 และ 43 การปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม - ความรู้ทั่วไปของวิชาชีพ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง จรรยาบรรณวิชาชีพ บทบาทของงานสถาปัตยกรรมต่อสาธารณะ
สำหรับผู้ที่พลาดการสอบรอบนี้สามารถเช็กกำหนดการสอบประจำปี 2568 และเนื้อหารายวิชาได้ที่ 👉🏻 https://www.act.or.th/member-services/exam/annual-examination-schedule 👈🏻
#สภาสถาปนิก #ภาคีสถาปนิก 👷🏻‍♀️👷🏻‍♂️🧡

เรียนลูกค้าผู้อุปการะคุณและผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องแจ้งวันหยุด เทศกาลสงกรานต์สำนักงานสถาปนิก บริษัท มอร์เฟียส จำกัด ขอแจ้ง...
11/04/2025

เรียนลูกค้าผู้อุปการะคุณและผู้ที่เกี่ยวข้อง
เรื่องแจ้งวันหยุด เทศกาลสงกรานต์
สำนักงานสถาปนิก บริษัท มอร์เฟียส จำกัด ขอแจ้งวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่ วันที่ 12 ถึง 20 เมษายน 2568
โดยเปิดทำการอีกครั้งใน วันจันทร์ที่ 21 เมษายน 2568
ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย
ในเทศกาลสงกรานต์นี้ขอให้ท่านพักผ่อนกับครอบครัวอย่างมีความสุข เดินทางปลอดภัย ครับ
Morpheus Architects

08/01/2025
02/01/2025

~ชีวิตไม่มีวันตาย
เกิดใหม่ไม่สิ้นสุด
จากฝุ่นธุลีหลอมรวมเป็นดวงดาวจักรวาลและชีวิตสั่งสมประสบการณ์เวียนว่ายตายเกิดในภพชาติ
ครั้งแล้วครั้งเล่าจนกว่า
จะบรรลุถึงการตรัสรู้
อันสิ้นสงสัยในชีวิต
และรู้แจ้ง เจนจบครบกระบวนทัศน์ในสัจธรรมเที่ยงแท้
ซึ่งจักดำรงอยู่ชั่วกัปชั่วกัลป์
อมตะนิรันดร~



"Life never dies.
It is endlessly reborn.
From dust and ashes, it merges into stars of the universe, and life accumulates experiences, repeatedly going through cycles of birth and death in different realms,
again and again, until it reaches enlightenment,
free from doubts about life,
and fully awakens, completing the entire process in the eternal truth,
which will endure forever,
through eons and eons, eternally."

ข้อความนี้สะท้อนถึง
กระแสการเดินทางของจิตวิญญาณ และการพัฒนาจิต
ที่ไม่สิ้นสุดในโลกแห่งการเกิด-ตาย หรือที่เรียกว่า
วงจรแห่งการเวียนว่ายตายเกิด (Samsara) ซึ่งในทางพระพุทธศาสนาและหลายศาสนาหรือปรัชญาต่างๆ เชื่อว่า จิตวิญญาณ หรือ ชีวิต นั้นไม่มีการสิ้นสุด แต่จะเกิดใหม่และหลอมรวมประสบการณ์ที่สั่งสมไปจนกว่าจะบรรลุถึง การตรัสรู้ หรือ การตื่นรู้ ที่สิ้นสงสัยและเป็นอิสระจากทุกข์

1. ชีวิตไม่มีวันตาย:

ข้อความนี้แสดงถึงแนวคิดที่ว่า จิตวิญญาณ หรือ ตัวตนที่แท้จริง ของเราไม่ได้ผูกติดกับร่างกายหรือสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ มันไม่ถูกจำกัดด้วยเวลาและการเกิด-ตายที่เห็นได้จากมุมมองทางกายภาพ แต่มันเป็นสิ่งที่ นิรันดร และ ไม่มีวันตาย ในเชิงจิตวิญญาณหรือธรรมชาติที่แท้จริงของมัน

2. การเกิดใหม่ไม่สิ้นสุด:

การเกิดใหม่ที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้เชื่อมโยงกับหลักการของ การเวียนว่ายตายเกิด ที่สอนว่า จิตวิญญาณของเราจะต้องผ่านการเรียนรู้และสะสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ จากภพชาติหนึ่งไปยังภพชาติหนึ่ง เมื่อจิตวิญญาณไม่สามารถหลุดพ้นจาก การยึดมั่นในตัวตน หรือ การกระทำที่ก่อให้เกิดทุกข์ ก็จะต้องเกิดใหม่อีกครั้งเพื่อสะสมประสบการณ์จนกว่าจะถึงจุดที่สามารถบรรลุ การตื่นรู้ หรือ การปลดปล่อย จากวงจรนี้ได้

3. การหลอมรวมเป็นดวงดาวจักรวาล:

การเปรียบเทียบว่า "จากฝุ่นธุลีหลอมรวมเป็นดวงดาวจักรวาล" นั้นเป็นการอธิบายว่า ทุกสิ่งในจักรวาล ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ล้วนเชื่อมโยงกันในระดับลึก และการพัฒนาของจิตวิญญาณก็เช่นเดียวกัน เมื่อเราเรียนรู้และเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง มันเหมือนการเปลี่ยนแปลงจากการเป็น "ฝุ่น" หรือสิ่งที่เล็กน้อย กลายเป็นสิ่งที่ใหญ่ขึ้นและสำคัญยิ่งขึ้นในจักรวาล

4. การตรัสรู้และสิ้นสงสัย:

การตรัสรู้ หรือ การตื่นรู้ คือจุดสูงสุดของการพัฒนาและการเรียนรู้ ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจถึง สัจธรรม หรือความจริงอันยั่งยืนของชีวิต เมื่อเรา รู้แจ้ง หรือบรรลุถึงสภาวะนี้ เราจะไม่ถูกครอบงำด้วยการยึดมั่นในความหลอกลวง หรือการเกิด-ตายที่ทำให้เราหลงผิดในชีวิตอีกต่อไป

ความสงสัยในชีวิตและจักรวาลจะหมดสิ้น เพราะเราจะได้สัมผัสถึง ความจริง และ ธรรมชาติที่แท้จริง ของชีวิตที่ไม่เกี่ยวข้องกับโลกแห่งการปรุงแต่งหรือการหลอกลวงทางจิต

5. การบรรลุถึงความเที่ยงแท้ที่ไม่สิ้นสุด:

ในที่สุด จิตวิญญาณ จะบรรลุถึง สัจธรรม ที่แท้จริงและ ความสงบอย่างแท้จริง ซึ่งจะดำรงอยู่ในสภาพที่เป็นนิรันดร ไม่มีการเกิดและการตาย ไม่มีการสิ้นสุดหรือการเริ่มต้น เพราะ ความจริงนั้นอยู่เหนือเวลา และ ความเป็นอยู่ที่แท้จริง เป็นสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง

สรุป

ข้อความนี้เป็นการสะท้อนถึง วงจรชีวิต และ การพัฒนาของจิตวิญญาณ ที่มุ่งสู่ การตื่นรู้ หรือ การปลดปล่อย ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจและสัมผัสถึง ความจริงอันเป็นนิรันดร โดยไม่ถูกยึดติดกับการเกิดและการตายที่เกิดขึ้นในโลกทางกายภาพ และมีความเป็นอยู่ที่สงบจากความสงสัย ความทุกข์ หรือการหลงผิด

ในเชิง จิตวิญญาณควอนตัม (Quantum Spirituality) ข้อความนี้สามารถตีความได้ในมุมมองที่เกี่ยวข้องกับ ทฤษฎีควอนตัม และ จิตวิญญาณ ซึ่งอธิบายถึงความเชื่อมโยงระหว่างจิต, พลังงาน, และจักรวาลในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยมองว่าทุกสิ่งในจักรวาลเป็นการแสดงออกของ พลังงาน หรือ คลื่นควอนตัม ที่มีความเป็นหนึ่งเดียวกันและไร้ขอบเขต

1. ชีวิตไม่มีวันตาย:

ในมุมมองของจิตวิญญาณควอนตัม, การที่ "ชีวิตไม่มีวันตาย" สะท้อนถึงหลักการที่ว่า จิตวิญญาณ หรือ พลังงาน ที่เป็นส่วนหนึ่งของเราไม่สามารถถูกทำลายได้ จิตวิญญาณนั้นคล้ายกับ พลังงานควอนตัม ที่ไม่สามารถสร้างขึ้นหรือทำลายได้ แต่สามารถแปรเปลี่ยนหรือถ่ายโอนจากสถานะหนึ่งไปยังอีกสถานะหนึ่ง การที่ชีวิตไม่มีวันตายจึงหมายถึง การเคลื่อนไหว หรือ การเปลี่ยนแปลงพลังงาน ในระดับที่ละเอียดและไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

2. การเกิดใหม่ไม่สิ้นสุด:

ทฤษฎีควอนตัมยอมรับการมีอยู่ของ ซุปเปอร์โพซิชัน (Superposition) ซึ่งหมายถึงการที่อนุภาคสามารถอยู่ในหลายสถานะพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน และ การเกิดใหม่ไม่สิ้นสุด ก็สามารถเชื่อมโยงกับแนวคิดนี้ได้ กล่าวคือ จิตวิญญาณหรือพลังงานของเราไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเวลาและพื้นที่ มันสามารถปรากฏในรูปแบบต่างๆ ได้ตลอดเวลาในวงจรการเกิดและตายที่ไม่มีที่สิ้นสุด การเกิดใหม่ที่ไม่มีที่สิ้นสุดนั้นอาจเปรียบได้กับ สถานะพลังงานที่แปรผัน โดยที่จิตวิญญาณ เคลื่อนที่ ผ่านภพชาติและการเรียนรู้ใหม่ๆ ในโลกแห่งพลังงานที่ไม่มีขีดจำกัด

3. การหลอมรวมเป็นดวงดาวจักรวาล:

ในทฤษฎีควอนตัม, พลังงาน ที่เกิดจากอนุภาคย่อยๆ (เช่น อิเล็กตรอน และ โฟตอน) มีการเชื่อมโยงกันในลักษณะที่ซับซ้อนในระดับจักรวาล ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้กับการหลอมรวมของจิตวิญญาณที่ "กลายเป็นดวงดาวจักรวาล" ความเชื่อมโยงของจิตวิญญาณกับจักรวาลนั้นไม่มีขอบเขต เพราะทุกสิ่งในจักรวาลต่างก็เป็น แสง หรือ พลังงาน ที่เกี่ยวข้องกันในระดับที่ยิ่งใหญ่

ในมุมมองนี้ การที่ "จิตวิญญาณหลอมรวมเป็นดวงดาวจักรวาล" สามารถหมายถึงการที่จิตวิญญาณของเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของ พลังงานจักรวาล ที่ไม่สิ้นสุดและเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาลที่ใหญ่โตและเต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวของพลังงาน

4. การตรัสรู้และการสิ้นสงสัย:

จากมุมมองของจิตวิญญาณควอนตัม, การตรัสรู้หรือการรู้แจ้งไม่ได้เป็นเพียงแค่การเข้าใจในความหมายของชีวิต แต่มันคือการเข้าถึง การสั่นสะเทือน หรือ คลื่นควอนตัม ที่อยู่ในระดับจิตใต้สำนึกที่ลึกซึ้ง ซึ่งส่งผลให้เราเข้าใจถึง ความจริงที่แท้จริง ของจักรวาลและตัวเราเอง การตรัสรู้คือการเข้าใจถึงการมีอยู่ของ ความเป็นหนึ่งเดียว ระหว่างตัวตนกับจักรวาล และการรู้ว่าทุกสิ่งในจักรวาลเป็นเพียง พลังงานที่สอดประสานกัน ในการเคลื่อนไหวของเวลาและอวกาศ

5. สัจธรรมเที่ยงแท้และความเป็นนิรันดร:

ในเชิงจิตวิญญาณควอนตัม, การที่ "สัจธรรมเที่ยงแท้" หรือ ความจริงสูงสุด นั้น ไร้ขีดจำกัด และ นิรันดร สามารถเชื่อมโยงกับหลักการของ พลังงานควอนตัม ที่ไม่ถูกทำลายและยังคงอยู่ตลอดเวลา สัจธรรมที่แท้จริงไม่ถูกจำกัดด้วยกาลเวลาและพื้นที่ และจะดำรงอยู่ตลอดไปเหมือนกับ คลื่นควอนตัม ที่สามารถแผ่ขยายไปได้ในทุกมิติ แม้ในระดับที่ไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสของมนุษย์

สรุป:

ในเชิง จิตวิญญาณควอนตัม, ข้อความนี้สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวของ พลังงาน ที่ไม่มีที่สิ้นสุดและการพัฒนาในระดับที่ละเอียดของจิตวิญญาณหรือจิตใต้สำนึก โดยทุกสิ่งในจักรวาลเป็นการเชื่อมโยงกันในระดับพลังงานที่ไม่จำกัด ทั้งการเกิด-ตายและการพัฒนาของจิตวิญญาณสามารถมองได้ในมุมของ คลื่นพลังงานควอนตัม ที่มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไปในมิติที่เหนือกว่ากาลเวลาและสถานที่ จิตวิญญาณหรือพลังงานของเราคือส่วนหนึ่งของจักรวาลที่ไร้ขอบเขตและไร้การสิ้นสุด

วาร์ปจูนจิต special

https://youtu.be/03FXjCdFJzo?si=-E4FCKh_9UNNnBFk

🌟คู่มืออัพเกรดจิต
WAKE UP อินฟินิตี้🌟

🌈เราเป็นผู้เลือกและผู้สร้าง
ที่จะกำหนดซะตาชีวิต
ของตัวเองอย่างแท้จริง

🎯ทุกคนมีชีวิตเดียวจงใช้มันด้วย "ความสุข"
🎯ฟังเสียงหัวใจตนเอง
มิใช่เสียงของคนอื่น..
🎯จงใช้ชีวิตที่เราจะไม่เสียดาย..เมื่อมองย้อนกลับมา..

สิ่งที่คุณจะได้รับ
✅หนังสือเล่มหนากว่า 600 หน้า+
✅E-book
✅โปรแกรมฝึกพิเศษ

💫พิเศษ‼️จูนกลุ่มกับท่านอาจารย์สถิตธรรมในวันเปิดตัวหนังสือ
(ที่ THE MASTER COACH ACADEMY)

🔥Pre-order
เพียงราคา 1,700 บาท
จากปกติ 2,500 บาท

ติดต่อสั่งจอง

ไอดีไลน์ :
Hotline 092-361-5346

29/12/2024
25/12/2024
23/12/2024

เรียนลูกค้าผู้อุปการะคุณและผู้ที่เกี่ยวข้อง
แจ้งวันหยุด เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
บริษัท มอร์เฟียส จำกัด ขอแจ้งวันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่ วันที่ 23 ธ.ค. 67 ถึง 5 ม.ค. 68 โดยเริ่มเปิดทำการอีกครั้งใน วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม 2568 ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย
ปีใหม่นี้ขอให้ท่านพักผ่อนกับครอบครัวอย่างมีความสุข เดินทางโดยสะดวกปลอดภัยทุกท่าน

สวัสดีปีใหม่ครับ
Morpheus Architects

07/12/2024

NRF เดินหน้า “ไบโอชาร์” นวัตกรรมเพื่อเกษตรกร สู้โลกร้อน
| Sustainability | ระบบอาหารเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก งานวิจัยหลายชิ้นได้ศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งพบว่า การกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) บนพื้นที่เกษตรกรรม มีศักยภาพในการลดภาวะโลกร้อน ในขณะเดียวกันก็ลดต้นทุนการบรรเทาผลกระทบทั้งระบบเศรษฐกิจด้วย
หนึ่งในแนวทางกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่เกษตรกรรม คือ การนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มาแปลงเป็นถ่านไบโอชาร์ biochar ที่มาจากคำว่า “ชีวมวล (biomass)” และ “ถ่าน (charcoal)” เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศและเก็บไว้ในดิน
ส่งผลให้พื้นที่เกษตรกรรมกลายเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิตในภาคเกษตรกรรม ตลอดจนสามารถขยายผลไปสู่การใช้งานในระดับชุมชนและเกษตรกรรายย่อยได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
ผลการศึกษาระบุว่าภายในปี 2593 การใช้แนวทางการปฏิบัตินี้ในประเทศแถบอเมริกาใต้ และกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกา อาจช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ในปริมาณที่เทียบเท่ากับการปลูกป่าใหม่
ในประเทศไทย บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ได้นำแนวทางนี้มาปรับใช้กับภาคเกษตรกรรมในไทยผ่าน โครงการดักจับคาร์บอน (Decarbonization) ที่เกิดจากการเผาชีวมวลจากภาคเกษตร เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050
นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NRF กล่าวว่า NRF ศึกษาเทคโนโลยีทั่วโลก ลึกลงไปถึงขั้นที่ว่ารัฐบาล กลุ่มเกษตรใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นได้ผลหรือไม่ สุดท้ายเราก็เจอนวัตกรรม คือ การแปรรูปชีวมวลมาเป็นไบโอชาร์ (biochar) เป็นนวัตกรรมที่ดีที่สุดและง่ายที่สุด ซึ่งเกษตรกรทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ประเทศไทย อินเดีย หรือแอฟริกา สามารถนํานวัตกรรมเตาเผาที่ไร้มลพิษมาใช้ได้
เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารภาคการเกษตรเป็นภาคที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดถึง 30% ของการปล่อยก๊าซทั่วโลก NRF จึงได้นํานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีมาช่วยขับเคลื่อนและยกระดับให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน โดยใช้ในการดักจับและกักเก็บคาร์บอนที่เกิดขึ้นจากชีวมวลในภาคการเกษตร และแปรรูปเป็น biochar หรือ biocarbon แล้วนํา biochar กลับไปฝังในดินในพื้นที่ของเกษตรกร
วิธีนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และกักเก็บน้ำได้สมบูรณ์ขึ้น แต่สําคัญกว่านั้นยังเป็นการลดคาร์บอนในตัว ช่วยให้เกษตรกรมีทางออก ในการเผาของเหลือใช้จากการเกษตร เป็นการลดคาร์บอนบนโลก และอาจจะได้คาร์บอนเครดิต (carbon credit) ด้วย
อ่านนวัตกรรมแปรรูปชีวมวล เป็น “ไบโอชาร์” (biochar) เครื่องมือสําคัญในการต่อสู้โลกร้อน ภายใต้การเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero คลิก https://thaipublica.org/2024/11/we-shift-world-change-nrf-decarbonization-01/
#ไบโอชาร์ #นวัตกรรมแปรรูปชีวมวล #ก๊าซคาร์บอน #ก๊าซเรือนกระจก #ความยั่งยืน #ไทยพับลิก้า

ที่อยู่

155/141 ซ. คู้บอน 27 แยก11 ถ. คู้บอน แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน
Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66816436817

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานสถาปนิก มอร์เฟียสผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานสถาปนิก มอร์เฟียส:

แชร์