31/07/2026
How to minimize steel construction cost
Basic RULES of THUMBS
#แนวทางลดต้นทุนงานก่อสร้างอาคารโครงสร้างเหล็ก
พื้นฐานสำหรับสถาปนิกและวิศวกรมือใหม่ โดย
ประเด็นนี้น่าสนใจดีครับ แม้ว่าหลายเรื่องอาจจะไม่ applicable กับบ้านเรา ที่ไม่ค่อยใช้ steel framing สำหรับพื้น (ส่วนใหญ่ใช้ post tensioned slab) และระบบรับแรงด้านข้างที่มักใช้ RC shear wall
ในภาพรวม
1. กำหนด bay size ให้เหมาะสม
- ช่วงห่างระหว่างเสา ไม่ควรจัตุรัส เป็นผืนผ้า อัตราส่วน 1:1.25 - 1:1.5
- กำหนดให้คานรองพาดด้านยาว คานหลักพาดด้านสั้น
- ลดจำนวนคานรองให้น้อย เพื่อให้จำนวนชิ้นลด จุดต่อก็ลดลง
2. กำหนดความลึกของคานให้พอเหมาะ (แปลงเป็น cm ให้ครับ)
- คานซอยลึก 4.2 cm ต่อความยาวคาน 1 m (ยาว 5 m ใช้คานลึก 21 cm)
- คานหลัก เพิ่มจากคานซอย 6-8 cm (คานหลัก 5 m ใช้คานหลักลึก 27-29 cm)
- คานหลังคาน ลดจากคานซอย 5-7 cm (คานหลังคา 5 m ใช้คานหลังคาลึก 14-16 cm)
3. กำหนดความยาว/ความลึกของโครงถัก truss ให้พอเหมาะ
- truss รับพื้น ความยาว/ความลึก 8-10 เท่า กรณี strength control เช่น truss ยาว 20 m ใช้ depth 2 - 2.5 m
- truss รับพื้น vibration control ความยาว/ความลึก 6-8 เท่า
- truss หลังคา ความยาว/ความลึก 12-15 เท่า
*** ยิ่ง depth มาก ยิ่ง ลด น้ำหนัก truss ลง ***
4. เลือกระบบรับแรงด้านข้างให้เหมาะสม
- ใช้ braced frame ประหยัดกว่า moment frame
- กำหนดตำแหน่งให้ชิดขอบอาคารมากที่สุดเพื่อลดปัญหา torsion
- อาคารสูงเกิน 50 ชั้น อาจต้องพิจารณา ระบบ Steel Plate Shear Wall, Outrigger, Diagrid, Space truss
5. เลือกระบบ surface protection ให้พอเหมาะ
- interior finish สี acrylic ถ้าไม่ต้องการ fire proofing
- exterior อาจเลือกใช้ galvanizing ทนกว่า และถูกกว่าทำสี
6. เลือก member ให้เหมาะสม
- รับแรงอัด ใช้ closed section ท่อเหลี่ยมท่อกลม
- รับโมเมนต์ดัด ใช้ H-beam ที่ depth มากๆ หรืออาจใช้ cellular beam (castellated beam) กรณีที่เป็น uniformly distributed load
7. พยายามเลี่ยงการก่อสร้างที่ต้องมีการค้ำยันชั่วคราว ทั้งคำยัน in span ระหว่างการเทคอนกรีตคานที่ยาวๆ หรือค้ำยันช่วง cantilevered slab
ประมาณนี้ครับ จริงๆ มีอีกพอสมควร เรื่อง weld & bolt แต่อันนี้เป็นพื้นฐานที่สถาปนิก และวิศวกรมือใหม่ควรนำไปประยุกต์ใช้ครับ