30/07/2026
🦟 จุดยากันยุงช่วยไล่ยุง...แต่กำลังทำร้ายอากาศในบ้านหรือไม่?
ชวนอ่านงานวิจัย ประสิทธิผลของสารเคมีกำจัดยุงและผลกระทบต่อคุณภาพอากาศภายในอาคาร: การศึกษาในห้องควบคุมจำลองในประเทศบังกลาเทศ
ภูมิหลัง
โรคไข้เลือดออกและโรคอื่นๆ ที่มียุงเป็นพาหะยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในภูมิเขตร้อน เช่น ประเทศบังกลาเทศ แม้ว่าจะมีการใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดยุงในครัวเรือนอย่างแพร่หลาย แต่ประสิทธิผลในการกำจัดแมลงและผลกระทบต่อคุณภาพอากาศภายในอาคารเมื่อพิจารณาร่วมกันนั้น ยังไม่มีการระบุลักษณะเฉพาะที่ชัดเจนเพียงพอ การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินทั้งประสิทธิผลและรูปแบบการปลดปล่อยมลพิษแบบบูรณาการภายใต้เงื่อนไขการระบายอากาศที่ถูกควบคุม โดยภาพประกอบแสดงภาพรวมของการออกแบบการทดลอง ผลการเปรียบเทียบ และข้อสรุปสำคัญของงานวิจัยในภาพเดียว
วิธีการศึกษา
ผลิตภัณฑ์กำจัดยุงในครัวเรือนจำนวน 18 ชนิด (ยาจุดกันยุง 13 ชนิด, สเปรย์ฉีดพ่น 3 ชนิด และเครื่องไล่ยุงแบบระเหย 2 ชนิด) ถูกนำมาประเมินกับยุงลาย (Aedes aegypti) เพศเมียที่เลี้ยงในห้องปฏิบัติการ ภายในห้องกระจกที่ควบคุมสภาวะระหว่างการระบายอากาศที่ดีและการระบายอากาศที่ย่ำแย่ โดยวิเคราะห์พลวัตการตายของยุงด้วยเส้นโค้งการรอดชีวิตของแคปแลน-ไมเออร์ (Kaplan–Meier) และอัตราความเสี่ยง (Hazard rates) พร้อมทั้งวัดค่ามลพิษทางอากาศภายในอาคาร (PM₂.₅, PM₁₀, CO, SO₂, NO₂ และ TVOCs) โดยใช้เครื่องตรวจวัด Aeroqual S500 ส่วนการวิเคราะห์ทางสถิติประกอบด้วย ANOVA, Tukey’s HSD และ Wilcoxon signed-rank tests
➡️ ดังแสดงในภาพประกอบ ส่วนที่ 1 และ 2 เป็นการจำลองห้องทดลองที่มีการระบายอากาศแตกต่างกัน และแสดงประเภทผลิตภัณฑ์กำจัดยุงทั้ง 18 ชนิดที่ใช้ในการศึกษา
ผลการศึกษา
- ยาจุดกันยุงแสดงประสิทธิผลในระดับปานกลาง โดยมีอัตราการตายของยุงร้อยละ 56–72 ภายใต้เงื่อนไขที่มีการระบายอากาศ และร้อยละ 70–88 ภายใต้เงื่อนไขที่การระบายอากาศย่ำแย่ ซึ่งยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ความไวต่อสารเคมีขององค์การอนามัยโลก (WHO)
- ด้านสเปรย์ฉีดพ่น (Aerosol) สามารถทำให้ยุงสลบร่วงหล่นได้อย่างรวดเร็ว (อัตราการตายร้อยละ 72–78 ภายใน 30 นาที) ในขณะที่เครื่องไล่ยุงแบบระเหยแสดงผลที่ช้ากว่าแต่ต่อเนื่อง
- รูปแบบการปลดปล่อยมลพิษมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละผลิตภัณฑ์ โดยภายใต้สภาวะที่การระบายอากาศย่ำแย่ ยาจุดกันยุงจะสร้างความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด (สูงสุดถึงประมาณ 42.6 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร) รวมถึง PM₂.₅, SO₂ และ TVOCs ซึ่งมักจะเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด ส่วนสเปรย์และเครื่องระเหยปล่อยฝุ่นละอองน้อยกว่า แต่ยังคงก่อให้เกิดการสัมผัสสารเคมี
➡️ ดังแสดงในภาพประกอบ ส่วนที่ 3 กราฟด้านบนแสดงประสิทธิภาพในการกำจัดยุงของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ส่วนกราฟด้านล่างเปรียบเทียบระดับมลพิษทางอากาศภายในอาคารที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน ซึ่งพบว่ายาจุดกันยุงปล่อยมลพิษสูงที่สุด โดยเฉพาะในห้องที่มีการระบายอากาศไม่ดี
✅ บทสรุป
- ผลิตภัณฑ์กำจัดยุงในครัวเรือนแสดงให้เห็นถึงข้อแลกเปลี่ยนที่ชัดเจนระหว่างประสิทธิผลและความเสี่ยงจากการสัมผัสสาร ยาจุดกันยุงประเภทเผาไหม้ให้ผลในการควบคุมแมลงพาหะที่จำกัด ในขณะเดียวกันก็ลดทอนคุณภาพอากาศภายในอาคารอย่างมาก โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่การระบายอากาศย่ำแย่
➡️ ดังสรุปในภาพประกอบ ส่วนที่ 4 ยาจุดกันยุงมีการปล่อยมลพิษสูงที่สุด สเปรย์ออกฤทธิ์รวดเร็วแต่ควรใช้ในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศ ส่วนเครื่องไล่ยุงแบบระเหยปล่อยมลพิษน้อยกว่า แต่ต้องใช้เวลานานกว่าในการออกฤทธิ์
- ข้อค้นพบเหล่านี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาสูตรตำรับที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น การปรับปรุงการระบายอากาศ และการใช้กลยุทธ์การจัดการแมลงพาหะแบบบูรณาการ
📚 อ้างอิง
Islam, A., Hossain, A., Hasan, R., Rahman, N., Zawad, A., & Watanabe, K. (2026). Efficacy of mosquito control insecticides and their impact on indoor air quality: A controlled chamber study in Bangladesh. Indoor Environments, 3(3), 100184. Open Access. https://doi.org/10.1016/j.indenv.2026.100184
#สารกำจัดยุง #คุณภาพอากาศภายในอาคาร #งานวิจัยน่าสนใจ
#สมาคมคุณภาพอากาศภูมิอากาศและสุขภาวะประเทศไทย
Follow Us & Learn More
Facebook: https://www.facebook.com/TAcWell
Website: https://www.tacwell.or.th
YouTube: https://www.youtube.com/
TikTok: https://www.tiktok.com/
Email: [email protected]
LINE OA: