03/04/2026
"เมื่อ AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือ แต่คือ 'จุดเปลี่ยน' ของโลกการเงิน!
ติดตามกับก้าวสำคัญของ TBN ที่เปลี่ยนระบบติดตามหนี้ (Debt Collection) จากงานหลังบ้าน ให้กลายเป็น 'Profit Center' ด้วยการใช้ AI และ Data เข้ามาวิเคราะห์แบบครบวงจร
ไม่ใช่แค่การทวงหนี้แบบเดิมๆ แต่คือการใช้ AI Interactive Voice Bot และระบบ Early Detection เพื่อช่วยลด NPL และเพิ่มอัตราการเรียกเก็บหนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
___________________________
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
✉ [email protected]
📞 02-258-5841
TBN ใช้ AI พลิกเกมระบบหนี้ “Debt Collection” จาก Back Office สู่ Profit Center ของระบบการเงิน
บริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TBN ผู้นำด้าน Intelligent Digital Platform พลิกบทบาทจาก Technology Provider สู่ Intelligent Solutions Company โดยใช้ Data และ AI เปลี่ยนระบบบริหารหนี้ให้กลายเป็น Profit Center ของสถาบันการเงิน เมื่อ “หนี้” ไม่ใช่แค่ภาระ แต่มีโอกาสในมี Recovery Rate คืออัตราการจ่ายคืนหนี้สูงขึ้น ระบบ Debt Collection ถูกยกระดับจาก back office สู่การเป็น Profit Center
นายปนายุ ศิริกระจ่างศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TBN เปิดเผยว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังติดอยู่ในกับดักรายได้ และหนี้ครัวเรือนยังขยายตัวไม่หยุด เรามองโจทย์ของอุตสาหกรรมการเงินไม่ใช่แค่ปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น แต่คือการจัดการสินเชื่อและมีการติดตามหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มี recovery rate ได้สูงสุด ลด NPL ในระบบการเงินไทย
ระบบ Debt Collection กำลังถูกยกระดับจากเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทวงหนี้ด้วยการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล ติดต่อลูกค้าเองด้วย AI Interactive Voice Bot รวมถึงแนะนำวิธีการทวงหนี้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด AI Early Detection Prediction ช่วยให้สถาบันการเงินบริหารความเสี่ยงและวางกลยุทธ์ธุรกิจได้แม่นยำกว่าเดิม
“TBN เดินหน้าพัฒนาระบบบริหารหนี้ Debt Collection กับพันธมิตร ภายใต้โครงสร้างบริการสินเชื่อแบบครบวงจร (End-to-End Lending) ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นของการปล่อยสินเชื่อ การพิจารณาความเสี่ยง การติดตามคุณภาพสินเชื่อ ไปจนถึงระบบบริหารหนี้บนแพลตฟอร์มเดียว แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มความต่อเนื่องในการใช้งานของลูกค้าองค์กร”
TBN ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้พัฒนาระบบไอที แต่กำลังวางตำแหน่งใหม่ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของอุตสาหกรรมการเงิน เปลี่ยนข้อมูลจำนวนมหาศาลให้กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนการตัดสินใจของสถาบันการเงิน และยกระดับระบบบริหารหนี้จากเครื่องมือปฏิบัติการ ไปสู่ศูนย์กลางความรู้ที่กำหนดทิศทางการแข่งขันของทั้งอุตสาหกรรม
โดยสอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมการเงินโลก ตลาดซอฟต์แวร์ด้าน Credit Risk, Debt Management และ Collection มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 10% ต่อปี ขณะที่ธนาคารชั้นนำในสหรัฐฯ และยุโรปใช้งบลงทุนด้าน AI คิดเป็น 15–25% ของงบ IT ทั้งหมด และสามารถลดอัตราหนี้เสีย (NPL) ได้มากกว่า 10–20% พร้อมเพิ่ม recovery rate ได้มากกว่า 15% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่กำลังกลายเป็น competitive advantage ของอุตสาหกรรมการเงิน
ปัจจุบัน TBN ให้บริการระบบ Debt Collection แก่สถาบันการเงินชั้นนำและบริษัทบริหารหนี้หลายแห่ง พร้อมอยู่ระหว่างการ bidding กับสถาบันการเงิน รวมถึงกลุ่มธุรกิจผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อดิจิทัล ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงกว่าธนาคารดั้งเดิมหลายเท่า
โดยบริษัทตั้งเป้ามูลค่าการให้บริการระบบ Debt Collection ไว้ที่ประมาณ 200 ล้านบาทในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า และคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ราว 60 ล้านบาท
“เราไม่ได้มองระบบบริหารหนี้เป็นแค่เครื่องมือทวงหนี้ แต่เป็นโครงสร้างข้อมูลที่สะท้อนความจริงของระบบการเงิน หากสถาบันการเงินเข้าใจข้อมูลตรงนี้ได้อย่างถูกต้อง ระบบ Debt Collection จะไม่ใช่ปลายทางของสินเชื่ออีกต่อไป แต่จะกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมการเงินในอนาคต” นายปนายุ กล่าวทิ้งท้าย
#ธุรกิจคิดใหม่