17/06/2026
structure
code #7308
หลายท่านที่ไม่อยู่ในวงการอาจไม่เข้าใจ อะไรคือ Harmonized code อะไรเป็นปัญหา อยากเกริ่นให้ทราบนิดครับว่า เวลาการค้าระหว่างประเทศเค้าพูดคุยหารือกัน เค้าต้อง identify ว่าสินค้าที่จะส่งไปมาระหว่างกัน เป็นสินค้าประเภทใด คำอธิบายด้วยคำพูดก็ส่วนหนึ่ง แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจน ก็ได้กำหนดเป็นตัวเลข
Harmonized Code หรือ HS Code คือ “รหัสพิกัดศุลกากร” ที่ใช้จำแนกสินค้าในการนำเข้า–ส่งออกทั่วโลก จัดทำโดย World Customs Organization (WCO) โดยโครงสร้างหลักเป็นรหัส 6 หลักแรกที่ใช้ร่วมกันระหว่างประเทศ และแต่ละประเทศอาจเพิ่มเป็น 8, 10 หรือ 11 หลักเพื่อกำหนดอัตราอากร/มาตรการเฉพาะของตนเอง
การกำหนด HS Code ไม่ได้ดูแค่ชื่อสินค้า แต่ดูจาก ลักษณะทางกายภาพ + วัสดุ + สภาพการใช้งาน + ระดับการแปรรูป + หน้าที่ของสินค้า สำหรับเหล็ก กำหนด 2 หลักหน้าเป็น 72 (เหล็กแผ่น, coil, bar, section ทั่วไป) และ 73 (ท่อ, bolt, structure, tank, wire rope รวมถึงเหล็กโครงสร้างที่เชื่อมประกอบ เป็นโครงสร้างสำเร็จรูป)
สำหรับ HS 7308 เป็น เหล็กที่กลายเป็นชิ้นส่วนโครงสร้าง หรือถูกเตรียมไว้เพื่อใช้เป็นโครงสร้างแล้ว เช่น โครงสะพาน (bridge structure) เสาเหล็ก (steel column) ที่ตัด เจาะ เชื่อม base plate แล้ว คานเหล็ก (built-up beam หรือ hot-rolled beam ที่มีการเชื่อม เจาะรู ตัดบาก) โครงหลังคา (roof frame) tower หรือ lattice mast ที่พบเห็นทั่วไปกับเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง เป็นต้น
สินค้าที่จะเข้า 7308 มักมีลักษณะดังนี้:
(1) เป็นของทำจากเหล็กหรือเหล็กกล้า
เช่น plate, beam, angle, channel, H-section, pipe/tube หรือ built-up member
(2) มีวัตถุประสงค์ใช้เป็นโครงสร้าง
เช่น อาคาร โรงงาน สะพาน หลังคา tower platform pipe rack conveyor structure
(3) ไม่ใช่แค่เหล็กวัตถุดิบทั่วไป
ถ้าเป็น H-beam, plate, angle ที่ขายเป็น stock material ยังไม่ตัดเจาะหรือ fabricate ตามแบบ อาจไม่ใช่ 7308 แต่อาจไปอยู่ Chapter 72
(4) มีการเตรียมเพื่อใช้งานโครงสร้างแล้ว
เช่น cutting to length, drilling, punching, welding, bolting preparation, stiffener, splice plate, gusset plate, base plate, primer/painting, mark number
และ 7308 ยังมีการกำหนดรหัสย่อย เป็นทศนิยมด้านหลัง เช่น
7308.10 Bridges and bridge-sections
7308.20 Towers and lattice masts
7308.30 Doors, windows and frames
7308.40 Equipment for scaffolding, shuttering, propping or pit-propping
7308.90 Other structures and parts of structures
#ปัญหาต่ออุตสาหกรรมภายใน
HS7308 เป็นกลุ่มที่เมื่อมีการนำเข้าจากประเทศที่ได้มีการพูดคุยกันว่า จะ "ลดอากรนำเข้าระหว่างกัน เช่น FTA" มีการพิสูจน์ "ถิ่นกำเนิด" หรือแหล่งผลิตอย่างชัดเจน อากรอาจลดลง เป็น 0% ส่งผลให้ ผู้ประกอบการภายในประเทศ ที่ไม่ได้มีศักยภาพทางการเงินสูง ไม่ได้มีกระแสเงินสดมากมาย ไม่ได้ผลิต "รอจำหน่าย" แต่ผลิต "ตาม order" ไม่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตจากต่างประเทศ ที่ได้เปรียบผู้ประกอบการในประเทศมาก เช่น
- มีโรงถลุงเหล็กต้นน้ำ ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง
- มีการควบคุมค่าไฟฟ้า สำหรับ strategic industry ที่รัฐต้องการส่งเสริม
- มีการสนับสนุนค่าการผลิต ด้วยเป็นธุรกิจที่มีรัฐเป็นเจ้าของ (รัฐวิสาหกิจ)
- มีการสนับสนุนค่าส่งออก (export rebate) กรณีหาก อุปสงค์ภายในประเทศหดตัว แต่อุปทานยังผลิตต่อเนื่อง (supply > domestic demand)
- มีการใช้งานในประเทศ หรือมีตลาดต่างประเทศรองรับ สามารถผลิตขนาดมาตรฐานรอสั่ง (on shelf) เพื่อลดต้นทุน
ผลที่ตามมา ณ วันนี้ คือ ปริมาณการนำเข้า 7308 Steel Structures ล่าสุดจาก #สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่ประเทศไทย พบว่า ปริมาณการนำเข้า 4 เดือนแรกของปี 2026 เพิ่มจากปี 2025 ถึง 100% !!! สุทธิ 4.4 แสนตัน !!! ส่วนใหญ่มาจาก จีน 4.06 แสนตัน รองลงมาเป็นประเทศเวียดนาม 0.24 แสนตัน
มองภาพ ต้องบอกว่า end user #ได้ประโยชน์ จากราคาสินค้าลดต่ำลง #ต้นทุนการก่อสร้างลดลง
มองภาพ #อาจเป็นปัญญา
1) ผู้ผลิตสินค้ามูลฐาน เหล็กแผ่น เหล็กรูปพรรณ มีปริมาณการผลิตลดลง ต้นทุนสินค้าต่อหน่วยยิ่งเพิ่มขึ้น โรงงานผู้ผลิตไปต่อไม่ได้ คนงานในโรงงานไม่มีงานทำ วงจรเศรษฐกิจของชุมชนรอบโรงงาน เกิดการหยุดชะงัก
2) ผู้แปรรูป fabricator เชื่อมประกอบ เจาะรู ตัดบาก มีงานลดน้อยลง โรง fab ที่ไปต่อไม่ได้ คนงานในโรงงานไม่มีงานทำ วงจรเศรษฐกิจของชุมชนรอบโรงงาน เกิดการหยุดชะงัก เหมือนข้อ 1
3) ผู้ออกแบบ ในประเทศ มีงานลดน้อยลง การออกแบบในประเทศ มีหน้าที่เพียง รวบรวม requirement แล้วส่งต่อให้ผู้ประกอบการ fabricated steel ที่ต่างประเทศ ดำเนินการ design & fabrication ทั้งหมด ... อีกหน้าที่ที่ยังพอมีคือ การลงนามประทับตามกฎหมาย
4) คลื่นถัดมา คือ ผู้ประกอบการรับเหมาติดตั้งจากต่างประเทศ ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศ เราอาจจะคุ้นเคย บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง อาคาร สตง. หรือ สะพานบางแห่งที่เกิดการพังถล่ม ที่ดำเนินการโดยบริษัท สัญชาติอื่นที่ไม่ใช่สัญชาติไทย ... แนวโน้มต่อไปคือ ผู้รับเหมากลุ่มนี้ มีแนวโน้มจะ "นำเข้า" มากกว่า exercise domestic production
และท้ายสุด วงการก่อสร้างบ้านเรา อาจจะเหลือเพียง ผู้พัฒนาโครงการ (developer) หรือกระทั่ง developer เองอาจเป็น developer สัญชาติอื่นด้วย การหมุนเวียนของเศรษฐกิจจาก real sector อาจหายไปในที่สุด
ก็ฝากไว้ครับ อนาคตประเทศเรา ทิศทางของประเทศเรา อยู่ในมือของทุกๆ ท่านโดยตรง