12/05/2026
*** ชุดถาม-ตอบ (Q&A) ตอนที่ 6 เกี่ยวกับการตรวจหาภาวะไตเสื่อม ไตรั่ว ซึ่งนำไปสู่โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease, CKD) ***
Q. เล่นกล้าม กินอาหารเสริมโปรตีน ไปตรวจเลือดได้ค่า creatinine ค่อนข้างสูง ค่าไต eGFR จึงต่ำ แต่ตรวจปัสสาวะทั่วไป ผลก็ปกติ จะมีวิธีใดที่ช่วยดูว่าไตไม่ได้เสื่อม
A. สำหรับคนที่ออกกำลังกายแบบสร้างกล้ามเนื้อและทานโปรตีนสูง ค่า Creatinine มักจะสูงกว่าคนทั่วไป (เพราะ Creatinine คือของเสียที่มาจากกล้ามเนื้อ) ทำให้เมื่อนำไปคำนวณค่า eGFR จึงได้ค่าที่ "ต่ำหลอก" (False Low) ทั้งที่ไตยังแข็งแรงดี
** หากผลปัสสาวะทั่วไป (Urinalysis) ปกติแล้ว คุณสามารถใช้ "วิธีตรวจสอบยืนยัน" ที่แม่นยำกว่าสำหรับสายเล่นกล้ามได้ดังนี้:
1. ตรวจเลือดหาค่า Cystatin C (แนะนำที่สุด)
นี่คือวิธีที่ "จบปัญหา" สำหรับคนเล่นกล้าม
- ทำไมถึงดีกว่า: ค่า Cystatin C เป็นโปรตีนที่สร้างจากเซลล์ที่มีนิวเคลียสทุกชนิดในร่างกาย ไม่เกี่ยวกับมวลกล้ามเนื้อและอาหารที่กิน
- ความแม่นยำ: แพทย์จะนำค่า Cystatin C มาคำนวณค่า eGFR แทนการใช้ Creatinine (เรียกว่า eGFR-Cystatin C)
- การแปลผล: ถ้าค่า eGFR จาก Cystatin C ออกมาสูง (ปกติ) แสดงว่าค่า eGFR ตัวเดิมที่ต่ำนั้นเกิดจากมวลกล้ามเนื้อของคุณเอง ไม่ใช่โรคไต
2. ตรวจค่า UACR (Urine Albumin-to-Creatinine Ratio)
แม้ปัสสาวะปกติ (Dipstick: Negative) แต่การตรวจ UACR จะช่วยยืนยัน:
- ถ้าค่า UACR < 30 mg/g แปลว่าไม่มี "ไข่ขาวรั่วระดับไมโคร"
- เป็นการยืนยันว่าโครงสร้างตัวกรองไต (Glomeruli) ยังสมบูรณ์ 100%
3. การเตรียมตัวก่อนตรวจเลือดครั้งหน้า (Re-test)
หากไม่อยากตรวจ Cystatin C ให้ลองตรวจ Creatinine ซ้ำโดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3-5 วันก่อนตรวจดังนี้:
- งดออกกำลังกายหนัก: เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อสลายตัวจน Creatinine พุ่งสูง
- งดอาหารเสริมโปรตีนและเนื้อสัตว์สีแดง: เพื่อลดปริมาณสารตั้งต้นของ Creatinine
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ป้องกันภาวะเลือดข้นจากการขาดน้ำ (Dehydration)
- งดอาหารเสริมประเภท Creatine: (ถ้าทานอยู่) เพราะจะทำให้ค่า Creatinine ในเลือดสูงขึ้นโดยตรง
** สรุป: ต้องกังวลหรือไม่?
- ในนักกล้ามที่ ร่างกายปกติ / ปัสสาวะปกติ / ความดันปกติ แต่ eGFR ต่ำ:
ส่วนใหญ่เกิดจาก "มวลกล้ามเนื้อ" และ "อาหาร"
ไตไม่ได้เสื่อมจริง แต่เป็นข้อจำกัดของ สูตรคำนวณ (CKD-EPI) ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคนที่มีมวลกล้ามเนื้อมากกว่ามาตรฐาน
- หากคุณต้องการพิสูจน์ให้ชัดเจนเพื่อความสบายใจ คำแนะนำ:
ลองไปที่แล็บหรือโรงพยาบาล แล้วขอตรวจ "Serum Cystatin C"
หรือตรวจ "UACR" ควบคู่กันไป
หากผล Cystatin C ออกมาปกติ คุณก็สามารถออกกำลังกายและทานโปรตีนต่อไปได้โดยไม่ต้องกังวล
** ข้อควรทราบสำหรับนักเพาะกาย และทานอาหารเสริมเพิ่มกล้ามเนื้อ **
* หากทาน Creatine Monohydrate เป็นอาหารเสริมสำหรับนักกีฬา คนเล่นกล้าม เพิ่มพละกำลัง จะมีผลโดยตรงต่อการตรวจเลือด แต่โดยส่วนใหญ่ "ไม่ได้ทำให้ไตเสื่อม" ในคนที่มีสุขภาพปกติ เพียงแต่จะทำให้ผลเลือดดูเหมือนคนเป็นโรคไตเท่านั้น
* ผลต่อค่าเลือดที่คุณตรวจ (The "False" Alarm)
1.ค่า Creatinine สูงขึ้นแน่นอน:
- Creatine ที่คุณกินเข้าไป จะสลายตัวตามธรรมชาติกลายเป็น Creatinine
- เมื่อของเสียตัวนี้ในเลือดสูงขึ้น สูตรคำนวณจะมองว่าไตคุณกรองทิ้งไม่ทัน
- ส่งผลให้ค่า eGFR ต่ำลง จนน่าตกใจ (มักต่ำกว่า 60) ทั้งที่ไตทำงานปกติ
2. มันคือ "ค่าลวง":
- ในกรณีนี้ Creatinine ที่สูง ไม่ได้มาจากไตทำงานแย่ลง แต่มาจาก "สารตั้งต้น" (Creatine) ที่คุณกินเข้าไปเพิ่มขึ้น
- เปรียบเหมือนมีขยะหน้าบ้านเยอะขึ้น เพราะคุณขนเข้ามาเอง ไม่ใช่เพราะเทศบาล (ไต) ขี้เกียจเก็บ
* ผลต่อไต (ในแง่การทำงานจริง)
- คนสุขภาพปกติ: งานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่าการทาน Creatine ในโดสมาตรฐาน (3-5 กรัมต่อวัน) ไม่ทำลายไต ในระยะยาว
- คนที่มีโรคไตอยู่แล้ว: หากมีภาวะไตเสื่อมอยู่ก่อน "ควรหลีกเลี่ยง" เพราะจะทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นในการขับของเสียส่วนเกิน และอาจทำให้โรคแย่ลงได้
* วิธีจัดการหากต้องตรวจเลือดครั้งหน้า
หากคุณยังต้องการทาน Creatine และอยากเห็นค่าไตที่ "แท้จริง" แนะนำทำดังนี้:
- หยุดทาน Creatine: ล่วงหน้าอย่างน้อย 7-14 วัน ก่อนการเจาะเลือด เพื่อให้ร่างกายขับส่วนเกินออกไปให้หมด
- ดื่มน้ำมากๆ: Creatine ดึงน้ำเข้ากล้ามเนื้อ หากดื่มน้ำน้อยอาจเกิดภาวะขาดน้ำชั่วคราว ซึ่งส่งผลเสียต่อไตได้
- แจ้งแพทย์: ควรบอกหมอทุกครั้งว่า "ผมทาน Creatine เสริมอยู่" หมอจะได้ไม่วินิจฉัยผิดพลาดว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง (CKD)
- ตรวจ Cystatin C: ตามที่แนะนำไปก่อนหน้า เพราะค่านี้ ไม่ถูกรบกวนโดย Creatine ที่คุณกินเข้าไปเลยแม้แต่นิดเดียว
** สรุปสั้นๆ
ถ้าคุณเป็นคนเล่นกล้ามที่ทาน Creatine:
- ค่า Creatinine จะสูง
- ค่า eGFR จะต่ำ
- แต่ ไตไม่ได้พัง (ถ้าไม่มีโรคประจำตัวอื่น)
หากคุณกังวลเรื่องนี้เป็นพิเศษ แนะนำให้ลองตรวจ UACR (หาโปรตีนรั่ว) ควบคู่ไปกับการตรวจเลือดครั้งหน้า เพราะถ้าไม่มีโปรตีนรั่ว ก็เป็นหลักฐานสำคัญว่าไตยังแข็งแรงดี