09/04/2026
📌 สรุปมุมมองต่อผลกระทบที่บริษัทได้รับจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ของคุณนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GUNKUL จากบทสัมภาษณ์ The Standard Wealth
บริษัทมีธุรกิจที่ครบวงจรและมีอำนาจต่อรองจากการสั่งซื้อในปริมาณมาก ยังรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ ทำให้ผลกระทบค่อนข้างจำกัด แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ
• ธุรกิจโรงไฟฟ้า (Power Plant) ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากพอร์ตลงทุนเป็นพลังงานสะอาด 100% ไม่มีความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบ (Feedstock) เช่น ก๊าซธรรมชาติ (LNG) หรือน้ำมัน
• ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (EPC) กระทบทางอ้อมผ่านต้นทุนวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะท่อร้อยสายไฟใต้ดิน (HDPE) ในโครงการโซลาร์ฟาร์ม ที่อิงกับราคาน้ำมัน
• ธุรกิจโรงงานและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ (Trading) บริษัทยังบริหารจัดการได้ดี ล็อกราคาและสั่งซื้อล่วงหน้า (L/C) สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินการอยู่ไปเรียบร้อยแล้ว แม้จะมีความกังวลเรื่องความผันผวนของค่าเงินบาทอ่อนลง เนื่องจากการนำเข้าต้องอิงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่สัดส่วนต้นทุนที่อาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนไม่เกิน 10-15% ของต้นทุนรวมทั้งหมด
ในปีที่ผ่านมาบริษัททำกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Core Profit) เติบโตถึง 13% จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนร่วมกับพาร์ตเนอร์ (JV) ก็ช่วยเพิ่มมูลค่าการลงทุนโดยไม่สร้างภาระหนี้ผูกพัน (Unconsolidated) ปัจจุบัน GUNKUL มีกำไรจาก 3 ธุรกิจหลัก
• ธุรกิจโรงไฟฟ้า แกนหลักสร้างกำไรสูงสุดสัดส่วน 67% และจะขยายตัวขึ้นไปที่ 80-85% ในปี 2572-2573
• ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (EPC) ปัจจุบันมี Backlog สะสมอยู่ราว 8,000 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ปีนี้ประมาณ 5,000 ล้านบาท มีเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ราว 15-20% ซึ่งจะสร้างเนื้อกำไรขั้นต้นประมาณ 800-1,000 ล้านบาท
• ธุรกิจโรงงานและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ (Trading) มีความได้เปรียบในความครบวงจร (Ecosystem) ที่สามารถต่อยอดการขายแผงโซลาร์และอุปกรณ์ให้แก่ผู้รับเหมารายอื่นในตลาดที่กำลังเติบโต
บริษัทตั้งเป้าหมายใหญ่ทำสถิติรายได้สูงสุดใหม่ (New Record) ที่ระดับ 10,000 ล้านบาท และตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้แตะ 2,000 MW ภายในปี 2570 โดยบริษัทเตรียมงบลงทุนรวมประมาณ 40,000 ล้านบาท ใน 5 ปีจากนี้ ซึ่งจะแบ่งการลงทุนออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือพัฒนาและก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าที่บริษัทมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) อยู่ในไปป์ไลน์ (Pipeline) ให้แล้วเสร็จ และลงทุนรองรับโครงการโควตาพลังงานสะอาดใหม่ ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มเติมในช่วงปีนี้และปีหน้า รวมถึงการลงทุนในธุรกิจที่เป็น New S-Curve เช่น Data Center ในส่วนงานก่อสร้างสายส่งและสถานีไฟฟ้า ส่วนโครงการพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์และลม ในประเทศฟิลิปปินส์และไต้หวันอยู่ในระหว่างการเจรจา ตั้งเป้าหมายขนาดกำลังการผลิต 100 MW ขึ้นไป/โครงการ
3 บิ๊กธุรกิจใหญ่ ‘กันกุล-การบินไทย-ศุภาลัย’ งัดแผนรับมือสงคราม ยกระดับความเดือด หวั่นวิกฤตลากยาวผลกระทบแรง
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้เพิ่มความกังวลกับทั่วโลก หลังจากสงครามยกระดับความรุนแรงขึ้น หลังแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขนาดใหญ่สุดในโลกของกาตาร์ โดนโจมตี เกิดเสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งกำลังจะมีผลกระทบต่อ Supply Chain กับธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก และของไทยตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
ในฝั่งของธุรกิจรายใหญ่ของไทย ทั้ง ‘กันกุล-การบินไทย-ศุภาลัย’ ได้ออกมาประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ และมีแผนรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
อ่านบทความฉบับเต็มต่อได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์