Data Café Thailand

Data Café Thailand Data Analytics and AI Consulting
& Training Services by Professional Data Teams

สุขสราญ "สงกรานต์" ขึ้นปีใหม่เชิญเทพไท้ทั้วเมืองเเมนทุกแดนสรวงร่วมอวยชัยมงคลหลั่งยังกลางทรวงท่านทั้งปวงเกษมสันต์นิรันดร....
13/04/2025

สุขสราญ "สงกรานต์" ขึ้นปีใหม่
เชิญเทพไท้ทั้วเมืองเเมนทุกแดนสรวง
ร่วมอวยชัยมงคลหลั่งยังกลางทรวง
ท่านทั้งปวงเกษมสันต์นิรันดร...
____________________________________________
เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ 2568
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกาย สบายใจ
ก้าวสู่ปีใหม่ไทยด้วยความสุขค่ะ

🦾 ในยุคที่ข้อมูลและ AI กลายเป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องมีและขาดไม่ได้ ในฐานะ Data Analyst ที่สามารถจัดการกับข้อมูลเหล่...
02/04/2025

🦾 ในยุคที่ข้อมูลและ AI กลายเป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องมีและขาดไม่ได้ ในฐานะ Data Analyst ที่สามารถจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นได้ จึงกลายเป็นตำแหน่งที่หลายองค์กรต้องการตัว
🤔 แต่เคยสงสัยกันไหมว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้กลายเป็น Data Analyst ดาวรุ่งที่ทุกองค์กรต้องการ? หลายคนอาจตอบว่าแค่มีสกิลระดับเทพในการใช้ Tools อย่าง Excel, SQL, Tableau, Power BI, R หรือ Python ก็พอไหมแล้ว แต่จริง ๆ ไม่ใช่เลย เพราะการใช้เครื่องมือเป็นก็เป็นแค่สกิลพื้นฐานที่ต้องมี
✅ ถ้าอยากไปได้ไกลกว่าและก้าวทันทุกยุคของ Data และ AI แค่ความรู้ด้านเทคนิคยังไม่พอ แต่สกิลการคิด สังเกต และสื่อสารข้อมูลให้เข้ากับความต้องการธุรกิจต่างหากที่สำคัญ นั่นก็คือทั้ง 6 สกิลที่ Data Cafe กำลังจะเล่าให้ฟัง จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ
1️⃣ สังเกตให้มาก มองข้อมูลให้ออก

🔺 เป็นทักษะที่สำคัญมากสำหรับ Data Analyst เพราะจะเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีได้ต้อง "เห็น" ทั้งสิ่งที่อยู่ในข้อมูลตัวเลขอันซับซ้อน และสิ่งที่ธุรกิจต้องการได้พร้อมกัน เพราะบางครั้งตัวเลขที่ดูะรรมดาอาจซ่อนแนวโน้มที่คนอื่นอาจมองข้าม หรือรูปแบบความผิดปกติอื่น ๆ

🔺 DA ที่ช่างสังเกตจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูล Insight และสิ่งที่เกิดขึ้นในธุรกิจได้ทันที เข้าใจวิธีการดำเนินงานและมองเห็นโอกาสที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้องค์กรได้ เชื่อมโยงจุดต่าง ๆ เข้าหากันเป็น เข้าใจสิ่งที่ข้อมูลกำลังอยากบอกเรา
2️⃣ ตั้งคำถามเป็น

🔺 ครั้งหนึ่ง วิลเลียม เอ็ดเวิร์ดส์ เดมมิ่ง ปรมาจารย์ด้านคุรภาพของชาวอเมริกันเคยพูดไว้ว่า “ถ้าคุณไม่รู้จักถามคำถามที่ถูกต้อง คุณจะไม่ได้คำตอบอะไรเลย”

🔺 นั่นจึงทำให้การตั้งคำถามที่ดี คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของการวิเคราะห์ข้อมูล นักวิเคราะห์ที่เก่งจะไม่หยุดแค่หาคำตอบให้กับคำถาม แต่จะกล้าท้าทาย กล้าตั้งสมมติฐานใหม่ ๆ พร้อมค้นหาคำถามใหม่จากข้อมูลอยู่เสมอ

🔺 บางครั้งผลลัพธ์ที่ดีที่สุดที่ได้จากการวิเคราะห์อาจไม่ได้อยู่ที่คำตอบเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคำถามใหม่ ๆ ที่เราได้รับจากผลลัพธ์ก่อนหน้าด้วย แล้วคำถามใหม่ ๆ ที่ว่าจะพาให้ธุรกิจเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจกว่าเดิม
3️⃣ หาข้อมูลก็เก่ง สร้างข้อมูลเองก็ได้

🔺 ในฐานะชาว DA แน่นอนว่าหลายคนต้องเคยเจอปัญหาที่ว่า “ข้อมูลไม่มี / เข้าถึงข้อมูลไม่ได้” แต่ก็ห้ามยอมแพ้ เพราะนักวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีจะรู้จักหาว่าแหล่งข้อมูลอยู่ที่ไหน เราได้มาจากไหน หรือถ้าหาไม่ได้จริง ๆ ก็พร้อมที่จะสร้างข้อมูลขึ้นมาเองใหม่ได้เสมอ

🔺 สร้างข้อมูลเองที่ว่า ไม่ใช่การไปสร้างเองใหม่โต้ง ๆ หรือไปบิดเบือนความจริง แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง, การทำวิจัยเพิ่มเติม เพื่อเติมช่องว่างที่ขาดให้กับข้อมูลที่หายไป
4️⃣ เตรียมข้อมูลให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

🔺 ถือเป็นขั้นตอนที่น่าเบื่อในฐานะ DA แต่กลับสำคัญอย่างมาก เพราะข้อมูลดิบมักเต็มไปด้วยปัญหา เช่น ข้อมูลหาย, ซ้ำซ้อน หรือผิดพลาด ในฐานะนักวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีจึงต้องรู้จักตรวจสอบ จัดการคลีนให้ข้อมูลพร้อมสำหรับการวิเคราะห์อยู่เสมอ

🔺 ต้องมีความละเอียดรอบคอบ ค้นหาจุด Error แล้วแก้ไขปัญหาให้ได้ พร้อมเปลี่ยนให้ข้อมูลยุ่งเหยิงเหล่านั้นดูสะอาดตาและพร้อมใช้งาน ยิ่งคลีนเท่าไหนยิ่งดี เพราะการเตรียมข้อมูลดีจะยิ่งทำให้ผลการวิเคราะห์มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือมากขึ้น
5️⃣ ขุดหา Insight ที่มีประโยชน์ให้ได้

🔺 DA เปรียบเสมือนนักล่าสมบัติในเหมือง เราต้องมีความอยากรู้อยากเห็น เก่งเทคนิค และเข้าใจธุรกิจที่สุด

🔺 การขุดหา Insight ไม่ใช่แค่การดูตัวเลข แต่ต้องรู้จักเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับเป้าหมายและปัญหาขององค์กรให้เป็น ผลลัพธ์ Insight ที่ได้ต้องใช้ได้จริงและมีประโยชน์ ไม่ใช่แค่ว้าวแล้วจบ
6️⃣ เล่าเรื่องจากข้อมูลให้ผู้ฟังเข้าใจให้ได้

🔺 อีกหนึ่งทักษะที่ห้ามละเลยเด็ดขาดในฐานะ DA นั่นก็คือ “Data Storytelling” หรือการเล่าเรื่องจากข้อมูล ไม่ว่าจะวิเคราะห์ออกมาได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าสื่อสารมันออกมาไม่ได้ การทุ่มเทเวลาในการวิเคราะห์ที่ผ่านมาก็จะสูญเปล่าทันที

🔺 นักวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีจึงต้องรู้จักวิธีเล่าเรื่องข้อมูลให้เห็นเป็นภาพชัดเจนและน่าสนใจ รู้จักทำ Data Visualization หลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์เทคนิคซับซ้อนที่เข้าใจกันแค่ในทีม แต่ให้เน้นไปที่การเล่าเรื่องสื่อ Insight ที่ผู้ฟังเข้าใจชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง

🔺 เรื่องราวดี ข้อมูลดี Insight โดน ยังไงก็สามารถเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลกับการตัดสินใจในธุรกิจ ยกระดับการตัดสินใจไปได้อีกขั้นอย่างแน่นอน
💡 การจะเป็น Data Analyst ที่ดีในปี 2025 และในอนาคต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคงามรู้ด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่คือการเป็นคนอยากรู้อยากเห็น สังเกตเป็น มีไหวพริบ และรู้วิธีสื่อสารผลการวิเคราะห์ออกมาให้คนเข้าใจ ถ้าอยากก้าวหน้าในสายงานนี้ ให้ลองฝึกฝนบ่อย ๆ และลงมือทำจริงอยู่เรื่อย ๆ พวกเรา Data Cafe ขอเป็นกำลังใจให้ชาว DA ทุกคนเลยค่ะ

Reference: Ben Jones (2024). Six Must-Have Skills To Thrive As A Data Analyst In 2025. From https://www.forbes.com/councils/forbesbusinesscouncil/2024/12/27/six-must-have-skills-to-thrive-as-a-data-analyst-in-2025/
💡 หากองค์กรไหนสนใจอยากพัฒนาสกิล Analytics ให้กับทีม Analyst ของคุณแบบเต็มรูปแบบ ครบจบทุกทักษะที่ควรมีในปี 2025 Data Cafe ขอแนะนำ “Data Analytics Bootcamp” โครงการรวบรวมคนเก่งด้าน Business มารวมกัน จากคนสาย Business ที่ไม่ได้นำข้อมูลที่มีอยู่มาทำงานอย่างเป็นจริงเป็นจังเพื่อมาเรียนด้าน Data Analytics ที่ Data Cafe ออกแบบมาเป็น Journey
🔹 ระยะเวลาการเรียนประมาณ 3 เดือน แบ่งเป็นเรียนตาม Module 1 เดือนครึ่งและทำจริงประมาณ 1 เดือนครึ่ง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับลูกค้าด้วยว่าต้องการปรับแต่งหลักสูตรอย่างไร
🔹 พอเรียนแล้ว จากนั้นจะได้นำข้อมูลจริงที่เก็บอยู่มาวิเคราะห์หา Insight และ Take Action เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป อย่างเช่นที่เราเคยเจอ ทีม Sales ที่มีข้อมูลการขายอยู่ในมือก็สามารถนำมาวิเคราะห์และทำนายว่าลูกค้าคนไหนมีความสามารถในการซื้อหรือมองในมุมมองอื่น ๆ
❓ ผู้เรียนจะได้อะไรจากการเรียน Data Analytics Bootcamp

🔹 วิชาที่เราสอนจะเริ่มตั้งแต่ปูพื้นฐาด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเลย ได้แก่
🔺 Essential Data Analytics
🔺 Analytics Canvas
🔺 Visual Analytics
🔺 Basic Power BI for Business Analytics
🔺 Storytelling with Data
🔹 โดยสามารถเพิ่มวิชาที่ต้องการเรียนเพิ่มเติมแทรกเข้ามาได้ และในแต่ละวิชาจะมีเวิร์กชอปทุกวิชา เรียนไปด้วย ทำไปด้วยเพื่อความเข้าใจมากขึ้น ผู้เรียนจะได้นำข้อมูลของตนเองมาทำจริงเลย
💻 หากใครสนใจ Data Analytics Bootcamp จาก Data Cafe สามารถติดต่อทีมงาน Data Cafe ได้ทาง Inbox แฟนเพจ Data Cafe Thailand หรือ [email protected]
📌 ปัจจุบันเปิดรับสอนเฉพาะในระดับองค์กรเท่านั้น ยังไม่เปิดสอนแบบ Public Bootcamp หากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร จะแจ้งให้ทราบทางหน้าแฟนเพจอีกครั้งค่ะ

( อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “Data Analytics Bootcamp” จาก Data Cafe ได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1H9BuLvNqu/ หรือ https://www.facebook.com/share/p/19n6hmnfNM/ )

✅ นอกจาก AI จะเข้าไปช่วยงานในหลาย ๆ ฝ่ายในองค์กรได้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งฝ่ายที่สามารถนำ AI เข้าไปยกระดับการทำงานได้ นั่นก็ค...
31/03/2025

✅ นอกจาก AI จะเข้าไปช่วยงานในหลาย ๆ ฝ่ายในองค์กรได้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งฝ่ายที่สามารถนำ AI เข้าไปยกระดับการทำงานได้ นั่นก็คือฝ่าย Sales หรือฝ่ายขาย อีกหนึ่งแขนงที่จะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จสุด ๆ นั่นเอง
🤔 แต่เมื่อพูดถึงเรื่องบทบาทของ AI ในงานฝ่ายขายในอนาคต หลายคนอาจสงสัยว่าแนวโน้มของความสามารถและคุณภาพจะเปลี่ยนไปได้ขนาดไหนกันเชียว โดยเฉพาะในยุคที่ AI พัฒนาแบบติดจรวด และการเข้ามาของ Agentic AI ที่หลาย ๆ คนกำลังศึกษา
วันนี้ Data Cafe เลยอยากชวนทุกคนมาดูว่าในปีนี้และในอนาคต AI จะช่วยให้งานฝ่ายขายเปลี่ยนไปได้ยังไงบ้าง ให้ทุกคนมองภาพ และสามารถนำไปใช้ได้จริงมากยิ่งขึ้น ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ
1️⃣ AI กับการขายที่ไม่เน้น “ตัวเลข” แต่มาเน้น “คุณภาพ”

👉🏻 ในอดีตหลายคนมักคิดว่าการขายที่ดีต้องมีตัวเลขเยอะ ๆ ส่งอีเมลขายเยอะ ๆ หรือโทรหาลูกค้าให้ได้จำนวนที่มากเข้าไว้ แต่ในยุคปี 2025 ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป เพราะธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จในการขายได้ ต้องหันไปเน้นที่ “คุณภาพ” แทนแล้ว

👉🏻 ติดต่อให้น้อยลง แต่ขายให้ฉลาดและเหมาะสมมากขึ้น AI จะเข้ามาช่วยหา Insight แล้วเจาะกลุ่มลูกค้าที่ “พร้อมซื้อ” หรือมีแนวโน้มที่จะซื้อมาให้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย ลดการเสียเวลาการขายแบบเดิม ๆ

👉🏻 AI จะเข้ามาช่วยให้เราเข้าใจความต้องการและปัญหาของลูกค้ามากขึ้น ทำให้เราขายของได้ถูกใจตรงกับ Pain Point และสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า สร้างฐานลูกค้าประจำในอนาคตได้ แถมยังเพิ่มโอกาสขายแบบ Cross-Selling ได้ไปในตัว
2️⃣ ลาก่อนกลยุทธ์หว่านแห หา “สัญญาณการขาย” ช่วยชี้เป้าลูกค้าที่ใช่แทน

👉🏻 AI จะเข้ามาช่วยหา “สัญญาณการขาย” ที่บ่งบอกว่าลูกค้าคนนี้พร้อมซื้อกับเรา โดยที่เราไม่ต้องขายแบบสุ่ม ๆ แล้วเปลืองต้นทุนไปเปล่า ๆ แบบเดิม

👉🏻 สัญญาณการขายที่ว่าจะมาจากข้อมูลลูกค้า 3 แหล่งใหญ่ ๆ นั่นก็คือ ข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์หรือดาวน์โหลดเอกสารที่เผยแพร่ออกไป, ข้อมูลจากพาร์ทเนอร์หรือการทำแคมเปญแบบ Co-marketing และสุดท้าย คือข้อมูลการพูดถึงหรือรีวิวสินค้าจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ

👉🏻 สัญญาณเหล่านี้จะช่วยให้ทีมขายมองเห็นว่าลูกค้าคนไหนกำลังสนใจสินค้า แล้วเราควรติดต่อไปเมื่อใดถึงจะเหมาะสม ช่วยพยากรณ์หากลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อ และเพิ่มโอกาสการขาย สร้างฐานลูกค้าประจำได้ทันที
3️⃣ เจอลูกค้ารู้ทัน ก็ต้องวางแผนขายให้เริ่ดกว่า

👉🏻 ทุกวันนี้ลูกค้าทุกคนมีข้อมูลสินค้าอยู่ในมือกันหมด ไม่ว่าจะอ่านรีวิว, เปรียบเทียบราคา หรือการเสิร์ชหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ทำให้การขายแบบเดิมอาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป ทีมฝ่ายขายจึงต้องมีจังหวะและ Insight สำคัญที่จะดึงดูดใจลูกค้าได้มากกว่าคู่แข่ง

👉🏻 AI สามารถเข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญ เช่น ความเคลื่อนไหวของตลาด หรือกิจกรรมคู่แข่ง แบบเรียลไทม์ได้ ทำให้ทีมขายปรับแผนขายให้ตรงใจลูกค้าได้ทันที และยังช่วยให้ได้ ROI ที่ตอบโจทย์ จนสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้
4️⃣ ความแมสของ Generative AI และการมาของ Agentic AI

👉🏻 ทั้ง Generative AI และ Agentic AI ล้วนมีบทบาทสำคัญต่องานด้านการขายหรือ Sales ช่วยสร้างพลังและเอเนอจี้ใหม่ ๆ ในการขาย ช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

👉🏻 ในด้าน Generative AI จะเข้ามาช่วยสร้างเนื้อหาบทความ, เนื้อหาแคมเปญต่าง ๆ ได้ถูกใจกลุ่ม Target มากขึ้น ปรับกลยุทธ์การขายให้เหมาะสมกับแต่ละสินค้า ช่วยวิเคราะห์แนวโน้มตลาดแบบเรียลไทม์ และช่วยงานในด้าน Customer Service ได้เป็นอย่างดี

👉🏻 ส่วนด้าน Agentic AI ที่มีพลังกว่าเท่าตัว ก็จะเข้ามาช่วยให้งานต่าง ๆ เป็นอัตโนมัติมากขึ้น เช่น จัดเวิร์กโฟลว์หรือกระบวนการการขายให้เหมาะสม ปรับราคาเรียลไทม์ คาดการณ์ยอดขายที่สามารถแข่งขันได้ ไปจนถึงการจัดการและดูแลลูกค้าทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการขาย
5️⃣ AI ช่วยเทรนพนักงานขายและตัวแทนขายได้ปังกว่าใคร

👉🏻 ในฐานะพนักงานขายและตัวแทนการขาย การสื่อสารให้ตรงจุดและไปในทิศทางเดียวกันล้วนเป็นสิ่งที่ทุกทีม Sales ต้องให้ความสำคัญ แต่การฝึกอบรมแต่ละครั้งมักต้องเกิดการเดินทางและต้นทุนต่าง ๆ ตามมา AI จึงเข้ามาช่วยให้การเทรนเป็นไปได้ทุกที่ทุกเวลา

👉🏻 ด้วยการนำโซลูชัน GPT มาวางฐานข้อมูลขององค์กร จากนั้นจึงให้พนักงานเข้าไปพูดคุยและถามได้ตามต้องการ สิ่งนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มทักษะการขายให้ทีมแล้ว ยังช่วยให้ทุกคนในฝ่ายขายรู้จักสื่อสารในทิศทางเดียวกัน และได้ลองฝึกขายจริง

👉🏻 นอกจากนี้ หากองค์กรมีอัปเดตข้อมูล ไม่ว่าจะการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของสินค้าหรือสภาพตลาด เราก็สามารถอัปเดตข้อมูลให้โมเดล เพื่อให้ข้อมูลทุกอย่างที่พนักงานจะได้รับเรียลไทม์อยู่เสมอ
6️⃣ ขายแบบใหม่! ปรับราคาได้ แนะนำสินค้าให้กับแต่ละคนได้ทันที

👉🏻 AI สามารถเข้ามาเปลี่ยนเกมธุรกิจค้าขายได้ในอีกระดับ เพราะจะเข้ามาช่วยปรับราคาสินค้าได้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะทำการสแกนราคาคู่แข่ง วิเคราะห์ระดับสินค้าในคลัง และความต้องการของลูกค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อนำมาปรับราคาให้อัตโนมัติ

👉🏻 นอกจากนี้ AI ยังช่วยให้ฝ่ายขายสามารถให้คำแนะนำและบริการลูกค้าแต่ละคนได้อย่างเหมาะสมและตรงจุด สามารถแนะนำสินค้าที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละคนได้ ช่วยให้เข้าใจลูกค้าและเสนอขายได้ทันที ปิดดีลเร็วแน่นอน
💡 สรุปแล้ว AI ไม่ได้เข้ามาแค่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับการขาย หรือเปลี่ยนวิธีการขายให้โฟลว์มากขึ้น แต่ยังเข้ามาช่วยเทรนให้พนักงานขายและตัวแทนทุกคนมี Productivity ที่มากขึ้น พร้อมลุยทุกสถานการณ์ ปิดดีลได้ทุกดีลนั่นเอง
✨ การขายแบบใหม่ในปี 2025 จะไม่ใช่แค่การขายไปทีอีกต่อไป แต่ต้องรู้จักขายแบบ “เข้าใจ” ลูกค้าแบบลึกซึ้ง เพื่อให้สินค้าของเราตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้นนะคะ

Reference: Alexander Turgeon & special guest, Tyler Mallet (2025). The Future of Sales AI in 2025: Capturing Signals in the Noise. From https://www.linkedin.com/pulse/future-sales-ai-2025-capturing-signals-noise-valerelabs-3tsqe/
🦾 แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้ AI จะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานหรือ ‘พนักงาน’ ในองค์กร ดังนั้น ผู้นำองค์กรที่กำลังอ่านโพสต์นี้กันอยู่จึงควรเริ่มวางแผนลงทุนในทักษะและความสามารถด้าน AI เพื่อให้องค์กรของคุณก้าวทันเทรนด์ และได้เปรียบกว่าใครในตลาดปัจจุบัน
✅ ยิ่งองค์กรไหนต้องการก้าวสู่ยุคของ AI อย่างเต็มตัวจนสามารถนำมาใช้ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับข้อมูลจนสามารถสร้าง Value ให้กับองค์กรได้ ก็ควรมองหาที่ปรึกษาด้าน AI รวมถึงคอร์สเทรนนิ่งเพื่ออัปสกิลความสามารถให้กับพนักงานอยู่เสมอ
[📌 สำหรับเทรนนิ่งระดับองค์กรเท่านั้น]
Data Cafe พร้อมนำทีมงานมากประสบการณ์ที่ Transform องค์กรมาแล้วทุกอุตสาหกรรม เทรนพนักงานหรือทีมของคุณในด้าน AI เพื่อประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างเท่าทัน โดยเป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อการประยุกต์ใช้งานได้จริง!
🎯 Introduction to Generative AI
🔸 คอร์สเริ่มต้นเพื่อสร้าง Awareness และเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI ให้กับพนักงาน
🔸 เรียนทั้งทฤษฎีและอัดแน่นด้วยเวิร์กชอปที่จะเสริมความเข้าใจด้าน AI รวมถึงสามารถปรับแต่งหลักสูตรให้เข้ากับธุรกิจและเป้าหมายขององค์กรได้
🎯 Generative AI Application
🔸 1 ในซีรี่ส์ AI ของเราที่จะสอนเกี่ยวกับการใช้งาน Gen-AI โดยเป็นส่วนที่เน้นการใช้เครื่องมือตามที่ลูกค้าต้องการเรียนรู้
🔸 โดย 1 ในเครื่องมือที่เราสอน คือ ChatGPT ที่จะสอนตั้งแต่การเข้าใจเบื้องหลังการทำงานและการเขียน Prompt ให้ได้คำตอบที่ดีจากการเข้าใจการทำงานของ AI
🎯 Copilot and Effective Prompting
🔸 คอร์สสอนใช้งาน Copilot for Microsoft 365 ที่มีทั้งหลักการ Prompt และแนวทางการใช้งานจริงใน 5 โปรแกรม Microsoft ให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานได้จริง
🎯 ChatGPT/Gemini + Prompting
🔸 ทักษะการเขียน Prompt ถือเป็นทักษะหลักในการใช้งาน AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเครื่องมือที่สนใจได้ เราพร้อมขน Use Case และ Workshop เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือจริงและใช้ได้จริงในการทำงาน
📢 หรือหากองค์กรไหนกำลังมองหาที่ปรึกษาด้าน AI ทั้งการสร้างแชตบอตในระดับองค์กร หรือเซอร์วิสด้าน AI อื่น ๆ พวกเราเองก็มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านโปรเจ็กต์มาแล้วหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมยินดีเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งแห่งความสำเร็จ นำพาองค์กรของท่านให้สามารถก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของ AI ได้
🦾 สามารถติดต่อสอบถามได้ทาง Inbox แฟนเพจ หรือ [email protected]

🤖 “AI is everywhere” เพราะทุกวันนี้ AI เข้ามาสร้างประโยชน์และส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ แง่มุมในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะชีวิตประจำว...
28/03/2025

🤖 “AI is everywhere” เพราะทุกวันนี้ AI เข้ามาสร้างประโยชน์และส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ แง่มุมในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะชีวิตประจำวันหรือจะการทำงาน แถมยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดพัฒนา ดังนั้น ถ้าอยากจะก้าวทันทุกยุคของ AI เราต้องคอยเกาะติดเทรนด์และข่าวสารของ AI อย่างใกล้ชิด!
วันนี้ Data Cafe เลยอยากมาแชร์ 10 AI กูรูหัวกะทิบนแอปพลิเคชัน X หรือ Twitter ที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงและคอยอัปเดตเทรนด์ข่าวสารผ่านหน้าฟีดทุกวัน จะมีใครบ้างเราลองไปดูกันเลยค่ะ
✨ Allie K. Miller ()
👉🏻 ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ที่มีความเข้าใจในด้าน Machine Learning, สตาร์ทอัพ และการลงทุนกับความเสี่ยงโดยเฉพาะ
👉🏻 แถมยังเป็นอดีตนักวางแผนที่เคยวางกลยุทธ์เด็ดให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง IBM และ Amazon มาแล้ว ปัจจุบันก็เป็นถึงวิทยากรและ Consultant ชื่อดังที่หลายองค์กรไว้ใจ
👉🏻 Miller จะชอบแชร์ Insight เด็ดเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ที่บอกเลยว่าสามารถเอาไปใช้ได้จริงชัวร์ ๆ เพราะเธอเป็นทั้งวิทยากรและ Consultant ที่ช่วยสตาร์ทอัพ AI มาแล้วมากมาย ทำให้เชี่ยวชาญด้านการนำ AI ไปใช้ในองค์กรอย่างมาก
✨ Matt Shumer ()
👉🏻 CEO ของบริษัท HyperWrite แพลตฟอร์ม Generative AI ที่เจ๋งในด้านการเขียนหรือสร้าง Text ขั้น Advanced ช่วยลดภาระงานและเวลาให้กับชาวออฟฟิศมาแล้วนับไม่ถ้วน
👉🏻 Shumer จะคอยอัปเดตเทรนด์ความสามารถของ AI ที่บอกเลยว่าติดขอบจอสุด ๆ แถมยังชอบแชร์เกี่ยวกับระบบ Open-source AI และ Insight เด็ดที่นำไปใช้ตามได้ทันที
✨ Logan Kilpatrick ()
👉🏻 หนึ่งในฝ่าย Developer Relations จาก OpenAI บริษัทผู้พัฒนา AI ที่ทรงอิทธิพลสุด ๆ ในตอนนี้
👉🏻 อย่างที่บอกว่า Kilpatrick เป็นหนึ่งใน Developer ผู้ติดตามทุกคนจึงจะได้รับข่าวสารหรือการเปิดตัวครั้งสำคัญของ OpenAI ก่อนใคร
👉🏻 ทำให้รู้จักความสามารถ หน้าที่ และผลกระทบของฟีเจอร์นั้น ๆ ก่อนใคร และในบางครั้งเขายังมาแชร์ Insight เกี่ยวกับงานวิจัยด้าน AI ที่กำลังศึกษาอยู่ด้วย
✨ Fei-Fei Li ()
👉🏻 Co-director ของสถาบัน Human-Centered AI จาก Stanford แถมเป็น Co-founder ของ AI4ALL และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์วิชันที่มีชื่อเสียงสุด ๆ คนหนึ่ง
👉🏻 ดร. Li ชื่นชอบด้านการวิจัยและหาข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ที่มีต่อมนุษย์ โดยจะเน้นไปที่แอปพลิเคชัน AI สายสุขภาพและมักจะนำมาแชร์ให้ผู้ติดตามได้อ่านและแชร์ความเห็นกัน
✨ Andrew Ng ()
👉🏻 หนึ่งในผู้บุกเบิกการศึกษาแบบออนไลน์ พ่วงผู้ก่อตั้ง DeepLearning.AI แถมเป็น Co-founder ของ Coursera อีกด้วย
👉🏻 Ng มักจะชอบแชร์ Insight เกี่ยวกับเทรนด์การพัฒนาของ AI ในแต่ละวัน แถมยังเชี่ยวชาญด้านตลาดและแนวโน้มการลงทุนใน AI ขององค์กรทั่วโลกอีกด้วย
✨ Jeremy Howard ()
👉🏻 Co-founder ของ fast.ai ผู้ที่เอาจริงเอาจังกับคำว่า Practical AI สุด ๆ เพราะ Howard ชอบศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการนำ AI มาใช้จริงในชีวิต คอยแนะวิธีที่ทำให้ AI เข้าถึงได้ง่ายที่สุด
👉🏻 สำหรับคนที่ชอบ Practical AI แบบที่ต้องลงมือทำจริง ๆ บอกเลยว่าถูกใจ Howard แน่ ๆ เพราะเขาชอบแชร์ทริคและ Inspiration ให้ผู้คนที่อยากเริ่มใช้ AI ให้ใช้ได้จริงและทั่วถึง
✨ Demis Hassabis ()
👉🏻 อัจฉริยะด้านเกมหมากรุกที่ผันตัวมาเป็นนักประสาทวิทยา แถมเป็นผู้ก่อตั้ง DeepMind บริษัทด้าน AI ที่หลายคนยังตราตรึง (ปัจจุบันได้กลายไปเป็นของ Google แล้ว)
👉🏻 Hassabis ชื่นชอบด้านการพัฒนาและวิวัฒนาการที่ล้ำหน้าของ AI อย่างมาก เขามักจะแชร์ความเก่งกาจที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันของ AI ให้ผู้ติดตามทุกคนได้ชื่นชมไปพร้อมกัน
✨ Yann LeCun ()
👉🏻 หนึ่งในผู้บุกเบิกเทคโนโลยี Deep Learning ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานและหัวหน้า AI Scientist ที่บริษัท Meta หรือ Facebook ที่เรารู้จักกันดีสุด ๆ
👉🏻 ในฐานะที่เป็นผู้ผลักดันเทคโนโลยี Deep Learning ทำให้ผู้ติดตามสามารถฟันธงได้เลยว่างานวิจัยที่เขามาแชร์จะต้อง Advanced ขั้นสุด แถมยังเชื่อถือได้
👉🏻 และ LeCun ยังชอบอัปเดตความก้าวหน้าของงานวิจัยด้าน Neural Networks ที่เขากำลังพัฒนาอยู่อีกด้วย
✨ Andrej Karpathy ()
👉🏻 ผู้นำทีมพัฒนาระบบการมองเห็นของ Autopilot จากบริษัท Tesla แถมยังเป็นหนึ่งในทีมผู้ก่อตั้ง OpenAI และเป็นครูสอนด้าน AI ที่ทั่วโลกยอมรับกันอีกด้วย
👉🏻 Karpathy จะคอยเจาะลึกข่าวสารด้านเทคโนโลยี AI และนำมาแชร์ให้ฟังกันในภาษาง่าย ๆ ไม่ว่าจะข่าวสารทั่วไปหรือระดับ Advanced เขาก็จะนำมาเรียบเรียงให้อ่านง่ายที่สุด
💡 จะเห็นว่าทั้ง 9 กูรูที่หยิบยกมาแชร์ในวันนี้ ล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ตัวจริงกันทั้งนั้น ใครที่ผ่านมาเห็นโพสต์นี้อย่าลืมไปส่องและติดตามกันนะคะ บอกเลยไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ส่วนใครที่ติดตามไว้อยู่แล้ว อย่าลืมมาขายกูรู AI ในดวงใจแล้วชวนกันไปติดตามนะคะ

Reference: Jason Kuperberg (2024). The Top AI Influencers on Twitter To Follow in 2024. From https://www.hyperwriteai.com/blog/top-ai-influencers-to-follow-on-twitter
____________________________________

🦾 แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้ AI จะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานหรือ ‘พนักงาน’ ในองค์กร ดังนั้น ผู้นำองค์กรที่กำลังอ่านโพสต์นี้กันอยู่จึงควรเริ่มวางแผนลงทุนในทักษะและความสามารถด้าน AI เพื่อให้องค์กรของคุณก้าวทันเทรนด์ และได้เปรียบกว่าใครในตลาดปัจจุบัน
[📌 สำหรับเทรนนิ่งระดับองค์กรเท่านั้น]
Data Cafe พร้อมนำทีมงานมากประสบการณ์ที่ Transform องค์กรมาแล้วทุกอุตสาหกรรม เทรนพนักงานหรือทีมของคุณในด้าน AI เพื่อประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างเท่าทัน โดยเป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อการประยุกต์ใช้งานได้จริง!
🎯 Introduction to Generative AI
🔸 คอร์สเริ่มต้นเพื่อสร้าง Awareness และเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI ให้กับพนักงาน
🔸 เรียนทั้งทฤษฎีและอัดแน่นด้วยเวิร์กชอปที่จะเสริมความเข้าใจด้าน AI รวมถึงสามารถปรับแต่งหลักสูตรให้เข้ากับธุรกิจและเป้าหมายขององค์กรได้
🎯 Generative AI Application
🔸 1 ในซีรี่ส์ AI ของเราที่จะสอนเกี่ยวกับการใช้งาน Gen-AI โดยเป็นส่วนที่เน้นการใช้เครื่องมือตามที่ลูกค้าต้องการเรียนรู้
🔸 โดย 1 ในเครื่องมือที่เราสอน คือ ChatGPT ที่จะสอนตั้งแต่การเข้าใจเบื้องหลังการทำงานและการเขียน Prompt ให้ได้คำตอบที่ดีจากการเข้าใจการทำงานของ AI
🎯 Copilot and Effective Prompting
🔸 คอร์สสอนใช้งาน Copilot for Microsoft 365 ที่มีทั้งหลักการ Prompt และแนวทางการใช้งานจริงใน 5 โปรแกรม Microsoft ให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานได้จริง
🎯 ChatGPT/Gemini + Prompting
🔸 ทักษะการเขียน Prompt ถือเป็นทักษะหลักในการใช้งาน AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเครื่องมือที่สนใจได้ เราพร้อมขน Use Case และ Workshop เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือจริงและใช้ได้จริงในการทำงาน
📢 หรือหากองค์กรไหนกำลังมองหาที่ปรึกษาด้าน AI ทั้งการสร้างแชตบอตในระดับองค์กร หรือเซอร์วิสด้าน AI อื่น ๆ พวกเราเองก็มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านโปรเจ็กต์มาแล้วหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมยินดีเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งแห่งความสำเร็จ นำพาองค์กรของท่านให้สามารถก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของ AI ได้
🦾 สามารถติดต่อสอบถามได้ทาง Inbox แฟนเพจ หรือ [email protected]

📌 จะใช้ AI ในองค์กรต้องมีจริยธรรม💡 10 หลักการนำธุรกิจยั่งยืน💻 เมื่อมีการเติบโตของ AI ก็ต้องมีการพูดถึงจริยธรรมในการผสมผส...
26/03/2025

📌 จะใช้ AI ในองค์กรต้องมีจริยธรรม
💡 10 หลักการนำธุรกิจยั่งยืน
💻 เมื่อมีการเติบโตของ AI ก็ต้องมีการพูดถึงจริยธรรมในการผสมผสาน AI เข้ากับธุรกิจตามกันมา เริ่มมีการให้ความสำคัญในการดูแลเรื่องจริยธรรม การกำกับดูแล และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
💻 โดยเฉพาะการรับรองว่า AI เป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมายหรือชื่อเสียงของแบรนด์
🎯 วันนี้ Data Cafe จึงจะมาแชร์ 10 หลักการโดยสหประชาชาติ เพื่อจัดการกับความท้าทายทางจริยธรรมจาก AI ให้องค์กรใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบและคำนึงถึงผลกระทบทางสังคม
1️⃣ อย่าใช้ AI ให้ก่อเกิดอันตราย
🔹 หลักการแรกคือเน้นการนำระบบ AI มาใช้และต้องหลีกเลี่ยงผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ธรรมชาติหรือการเมือง
🔹 การออกแบบวงจรของ AI ควรเคารพและปกป้องสิทธิและเสรีภาพของมนุษย์ และควรมีการตรวจสอบระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดความเสียหายในระยะยาว
2️⃣ หลีกเลี่ยงการใช้ AI เพียงเพราะต้องใช้ AI
🔹 การใช้ AI ควรมีเหตุผลและไม่เกินความจำเป็น อย่าให้เกิดการใช้เทคโนโลยีอย่างเกินขอบเขต ควรใช้ AI อย่างสมดุลกับความต้องการของมนุษย์ และไม่ควรใช้ในทางที่ทำให้เกิดการละเมิดศักดิ์ศรีของมนุษย์
3️⃣ ความปลอดภัยและการรักษาความมั่นคง
🔹 ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการรักษาความมั่นคงของการใช้ AI ในองค์กรนั้น ควรต้องระบุ จัดการและลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นควรมีการใช้กรอบการดูแลและความปลอดภัยที่เหมือนกับในธุรกิจอื่นๆ
4️⃣ ความเสมอภาค
🔹 AI ควรนำมาใช้เพื่อให้เกิดการกระจายผลประโยชน์ ความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม และป้องกันการมีอคติ การหลอกลวง การเลือกปฏิบัติ และการตีตราในทุกรูปแบบ
5️⃣ ความยั่งยืน
🔹 AI ควรมุ่งส่งเสริมความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งควรมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบเชิงลบ รวมถึงผลกระทบต่อคนรุ่นหลัง
6️⃣ ความเป็นส่วนตัว การปกป้องและการกำกับดูแลข้อมูล
🔹 ควรมีการจัดตั้งหรือเสริมสร้างกรอบการปกป้องข้อมูลและกลไกการกำกับดูแลข้อมูลเพื่อให้มั่นใจว่าความเป็นส่วนตัวและสิทธิของบุคคลจะได้รับการคุ้มครองตามแนวทางทางกฎหมาย
7️⃣ การควบคุมโดยมนุษย์
🔹 ควรมีการรับประกันการควบคุมโดยมนุษย์เพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์จากการใช้ AI นั้นยุติธรรมและเหมาะสม โดยใช้หลักการออกแบบที่เน้นมนุษย์ และให้มนุษย์สามารถเข้าไปตัดสินใจในทุกขั้นตอนเกี่ยวกับการใช้ AI และสามารถยกเลิกการตัดสินใจใดๆ ที่ AI ทำได้
8️⃣ ความโปร่งใสและต้องอธิบายได้
🔹 ทุกคนที่ใช้ AI ควรเข้าใจระบบที่ใช้ รวมทั้งเข้าใจกระบวนการตัดสินใจและผลกระทบจากระบบ AI อีกทั้งยังควรแจ้งให้ผู้ใช้ทราบเมื่อการ AI ทำการตัดสินใจเกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพหรือผลประโยชน์ของมนุษย์ และควรอธิบายให้เข้าใจง่าย
9️⃣ ความรับผิดชอบและการตรวจสอบ
🔹 หลักการข้อนี้เน้นเรื่องการตรวจสอบและการป้องกันบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นพยานในการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้ AI ควรมีการกำกับดูแลเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางจริยธรรมและกฎหมายของมนุษย์ต่อการตัดสินใจที่ทำโดย AI ด้วย
🔟 ความหลากหลายและการมีส่วนร่วม
🔹 ควรมีการออกแบบ ใช้งานและนำระบบ AI มาใช้โดยคำนึงถึงความหลากหลาย คำนึงถึงการทำงานร่วมกันจากหลายสาขา และการมีส่วนร่วมที่รวมถึงความเสมอภาคทางเพศ รวมทั้งควรมีการแจ้งและปรึกษากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ AI
🏆 การผสาน AI โดยยึดหลักการเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรของคุณมั่นใจได้ว่าการประยุกต์ใช้ AI ในองค์กรนั้นจะมีพื้นฐานทางจริยธรรมที่แข็งแกร่งและมั่นคง

Reference: Hugo Farinha. (2025). The ethics of AI and how they affect you. from https://www.artificialintelligence-news.com/news/the-ethics-of-ai-and-how-they-affect-you/.

—---------------------------------------------------------------

🦾 แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้ AI จะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานหรือ ‘พนักงาน’ ในองค์กร ดังนั้น ผู้นำองค์กรที่กำลังอ่านโพสต์นี้กันอยู่จึงควรเริ่มวางแผนลงทุนในทักษะและความสามารถด้าน AI เพื่อให้องค์กรของคุณก้าวทันเทรนด์ และได้เปรียบกว่าใครในตลาดปัจจุบัน
[📌 สำหรับเทรนนิ่งระดับองค์กรเท่านั้น]
Data Cafe พร้อมนำทีมงานมากประสบการณ์ที่ Transform องค์กรมาแล้วทุกอุตสาหกรรม เทรนพนักงานหรือทีมของคุณในด้าน AI เพื่อประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างเท่าทัน โดยเป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อการประยุกต์ใช้งานได้จริง!
🎯 Introduction to Generative AI
🔸 คอร์สเริ่มต้นเพื่อสร้าง Awareness และเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI ให้กับพนักงาน
🔸 เรียนทั้งทฤษฎีและอัดแน่นด้วยเวิร์กชอปที่จะเสริมความเข้าใจด้าน AI รวมถึงสามารถปรับแต่งหลักสูตรให้เข้ากับธุรกิจและเป้าหมายขององค์กรได้
🎯 Generative AI Application
🔸 1 ในซีรี่ส์ AI ของเราที่จะสอนเกี่ยวกับการใช้งาน Gen-AI โดยเป็นส่วนที่เน้นการใช้เครื่องมือตามที่ลูกค้าต้องการเรียนรู้
🔸 โดย 1 ในเครื่องมือที่เราสอน คือ ChatGPT ที่จะสอนตั้งแต่การเข้าใจเบื้องหลังการทำงานและการเขียน Prompt ให้ได้คำตอบที่ดีจากการเข้าใจการทำงานของ AI
🎯 Copilot and Effective Prompting
🔸 คอร์สสอนใช้งาน Copilot for Microsoft 365 ที่มีทั้งหลักการ Prompt และแนวทางการใช้งานจริงใน 5 โปรแกรม Microsoft ให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานได้จริง
🎯 ChatGPT/Gemini + Prompting
🔸 ทักษะการเขียน Prompt ถือเป็นทักษะหลักในการใช้งาน AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเครื่องมือที่สนใจได้ เราพร้อมขน Use Case และ Workshop เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือจริงและใช้ได้จริงในการทำงาน
📢 หรือหากองค์กรไหนกำลังมองหาที่ปรึกษาด้าน AI ทั้งการสร้างแชตบอตในระดับองค์กร หรือเซอร์วิสด้าน AI อื่น ๆ พวกเราเองก็มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านโปรเจ็กต์มาแล้วหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมยินดีเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งแห่งความสำเร็จ นำพาองค์กรของท่านให้สามารถก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของ AI ได้
🦾 สามารถติดต่อสอบถามได้ทาง Inbox แฟนเพจ หรือ [email protected]

👥 AI จะเข้ามาพลิกโฉมงานของชาว L&D และ HR ในปี 2025 ไปยังไงบ้าง?🤖 ในยุคที่ AI เป็นมากกว่า Tools ช่วยงานของชาว L&D และ HR ...
25/03/2025

👥 AI จะเข้ามาพลิกโฉมงานของชาว L&D และ HR ในปี 2025 ไปยังไงบ้าง?
🤖 ในยุคที่ AI เป็นมากกว่า Tools ช่วยงานของชาว L&D และ HR ที่ไม่ใช่แค่ช่วยลดงานรูทีนหรืองานซ้ำ ๆ แต่ยังเข้ามาช่วยพัฒนาทักษะของพนักงานไปได้อีกขั้น แถมยังวางแผนกลยุทธ์งานด้าน HR ให้ตอบโจทย์โลกอนาคตได้ไปพร้อมกันอีกด้วย!
🔥 ยิ่งในโลกปัจจุบันที่หลายบริษัทเริ่มต้องการพนักงานที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีมากกว่าเก่า ทำให้หลาย ๆ คนที่อยากถูก Choose ต้องเริ่มพัฒนาทักษะตัวเองให้ทันโลก
💻 ในฐานะ L&D หรือ HR ที่มีหน้าที่ดูแลและพัฒนาพนักงานเอง จึงจำเป็นต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อให้รู้เท่าทันยุคของ AI ยิ่งในปีนี้ยิ่งต้องเตรียมความพร้อมให้พนักงานขององค์กรมีทักษะที่เหมาะกับยุคอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถใช้งาน AI ได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทีนี้เราลองไปดูกันค่ะ ว่า AI จะเข้ามาพลิกโฉมงานของชาว L&D และ HR ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและง่ายขึ้นได้มากแค่ไหน
🦾 ช่วยอัปสกิลพนักงานให้ถูกจุดกว่าเดิม
🔸 ตอนนี้ทักษะสำคัญกว่าตำแหน่งงานมาก ๆ หลายองค์กรจึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของพนักงานให้เหมาะสมกับแต่ละคนมากขึ้น แทนที่จะยึดติดกับตำแหน่งแบบเดิม ๆ
🔸 โดย AI จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์ทักษะที่พนักงานแต่ละคนมีอยู่ หาช่องว่าง ออกแบบโปรแกรมการพัฒนาให้เหมาะสม และวางแผนเส้นทางให้กับพนักงานได้สอดคล้องกับตัวตนและเป้าหมายขององค์กรมากขึ้น
🔸 นอกจากนี้ ยังช่วยให้พนักงานได้รับการเรียนรู้ที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น เช่น แนะนำคอร์สเรียนที่น่าสนใจ เพื่อให้พนักงานได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน
🔑 ปรับให้เป็นการเรียนรู้เฉพาะบุคคลมากขึ้น
🔸 หลักสูตรเดียวอาจไม่เหมาะกับทุกคนเสมอไป AI จึงเข้ามาสร้างระบบการเรียนรู้แบบ "Just-in-time" ให้พนักงานสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้เฉพาะช่วงเวลาที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น
🔸 เช่น หากในวันนั้นพนักงานต้องเตรียมการประชุมด่วน ระบบ AI จะช่วยแนะนำบทเรียนสั้น ๆ เพื่ออัปสกิลด้านการสื่อสารและการนำเสนอข้อมูลให้แบบเรียลไทม์ ทำให้พนักงานสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ทันที
🔸 นอกจากนี้ ยังช่วยชาว L&D และ HR วางแผนสร้างเนื้อหาการฝึกอบรมให้เสร็จเร็วกว่าเดิมแถมมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ จากการวิเคราะห์และค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ ช่วยปรับแต่งให้เหมาะกับพนักงานแต่ละคนได้ทันที
🏆 ช่วยขับเคลื่อนมุ่งสู่ความสำเร็จได้ไวขึ้น
🔸 AI เป็นมากกว่าเทคโนโลยี เพราะเป็นเหมือนตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมภายในองค์กรอย่างรวดเร็ว ในฐานะ HR จึงมีหน้าที่ช่วยให้พนักงานปรับตัวเข้ากับ AI และใช้ AI เสริมศักยภาพการทำงานให้ได้สูงสุด
🔸 แน่นอนว่าพนักงานทุกคนต้องมีความกังวลด้านความมั่นคงในการทำงานเมื่อมี AI เข้ามา HR จึงจำเป็นต้องสื่อสารให้เข้าใจว่า AI จะไม่มีวันมาแทนที่พวกเขา แต่เป็นตัวช่วยให้พวกเขาทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีโอกาสเติบโตในอาชีพการงานมากขึ้น
🔸 นอกจากนี้ ยังช่วยวางแผนกลยุทธ์ด้าน HR ให้ตอบโจทย์กับตลาดแรงงานในระยะยาวได้ รวมถึงการวางแผนพัฒนาทักษะพนักงาน การออกแบบเส้นทางอาชีพ ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมใหม่ ๆ ให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย
📌 AI ไม่ได้จะมาแทนที่เรา แต่เข้ามาช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น : )

Reference: Gretchen Alarcon (2025). How AI Will Reshape L&D and HR in 2025. From https://trainingmag.com/how-ai-will-reshape-ld-and-hr-in-2025/
🦾 แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้ AI จะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานหรือ ‘พนักงาน’ ในองค์กร ดังนั้น ชาว L&D และ HR ที่กำลังอ่านโพสต์นี้กันอยู่จึงควรเริ่มวางแผนลงทุนในทักษะและความสามารถด้าน AI เพื่อให้องค์กรของคุณก้าวทันเทรนด์ และได้เปรียบกว่าใครในตลาดปัจจุบัน
✅ ยิ่งองค์กรไหนต้องการก้าวสู่ยุคของ AI อย่างเต็มตัวจนสามารถนำมาใช้ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับข้อมูลจนสามารถสร้าง Value ให้กับองค์กรได้ ก็ควรมองหาที่ปรึกษาด้าน AI รวมถึงคอร์สเทรนนิ่งเพื่ออัปสกิลความสามารถให้กับพนักงานอยู่เสมอ
[📌 สำหรับเทรนนิ่งระดับองค์กรเท่านั้น]
Data Cafe พร้อมนำทีมงานมากประสบการณ์ที่ Transform องค์กรมาแล้วทุกอุตสาหกรรม เทรนพนักงานหรือทีมของคุณในด้าน AI เพื่อประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างเท่าทัน โดยเป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อการประยุกต์ใช้งานได้จริง!
🎯 Introduction to Generative AI
🔸 คอร์สเริ่มต้นเพื่อสร้าง Awareness และเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI ให้กับพนักงาน
🔸 เรียนทั้งทฤษฎีและอัดแน่นด้วยเวิร์กชอปที่จะเสริมความเข้าใจด้าน AI รวมถึงสามารถปรับแต่งหลักสูตรให้เข้ากับธุรกิจและเป้าหมายขององค์กรได้
🎯 Generative AI Application
🔸 1 ในซีรี่ส์ AI ของเราที่จะสอนเกี่ยวกับการใช้งาน Gen-AI โดยเป็นส่วนที่เน้นการใช้เครื่องมือตามที่ลูกค้าต้องการเรียนรู้
🔸 โดย 1 ในเครื่องมือที่เราสอน คือ ChatGPT ที่จะสอนตั้งแต่การเข้าใจเบื้องหลังการทำงานและการเขียน Prompt ให้ได้คำตอบที่ดีจากการเข้าใจการทำงานของ AI
🎯 Copilot and Effective Prompting
🔸 คอร์สสอนใช้งาน Copilot for Microsoft 365 ที่มีทั้งหลักการ Prompt และแนวทางการใช้งานจริงใน 5 โปรแกรม Microsoft ให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานได้จริง
🎯 ChatGPT/Gemini + Prompting
🔸 ทักษะการเขียน Prompt ถือเป็นทักษะหลักในการใช้งาน AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเครื่องมือที่สนใจได้ เราพร้อมขน Use Case และ Workshop เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือจริงและใช้ได้จริงในการทำงาน
📢 หรือหากองค์กรไหนกำลังมองหาที่ปรึกษาด้าน AI ทั้งการสร้างแชตบอตในระดับองค์กร หรือเซอร์วิสด้าน AI อื่น ๆ พวกเราเองก็มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านโปรเจ็กต์มาแล้วหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมยินดีเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งแห่งความสำเร็จ นำพาองค์กรของท่านให้สามารถก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของ AI ได้
🦾 สามารถติดต่อสอบถามได้ทาง Inbox แฟนเพจ หรือ [email protected]

💻📍 Agentic AI ทำงานอย่างไร? เวอร์ชันเข้าใจง่าย🚀 แชตบอท AI ที่เรารู้จักทุกวันนี้ ใช้ Generative AI ในการตอบคำถามโดยอ้างอิ...
24/03/2025

💻📍 Agentic AI ทำงานอย่างไร? เวอร์ชันเข้าใจง่าย
🚀 แชตบอท AI ที่เรารู้จักทุกวันนี้ ใช้ Generative AI ในการตอบคำถามโดยอ้างอิงจากการโต้ตอบแต่ละครั้ง เมื่อมีคนส่งคำถามไป แชตบอทจะใช้การประมวลผลภาษาธรรมชาติเพื่อสร้างคำตอบ
🤔 วันนี้เราจะมาพูดถึงก้าวต่อไปของ AI นั่นก็คือ “Agentic AI” ที่หลายคนอาจได้ยินคำนี้ผ่านหูกันมาบ้าง
🎯 โดย Agentic AI นั้นสามารถใช้เหตุผลที่ซับซ้อนและวางแผนแบบวนซ้ำเพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนหลายขั้นตอนได้อัตโนมัติ เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงการดำเนินงานในหลากหลายอุตสาหกรรม
🎯 Agentic AI สามารถรับข้อมูลจำนวนมากจากแหล่งข้อมูลและแอปพลิเคชันภายนอก เพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหา พัฒนากลยุทธ์ และดำเนินการได้อย่างอิสระ
🎯 ปัจจุบันธุรกิจต่างๆ เริ่มนำ Agentic AI มาใช้เพื่อปรับแต่งบริการลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาซอฟต์แวร์ และอำนวยความสะดวกในการดูแลผู้ป่วยแล้ว
❓ แล้ว Agentic AI ทำงานอย่างไร?
🧩 Agentic AI ใช้กระบวนการแก้ปัญหา 4 ขั้นตอน
1️⃣ รับรู้ (Perceive)
🔹 AI รวบรวมและประมวลผลข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น เซ็นเซอร์ ฐานข้อมูล และอินเทอร์เฟซดิจิทัล โดยแยกข้อมูลที่มีนัยสำคัญจากแหล่งข้อมูล ตรวจจับและจำแนกวัตถุในภาพหรือวิดีโอ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมหรือข้อมูลที่ได้รับ
2️⃣ ให้เหตุผล (Reason)
🔹 โมเดลภาษาขนาดใหญ่ทำหน้าที่เป็นตัวประสานงาน วิเคราะห์งาน สร้างแนวทางแก้ไข และเชื่อมต่อกับโมเดลเฉพาะทาง เช่น การสร้างเนื้อหา การประมวลผลภาพ หรือระบบแนะนำ โดยสามารถดึงมาใช้ผ่านเทคนิคอย่าง Retrieval-Augmented Generation (RAG) เพื่อเข้าถึงแหล่งข้อมูลและให้ผลลัพธ์แม่นยำและตรงจุด
3️⃣ ดำเนินการ (Act)
🔹 AI สามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วผ่านการเชื่อมต่อ API กับเครื่องมือและซอฟต์แวร์ต่างๆ โดยสามารถกำหนดข้อจำกัดเพื่อให้แน่ใจว่าทำงานได้ถูกต้อง เช่น แชตบอทฝ่ายบริการลูกค้าอาจอนุมัติการเคลมประกันได้ในวงเงินที่กำหนด ส่วนยอดเกินกว่ากำหนดต้องให้มนุษย์ตรวจสอบ
4️⃣ เรียนรู้ (Learn)
🔹 AI ปรับปรุงตัวเองอย่างต่อเนื่องผ่านกลไกป้อนกลับ หรือ “data flywheel” ซึ่งข้อมูลจากการโต้ตอบจะถูกนำกลับมาใช้ปรับปรุงโมเดล ส่งผลให้ AI มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้ดีขึ้นและทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Reference: Erik Pounds. (2024). What Is Agentic AI?. from https://blogs.nvidia.com/blog/what-is-agentic-ai/.

—--------------------------------------------------------------------------------------

🏆 หากองค์กรใดสนใจ Agentic AI เพื่อการใช้งานในองค์กร Data Cafe ยินดีเป็นผู้ให้คำปรึกษา พร้อมทั้งเทรนนิ่งการใช้งาน เวิร์กชอปการสร้าง Agentic AI ในรูปแบบแชตบอตตอบคำถามแบบลงมือทำจริง
📌 คอร์ส Build Your Own AI Chatbot ระดับองค์กร (ผู้เรียนขั้นต่ำ 15 ท่าน)
ในยุคที่ AI ระดับองค์กรกลายเป็นเรื่องที่หลายธุรกิจต้องการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิด Business Impact ความสามารถของ AI Agent หรือผู้ช่วย AI เพื่อช่วยการทำงานในชีวิตประจำวันจึงถือเป็นอีก Top Tech ที่ควรสร้าง Awareness และอัปสกิลพนักงานภายใน
🧩 ทำไมต้องเรียนสร้างแชตบอตกับ Data Cafe
🎯 แน่นด้วยทฤษฎี
🎯 จัดเต็มด้วยการเรียนรู้แบบลงมือทำมือ
🎯 ผู้เรียนจะมีผู้ช่วย AI กลับไปต่อยอดเพื่อการทำงานจริงแบบเห็นผลลัพธ์
🎯 จากผู้สอนมากประสบการณ์ที่ Transform องค์กรมาแล้วหลายอุตสาหกรรม
🎯 และทีมงานผู้ช่วยทั่วถึงเพื่อช่วยให้ผู้เรียนตามทันไปพร้อมกัน
🧩 คอร์สนี้เหมาะกับใคร
🎯 พนักงานในองค์กรทุกฝ่ายที่ต้องทำงานกับข้อมูลจำนวนมาก หรือต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ เดิม ๆ และต้องการสร้างแชตบอตด้วยตัวเองเพื่อช่วยลดปริมาณงาน
✅👉🏻 สนใจทั้งเทรนนิ่งหรือบริการให้คำปรึกษา ติดต่อ Inbox แฟนเพจ Data Cafe Thailand หรือ [email protected]

ที่อยู่

199 S-OASIS Building, 11th Floor, , Vibhavadi-Rangsit Road, Chom Phon, , Chatuchak
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Data Café Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Data Café Thailand:

แชร์