Energy Man-ผู้ตรวจและรับรองการจัดการพลังงาน

Energy Man-ผู้ตรวจและรับรองการจัดการพลังงาน ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน บริการทางธุรกิจด้านพลังงาน

09/12/2025

Autoclave app ลดต้นทุนพลังงานโรงงานอาหาร: วิธีคำนวณ SEC หม้อฆ่าเชื้อ คุณเคยสงสัยไหมว่าหม้อฆ่าเชื้อกินไอน้ำไปเท่าไหร่?

04/12/2025

"เตาหลอมอลูมิเนียม LPG" ระบบเผาไหม้ของคุณ สมบูรณ์แค่ไหน?การปรับจูนเตาหลอมด้วย "ความรู้สึก" หรือ "ดูเปลวไฟด้วยตาเปล่า" อาจไม่เพียงพออีกต่อไปในยุคที่ต้องแข่งกันด้วยประสิทธิภาพครับในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานความร้อน ผมให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์เตาหลอมด้วยเครื่องมือมาตรฐาน:📊 Flue Gas Analysis: วัดค่า %O_2, CO, CO_2 และ Excess Air เพื่อหาจุด Optimal Combustion🌡️ Thermal Imaging: สแกนหาจุด Hot Spot การรั่วไหลของฉนวนผนังเตา📉 Specific Energy Consumption (SEC): วิเคราะห์ค่าการใช้พลังงานต่อหน่วยผลผลิต (kg LPG / Ton Al)ผลลัพธ์ที่ได้:ประหยัดเชื้อเพลิง LPG ทันทีหลังปรับตั้งลดการเกิด Dross (ขี้เตา) จากการควบคุมบรรยากาศในเตาที่ดีขึ้นยืดอายุการใช้งานของวัสดุทนไฟ (Refractory)🛠️ ยกระดับกระบวนการผลิตของคุณด้วยข้อมูลที่แม่นยำสนใจบริการตรวจวัดประสิทธิภาพพลังงาน ติดต่อเราครับ[โทร/Line :0985623988 (EnergyMan)] #ตรวจวัดประสิทธิภาพเตาหลอมอลูมิเนียม #ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน

03/12/2025
03/12/2025

ตรวจวัดประสิทธิภาพเตาหลอมอลูมิเนียม NG
🔥 คุณกำลังจ่ายค่าแก๊สแพงเกินจริงอยู่หรือเปล่า? 🔥 ขี้เตา (Dross) เยอะผิดปกติ เงินหายไปกับกองขี้เถ้าเท่าไหร่แล้ว?

การมองด้วยตาเปล่า ไม่สามารถบอกค่าความสูญเสียได้! ให้เราช่วย "X-Ray" ระบบการเผาไหม้ของคุณด้วยการ ตรวจวัดประสิทธิภาพเตาหลอม (Furnace Efficiency Audit) ✅ เจาะลึกด้วย Heat Balance Diagram ✅ รู้ค่าการใช้พลังงานต่อตัน (SEC) ที่แท้จริง ✅ ชี้จุดรั่วไหล ทั้งทางปล่อง ผนังเตา และการเกิด Dross #ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน #ตรวจวัดประสิทธิภาพเตาหลอมอลูมิเนียม

02/12/2025

การตรวจวัดประสิทธิภาพหม้อไอน้ำ HRSG (ไอเสียออกจาก Gas Turbine) อ้างอิงจาก ASME PCT4.4

27/11/2025

🏭 **มุมมองสำหรับโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (

26/11/2025

🏭 การหาประสิทธิภาพหม้อไอน้ำก๊าซธรรมชาติรวมไปถึง LPG (Boiler Efficiency) ตามมาตรฐาน JIS B 8222

มาตรฐาน JIS B 8222 จะเน้นที่การทำบัญชีความร้อน (Heat Balance) โดยใช้ ค่าความร้อนต่ำ (Lower Heating Value: LHV) ของเชื้อเพลิงเป็นหลักในการคำนวณ -----1. วิธีที่ 1: วิธีตรง (Direct Method / วัดเข้า-วัดออก)
หลักการง่ายๆ: วัดพลังงานที่หม้อไอน้ำผลิตได้ (ไอน้ำ) เทียบกับพลังงานเชื้อเพลิงที่ใส่เข้าไป
เหมาะสำหรับ: การติดตามประสิทธิภาพประจำวัน
ข้อจำกัด: ความแม่นยำขึ้นอยู่กับความเที่ยงตรงของมิเตอร์วัดไอน้ำและเชื้อเพลิง
สูตรแบบง่าย: ประสิทธิภาพ (วิธีตรง) = (พลังงานที่ได้ออก (Qout) / พลังงานที่ใส่เข้า (Qin)) x 100
-----2. วิธีที่ 2: วิธีอ้อม (Indirect Method / วัดความสูญเสีย)
หลักการง่ายๆ: วัดความสูญเสียพลังงานในจุดต่างๆ ที่เกิดขึ้น แล้วนำไปลบออกจาก 100%
เหมาะสำหรับ: การวิเคราะห์ปัญหา (Troubleshooting) และการตรวจสอบพลังงาน (Energy Audit) เพราะจะช่วยระบุได้ว่าพลังงานหายไปที่จุดไหนบ้าง
สูตรแบบง่าย: ประสิทธิภาพ (วิธีอ้อม) = 100 - (ผลรวมความสูญเสียทั้งหมด)
ความสูญเสียหลัก (สำหรับก๊าซธรรมชาติ ตาม JIS B 8222):
ความสูญเสียจากไอเสียแห้ง (L1): ความร้อนที่ปล่อยออกทางปล่องควัน เป็นการสูญเสียที่มากที่สุด
ความสูญเสียจากไฮโดรเจนในเชื้อเพลิง (L2): ไฮโดรเจนในเชื้อเพลิงเมื่อเผาไหม้จะกลายเป็นไอน้ำและพาความร้อนออกไป
ความสูญเสียอื่นๆ ที่สำคัญ (Lothers):
L3: ความชื้นในอากาศ
L4: การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ (วัดค่า CO หากจูน Burner ดี ค่านี้ควรเข้าใกล้ 0)
L5: การแผ่รังสีและความร้อนที่ผิวหม้อไอน้ำ
L6: การโบลว์ดาวน์ (ระบายน้ำทิ้งเพื่อควบคุมคุณภาพน้ำ)
-----📊 สรุปเปรียบเทียบการใช้งาน
หัวข้อเปรียบเทียบ
วิธีทางตรง (Direct Method)
วิธีทางอ้อม (Indirect Method)
ความซับซ้อน
ง่าย (ถ้ามีมิเตอร์วัด)
ซับซ้อน (ต้องวัดและวิเคราะห์ไอเสีย)
เครื่องมือ
มิเตอร์วัดไอน้ำ, มิเตอร์วัดเชื้อเพลิง
เครื่องวิเคราะห์ก๊าซไอเสีย, เทอร์โมมิเตอร์
ความแม่นยำ
ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับมิเตอร์)
สูง (เพราะวัดที่ส่วนที่หายไป)
วัตถุประสงค์
ติดตามภาพรวม / คำนวณต้นทุน
หาสาเหตุการสูญเสีย / ปรับปรุงการทำงาน
จุดเด่น
เห็นผลลัพธ์รวมทันที
รู้จุดที่ต้องซ่อมแซมหรือปรับจูน Burner

-----💡 ข้อแนะนำเพิ่มเติม

สำหรับหม้อไอน้ำที่ใช้ ก๊าซธรรมชาติ สาเหตุหลักที่ทำให้ประสิทธิภาพตกคือ Excess Air (อากาศส่วนเกิน) ที่มากเกินไป การใช้ วิธีทางอ้อม โดยการวัดค่า O2 ในไอเสีย จะช่วยให้คุณปรับสัดส่วนอากาศต่อเชื้อเพลิง (Air-Fuel Ratio) ได้อย่างถูกต้อง เพื่อลดความสูญเสียจากไอเสียแห้ง (L1) ได้ทันที #ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน #ตรวจวัดประสิทธิภาพ LPG Boiler

26/11/2025

# การคำนวณประสิทธิภาพหม้อไอน้ำเชื้อเพลิงเหลว
# # อ้างอิง: JIS B8222:1993 (Liquid Fuel)

---

# # 📋 บทนำ

เอกสารนี้สรุปวิธีการตรวจวัดและคำนวณประสิทธิภาพหม้อไอน้ำที่ใช้เชื้อเพลิงเหลว (Liquid Fuel) เช่น น้ำมันเตา ดีเซล น้ำมันหนัก ตามมาตรฐาน **JIS B8222:1993** ซึ่งมี 2 วิธีหลัก คือ **Direct Method (วิธีทางตรง)** และ **Indirect Method (วิธีทางอ้อม)**

---

# # 🔥 วิธีที่ 1: Direct Method (วิธีทางตรง)

# # # หลักการ
วัดปริมาณความร้อนที่ใช้ประโยชน์ได้จริงในการผลิตไอน้ำ เปรียบเทียบกับความร้อนที่ได้จากเชื้อเพลิง

# # # อุปกรณ์ที่ต้องการ
1. **เครื่องวัดอัตราการไหลของเชื้อเพลิง** (Flow Meter)
2. **เครื่องวัดอัตราการไหลของไอน้ำ** (Steam Flow Meter)
3. **เครื่องวัดอุณหภูมิ** (Temperature Sensor)
- อุณหภูมิน้ำป้อน
- อุณหภูมิไอน้ำออก
4. **เครื่องวัดความดันไอน้ำ** (Pressure Gauge)
5. **มาตรวัดปริมาตรเชื้อเพลิง** (สำหรับวัดความหนาแน่น)

# # # ขั้นตอนการตรวจวัด

# # # # 1. เตรียมหม้อไอน้ำ
- ปรับหม้อไอน้ำให้ทำงานที่โหลดคงที่ (Steady State)
- รอให้ระบบเสถียรอย่างน้อย 30-60 นาที
- ตรวจสอบความดันและอุณหภูมิไอน้ำให้คงที่

# # # # 2. วัดปริมาณเชื้อเพลิง
- **วิธี 1:** ใช้ Flow Meter วัดอัตราการไหล (L/hr หรือ kg/hr)
- **วิธี 2:** วัดปริมาตรในถังเก็บเชื้อเพลิงตามเวลา
- วัดอุณหภูมิเชื้อเพลิงเพื่อหาความหนาแน่น (Density) ที่ 15°C
- **สูตรแปลง:** Fuel (kg) = Fuel (L) × Density (kg/L)

# # # # 3. วัดปริมาณไอน้ำ
- ใช้ Steam Flow Meter วัดอัตราการไหลไอน้ำ (kg/hr)
- วัดความดันไอน้ำ (bar g)
- วัดอุณหภูมิไอน้ำ (°C)

# # # # 4. วัดอุณหภูมิน้ำป้อน
- วัดอุณหภูมิน้ำที่เข้าหม้อไอน้ำ (°C)
- วัดที่จุดก่อนเข้า Economizer (ถ้ามี)

# # # # 5. หาค่า Enthalpy ไอน้ำ (hs)
- ใช้ Steam Tables หาค่า hs จากความดันและอุณหภูมิไอน้ำ
- สำหรับไอน้ำอิ่มตัว (Saturated Steam): ใช้ค่าจากตารางตามความดัน
- สำหรับไอน้ำยวดยิ่ง (Superheated Steam): ต้องพิจารณาอุณหภูมิด้วย

# # # สูตรการคำนวณ

# # # # 1. Enthalpy น้ำป้อน (hw)
```
hw = 4.187 × T (kJ/kg)
```
โดย: T = อุณหภูมิน้ำป้อน (°C)

# # # # 2. Steam to Fuel Ratio
```
Steam/Fuel Ratio = น้ำไอ (kg) / เชื้อเพลิง (kg)
```

# # # # 3. ประสิทธิภาพ (η)
```
η = (Steam/Fuel × (hs - hw)) / (LHV × 1000) × 100%
```

**โดยที่:**
- Steam/Fuel = อัตราส่วนน้ำไอต่อเชื้อเพลิง
- hs = Enthalpy ไอน้ำ (kJ/kg)
- hw = Enthalpy น้ำป้อน (kJ/kg)
- LHV = Lower Heating Value (MJ/kg)
- 1000 = ตัวแปลงหน่วย MJ → kJ

# # # ตัวอย่างการคำนวณ

**ข้อมูล:**
- เชื้อเพลิง = 1,000 ลิตร
- Density = 0.95 kg/L → เชื้อเพลิง = 950 kg
- น้ำไอ = 12,000 kg
- อุณหภูมิน้ำป้อน = 25°C
- ความดันไอน้ำ = 7 bar g → hs = 2773.72 kJ/kg
- LHV = 40.17 MJ/kg

**คำนวณ:**
1. hw = 4.187 × 25 = 104.68 kJ/kg
2. Steam/Fuel = 12,000 / 950 = 12.63
3. η = (12.63 × (2773.72 - 104.68)) / (40.17 × 1000) × 100
4. η = (12.63 × 2669.04) / 40,170 × 100
5. **η = 83.90%**

# # # ค่าเพิ่มเติมที่สามารถคำนวณได้

# # # # 1. พลังงานต่อลิตร (MJ/L)
```
Energy/Liter = (Steam × (hs - hw) / 1000) / Liters
```

# # # # 2. ไอน้ำต่อลิตร (kg Steam/L Fuel)
```
kg Steam/L = Steam (kg) / Fuel (liters)
```

# # # # 3. น้ำมันต่อตันไอน้ำ (L Fuel/ton Steam)
```
L Fuel/ton Steam = (Fuel Liters / Steam kg) × 1000
```

# # # ข้อดี - ข้อเสีย

**ข้อดี:**
- ✅ การคำนวณง่าย รวดเร็ว
- ✅ ไม่ต้องวิเคราะห์ก๊าซไอเสีย
- ✅ เหมาะสำหรับการตรวจสอบรวดเร็ว
- ✅ ใช้อุปกรณ์น้อย

**ข้อเสีย:**
- ❌ ต้องวัดอัตราการไหลทั้งเชื้อเพลิงและไอน้ำอย่างแม่นยำ
- ❌ ไม่ทราบรายละเอียดความสูญเสียแต่ละประเภท
- ❌ ความคลาดเคลื่อนจากการวัดมีผลมาก

---

# # 📉 วิธีที่ 2: Indirect Method (วิธีทางอ้อม)

# # # หลักการ
วัดความสูญเสียความร้อนประเภทต่างๆ แล้วนำมาหักออกจาก 100% เพื่อหาประสิทธิภาพ

```
η = 100% - (L1 + L2 + L3 + L4 + L5 + L6)
```

# # # อุปกรณ์ที่ต้องการ

1. **เครื่องวิเคราะห์ก๊าซไอเสีย** (Flue Gas Analyzer)
- วัด O₂, CO₂, CO
- วัดอุณหภูมิไอเสีย

2. **เครื่องวัดอุณหภูมิ**
- อุณหภูมิไอเสีย
- อุณหภูมิสิ่งแวดล้อม

3. **อุปกรณ์วิเคราะห์เชื้อเพลิง** (Ultimate Analysis)
- วิเคราะห์ %C, %H, %O, %S, %N, %Ash, %Moisture

4. **เครื่องวัดความชื้นอากาศ** (Humidity Meter)

5. **อุปกรณ์เก็บตัวอย่างเถ้าและฝุ่น**

# # # ขั้นตอนการตรวจวัด

# # # # 1. เตรียมหม้อไอน้ำ
- ปรับหม้อไอน้ำให้ทำงานที่โหลดคงที่
- รอให้ระบบเสถียร 30-60 นาที
- ตรวจสอบการเผาไหม้ปกติ

# # # # 2. วัดก๊าซไอเสีย
- ติดตั้ง Flue Gas Analyzer ที่ท่อไอเสีย
- วัดที่ตำแหน่งหลัง Air Heater (ถ้ามี)
- บันทึกค่า:
- **CO₂** (%) - ปกติ 12-15%
- **O₂** (%) - ปกติ 3-6%
- **CO** (%) - ควรต่ำกว่า 0.05%
- **อุณหภูมิไอเสีย** (°C)

# # # # 3. วัดอุณหภูมิสิ่งแวดล้อม
- วัดอุณหภูมิอากาศรอบๆ หม้อไอน้ำ (°C)
- วัดความชื้นสัมพัทธ์ (%) หรือ Absolute Humidity (kg/kg)

# # # # 4. วิเคราะห์เชื้อเพลิง (Ultimate Analysis)
- เก็บตัวอย่างเชื้อเพลิง
- ส่งวิเคราะห์หาองค์ประกอบ:
- **C** (Carbon) - ปกติ 85-88%
- **H** (Hydrogen) - ปกติ 10-12%
- **O** (Oxygen) - ปกติ 0.5-1%
- **S** (Sulfur) - ปกติ 0.1-1%
- **N** (Nitrogen) - ปกติ 0.1-0.5%
- **Ash** (เถ้า) - ปกติ < 0.1%
- **Moisture** (ความชื้น) - ปกติ < 0.1%

# # # # 5. หาค่า LHV (Lower Heating Value)
- ใช้ Bomb Calorimeter วัดความร้อน
- หรือคำนวณประมาณจากสูตร:
```
LHV ≈ 33.9C + 144.4(H-O/8) + 9.4S (MJ/kg)
```

# # # # 6. เก็บตัวอย่างเถ้าและฝุ่น
- เก็บเถ้าจากกระดาษรองเถ้า (Ash Pit)
- เก็บฝุ่นจาก Dust Collector
- วิเคราะห์ปริมาณคาร์บอนที่ไม่ไหม้หมด

# # # สูตรการคำนวณ

# # # # ขั้นตอนที่ 1: คำนวณอากาศทางทฤษฎี (A₀)
```
A₀ = (8.89×C + 26.7×(H - O/8) + 3.3×S) / 100
```
**หน่วย:** Nm³/kg fuel

**โดยที่:**
- C, H, O, S = เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักจาก Ultimate Analysis

# # # # ขั้นตอนที่ 2: คำนวณค่าความเกินอากาศ (λ)
```
λ = 21 / (21 - O₂%)
```

**ตัวอย่าง:**
- ถ้า O₂ = 4.5% → λ = 21 / (21 - 4.5) = 1.273
- Excess Air = (λ - 1) × 100% = 27.3%

# # # # ขั้นตอนที่ 3: คำนวณอากาศจริง (A)
```
A = A₀ × λ
```
**หน่วย:** Nm³/kg fuel

# # # # ขั้นตอนที่ 4: คำนวณไอเสียแห้งทางทฤษฎี (G₀)
```
G₀ = (8.89×C + 21.1×(H - O/8) + 3.3×S + 0.8×N) / 100
```
**หน่วย:** Nm³/kg fuel

# # # # ขั้นตอนที่ 5: คำนวณความชื้นจากการเผาไหม้ (Gw)
```
Gw = (1.24 × (9H + w)) / 100
```
**โดยที่:**
- H = เปอร์เซ็นต์ Hydrogen
- w = ความชื้นในเชื้อเพลิง = 0 (สำหรับเชื้อเพลิงเหลว)

**หน่วย:** Nm³/kg fuel

# # # # ขั้นตอนที่ 6: คำนวณความชื้นจากอากาศ (Gw1)
```
Gw1 = 1.61 × z × λ × A₀
```
**โดยที่:**
- z = Absolute Humidity (kg H₂O/kg dry air)

**หน่วย:** Nm³/kg fuel

# # # # ขั้นตอนที่ 7: คำนวณไอเสียแห้งจริง (Gdry)
```
Gdry = G₀ + (λ-1)×A₀
```
**หน่วย:** Nm³/kg fuel

# # # # ขั้นตอนที่ 8: คำนวณไอเสียรวม (G)
```
G = Gdry + Gw + Gw1
```
**หน่วย:** Nm³/kg fuel

# # # การคำนวณความสูญเสียความร้อน

# # # # L1: Dry Flue Gas Loss (ความสูญเสียจากไอเสียแห้ง)
```
L1 = (Gdry × Cp × ΔT / (LHV×1000)) × 100%
```

**โดยที่:**
- Gdry = ไอเสียแห้ง (Nm³/kg)
- Cp = 1.34 kJ/(Nm³·K) - ความร้อนจำเพาะของไอเสีย
- ΔT = Tf - Ta (อุณหภูมิไอเสีย - อุณหภูมิสิ่งแวดล้อม)
- LHV = ความร้อนต่ำสุดของเชื้อเพลิง (MJ/kg)
- 1000 = ตัวแปลง MJ → kJ

**หมายเหตุ:** L1 มักเป็นความสูญเสียสูงสุด ประมาณ 5-12%

# # # # L2: Moisture Loss (ความสูญเสียจากความชื้น)
```
L2 = ((Gw + Gw1) × 1.86 × ΔT / (LHV×1000)) × 100%
```

**โดยที่:**
- Gw = ความชื้นจากการเผาไหม้
- Gw1 = ความชื้นจากอากาศ
- 1.86 = ความร้อนจำเพาะของไอน้ำ (kJ/(kg·K))
- **สำคัญ:** สูตรนี้คำนวณเฉพาะ Sensible Heat เท่านั้น (ไม่รวม Latent Heat 2500 kJ/kg)

**หมายเหตุ:** L2 มักอยู่ประมาณ 3-8%

# # # # L3: Incomplete Combustion Loss (ความสูญเสียจาก CO)
```
L3 = (CO × G × 126.1 / (LHV×1000)) × 100%
```

**โดยที่:**
- CO = เปอร์เซ็นต์ CO ในไอเสีย (%)
- G = ไอเสียรวม (Nm³/kg)
- 126.1 = ค่าคงที่สำหรับการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

**หมายเหตุ:** L3 ควรต่ำกว่า 0.5% (ถ้าการเผาไหม้ดี)

# # # # L4: Unburned Carbon Loss (ความสูญเสียจากคาร์บอนไม่ไหม้)
```
L4 = Unburned Carbon (%)
```

**วิธีหา:**
- วิเคราะห์คาร์บอนในเถ้าและฝุ่น
- คำนวณจากสัดส่วนเถ้าที่เก็บได้

**หมายเหตุ:** L4 ควรต่ำกว่า 1%

# # # # L5: Radiation Loss (ความสูญเสียจากการแผ่รังสี)
```
L5 = Radiation Loss (%)
```

**วิธีประมาณ:**
- หม้อไอน้ำขนาดเล็ก (< 10 ton/hr): 2-3%
- หม้อไอน้ำขนาดกลาง (10-50 ton/hr): 1-2%
- หม้อไอน้ำขนาดใหญ่ (> 50 ton/hr): 0.5-1.5%

# # # # L6: Other Losses (ความสูญเสียอื่นๆ)
```
L6 = Other Loss (%)
```

**รวม:**
- ความสูญเสียจาก Blowdown
- ความสูญเสียจากการรั่วไหล
- ความสูญเสียอื่นๆ ที่ไม่ได้นับรวม

**ปกติ:** L6 ประมาณ 0.5-1%

# # # สูตรประสิทธิภาพสุดท้าย
```
η = 100% - (L1 + L2 + L3 + L4 + L5 + L6)
```

# # # ตัวอย่างการคำนวณแบบเต็ม

**ข้อมูลเชื้อเพลิง (Ultimate Analysis):**
- C = 87.5%
- H = 11.2%
- O = 0.8%
- S = 0.3%
- N = 0.1%
- Ash = 0.05%
- Moisture = 0.05%
- LHV = 40.17 MJ/kg

**ข้อมูลไอเสีย:**
- O₂ = 4.5%
- CO₂ = 13.5%
- CO = 0.01%
- Tf = 210°C
- Ta = 30°C
- Humidity = 0.0125 kg/kg

**ข้อมูลอื่นๆ:**
- Unburned Carbon = 0.5%
- Radiation Loss = 1.5%
- Other Loss = 0.5%

**คำนวณ:**

**1. คำนวณ A₀:**
```
A₀ = (8.89×87.5 + 26.7×(11.2 - 0.8/8) + 3.3×0.3) / 100
A₀ = (777.875 + 297.33 + 0.99) / 100
A₀ = 10.7620 Nm³/kg
```

**2. คำนวณ λ:**
```
λ = 21 / (21 - 4.5) = 21 / 16.5 = 1.2727
```

**3. คำนวณ A:**
```
A = 10.7620 × 1.2727 = 13.6972 Nm³/kg
```

**4. คำนวณ G₀:**
```
G₀ = (8.89×87.5 + 21.1×(11.2 - 0.8/8) + 3.3×0.3 + 0.8×0.1) / 100
G₀ = (777.875 + 235.01 + 0.99 + 0.08) / 100
G₀ = 10.1395 Nm³/kg
```

**5. คำนวณ Gw:**
```
Gw = (1.24 × (9×11.2 + 0)) / 100
Gw = (1.24 × 100.8) / 100 = 1.2499 Nm³/kg
```

**6. คำนวณ Gw1:**
```
Gw1 = 1.61 × 0.0125 × 1.2727 × 10.7620
Gw1 = 0.2745 Nm³/kg
```

**7. คำนวณ Gdry:**
```
Gdry = 10.1395 + (1.2727-1)×10.7620
Gdry = 10.1395 + 2.9353 = 13.0748 Nm³/kg
```

**8. คำนวณ G:**
```
G = 13.0748 + 1.2499 + 0.2745
G = 14.5992 Nm³/kg
```

**9. คำนวณ L1:**
```
ΔT = 210 - 30 = 180°C
L1 = (13.0748 × 1.34 × 180) / (40.17×1000) × 100
L1 = 3,153.04 / 40,170 × 100 = 7.85%
```

**10. คำนวณ L2:**
```
L2 = ((1.2499 + 0.2745) × 1.86 × 180) / (40.17×1000) × 100
L2 = 510.75 / 40,170 × 100 = 1.27%
```

**11. คำนวณ L3:**
```
L3 = (0.01 × 14.5992 × 126.1) / (40.17×1000) × 100
L3 = 18.41 / 40,170 × 100 = 0.046%
```

**12. คำนวณ L4:**
```
L4 = 0.5%
```

**13. คำนวณ L5 + L6:**
```
L5 + L6 = 1.5 + 0.5 = 2.0%
```

**14. คำนวณประสิทธิภาพ:**
```
η = 100 - (7.85 + 1.27 + 0.046 + 0.5 + 2.0)
η = 100 - 11.67
η = 88.33%
```

# # # ข้อดี - ข้อเสีย

**ข้อดี:**
- ✅ ทราบรายละเอียดความสูญเสียแต่ละประเภท
- ✅ สามารถหาจุดปรับปรุงได้ชัดเจน
- ✅ ความแม่นยำสูง (ถ้าวัดถูกต้อง)
- ✅ เป็นมาตรฐานสากล

**ข้อเสีย:**
- ❌ ต้องใช้อุปกรณ์มาก
- ❌ ต้องวิเคราะห์เชื้อเพลิง (Ultimate Analysis)
- ❌ ใช้เวลานาน ซับซ้อน
- ❌ ต้องการความชำนาญ

---

# # # ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพ

# # # # ปัจจัยที่ควบคุมได้:
1. **Excess Air (อากาศเกิน)**
- ค่าที่เหมาะสม: 15-30%
- น้อยเกินไป → CO สูง, เผาไหม้ไม่สมบูรณ์
- มากเกินไป → L1 สูง, ความร้อนสูญเสียมาก

2. **อุณหภูมิไอเสีย**
- ค่าที่เหมาะสม: 150-220°C
- สูงเกินไป → L1 สูง
- ต่ำเกินไป → Condensation, กัดกร่อน

3. **การบำรุงรักษา**
- ทำความสะอาดหม้อไอน้ำสม่ำเสำ
- ตรวจสอบหัวพ่น Burner
- ลดคราบตะกรันในท่อ

# # # # ปัจจัยที่ควบคุมยาก:
1. **คุณภาพเชื้อเพลิง**
- LHV สูง → ประสิทธิภาพดีขึ้น
- ความสะอาด → การเผาไหม้สมบูรณ์

2. **อุณหภูมิสิ่งแวดล้อม**
- อากาศเย็น → ประสิทธิภาพดีขึ้นเล็กน้อย

3. **โหลดหม้อไอน้ำ**
- โหลด 70-90% → ประสิทธิภาพสูงสุด

---

# # 🔧 วิธีปรับปรุงประสิทธิภาพ

# # # 1. ลด L1 (Dry Flue Gas Loss)
- ✅ ลดอุณหภูมิไอเสีย (ติดตั้ง Economizer)
- ✅ ลด Excess Air (ปรับหัวพ่น Burner)
- ✅ ควบคุม O₂ ให้อยู่ที่ 3-5%

# # # 2. ลด L2 (Moisture Loss)
- ✅ ใช้เชื้อเพลิงแห้ง
- ✅ เพิ่มอุณหภูมิน้ำป้อน (ติดตั้ง Economizer)
- ✅ ลดความชื้นอากาศเผาไหม้ (ถ้าเป็นไปได้)

# # # 3. ลด L3 (CO Loss)
- ✅ ปรับการเผาไหม้ให้สมบูรณ์
- ✅ ตรวจสอบและทำความสะอาด Burner
- ✅ เพิ่ม Excess Air เล็กน้อย (แต่ไม่มาก)

# # # 4. ลด L4 (Unburned Carbon)
- ✅ ใช้เชื้อเพลิงคุณภาพดี
- ✅ ตรวจสอบการเผาไหม้
- ✅ ทำความสะอาดเตาเผาไหม้

# # # 5. ลด L5 (Radiation Loss)
- ✅ ติดตั้งฉนวนหุ้มหม้อไอน้ำที่ดี
- ✅ ซ่อมแซมฉนวนที่เสียหาย
- ✅ ลดพื้นที่สัมผัสกับอากาศภายนอก

# # # 6. ลด L6 (Other Loss)
- ✅ ลด Blowdown (ควบคุม TDS)
- ✅ ซ่อมแซมจุดรั่วไหล
- ✅ กู้คืนความร้อนจาก Blowdown

---

# # 📝 สรุปและข้อแนะนำ

# # # สรุป

1. **Direct Method** เหมาะสำหรับ:
- ตรวจสอบประสิทธิภาพเบื้องต้น
- ติดตามผลการทำงานประจำวัน
- ไม่มีอุปกรณ์วิเคราะห์ก๊าซไอเสีย

2. **Indirect Method** เหมาะสำหรับ:
- วิเคราะห์เชิงลึก
- หาจุดปรับปรุง
- ทดสอบตามมาตรฐาน

3. **ควรใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน:**
- Direct Method: ติดตามผลประจำ
- Indirect Method: วิเคราะห์รายละเอียด (3-6 เดือน/ครั้ง)

# # # ข้อแนะนำในการทดสอบ

1. **ความปลอดภัย:**
- สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
- ระวังอุณหภูมิสูง
- ระวังแรงดันไอน้ำ

2. **ความแม่นยำ:**
- สอบเทียบเครื่องมือก่อนใช้
- ทำการทดสอบ 3 ครั้ง แล้วหาค่าเฉลี่ย
- รอให้ระบบเสถียรก่อนเริ่มวัด

3. **การบันทึกข้อมูล:**
- บันทึกข้อมูลทุก 5-10 นาที
- จดเงื่อนไขการทำงาน (Load, ความดัน, อุณหภูมิ)
- ถ่ายภาพเครื่องมือวัด

4. **การวิเคราะห์ผล:**
- เปรียบเทียบกับค่ามาตรฐาน
- วิเคราะห์แนวโน้ม (Trend)
- หาสาเหตุของความผิดปกติ

# # 📚 อ้างอิง

1. **JIS B8222:1993** - Land Boilers - Thermal Efficiency Test Method
2. **ASME PTC 4** - Fired Steam Generators Performance Test Codes
3. **Spirax Sarco** - Steam Engineering Principles and Heat Transfer
4. **ABMA (American Boiler Manufacturers Association)** - Boiler Efficiency Guide

---

# # 📞 ติดต่อสอบถาม

**Mr. Man (EnergyMan)**
- 📱 Tel/LINE: 098-562-3988
- 📧 Email: [email protected]

---

*เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการตรวจวัดและคำนวณประสิทธิภาพหม้อไอน้ำเชื้อเพลิงเหลวตามมาตรฐาน JIS B8222:1993*

*สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมการตรวจวัดหรือการฝึกอบรม กรุณาติดต่อผู้จัดทำเอกสาร*
#บริการตรวจวัดประสิทธิภาพหม้อไอน้ำ #บริการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานประจำปี #ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน

25/11/2025

การคำนวณประสิทธิภาพหม้อไอน้ำเชื้อเพลิงแข็ง แบบ Direct & Indirect Method (อ้างอิง JIS B 8222 – เชื้อเพลิงแข็ง)
การประเมินประสิทธิภาพหม้อไอน้ำตามมาตรฐาน JIS B 8222 แบ่งเป็น 2 แนวทาง คือ Direct Method และ Indirect Method ซึ่งช่วยให้เข้าใจทั้ง “ผลลัพธ์ประสิทธิภาพ” และ “สาเหตุความสูญเสีย” โดยเฉพาะในหม้อไอน้ำที่ใช้เชื้อเพลิงแข็ง เช่น ชีวมวลหรือถ่านหิน ปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญคือ ความชื้นในเชื้อเพลิง, อุณหภูมิไอเสีย, ค่า O₂, ค่า CO, และตัวแปรอากาศ–ไอเสีย เช่น Ao, Ar, λ, G₀, Gw, Gdry, รวมถึงความสูญเสีย L5 และ L6
________________________________________
1) Direct Method — เน้นผลของความชื้นในเชื้อเพลิง
Direct Method คือการเอาพลังงานที่ผลิตจากไอน้ำ เทียบกับพลังงานความร้อนของเชื้อเพลิง จุดสำคัญที่สุดสำหรับเชื้อเพลิงแข็งคือ ความชื้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าความร้อนสุทธิ (LHV)
• เชื้อเพลิงที่ ความชื้นสูง ต้องใช้พลังงานส่วนหนึ่งทำให้น้ำระเหย
• ยิ่งความชื้นมาก → LHV ต่ำลง → ต้องใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น
• ทำให้ ประสิทธิภาพแบบ Direct ลดลงทันที
ดังนั้นในระบบเชื้อเพลิงชีวมวลหรือถ่านหิน ความชื้นคือ "ตัวการหลัก" ที่ทำให้ประสิทธิภาพผันผวนมากที่สุด
________________________________________
2) Indirect Method — เน้นความสูญเสียจากไอเสีย อากาศเกิน และการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์
Indirect Method ใช้วิธีหาความสูญเสียทั้งหมดแล้วนำไปหักจาก 100% โดยใช้ข้อมูลจากอุณหภูมิไอเสีย การวัด O₂–CO และตัวแปรด้านอากาศ–ไอเสีย
2.1 ตัวแปรพื้นฐาน
• Ao – อากาศทฤษฎี (Stoichiometric Air)
อากาศที่ต้องใช้ขั้นต่ำเพื่อให้คาร์บอน ไฮโดรเจน และกำมะถันไหม้หมด
• Ar – อากาศจริง (Actual Air)
คำนวณจาก O₂ ที่วัดในไอเสีย
• λ – อัตราส่วนอากาศเกิน (Excess Air Ratio)
λ สูง → อากาศเกินมาก → ก๊าซไอเสียมาก → สูญเสียความร้อนเพิ่มขึ้น
• Gdry / G₀ — มวลก๊าซไอเสียแห้ง
ใช้ในการคำนวณความสูญเสียจากก๊าซไอเสียร้อน
• Gw — มวลไอน้ำในไอเสีย
มาจากความชื้นในเชื้อเพลิง + ไฮโดรเจนในเชื้อเพลิง + ความชื้นในอากาศ
2.2 ปัจจัยสำคัญใน Indirect Method
• อุณหภูมิไอเสียสูง → พลังงานถูกพาออกปล่องมาก → Efficiency ลดลงมากที่สุด
• O₂ สูงเกิน → จ่ายอากาศเกิน → ก๊าซไอเสียมาก → การสูญเสียเพิ่มแบบตามสัดส่วน
• CO สูง → เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ → พลังงานเชื้อเพลิงสูญเสียไปทันที
________________________________________
L5 และ L6 — ความสูญเสียหลักของเชื้อเพลิงแข็งใน JIS B 8222
• L5 – ความสูญเสียจากคาร์บอนคงค้างในเถ้า (Unburned Carbon)
แสดงว่าเชื้อเพลิงเผาไหม้ไม่หมด ทำให้สูญเสียค่าความร้อนโดยตรง
• L6 – ความสูญเสียจากก๊าซที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ (CO และ HC)
ปรากฏผ่านค่า CO ในไอเสีย ถ้าค่า CO สูงแม้เล็กน้อย จะทำให้ประสิทธิภาพลดลงชัดเจน
________________________________________
สรุปภาพรวม
• Direct Method → ความชื้นในเชื้อเพลิง คือปัจจัยที่ทำให้ประสิทธิภาพลดลงมากที่สุด เพราะน้ำกินพลังงาน LHV
• Indirect Method → อุณหภูมิไอเสีย, O₂ และ CO เป็นตัวกำหนดหลักของความสูญเสีย
• ตัวแปรอากาศ–ไอเสีย เช่น Ao, Ar, λ, Gdry, G₀, Gw ทำให้ประเมินความสูญเสียได้แม่นยำ
• ความสูญเสียเฉพาะของเชื้อเพลิงแข็ง L5 (คาร์บอนไม่ไหม้หมด) และ L6 (CO) ส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยตรง #ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน

ตัวอย่างการคำนวณประสิทธิภาพหม้อไอน้ำเชื้อเพลิงแข็ง อ้างอิง ASME PTC  4.1ตัวอย่างการ— คำนวณทีละขั้นตอน (Indirect / Heat-l...
05/11/2025

ตัวอย่างการคำนวณประสิทธิภาพหม้อไอน้ำเชื้อเพลิงแข็ง อ้างอิง ASME PTC 4.1
ตัวอย่างการ— คำนวณทีละขั้นตอน (Indirect / Heat-loss method ตามแนวทาง PTC 4.1)

เอกสารนี้แสดงการแทนค่าตัวเลขจริงลงในสูตรสำหรับ Loss หลัก ๆ (L1–L4) และนำค่าตัวอย่างสำหรับ L5–L8 มาใช้เพื่อสรุปประสิทธิภาพสุดท้าย โดยอ้างอิงตามเอกสารคู่มือ ASME PTC, คู่มือ BEE และคู่มือเชิงปฏิบัติ

ข้อมูลตัวอย่าง (ค่าที่ใช้แทน)
GCV (เชื้อเพลิง) = 3501 kcal/kg
Tf (อุณหภูมิก๊าซไอเสีย) = 190 °C
Ta (อุณหภูมิแวดล้อม) = 31 °C
Cp,gas (ค่าเฉลี่ยของก๊าซแห้ง) = 0.23 kcal/(kg·°C)
มวลก๊าซแห้งต่อ 1 kg เชื้อเพลิง (m_gas,dry) = 7.543 kg/kg fuel
สาระสำคัญ H ในเชื้อเพลิง (W_H) = 0.02041 kg H / kg fuel (2.041%)
ความชื้นในเชื้อเพลิง (M) = 0.03156 kg water / kg fuel (3.156%)
อากาศจริงที่ป้อนต่อ kg เชื้อเพลิง (AAS) = 6.543 kg air / kg fuel
ความชื้นของอากาศ = 0.0204 kg water/kg air
ค่า latent heat ที่ใช้ (ตัวอย่าง) (h_fg) = 584 kcal/kg
ค่า Cp สำหรับ steam (superheat term) ที่ใช้ใน L2/L3 = 0.45 kcal/(kg·°C)
ค่า L5–L8 ใช้ค่าตัวอย่างจากการคำนวณ/ตัวอย่างงานสอน:
L5 (CO) = 2.58%
L6 (radiation & convection) = 0.25%
L7 (fly ash unburnt) = 0.11%
L8 (bottom ash unburnt) = 1.77%
สูตรและการแทนค่า (ทีละข้อ — คำนวณตัวเลขจริง)

วิธีคิดรวม:
ประสิทธิภาพ (%) = 100 - ผลรวมของ Loss ทั้งหมด

L1 — Dry flue-gas loss (การสูญเสียความร้อนจากก๊าซไอเสียแห้ง)

สูตร:
L1(%) = (m_gas,dry * Cp * (Tf - Ta) / GCV) * 100

แทนค่า:
m_gas,dry = 7.543 kg/kg fuel
Cp = 0.23 kcal/(kg·°C)
Tf - Ta = 190 - 31 = 159 °C
GCV = 3501 kcal/kg
คำนวณทีละขั้น:
m * Cp = 7.543 * 0.23 = 1.73489 kcal/(kg·°C)·kg = kcal/°C per kg fuel
1.73489 * 159 = 275.878 kcal/kg_fuel (พลังงานที่พาไปกับก๊าซต่อ 1 kg เชื้อเพลิง)
แปลงเป็น %: L1 = (275.878 / 3501) * 100 = 7.8791%
ผล L1 = 7.8791 %

L2 — Loss from hydrogen in fuel → formation of H₂O (latent + sensible)

สูตร (ปกติ):
L2(%) = (9 * W_H * (h_fg + Cp,steam * (Tf - Ta)) / GCV) * 100

แทนค่า:
9 * W_H = 9 * 0.02041 = 0.18369 kg water (ผลิตจาก H ต่อ kg fuel)
h_fg + Cp,steam * (Tf - Ta) = 584 + 0.45 * 159 = 584 + 71.55 = 655.55 kcal/kg
ผลคูณ: 0.18369 * 655.55 = 120.202 kcal/kg_fuel
แปลงเป็น %: L2 = (120.202 / 3501) * 100 = 3.4395%
ผล L2 = 3.4395 %

L3 — Loss due to moisture present in fuel (evaporation + superheat)

สูตร:
L3(%) = (M * (h_fg + Cp,steam * (Tf - Ta)) / GCV) * 100

แทนค่า:
M = 0.03156 kg water/kg fuel
h_fg + Cp,steam * (Tf - Ta) = 655.55 (จาก L2)
ผลคูณ: 0.03156 * 655.55 = 20.709 kcal/kg_fuel
แปลงเป็น %: L3 = (20.709 / 3501) * 100 = 0.5909%
ผล L3 = 0.5909 %

หมายเหตุ: ค่านี้จะน้อยหรือมากขึ้นตาม % ความชื้นในเชื้อเพลิงที่แท้จริง — ถ้าเชื้อเพลิงชื้นมาก (เช่น ชีวมวลเปียก) L3 จะใหญ่ขึ้นมาก

L4 — Loss due to moisture in combustion air

สูตร (แบบประยุกต์):
L4(%) = (AAS * (humidity_air) * (h_fg + Cp,steam * (Tf - Ta)) / GCV) * 100

แทนค่า:
AAS = 6.543 kg air/kg fuel
humidity_air = 0.0204 kg water/kg air
h_fg + Cp,steam * (Tf - Ta) = 655.55 kcal/kg
ผลคูณ: 6.543 * 0.0204 * 655.55 = 87.394 kcal/kg_fuel
แปลงเป็น %: L4 = (87.394 / 3501) * 100 = 2.4993%
ผล L4 = 2.4993 %

L5–L8 (ค่าตัวอย่างที่ใช้ในสรุป)

เพื่อไม่ให้ตัวอย่างยาวเกินไป เอกสารนี้ได้ใส่ค่าตัวอย่างสำหรับหัวข้อเหล่านี้ (ซึ่งในงานจริงต้องคำนวณจากการวัด/วิเคราะห์จริง):
L5 (CO / incomplete combustion) = 2.58% (ตัวอย่าง)
L6 (Radiation & convection) = 0.25% (ตัวอย่าง/ประเมิน)
L7 (Unburnt in fly ash) = 0.11% (ตัวอย่าง)
L8 (Unburnt in bottom ash) = 1.77% (ตัวอย่าง)

ตัวอย่างการคำนวณ L5–L8 (แทนค่าตัวเลขทีละขั้นตอน) — ตามวิธี Indirect (สูตรจากคู่มือ BEE / แนวทาง PTC-4.1)

เอกสารนี้ใช้ชุดข้อมูลตัวอย่างเดียวกับตัวอย่างในคู่มือ Bureau of Energy Efficiency (BEE) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ ASME PTC-4.1 อธิบาย (ค่าที่ระบุในตัวอย่างนี้อยู่ในเอกสารอ้างอิง) ค่าหลักที่ใช้คือ:

ค่าพื้นฐาน (ตัวอย่าง)
GCV (coal) = 3501 kcal/kg
%CO ในก๊าซไอเสีย = 0.55 % (โดยปริมาตร)
%CO₂ ในก๊าซไอเสีย = 14.0 % (โดยปริมาตร)
ปริมาณคาร์บอน (เชื้อเพลิง) (C) = 41.65 % = 0.4165 kg C / kg fuel
อัตราการป้อนเชื้อเพลิง (M_f) = 5599.17 kg/hr (ใช้เมื่อแปลงการสูญเสียผิวเป็นค่าต่อ kg fuel)
อุณหภูมิพื้นผิว = 70 °C → Ts = 343.15 K
อุณหภูมิแวดล้อม = 31 °C → Ta = 304.15 K
ความเร็วลม (V_m) = 3.5 m/s
พื้นที่ผิวทั้งหมด = 90 m²
เถ้าในเชื้อเพลิง = 8.63 % = 0.0863 kg ash / kg fuel
Fly ash : bottom ash = 10% : 90%
GCV ของ fly ash = 452.5 kcal/kg, GCV ของ bottom ash = 800 kcal/kg
L5 — Loss due to partial conversion of C → CO (การสูญเสีย CO)

สูตร (จาก BEE):
L5(%) = ((%CO * C) / (%CO + %CO₂)) * (5744 / GCV of fuel) * 100

แทนค่า:
(%CO * C = 0.55 * 0.4165 = 0.229075)
(%CO + %CO₂ = 0.55 + 14.0 = 14.55)
อัตราส่วน = (0.229075 / 14.55 = 0.01575)
คูณด้วย (5744 / 3501 = 1.6402) → (0.01575 * 1.6402 = 0.02583)
แปลงเป็นเปอร์เซ็นต์ → L5 = 2.5831 %
ผล: L5 ≈ 2.583 %

L6 — Radiation & convection (การสูญเสียความร้อนที่ผิว)

BEE ให้สูตรเพื่อหาค่า การสูญเสียผิว (W/m²) แบบประมวลผลจากอุณหภูมิผิว ลม และนิยาม แล้วแปลงเป็นพลังงานรวม (คูณพื้นที่) และเป็น % ของ GCV ต่อ kg fuel สูตรที่ใช้อ้างอิงจาก BEE คือ:

สูตร (ตาม BEE):
L6_W/m² = [0.548 * (Ts/55.55)^4 - 0.548 * (Ta/55.55)^4 + 1.957 * (Ts - Ta)] * 1.25 * sqrt((196.85 * Vm + 68.9) / 68.9)

โดย Ts, Ta ต้องใช้หน่วย K (ตามเอกสาร) และ Vm = ความเร็วลม (m/s) เมื่อได้ W/m² ให้คูณด้วยพื้นที่ (m²) → ได้ W → แปลงเป็น kcal/hr (1 W = 0.860421 kcal/hr) → หารด้วยอัตราเชื้อเพลิง (kg/hr) → แปลงเป็น % ของ GCV

แทนค่า (ตัวอย่าง):
Ts = 70°C = 343.15 K, Ta = 31°C = 304.15 K, Vm = 3.5 m/s, area = 90 m², Mf = 5599.17 kg/hr
คำนวณได้ (รายละเอียดตัวเลข):
L6_W/m² ≈ 1,582.81 W/m²
รวมทั้งผิว: L6_total = 1,582.81 * 90 = 142,452.6 W
เป็นพลังงานต่อชั่วโมง: 142,452.6 * 0.860421 = 122,569.2 kcal/hr
ต่อ kg fuel: 122,569.2 / 5599.17 = 21.8906 kcal/kg_fuel
แปลงเป็น % ของ GCV: (21.8906 / 3501) * 100 = 0.6253%
ผล (จากการแทนค่านี้): L6 ≈ 0.6253 %

หมายเหตุ: สูตร/การจัดวงเล็บมีความอ่อนไหว — บางแหล่ง/การตีความวงเล็บอาจให้ค่า W/m² ต่างไปเล็กน้อย และบางคู่มืออนุญาตใช้ค่าประเมินตามประเภทหม้อไอน้ำ (ตัวอย่างเช่น ให้ค่า R&C เป็น 1–3% ตามชนิด) แทนการคำนวณเต็มรูปแบบ

L7 — Unburnt in fly ash (คาร์บอนที่เหลือใน fly ash)

สูตร (BEE):
L7(%) = (Total fly ash collected per kg fuel * GCV of fly ash / GCV of fuel) * 100

แทนค่า (ตัวอย่าง):
Ash per kg fuel = 8.63% = 0.0863 kg ash/kg fuel
Fly ash fraction = 10% → fly ash per kg fuel = (0.0863 * 0.10 = 0.00863) kg/kg_fuel
GCV of fly ash = 452.5 kcal/kg
คำนวณ: L7 = (0.00863 * 452.5) / 3501 * 100 = 0.11154%

ผล: L7 ≈ 0.1115 %

L8 — Unburnt in bottom ash (คาร์บอนที่เหลือใน bottom ash)

สูตร (BEE):
L8(%) = (Total bottom ash collected per kg fuel * GCV of bottom ash / GCV of fuel) * 100

แทนค่า (ตัวอย่าง):
Bottom ash per kg fuel = (0.0863 * 0.90 = 0.07767) kg/kg_fuel
GCV bottom ash = 800 kcal/kg
คำนวณ: L8 = (0.07767 * 800) / 3501 * 100 = 1.7748%

ผล: L8 ≈ 1.7748 %

สรุปตัวเลข L5–L8 (จากการแทนค่าตัวอย่าง)
L5 (CO loss) ≈ 2.5831 %
L6 (Radiation & convection) ≈ 0.6253 % (การคำนวณตามสูตร BEE; ถ้าใช้การประเมินตามประเภทหม้อไอน้ำ ค่านี้อาจถูกแทนด้วยช่วง 0.4–3% ขึ้นกับชนิด)
L7 (fly ash unburnt) ≈ 0.1115 %
L8 (bottom ash unburnt) ≈ 1.7748 %
ถ้านำตัวเลขเหล่านี้ไปรวมกับ L1–L4 ที่คำนวณก่อน จะได้ Boiler efficiency แบบ Indirect ตามตัวอย่าง (ในเอกสาร BEE ตัวอย่างหนึ่งได้สรุปเป็น ~77.77% ขึ้นกับชุดค่าที่นำมาใช้)
สรุปตัวเลข (รวม)
L1 = 7.88 %
L2 = 3.44 %
L3 = 0.59 %
L4 = 2.50 %
L5 = 2.58 % (ตัวอย่าง)
L6 = 0.62 % (ตัวอย่าง)
L7 = 0.11 % (ตัวอย่าง)
L8 = 1.77 % (ตัวอย่าง)
รวมการสูญเสียทั้งหมด = 19.49 %
ประสิทธิภาพหม้อไอน้ำ (Indirect) = 100 − 19.49 = 80.51%

หมายเหตุสำคัญและข้อแนะนำปฏิบัติ
ความแม่นยำขึ้นกับการวัด/การวิเคราะห์ — L5 ต้องการการอ่าน %CO (ppm → แปลงเป็น %), L7–L8 ต้องการการวิเคราะห์ %C ในเถ้าและปริมาณเถ้าต่อ kg เชื้อเพลิงจริง ๆ L6 อ่อนไหวต่อวิธีตีความสูตรและการวัดอุณหภูมิผิว/ความเร็วลม/พื้นที่ #ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน

ที่อยู่

Bangkok
10160

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66985623988

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Energy Man-ผู้ตรวจและรับรองการจัดการพลังงานผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Energy Man-ผู้ตรวจและรับรองการจัดการพลังงาน:

แชร์