O-well Thailand We are distributor for Automotive Product, Paint and Coating, Internet of Things, Real-time location system.

เทคโนโลยี BLE ในการแพทย์ระบบติดตามสุขภาพด้วยพื้นฐานการสื่อสารด้วยเทคโนโลยี Bluetooth Low Energy (BLE) ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อ...
18/01/2024

เทคโนโลยี BLE ในการแพทย์

ระบบติดตามสุขภาพด้วยพื้นฐานการสื่อสารด้วยเทคโนโลยี Bluetooth Low Energy (BLE) ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อลดปริมาณการใช้งานสถานพยาบาลโดยอาศัยเทคโนโลยี BLE เป็นตัวสื่อสารข้อมูลกับอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ ที่สามารถรองรับสัญญาน Bluetooth และส่งข้อมูลไปยังโทรศัพท์มือถือเพื่อส่งข้อมูลต่อไปยัง Server ผ่านเครือข่าย 4G/5G หรือ Wi-Fi เป็นต้น

อุปกรณ์ภายในระบบ
• สายรัดแขนแบบไม่สัมผัสแบบสวมใส่ได้สำหรับระบบตรวจสอบคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบเคลื่อนที่ ทำงานโดยใช้สัญญาณคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบสวมปลอกแขนแบบไม่สัมผัส อุปกรณ์นี้สามารถแก้ไขปัญหาของอุปกรณ์หัวใจด้านการดูแลสุขภาพแบบเดิม ที่ไม่สามารถให้ข้อมูลของผู้ป่วยได้ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ โรคหัวใจ และสภาวะของหัวใจ จากผลการทดลองโดยตรงของผู้ศึกษา ระบบนี้ยังสามารถทำงานได้กับเสื้อผ้าที่หนาและแตกต่างกันระหว่างเซ็นเซอร์และผิวหนัง โดยระบบนี้ถูกพัฒนาแอปพลิเคชันบนระบบปฏิบัติการ Android ที่แสดงการเคลื่อนที่ของสัญญาณ ECG บนกราฟแบบเรียลไทม์ และวิเคราะห์ข้อมูลที่ตรวจจับได้และแจ้งเตือนเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน

• เครื่องวัดออกซิเจนในเลือดแบบวงแหวนแบบไร้สายพร้อมเครื่องตรวจจับ ผู้คิดค้นและพัฒนาเครื่องวัดออกซิเจนในเลือดแบบวงแหวนแบบไร้สายเพื่อตรวจวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2) ระบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย (1) โพรบแสงสามอันเพื่อจัดหาแหล่งกำเนิดแสงและรับแสงที่ทะลุผ่านเนื้อเยื่อของมนุษย์ (2) โมดูลเก็บข้อมูลไร้สายที่ประกอบด้วย Micro Processor (MSP430), วงจรแสดงผล LED, วงจรขยายสัญญาณ PD และเครื่องส่งสัญญานแบบไร้สาย วงจรขยายสัญญาณ PD จะขยายและกรองแสงที่ได้รับทะลุผ่าน ดังนั้น สัญญาณไฟทะลุแบบดิจิทัลจะถูกส่งไปยังระบบโฮสต์ (ที่รับ แสดง จัดเก็บ และวิเคราะห์สัญญาณไฟ) โดยใช้หน่วยส่งสัญญาณไร้สาย รวมถึงโมดูล Bluetooth v2.0 และเสาอากาศแผงวงจรพิมพ์ (PCB) โปรแกรมตรวจสอบที่สร้างขึ้นในระบบโฮสต์

• เครื่องชั่งไร้สายที่ใช้ Bluetooth 4.0 พลังงานต่ำ การสื่อสารข้อมูลของเครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะที่ใช้วิธีการส่งสัญญานด้วย Bluetooth พลังงานต่ำด้วยชิปเซ็นเซอร์ที่สามารถตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ เซ็นเซอร์น้ำหนักทำให้เกิดการเสียรูปและเปลี่ยนรูปร่างเมื่อผู้ป่วยขึ้นไปบนเครื่องชั่ง ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าที่ขับเคลื่อน ดังนั้น สัญญาณเหล่านี้จึงถูกขยายและส่งไปยังตัวแปลง A/D

• การตรวจสอบอัตราการเต้นลมหายใจ ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อตรวจสอบสัญญาณการหายใจแบบเรียลไทม์ ระบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยสามส่วน ได้แก่ สายพานอัจฉริยะ หน่วยแสดงผล และหน่วยจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ ผ้าที่ใช้แรงกดจากสิ่งทอที่ติดอยู่กับเข็มขัดจะแปลงการเคลื่อนไหวของท้องให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าที่ส่งผ่าน BLE ไปยังสถานีระยะไกล ซึ่งจะแสดงแบบเรียลไทม์และ อัปโหลดข้อมูลไปยังพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคต ซึ่งข้อมูลทั้งหมดถูกส่งออกด้วย โมดูล BLE ไร้สาย และไมโครคอนโทรลเลอร์ที่ใช้พลังงานต่ำ

• ระบบติดตามดูแลสุขภาพด้วยอุปกรณ์แบบสวมใส่ได้ เป็นการติดตามและกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย เช่น อุณหภูมิร่างกาย อัตราการเต้นของหัวใจ และความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด Node การตรวจจับสามารถสวมใส่ได้ ด้วยวิวัฒนาการสมัยใหม่ของ Microchip ข้อมูลที่ตรวจจับได้จะถูกส่งผ่านการสื่อสาร BLE ไปยังแอปพลิเคชันบนมือถือ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้ใน Cloud Server โดยใช้โปรโตคอล MQTT และวิเคราะห์ขุดข้อมูลเพื่อวินิจฉัยสถานะสุขภาพของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบระบบโดยใช้ IoT เพื่อติดตามการดูแลสุขภาพ เช่น ECG อุณหภูมิร่างกาย อัตราการหายใจและข้อมูลตามบริบท (เช่น ความชื้นและอุณหภูมิสภาพแวดล้อม)

อ้างอิง: https://ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7313288/

หมัดต่อหมัด!! เปรียบเทียบเทคโนโลยี RTLS และความคุ้มค่าในการลงทุนมีหลายท่านสอบถามเข้ามาเกี่ยวกับข้อแตกต่างของ RTLS ในแต่ล...
11/10/2023

หมัดต่อหมัด!! เปรียบเทียบเทคโนโลยี RTLS และความคุ้มค่าในการลงทุน

มีหลายท่านสอบถามเข้ามาเกี่ยวกับข้อแตกต่างของ RTLS ในแต่ละเทคโนโลยี หากต้องการเลือกใช้งานจะต้องเลือกชิ้นใด วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้กันครับ

เทคโนโลยี RTLS หรือ Real-Time Location System เป็นเทคโนโลยีการระบุตำแหน่งของสิ่งมีชีวิต หรือทรัพสินย์แบบ Real-Time ซึ่งแตกต่างจากเทคโนโลยี Barcode, QRcode, RFID

ซึ่ง RTLSก็ได้ถูกแบ่งการใช้งานออกตามเทคโนโลยีการสื่อสารต่างๆ ประกอบด้วย Wi-Fi, Beacon, Bluetooth, Ultra-Wide Band ทุกคนต่างมีคำถามคล้ายๆกัน คือ เราควรเลือกใช้งานเทคโนโลยีตัวไหนดี

วันนี้เราทำตารางสรุปมาให้สำหรับผู้ที่กำลังลังเลใจ ว่าจะใช้เทคโนโลยีใดดีที่จะสามารถไปประยุกต์ใช้งานกับองค์กรของตนเองได้ ไปทำความเข้าใจกันตามตารางด้านล่างนี้ได้เลยครับ

หากชื่นชอบบทความนี้ขอความกรุณากดไลค์และกดแชร์ เพื่อให้เราทำคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆนะครับ

--------------------------------------------------------------------------
O-Well (Thailand) Co.,Ltd - บริษัท โอเวล (ประเทศไทย) จำกัด

ที่อยู่: 89 AIA Capital Center Building, room no. 1106, Floor 11th, Ratchadapisek Road, Dindaeng, Dindaeng, Bangkok
Tel. 02-001-8900
Line Official:
website: https://www.owell.co.th

22/11/2021

วิศวกรงานขาย

- ให้ข้อมูลด้าน IoT technical แก่ลูกค้า
- มีความรู้พื้นฐานด้านโทคโนโลยี IoT, ระบบโครงข่าย และคลื่นความถี่วิทยุ
- ติดต่อและประสานงานขาย
- จัดทำเอกสารประกอบการขาย ได้แก่ Word, Powerpoint, visio
- สามารถใช้ sketchup หรือ cad หรือ โปรแกรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้
- มีความตั้งใจต้องการพัฒนาและเรียนรู้

หมัดต่อหมัด!! เปรียบเทียบเทคโนโลยี RTLS และความคุ้มค่าในการลงทุนมีหลายท่านสอบถามเข้ามาเกี่ยวกับข้อแตกต่างของ RTLS ในแต่ล...
19/08/2021

หมัดต่อหมัด!! เปรียบเทียบเทคโนโลยี RTLS และความคุ้มค่าในการลงทุน

มีหลายท่านสอบถามเข้ามาเกี่ยวกับข้อแตกต่างของ RTLS ในแต่ละเทคโนโลยี หากต้องการเลือกใช้งานจะต้องเลือกชิ้นใด วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้กันครับ

เทคโนโลยี RTLS หรือ Real-Time Location System เป็นเทคโนโลยีการระบุตำแหน่งของสิ่งมีชีวิต หรือทรัพสินย์แบบ Real-Time ซึ่งแตกต่างจากเทคโนโลยี Barcode, QRcode, RFID

ซึ่ง RTLSก็ได้ถูกแบ่งการใช้งานออกตามเทคโนโลยีการสื่อสารต่างๆ ประกอบด้วย Wi-Fi, Beacon, Bluetooth, Ultra-Wide Band ทุกคนต่างมีคำถามคล้ายๆกัน คือ เราควรเลือกใช้งานเทคโนโลยีตัวไหนดี

วันนี้เราทำตารางสรุปมาให้สำหรับผู้ที่กำลังลังเลใจ ว่าจะใช้เทคโนโลยีใดดีที่จะสามารถไปประยุกต์ใช้งานกับองค์กรของตนเองได้ ไปทำความเข้าใจกันตามตารางด้านล่างนี้ได้เลยครับ

หากชื่นชอบบทความนี้ขอความกรุณากดไลค์และกดแชร์ เพื่อให้เราทำคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆนะครับ

--------------------------------------------------------------------------
O-Well (Thailand) Co.,Ltd - บริษัท โอเวล (ประเทศไทย) จำกัด

ที่อยู่: 89 AIA Capital Center Building, room no. 1106, Floor 11th, Ratchadapisek Road, Dindaeng, Dindaeng, Bangkok
Tel. 02-001-8900-1
Line Official:
website: https://www.owell.co.jp

IoT News!! ข่าวล่ามาแรงวงการ IoTNTT DATA ชี้เป้าหมายโลกกำลังเกิด Mega-Trend ใหม่เข้าสู่สังคุมยุค 5.0 พัฒนาระบบ Digital T...
12/08/2021

IoT News!! ข่าวล่ามาแรงวงการ IoT

NTT DATA ชี้เป้าหมายโลกกำลังเกิด Mega-Trend ใหม่เข้าสู่สังคุมยุค 5.0 พัฒนาระบบ Digital Transformation ในไทยเต็มรูปแบบ

นายฮิโรนาริ โทมิโอกะ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็นทีที เดต้า (ประเทศไทย) จำกัด หรือ NTT DATA (Thailand) เปิดเผยว่า ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงกระแสโลกใหม่ หรือ Mega Trends อีกครั้งในยุคสังคม 5.0 (Society 5.0)

ซึ่งเป็นการยกระดับการใช้เทคโนโลยีด้วยการผสมผสานนวัตกรรมจากเทคโนโลยีใหม่ อาทิ Internet of Things (IoT) หุ่นยนต์ AI และ Big Data เข้าช่วยแก้ไขปัญหาความท้าทายทางสังคมสมัยใหม่ เช่น จำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น ขาดแคลนแรงงานในวัยทำงาน อัตราการเกิดลดลง โดยเป็นสังคมที่มีมนุษย์คือศูนย์กลางสร้างสมดุลระหว่างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาสังคม

นับเป็นวิสัยทัศน์ใหม่สำหรับสังคมที่ชาญฉลาดขึ้น โดยมีมนุษย์ธรรมชาติ และเทคโนโลยี ร่วมสร้างความสมดุลที่ยั่งยืนด้วยข้อมูล โดยมีประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่เริ่มเดินหน้านโยบายเต็มรูปแบบ ประกอบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เข้ามาดิสรัปเร่งให้ทุกประเทศทั่วโลกมุ่งหน้าเข้าสู่ยุคสังคม 5.0 เร็วขึ้น

--------------------------------------------------------------------------
O-well (Thailand) Co.,Ltd - บริษัท โอเวล (ประเทศไทย) จำกัด

ที่อยู่: 89 AIA Capital Center Building, room no. 1106, Floor 11th, Ratchadapisek Road, Dindaeng, Dindaeng, Bangkok
Tel. 02-001-8900-1
Line Official:
website: https://www.owell.co.jp

5 ขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Digital ด้วย IoT!!ต้องบอกเลยว่าช่วงเวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จักคำนี้จริงๆครับกั...
29/07/2021

5 ขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Digital ด้วย IoT!!

ต้องบอกเลยว่าช่วงเวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จักคำนี้จริงๆครับกับ Internet of Things หรือ IoT นั่นเอง วันนี้เราเลยนำความรู้มาแบ่งปันทุกคนกับ 5 ขั้นตอนปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคดิจิทัลด้วย IoT กันครับ

ขั้นตอนที่ 1: กำหนดข้อมูลและวิธีการนำเข้าระบบ

ถือเป็นต้นกำเนิดของระบบเลยก็ว่าได้ครับกับขั้นตอนนี้ เพราะการสร้างระบบ IoT นั้น ข้อมูลถือเป็นหัวใจหลักในการทำให้เกิดการตัดสินใจต่างๆในกระบวนการ เพราะฉะนั้นเราจะต้องมาดูกันก่อนครับว่าข้อมูลที่เราต้องการนั้นอยู่ในส่วนไหนบ้าง และเราจะเลือกใช้เทคโนโลยีใดที่จะดักจับข้อมูลเพื่อนำเข้าระบบ ซึ่งเทคโนโลยีที่จะเอามาใช้ก็เป็นจำพวก IoT Device/Sensor, Actuator, Gateway, เทคโนโลยีระบุตัวตนต่างๆ (RFID,RTLS) เป็นต้น การที่เราวางรากฐานที่ดีตั้งแต่ต้นจะทำให้เราทำขั้นตอนต่อๆไป ได้ง่ายขึ้นนะครับ

ขั้นตอนที่ 2: การสื่อสารและส่งข้อมูลขึ้นระบบฐานข้อมูล

เมื่อเราได้ข้อมูลที่เราต้องการแล้วจากการติดตั้ง IoT Device/Sensor ต่างๆ เราก็ต้องนำข้อมูลที่เราได้ไปจัดเก็บที่ Server ที่เรากำหนดไว้ โดยแต่ละระบบก็จะมีการจัดเก็บแตกต่างกันออกไปครับ บางทีจะทำระบบเป็น On Permission Cloud บางทีก็สามารถจัดเก็บ Online Cloud ได้เลย ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละองค์กร แต่การจะนำข้อมูลขึ้นไปได้นั้นเราจำเป็นต้องมีระบบ Infrastructure ที่แข็งแรงพร้อม Online ตลอด 24 ชม. เพื่อให้ข้อมูลที่เราได้นั้นแม่นยำที่สุดครับ

ขั้นตอนที่ 3: การประมวลผลข้อมูล

หลังจากที่ข้อมูลได้ถูกส่งขึ้น Cloud Server ของเราแล้วขั้นตอนต่อไปคือการนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลกันครับ ซึ่งการประมวลผลที่เราพูดถึงคือการนำข้อมูลที่เราได้รับนั้นมาแยกและจบวางลงแต่ละที่ให้เหมาะสม เปรียบเสมือนการ Clean ข้อมูลเพื่อให้เราสามารถเข้าใจข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้นครับ

ขั้นตอนที่ 4: การติดตามและแสดงผลข้อมูล

เมื่อเราได้รับข้อมูลและประมวลผลเรียบร้อยแล้ว ถัดมาเราจะต้องติดตามและคอยจับตาดูข้อมูลเหล่านี้ และจัดทำระบบแจ้งเตือนต่างๆเพื่อให้ระบบสามารถบอกเหตุการณ์สำคัญต่างๆที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการทำงาน เพื่อลดข้อผิดพลาดให้มากที่สุดครับ

ขั้นตอนที่ 5: การวิเคราะห์ข้อมูลและพยากรณ์ล่วงหน้า

เรามาถึงหัวใจสำคัญของการสร้างระบบ IoT กันแล้วนะครับ ที่เราปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมาจนถึงตอนนี้นั่นก็เพื่อการได้ข้อมูลที่เป็น Information นั่นเองครับ (ทำความเข้าใจเรื่อง data กับ information กันก่อนนะครับ data คือข้อมูลดิบที่ยังไม่ผ่านการวิเคราะห์หรือดัดแปลงใดๆ ซึ่งแตกต่างจาก information ที่เป็นข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อให้เป็นข้อมูลที่พร้อมใช้งาน) เมื่อเราได้ข้อมูลแล้วเราก็จะมา take action กับระบบกันครับ บางองค์กรใช้วิธีการทำระบบและสร้าง Logic ในการตัดสินใจ หรือบางที่จะใช้คนเป็นผู้จัดการตัดสินใจตามข้อมูลที่เราได้รับมาก็ได้ครับ แต่ถ้าแนะนำทางที่ดีที่สุด ควรทำควบคู่กันไปเพื่อมีข้อมูลเปรียบเทียบการตัดสินใจและปรับแต่งระบบเพื่อออกคำสั่งต่อไปยังเทคโนโลยีทำ Deep Learning และสร้างเป็น AI เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถตอบสนองได้เองอัตโนมัติต่อไปครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับกับ 5 ขั้นตอนวิธีปฏิบัติเพื่อก้าวเข้าสู่ Digital Era ด้วยเทคโนโลยี IoT ของเรา พออ่านแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหมครับ ยุคนี้เป็นช่วงเวลาของ Digital Business ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วทุกธุรกิจจะก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งเพราะฉะนั้นเราควรทำความเข้าใจ ศึกษาการทำงานเพื่อให้เราไม่ตกรถไฟ และสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

หากคุณผู้อ่านท่านใดสนใจการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT ท่านสามารถติดต่อเพื่อขอคำแนะนำจากเราได้โดยการติดต่อ 02-001-8900-1 หรือ 081-700-3297 บริษัท โอเวล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้งานครบถ้วนในระบบ IoT ทั้งอุปกรณ์ IoT device/sensor, RFID, RTLS, Gateway, Infrastructure system, CCTV หรือจะเป็นระบบประมวลผลและทำงานในกระบวนการต่างๆ ทั้งระบบ Process control, Warehouse Management, Transportation, Supply Chain, Security System เป็นต้น


Quuppa RTLS นวัตกรรมล่าสุดจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยี Bluetooth 2.4 GHz สามารถติดตามตำแหน่งของสรรพสิ่งได้แบบ Real-Time เทค...
23/07/2021

Quuppa RTLS นวัตกรรมล่าสุดจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยี Bluetooth 2.4 GHz สามารถติดตามตำแหน่งของสรรพสิ่งได้แบบ Real-Time

เทคโนโลยี Quuppa มาพร้อมกับนวัตกรรม AoA หรือ Angle of Arrival ที่สามารถตรวจจับตำแหน่งของสรรพสิ่งได้แม้จะติดตั้ง Locator แค่ 1 เครื่องเท่านั้น

คุณลักษณะเด่นของ Quuppa Locator
- มีความแม่นยำสูง ค่าความคลาดเคลื่อนเพียง 5-10 เซนติเมตรเท่านั้น
- ติดตั้งง่ายด้วยการจ่ายไฟผ่าน PoE (Power on Ethernet)
- มี Locator มาให้เลือกถึง 2 รุ่น สามารถใช้งานได้ทั้ง Indoor และ Outdoor
- มี Middleware สำหรับเชื่อมต่อกับ Software Application อื่นๆ ง่ายต่อการพัฒนา
- Tag กินพลังงานต่ำ สามารถใช้งานได้นานถึง 2-3 ปี
- สามารถติดตั้งบนเพดานได้สูงสุดถึง 10 เมตรจากศูนย์กลาง Locator ลงมาถึงพื้น
- ทำงานได้ทั้งแบบ Online และ Offline
- มาพร้อมกับที่จับยึดสำหรับ Locator โดยเฉพาะ ลดระยะเวลาการออกแบบที่ไม่จำเป็น

นี่เป็นเพียงคุณลักษณะเด่นของ Quuppa Locator ส่วนหนึงเท่านั้น หากท่านสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 02-001-8900-1 หรือ 081-700-3297

เทคโนโลยี IoT ที่เหมาะสมกับการปรับใช้ในประเทศไทยIoT หรือ Internet of Things เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการนำระบบทางกลหรือร...
09/03/2021

เทคโนโลยี IoT ที่เหมาะสมกับการปรับใช้ในประเทศไทย

IoT หรือ Internet of Things เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการนำระบบทางกลหรือระบบทางไฟฟ้าต่างๆในชีวิตประจำวันมาพัฒนาให้สะดวกขึ้นด้วยการควบคุมผ่านอินเตอร์เน็ต เนื่องจากในปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆมาอย่างต่อเนื่อง บางเทคโนโลยีเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะกับสภาพการณ์ต่างๆที่แตกต่างกันไป เช่น สภาพภูมิอากาศ สภาพภูมิประเทศและวิถีชีวิตประจำวันของประชากรในประเทศนั้นๆ วันนี้เราจะนำเสนอ 7 เทคโนโลยีที่เหมาะจะนำมาปรับใช้ในประเทศไทย เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพทางด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชากรในประเทศ

1. Smart homeเป็นเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางเมื่อพูดถึง IoT
Smart home คือ เทคโนโลยีที่นำการเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ตมาใช้กับอุปกรณ์ต่างๆภายในบ้าน เพื่อควบคุมอุปกรณ์ต่างๆเหล่านั้น เช่น
หลอดไฟที่สามารถเปิด-ปิด,ปรับความสว่างได้โดยสั่งการผ่านโทรศัพท์
สามารถเช็คค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้จากเครื่องใช้ไฟฟ้าได้โดยดูผ่านแอพลิเคชันระบบรักษาความปลอดภัยที่สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
ที่ชาร์จเเบตโทรศัพท์ที่เพียงเดินเข้าห้องมาก็ชาร์จอัตโนมัติทันที ไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กอีกต่อไปข้อดีของ Smart home คือการปรับแต่งบ้านให้สะดวกสบายและทันสมัยมากขึ้น ลดรายจ่ายต่างๆที่ไม่จำเป็นและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ตัวบ้าน

2. Smart grid
Smart grids เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดโดยหลักการของ Smart grids คือการส่งไฟฟ้าอัจฉริยะแบบครบวงจร ระบบนี้จะพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าในปัจจุบัน ทั้งในด้านการส่ง การรับ และการตรวจสอบซ่อมแซมเมื่อสายไฟผิดปกติอีกด้วย ในหลายๆประเทศมีการพัฒนาระบบนี้ไปแล้ว และในประเทศไทยก็เริ่มศึกษาระบบนี้อย่างจริงจัง ในระบบเก่า การผลิตและจำหน่ายไฟฟ้านั้นประกอบด้วย ระบบผลิต (Generation),ระบบส่ง (Transmission),ระบบจำหน่าย (Distribution), และ ผู้ใช้ไฟฟ้า (Utilization) การนำเทคโนโลยี Smart grids มาใช้นั้นจะเป็นการเพิ่มส่วนของกระบวนการจัดการ (Operation),ตลาดซื้อขายไฟฟ้า (Market),และการบริการ (Service) เข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบส่งไฟฟ้านั่นเอง
ข้อดีของระบบ Smart grids คือการทำให้การซื้อขายไฟฟ้าเป็นไปอย่างเสรี ลดการผูกขาด ซึ่งจะส่งผลให้ไฟฟ้ามีราคาถูกลง ทั้งยังสะดวกและตรวจสอบจุดที่ระบบมีปัญหาได้ง่าย

3. Smart wearableนับว่าเป็นอุปกรณ์ที่ทุกๆคนสามารถมีได้ นอกจากเป็นเครื่องประดับแล้วยังเป็นเครื่องมือทางการแพทย์อีกด้วย
ในอดีตนั้น Smart watch จะมีฟังก์ชันมากกว่านาฬิกาทั่วไปเล็กน้อย เช่น สามารถช่วยนับระยะทางที่เดินในแต่ละวัน สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ แต่ในปัจจุบัน Smart watch เริ่มมีบทบาทและมีฟังก์ชันใหม่ๆมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น สามารถบันทึกข้อมูลสุขภาพ ใช้โทรได้ หรือบางรุ่นมี GPS ในตัวจะเห็นว่าเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีผลต่อชีวิตประจำวันมากเรื่อยๆ ทั้งยังทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
ข้อดีของ Smart wearable ก็คือการที่สามารถรวมแอพลิเคชันต่างๆมาไว้ในนาฬิกาได้ ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่ที่น้อยแต่ได้ประโยชน์สูง

ทั้ง 3 ข้อนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ IoT ที่มีแนวโน้มต่อการนำมาประยุกต์ในประเทศไทย ในส่วนอีก 4 ข้อจะมาอัพเดตเพิ่มเติมนะให้ผู้อ่านได้ติดตามนะครับ

เลือกเทคโนโลยีอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร?ในปัจจุบัน หลายๆ องค์กรเริ่มมีการพัฒนาด้าน IT ของตนเองเพื่อรองรับการ...
15/10/2020

เลือกเทคโนโลยีอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร?

ในปัจจุบัน หลายๆ องค์กรเริ่มมีการพัฒนาด้าน IT ของตนเองเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันที่มีวิวัฒนาการจากโลกในเชิงกายภาพ เป็นสังคมออนไลน์ ทุกๆองค์กรต่างมองหาเทคโนโลยีที่จะเข้ามาตอบโจทย์ปัญหาของตนเอง แต่จะมีวิธีอย่างไรในการเลือก เพราะตอนนี้มีเทคโนโลยีเข้ามาให้เราเลือกเป็นจำนวนมาก

1. กำหนดกระบวนการที่ต้องการใช้อย่างชัดเจน
ก่อนการคัดเลือกเทคโนโลยีใดๆ ก็ตามเราควรต้องทราบปัญหาหรือวางวัตถุประสงค์ของการปรับปรุงกระบวนการทำงานเราให้ชัดเจนโดยอาศัยหลัก 5W 1H เพื่อให้ทราบถึงแก่นแท้ของขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน และกำหนดผู้มีส่วนร่วมในกระบวนการเพื่อให้ผลลัพธ์ในการปรับปรุงออกมาเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

2. วางแผนการวัดผลที่มีประสิทธิภาพ
หลังจากการกำหนดกระบวนการและผู้รับผิดชอบแล้ว เราควรมีการเก็บข้อมูลสถิติในกระบวนการเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับวางเป้าหมายในการปรับปรุง หากเราไม่มีเป้าหมาย เราคงไม่รู้การเปลี่ยนแปลงใช่ไหมครับ? ดังนั้นอย่าลืมเก็บข้อมูลก่อนเริ่มขั้นตอนถัดไปนะครับ

3. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการวัดผล
เมื่อเราได้ข้อมูลเบื้องต้นมาแล้ว ทีนี้เราจะมาถึงขั้นตอนสำคัญแล้วครับ คือขั้นตอนการวิเคราะห์ ในขั้นตอนนี้จะเป็นการนำข้อมูลที่เราได้มาวิเคราะห์เพื่อดูว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมาจากขั้นตอนการดำเนินงานใด เช่น การนับจำนวนสินค้าที่ผิดพลาดที่เกิดจากการใช้คนนับจำนวน เราอาจจะต้องมองหาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ ได้แก่ บาร์โค้ด อาร์เอฟไอดี ทั้งนี้เราควรดูงบประมาณด้วยนะครับ หรือการติดตามตำแหน่งของอุปกรณ์ โฟล์คลิฟต์อาจจะต้องใช้เป็น RTLS เพื่อที่จะเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับทั้งการทำงานและเงินในกระเป๋าครับ

4.การทดสอบและเลือกเทคโนโลยีเพื่อนำมาประยุกต์ใช้
ในการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมควรต้องอ้างอิงจากผลการทดสอบทั้งก่อนและหลังเพื่อนำมาเปรียบเทียบความแตกต่าง และสามารถวัดผลลัพธ์ออกมาได้ทั้งในรูปแบบของ ประสิทธิภาพ คุณภาพ และต่าใช้จ่ายที่ลดลง จะทำให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ตรงความต้องการมากที่สุด

5.การควบคุมกระบวนการทำงาน
เมื่อเราได้เลือกเทคโนโลยีที่จะนำมาประยุกต์ใช้แล้ว อย่าลืมการทำเอกสารควบคุมการทำงานด้วยนะครับ เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและลดข้อผิดพลาดของการใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ เช่น WI, WP, Manual เอกสารเหล่านี้ล้วนจำเป็นต่อการใช้งานระบบนะครับ

หรือหากท่านต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม หรือไม่แน่ใจว่าเทคโนโลยีใดที่เหมาะสมกับการทำงานของท่านสามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูล และรับคำปรึกษาจากเราได้ที่ 02-001-8900-1 เรามีผู้เชียวชาญที่มีประสบการณ์รอให้คำปรึกษาท่าน เพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุด




ระบบบริหารจัดการคลังสินค้าและสินค้าคงคลัง ด้วยซอฟต์แวร์ Web Application และ Mobile Application เพื่อได้ข้อมูลที่ถูกต้องแ...
30/09/2020

ระบบบริหารจัดการคลังสินค้าและสินค้าคงคลัง ด้วยซอฟต์แวร์ Web Application และ Mobile Application เพื่อได้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีต่างๆ ได้แก่ Barcode/QRcode, RFID, RTLS เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานโดยยึดหลักการ Kaizen เพื่อให้กระบวนการทดแทนด้วยเทคโนโลยี ได้ผลดีที่สุด

สนใจระบบ Inventory Management System หรือ Warehouse Management System ติดต่อฝ่ายขาย IoT บริษัท โอเวล(ประเทศไทย) จำกัด 02-001-8900-1






บริษัท โอเวล (ประเทศไทย) จำกัด ได้จับมือร่วมกับ Zerom บริษัทฯ ผู้ให้บริการ Platform ด้าน IoT จากประเทศเกาหลีใต้เพื่อพัฒน...
17/09/2020

บริษัท โอเวล (ประเทศไทย) จำกัด ได้จับมือร่วมกับ Zerom บริษัทฯ ผู้ให้บริการ Platform ด้าน IoT จากประเทศเกาหลีใต้เพื่อพัฒนาระบบติดตามภายในอาคารหรือที่รู้จักกันในชื่อ RTLS โดยใช้เทคโนโลยี AOA ร่วมกับ BLE เพื่อตอบโจทย์ในการให้บริการลูกค้าที่ต้องการติดตาม บุคคลหรือสิ่งของแบบ Real-Time

http://www.zerom.io/

สนใจสามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์
02-001-8900

ZEROM is a global leading company of RTLS, IoT, Big Data, AI and Blockchain.

ที่อยู่

Din Daeng

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 07:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+66817003297

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ O-well Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง O-well Thailand:

แชร์