18/06/2026
【วิศวกรโครงสร้างค้านปลุก “ซินเคอหยวน” เดินเครื่องผลิตเหล็กรอบใหม่ — ชง สมอ. แยก มอก. เหล็กเตา IF หวั่นสะเทือนความปลอดภัยอาคารทั่วประเทศ】
การไฟเขียวให้โรงงานเหล็กที่เคยเป็นปมร้อนกลับมาเดินเครื่อง กำลังจุดคำถามใหญ่ที่ไม่ใช่แค่เรื่องโรงงานเปิด–ปิด แต่คือ “คุณภาพเหล็กเส้น” ที่จะไหลเข้าสู่งานก่อสร้างทั่วประเทศ
นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 อนุญาตให้ บริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด (Xin Ke Yuan Steel) หรือ SKY ซึ่งตั้งอยู่ในเขตประกอบการอุตสาหกรรม WHA อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง กลับมาเปิดสายการผลิตเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณได้ตามปกติ ตามอำนาจมาตรา 39 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 หลังถูกสั่งหยุดกิจการเพื่อปรับปรุงแก้ไขรวมกว่า 1 ปี 6 เดือน
ต่อมาวันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันว่าการเปิดกิจการเป็นไปตาม พ.ร.บ.โรงงาน เพราะบริษัทได้แก้ไขข้อบกพร่องที่เคยเป็นเหตุให้ถูกสั่งปิดเรียบร้อยแล้ว พร้อมสั่งปลัดกระทรวงฯ ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม หลังประชาชนและกลุ่ม 10 สมาคมเหล็กยังตั้งข้อสงสัย
🔻 ปมอยู่ที่ “เตาไอเอฟ” ไม่ใช่แค่การเปิดโรงงาน
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย (TSEA) ระบุว่า แม้ในทางทฤษฎีจะผลิตเหล็กคุณภาพสูงจากเตาหลอมเหนี่ยวนำความถี่ หรือ เตาไอเอฟ (IF – Induction Furnace) ได้ แต่ในทางปฏิบัติมีข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะการกำจัดสิ่งเจือปนในเศษเหล็กที่ใช้เป็นวัตถุดิบ
หากมีธาตุอย่างฟอสฟอรัส กำมะถัน หรือโลหะปนเปื้อนในปริมาณสูง อาจกระทบคุณสมบัติทางกลของเหล็ก ทำให้เกิดความเปราะและลดความเหนียวของวัสดุ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่โครงสร้างอาคารต้องพึ่งพาโดยตรง
🔻 ทำไมต้องมี “เตาปรุงน้ำเหล็ก”
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า กระบวนการของเตาไอเอฟต่างจากเตาหลอมไฟฟ้าอาร์ก (EAF – Electric Arc Furnace) ที่เป็นมาตรฐานแพร่หลายในโรงงานขนาดใหญ่หลายประเทศ เพราะเตาอาร์กควบคุมคุณภาพและปรับองค์ประกอบทางเคมีของน้ำเหล็กได้ดีกว่า
หากโรงงานเตาไอเอฟต้องการยกคุณภาพให้เทียบมาตรฐานสากล จำเป็นต้องติดตั้งเตาปรุงน้ำเหล็ก หรือ แลดเดิลเฟอร์เนซ (Ladle Furnace) เพิ่ม เพื่อปรับคุณภาพน้ำเหล็กก่อนขึ้นรูป ซึ่งใช้เงินลงทุนสูงและทำให้ข้อได้เปรียบด้านต้นทุนลดลงทันที โดยมีการตั้งคำถามว่าปัจจุบันโรงงานติดตั้งระบบนี้แล้วหรือไม่ หลังการตรวจในอดีตเคยพบว่ายังไม่มี
🔻 ข้อเสนอ: แยก มอก. เหล็กเตา IF ออกมาให้ชัด
สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ เสนอให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้นฉบับใหม่ โดยแยกมาตรฐานเหล็กจากเตาไอเอฟออกจากเหล็กมาตรฐานทั่วไป พร้อมกำหนดขอบเขตการใช้งานให้ชัดเจน
ข้อเสนอคือ อนุญาตให้ใช้เหล็กจากเตาไอเอฟเฉพาะอาคารขนาดเล็ก อาคารไม่เกินสองชั้น และไม่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว ส่วนอาคารสูง สะพานขนาดใหญ่ โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา และโครงสร้างสาธารณะสำคัญ ควรกำหนดให้ใช้เหล็กที่ผ่านมาตรฐานเข้มงวดกว่า
🔻 บทเรียนจากจีน
กลุ่ม 10 สมาคมเหล็กชี้ว่า จีนซึ่งเคยเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีเตาไอเอฟรายใหญ่ของโลก ได้ทยอยกวาดล้างและสั่งปิดโรงงานเหล็กประเภทนี้ — โดยเฉพาะเหล็กด้อยคุณภาพที่จีนเรียกว่า “ตี้เถียวกัง” (di-tiao-gang) — ภายใต้นโยบายยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมและความปลอดภัยด้านโครงสร้าง โดยระบุว่าจีนเลิกใช้เตาไอเอฟตั้งแต่ปี 2560
🔻 ช่องโหว่ระบบตรวจสอบในประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตถึงข้อจำกัดด้านบุคลากรของหน่วยงานกำกับ ทำให้สุ่มตรวจโรงงานทั่วประเทศได้ไม่ทั่วถึง และมีข้อกังวลว่า ตัวอย่างเหล็กที่ส่งขอรับรองมาตรฐานอาจเป็นชิ้นที่คัดเลือกเป็นพิเศษ ต่างจากเหล็กที่ผลิตจำหน่ายจริง
จึงมีเสียงเรียกร้องให้รัฐสุ่มตรวจคุณภาพเหล็กในสายการผลิตจริงและสินค้าที่วางตลาดอย่างต่อเนื่อง แทนการตรวจเฉพาะช่วงทดสอบเครื่องจักรหรือก่อนขออนุญาตเดินเครื่อง
🔻 เสียงจากภาคอุตสาหกรรม–ภาครัฐ
นายนาวา จันทนสุรคน แกนนำกลุ่ม 10 สมาคมเหล็ก และประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จี้ให้กระทรวงฯ เปิดข้อมูลทุกมิติ ทั้งการปฏิบัติตาม EIA และ มอก. เพื่อคลายข้อกังขาเรื่องความโปร่งใส
ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันว่า เหล็กทุกเส้นต้องผ่าน มอก. และเหล็กที่ผลิตด้วยเตาไอเอฟจะถูกเก็บตัวอย่างทดสอบถี่และเข้มข้นกว่าเทคโนโลยีอื่น ตามประกาศหลักเกณฑ์เฉพาะของ สมอ.
🔻 ไม่ใช่เกมธุรกิจ แต่คือความปลอดภัยประชาชน
นักวิชาการด้านวิศวกรรมเห็นตรงกันว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจหรือราคาเหล็ก แต่เกี่ยวโดยตรงกับความปลอดภัยของประชาชน เพราะเหล็กเส้นคือหัวใจของโครงสร้างอาคารทุกประเภท หากมาตรฐานการผลิตและการควบคุมคุณภาพไม่เข้มพอ ผลกระทบอาจขยายไปถึงบ้านเรือน อาคารสาธารณะ และโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศในระยะยาว
สายตาของภาควิศวกรรมและภาคอุตสาหกรรมจึงจับจ้องไปที่การปรับปรุง มอก. ฉบับใหม่ของ สมอ. ว่าจะกำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับเหล็กจากเตาไอเอฟหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนของมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กไทย
📌 ที่มา: Thaitribune, ฐานเศรษฐกิจ, เดลินิวส์, ไทยรัฐ, กรุงเทพธุรกิจ, Nation, ไทยโพสต์, Kaohoon