01/04/2026
Google แฉ — ควอนตัมคอมพิวเตอร์เจาะ Bitcoin ได้ใน 9 นาที และ Bitcoin ยังไม่มีแผนรับมือ
ปี 2012 มีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งนั่งคำนวณตัวเลขที่ฟังดูห่างไกลมากจนแทบเป็นเรื่องแฟนตาซี"ต้องการ Qubit 1,000,000,000 ตัว ถึงจะเจาะ Bitcoin ได้"ทุกคนหายใจได้ นอนหลับสบาย
แล้วในปี 2019 ตัวเลขนั้นลดลงมาเหลือ 20,000,000 Qubit ยังไกล... แต่เริ่มขยับเข้ามาแล้ว
และสัปดาห์นี้ Google เพิ่งออกงานวิจัยใหม่อีกครั้งตัวเลขใหม่ที่พวกเขาประเมิน? ไม่ถึง 500,000 Qubit ลดลงจากที่เคยคาดไว้ถึง 20 เท่า
1) Craig Gidney และงานวิจัยที่ทำให้วงการสะดุดCraig Gidney นักวิจัยจากทีม Google Quantum AI เพิ่งเผยแพร่ White Paper ใหม่ที่ระบุว่า เขาสามารถลดจำนวน Qubit ที่ต้องใช้ถอดรหัส RSA-2048 บิตได้ลงถึง 20 เท่าจากการประเมินปี 2019 ของตัวเอง
Qubit (คิวบิต) คือหน่วยประมวลผลพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ควอนตัม เปรียบได้กับ "บิต" ในคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่มีพลังในการแก้สมการบางประเภทได้รวดเร็วกว่ามหาศาลความก้าวหน้านี้มาจากสองส่วน คือ อัลกอริทึมที่ดีขึ้น และการแก้ไขข้อผิดพลาดควอนตัมที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
2) สถานการณ์สมมติที่น่ากลัวที่สุด — 9 นาที
งานวิจัยเตือนว่าการโจมตีแบบ Real-time สามารถขโมยธุรกรรม Bitcoin ที่กำลังรออยู่บน Mempool ได้ภายในเวลาประมาณ 9 นาที ซึ่งมีโอกาสสำเร็จสูงถึงราว 41% เมื่อเทียบกับเวลายืนยัน Block ของ Bitcoin
นี่คือสิ่งที่นักวิจัยเรียกว่า "On-Spend Attack" — การโจมตีที่ใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัมถอด Private Key (รหัสลับส่วนตัว) จาก Public Key (รหัสสาธารณะ) ที่ถูกเปิดเผยระหว่างส่งธุรกรรม แล้วโจรสามารถขโมยเหรียญออกไปก่อนที่ธุรกรรมจะได้รับการยืนยันบน Blockchain
Bitcoin มี Block Time ประมาณ 10 นาทีต่อ Block นั่นหมายความว่าหน้าต่างแห่งอันตรายนี้แคบมาก แต่ก็ไม่ได้แคบพอ
3) 6.9 ล้านเหรียญที่เสี่ยงอยู่แล้วตอนนี้ — นักวิจัยระบุว่า Bitcoin ประมาณ 6.9 ล้านเหรียญมี Public Key ที่ถูกเปิดเผยบน Blockchain อยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น การอัปเกรด Taproot ของ Bitcoin ที่ทำให้ Public Key มองเห็นได้โดยค่าเริ่มต้น อาจยิ่งขยายขอบเขตของ Wallet ที่เสี่ยงต่อการโจมตีให้กว้างขึ้น
Taproot คือการอัปเกรด Bitcoin ในปี 2021 ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นส่วนตัว แต่ผลพลอยได้ที่ไม่คาดคิดคือมันเปิดเผย Public Key ให้มองเห็นได้ง่ายขึ้นด้วย
4) Ethereum เสี่ยงกว่าในแบบที่ต่างออกไป — ไม่ต้องแข่งกับเวลา
Bitcoin ยังพอมีหน้าต่าง 9 นาทีให้โจรแข่งกับนาฬิกา แต่ Ethereum ต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่น่ากลัวกว่า เรียกว่า "At-Rest Attack" — การโจมตีที่ไม่ต้องรีบร้อน
ทันทีที่บัญชี Ethereum ส่งธุรกรรมครั้งแรก Public Key ของบัญชีนั้นจะถูกบันทึกบน Blockchain ตลอดไป ผู้โจมตีในอนาคตสามารถค่อยๆ ถอดรหัสโดยไม่มีแรงกดดันด้านเวลาเลย
Google ประเมินว่า 1,000 บัญชี Ethereum ที่ร่ำรวยที่สุด ซึ่งถือ ETH รวมกันประมาณ 20.5 ล้านเหรียญ อาจถูกเจาะได้ภายในเวลาไม่ถึงเก้าวัน
5) Justin Drake — นักวิจัย Ethereum Foundation ที่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมเขียนงานวิจัยชิ้นนี้
Justin Drake เป็นนักวิจัยที่ Ethereum Foundation ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโปรโตคอลและ Cryptography เขามีบทบาทสำคัญในการพา Ethereum ข้ามมาสู่ระบบ Proof-of-Stake ในการอัปเกรด The Merge ปี 2022
เขาออกมาระบุว่าความเชื่อมั่นของเขาต่อ "Q-Day" — วันที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถทำลายระบบเข้ารหัสสมัยใหม่ได้จริง — ภายในปี 2032 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมองว่ามีโอกาสอย่างน้อย 10% ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
6) Ethereum มีแผน — Bitcoin ไม่มี
Ethereum Foundation ได้เปิดตัว pq.ethereum .org เว็บไซต์ศูนย์กลางสำหรับแผนรับมือควอนตัม พร้อมทีม Developer กว่า 10 กลุ่มที่กำลังทดสอบ PQ Interop ในเครือข่ายทดสอบทุกสัปดาห์ Roadmap ครอบคลุมตั้งแต่ระบบลงทะเบียน Key แบบ Post-Quantum ไปจนถึง Consensus แบบ PQ เต็มรูปแบบในสี่ Hard Fork ถัดไป
ฝั่ง Bitcoin? ไม่มี Roadmap ที่ประสานงานกัน ไม่มีโปรแกรม Engineering แบบหลายทีม และไม่มี Milestone ของ Fork ที่ตกลงกันไว้
7) เสียงจากชุมชน
Nic Carter นักธุรกิจสายคริปโตและผู้ร่วมก่อตั้งกองทุน Castle Island Ventures โพสต์บน X ว่า "Elliptic Curve Cryptography กำลังอยู่บนขอบของความล้าสมัย ไม่ว่าจะใช้เวลา 3 ปีหรือ 10 ปี มันก็จบแล้ว และเราต้องยอมรับความจริงนี้"
เขายังตั้งข้อสังเกตว่าแม้แต่ปี 2025 นักพัฒนา Bitcoin อย่าง Wuille ยังบอกว่า "ยังไม่มีความเร่งด่วน" ในการทำให้ Bitcoin ป้องกันควอนตัมได้ ซึ่ง Carter มองว่าเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับวัฒนธรรม Bitcoin ที่ปกติระมัดระวังสุดๆ ในทุกเรื่อง
ขณะเดียวกัน Adam Back ซีอีโอ Blockstream และหนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการ Bitcoin ยังคงยืนหยัดว่าภัยคุกคามนี้อยู่ห่างออกไปอีก 20-40 ปี และ Bitcoin ยังมีเวลาเพียงพอในการปรับตัว
8) ภาพใหญ่ที่ต้องจับตา
Google ได้กำหนดเส้นตาย 2029 สำหรับการย้ายระบบ Authentication ของตัวเองสู่ระบบเข้ารหัสแบบ Post-Quantum โดยอ้างถึงความก้าวหน้าในด้าน Hardware, การแก้ไขข้อผิดพลาด และการประเมินทรัพยากรที่ต้องใช้ในการโจมตี และ IBM เองก็มี Roadmap ของตัวเองที่มุ่งไปสู่ระบบ Quantum แบบ Fault-Tolerant ภายในปีเดียวกัน
เพื่อให้เห็นภาพ — คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังที่สุดในโลกขณะนี้คือ IBM Condor ที่มีอยู่แค่ราว 1,121 Qubit ส่วน Google Sycamore มีเพียง 53 Qubit เส้นทางจาก 1,000 กว่า Qubit ไปสู่ 500,000 ยังยาวไกล แต่ทิศทางชัดเจนมากขึ้นทุกปี
ปมที่น่าติดตามที่สุดในเรื่องนี้ไม่ใช่ว่า "ควอนตัมจะเจาะได้ไหม" แต่คือ "Bitcoin จะ Upgrade ทัน และด้วยกระบวนการที่โปร่งใสแค่ไหน"
QRAMP — Quantum-Resistant Address Migration Protocol ถูกเสนอโดยนักพัฒนา Bitcoin ชื่อ Agustin Cruz เป็น Hard Fork ที่บังคับให้ผู้ใช้ย้ายจาก Address แบบเดิมไปสู่รูปแบบที่ทนทานต่อควอนตัม แต่ชุมชนยังแตกออกเป็นสองฝ่ายเพราะความเสี่ยงที่เหรียญในกระเป๋าที่ไม่ได้ย้ายจะกลายเป็น "เหรียญที่ถูกเผา" หรือใช้งานไม่ได้ตลอดกาล
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี — มันอยู่ที่การเมืองภายในวงการที่กำลังจะถูกทดสอบครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ Bitcoin