ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สำนักงานปัตตานี)

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สำนักงานปัตตานี) “วิทยาศาสตร์ฮาลาลชั้นนำระดับโลก ที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรม ความรู้ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกมิติ”

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานปัตตานี ดำเนินงานให้คำปรึกษาการประยุกต์ใช้ระบบ HAL-Q ในการผลิตอาหารฮ...
10/06/2026

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานปัตตานี ดำเนินงานให้คำปรึกษาการประยุกต์ใช้ระบบ HAL-Q ในการผลิตอาหาร
ฮาลาลปลอดภัยในสถานประกอบการ..............................................................................................................................

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานปัตตานี นำโดย นายฟัครูดดิน ตาเปาะโต๊ะ หัวหน้างานบริการวิชาการ สนง.ปัตตานี และนางสาวอาซีเยาะ ลาเตะ เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ ดำเนินงานให้คำปรึกษาการประยุกต์ใช้ระบบ HAL-Q ณ วิสาหกิจชุมชนเกาะหัวใจเกื้อกูล อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ขอบข่ายในการขอการรับรองระบบ HAL-Q ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปตามฤดูกาล เช่น ปลากุเลาเค็ม ปลาแห้ง ปลากระบอกแดดเดียว กุ้งแห้ง กุ้งเคยแห้ง ปลาหมึกแห้ง ข้าวเกรียบ ข้าวเกรียบสด (กรือโป๊ะ) โดยมีผู้บริหารและทีมงานระบบคุณภาพของสถานประกอบการเข้าร่วมจำนวน 3 คน

การให้คำปรึกษาเริ่มต้นด้วยการแนะนำภาพรวมเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ระบบ HAL-Q ในการผลิตอาหารฮาลาลในสถานประกอบการ จากนั้นให้คำปรึกษาในการจัดทำเอกสารและการปฏิบัติงานตามข้อกำหนดของระบบ HAL-Q ประกอบด้วย การจัดวางผังการดำเนินงานเพื่อป้องกันการปนเปื้อนที่อาจจะเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต ตั้งแต่ห้องเก็บวัตถุดิบ ห้องต้ม ห้องตัด ห้องบรรจุ และห้องเก็บผลิตภัณฑ์ การจัดทำคู่มือคุณภาพการผลิตอาหารฮาลาล การจัดทำนโยบายการผลิตอาหารฮาลาล การแต่งตั้งคณะทำงานและผู้แทนฝ่ายบริหารด้านฮาลาล การฝึกอบรม การควบคุมสุขลักษณะส่วนบุคคล การจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบ การควบคุมกระบวนการผลิตให้สอดคล้องตามข้อกำหนด การตรวจติดตามภายใน และการจัดการกรกณีผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด โดยการให้คำปรึกษาครั้งนี้​ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารและทีมงานระบบคุณภาพของสถานประกอบการเป็นอย่างดี

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ สำนักงานปัตตานี เข้าตรวจประเมินต่ออายุระบบครัวผลิตอาหารฮาลาล-ปลอดภัย (HAL-Q) โรงพยาบาลกะพ้อ ...
09/06/2026

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ สำนักงานปัตตานี เข้าตรวจประเมินต่ออายุระบบครัวผลิตอาหารฮาลาล-ปลอดภัย (HAL-Q) โรงพยาบาลกะพ้อ จ.ปัตตานี...
วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานปัตตานี โดยนายพิทักษ์ อาดมะเร๊ะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ฯ และนางสาวศูนย์นูรอัยน์ ซีเดะ เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ ร่วมกับฝ่ายกิจการฮาลาล สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ลงพื้นที่ตรวจประเมินเพื่อต่ออายุระบบครัวผลิตอาหารฮาลาล-ปลอดภัย (ระบบ HAL-Q) ณ ฝ่ายโภชนศาสตร์ โรงพยาบาลกะพ้อ อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 12 คน

การตรวจประเมินครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.อภิศักดิ์ อะฮ์หมัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกะพ้อ กล่าวต้อนรับและเปิดการตรวจประเมิน พร้อมแสดงถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลในการพัฒนาระบบอาหารฮาลาลที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และสร้างความมั่นใจแก่ผู้รับบริการ

การตรวจประเมินดำเนินการตามกระบวนการระบบคุณภาพ ประกอบด้วย การประชุมเปิด การทบทวนเอกสาร การตรวจพื้นที่จริง การสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติงาน การตรวจบันทึกและการสอบกลับ ตลอดจนการสรุปผลและประชุมปิด โดยมุ่งเน้นหลักฐานเชิงประจักษ์ ความสอดคล้องของระบบ และประสิทธิผลในการควบคุมสภาพฮาลาลอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ฝ่ายกิจการฮาลาล สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ยังได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาครัวฮาลาลของโรงพยาบาล เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการอาหารฮาลาลแก่ผู้ป่วย บุคลากร และประชาชนในพื้นที่ต่อไป

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ สำนักงานปัตตานี ขอขอบคุณคณะผู้บริหารและทีมงานโรงพยาบาลกะพ้อ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบ HAL-Q และร่วมขับเคลื่อนงานบริการอาหารฮาลาล-ปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมอย่างต่อเนื่อง...

#ครัวฮาลาลปลอดภัย
#ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาฯ
#โรงพยาบาลกะพ้อ
#ฮาลาลปัตตานี

08/06/2026

📢 แจ้งเปลี่ยนแปลงกำหนดการ Thailand Halal Scientists’ Competition 2026

📌 ประกาศผลการคัดเลือกรอบแรก
🗓 12 มิถุนายน 2569
⏰ เวลา 10.00 น.

📌 กิจกรรมอบรม Halal Scientist Competition 2026: AI and Blockchain Innovation
🗓 27–28 มิถุนายน 2569
💻 ผ่านระบบ Zoom Meeting

ขออภัยในความไม่สะดวก และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ 🙏

#นวัตกรรมฮาลาล

08/06/2026
ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ สำนักงานปัตตานี เข้าเยี่ยมคารวะ ดร.บรรจง ไวทยเมธา หลังเทศกาลอีดิลอัฎฮา...    วันที่ 5 มิถุนา...
05/06/2026

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ สำนักงานปัตตานี เข้าเยี่ยมคารวะ ดร.บรรจง ไวทยเมธา หลังเทศกาลอีดิลอัฎฮา...
วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ทีมงานศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานปัตตานี ได้เข้าเยี่ยมคารวะ ดร.บรรจง ไวทยเมธา อดีตรองผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ สำนักงานปัตตานี เพื่อสาลามัตฮารีรายอ เนื่องในโอกาสวันอีดิลอัฎฮาที่ผ่านมา

บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง ดร.บรรจง ได้ให้ข้อคิด กำลังใจ พร้อมสอบถามและติดตามการดำเนินงานของทีมงานด้วยความห่วงใยอยู่เสมอ อีกทั้งทีมงานยังรู้สึกยินดีที่ได้เห็นอาจารย์มีสุขภาพแข็งแรง และยังคงดูแลตนเองด้วยการเดินออกกำลังกายเป็นประจำ

การเข้าเยี่ยมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสานสัมพันธ์ รำลึกถึงคุณูปการของผู้บุกเบิกงาน และเติมพลังใจให้ทีมงานรุ่นปัจจุบันสานต่อภารกิจด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลเพื่อชุมชนและสังคมต่อไป

ขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา โปรดประทานสุขภาพที่แข็งแรง อายุที่มีบะเราะกะฮ์ และความเมตตาแก่ ดร.บรรจง ไวทยเมธา และครอบครัว

อามีน ยาร็อบบัลอาละมีน

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ สำนักงานปัตตานี เข้าพบ ผศ.นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รับโอวาทและกำลังใจหลังเทศกาลอีดิลอัฎฮา...    ...
04/06/2026

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ สำนักงานปัตตานี เข้าพบ ผศ.นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รับโอวาทและกำลังใจหลังเทศกาลอีดิลอัฎฮา...
วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ทีมงานศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานปัตตานี เข้าพบ ผศ.นิฟาริด ระเด่นอาหมัด สมาชิกวุฒิสภา และอดีตรองผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ สำนักงานปัตตานี เพื่อสาลามัตฮารีรายอ เนื่องในโอกาสวันอีดิลอัฎฮาที่ผ่านมา

การเข้าพบครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง โดยคณะทำงานได้รับโอวาท แนวคิด และข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในพื้นที่ ทั้งในด้านการพัฒนางานวิทยาศาสตร์ฮาลาล การขับเคลื่อนงานบริการสังคม และแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวฮาลาลในพื้นที่ภาคใต้และชายแดนใต้

นอกจากนี้ ผศ.นิฟาริด ระเด่นอาหมัด ยังได้พูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบของทีมงานด้วยความห่วงใย พร้อมเลี้ยงอาหารและมอบของฝากให้แก่ทีมงานทุกคน สร้างความประทับใจและเติมพลังใจให้กับคณะทำงานในการเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเพื่อสังคมต่อไป

โอกาสครั้งนี้นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของการสานสัมพันธ์ ความเคารพ จากอดีตรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ สู่บทบาทการทำงานในระดับประเทศอย่างภาคภูมิใจ

03/06/2026

ทรงพระเจริญ ✨
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
݁₊ ⊹ . ݁ ⟡ ݁ . ⊹ ₊ ݁. . ݁₊ ⊹ . ݁ ⟡ ݁ . ⊹ ₊ ݁. . ݁₊ ⊹ . ݁ ⟡ ݁ . ⊹ ₊ ݁.

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

02/06/2026

Halal Travel Trends 2026: จากการเดินทางที่เป็นมิตรกับมุสลิม สู่ระบบนิเวศแห่งความเชื่อมั่น เทคโนโลยี และความยั่งยืน
……
การท่องเที่ยวฮาลาลหรือการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับมุสลิมกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเดิมที่มักถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการจัดหาอาหารฮาลาล ห้องละหมาด หรือสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม ปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวได้ขยายไปสู่การออกแบบ “ระบบนิเวศการท่องเที่ยว” ที่ต้องตอบสนองทั้งมิติศรัทธา ความปลอดภัย ประสบการณ์เชิงคุณค่า เทคโนโลยีดิจิทัล และความยั่งยืน รายงาน Halal Travel Trends 2026 ของ Mastercard–CrescentRating ชี้ให้เห็นว่า ตลาดการท่องเที่ยวฮาลาลในปี 2026 ไม่ได้ถูกกำหนดด้วย “จุดหมายปลายทาง” เพียงอย่างเดียว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยการเดินทางที่สอดคล้องกับคุณค่าส่วนบุคคล เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความมั่นใจด้านศาสนาและวัฒนธรรมของนักเดินทางมุสลิม

รายงานฉบับนี้เสนอว่า การท่องเที่ยวฮาลาลกำลังเข้าสู่ยุคของ Agentic Travel หรือการเดินทางที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นผู้ช่วยเชิงรุก และ Regenerative Stewardship หรือการท่องเที่ยวที่ไม่เพียงลดผลกระทบ แต่ต้องช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ชุมชน และวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย ในบริบทนี้ การท่องเที่ยวฮาลาลหรือการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรสำหรับมุสลิม จึงมิใช่เพียงตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโลกที่กำลังเชื่อมโยงศรัทธา เทคโนโลยี ความยั่งยืน และความเชื่อมั่นเข้าด้วยกัน โดยรายละเอียดของรายงานประกอบไปด้วย

1. #พลังประชากรมุสลิมกับทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวโลก
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของการท่องเที่ยวฮาลาลหรือการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรสำหรับมุสลิม คือการเพิ่มขึ้นของประชากรมุสลิมทั่วโลก รายงานคาดการณ์ว่าประชากรมุสลิมจะเพิ่มจากประมาณ 2.19 พันล้านคนในปี 2025 เป็น 2.54 พันล้านคนในปี 2035 และจะมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 28.6 ของประชากรโลกภายในปี 2035 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ตลาดนักเดินทางมุสลิมมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีอิทธิพลมากขึ้นต่อการกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคต

ที่สำคัญ ประชากรมุสลิมยังคงมีโครงสร้างอายุที่ค่อนข้างเยาวชน โดยกลุ่มอายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นสัดส่วนหลักของประชากร กลุ่มคนรุ่นใหม่ เช่น Gen Z และ Millennials หรือ GEN Y กำลังเข้าสู่ช่วงวัยทำงานและมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น นักเดินทางกลุ่มนี้มีลักษณะสำคัญคือใช้เทคโนโลยีสูง ให้ความสำคัญกับประสบการณ์เฉพาะบุคคล และมองหาการเดินทางที่สอดคล้องกับคุณค่า ความเชื่อ และวิถีชีวิตของตนเอง การเติบโตของกลุ่มนี้จึงทำให้การท่องเที่ยวฮาลาลต้องก้าวข้ามการให้บริการพื้นฐาน ไปสู่การออกแบบประสบการณ์ที่มีความหมาย ปลอดภัย ตรวจสอบได้ และเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของผู้เดินทาง

2. #เอเชียกับศูนย์กลางสำคัญของระบบนิเวศการท่องเที่ยวฮาลาล
รายงานระบุว่า เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุดในตลาดการท่องเที่ยวมุสลิม เนื่องจากเป็นทั้งแหล่งต้นทางและปลายทางของนักท่องเที่ยวมุสลิมจำนวนมาก ในปี 2024 เอเชียดึงดูดนักท่องเที่ยวมุสลิมเกือบ 120 ล้านคน และประมาณร้อยละ 65 ของนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลกหรือจำนวน 176 ล้านคนมีการเดินทางผ่านภูมิภาคนี้

จุดแข็งของเอเชียอยู่ที่ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความพร้อมด้านอาหารฮาลาล ระยะทางการเดินทางที่เหมาะสม และการมีประเทศมุสลิมหรือประเทศที่มีประชากรมุสลิมจำนวนมากอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน นอกจากนี้ หลายประเทศในเอเชียเริ่มพัฒนาแนวทาง Muslim-friendly tourism อย่างเป็นระบบ เช่น การรับรองฮาลาล การพัฒนาที่พักที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิม การอบรมผู้ประกอบการ และการบูรณาการสิ่งอำนวยความสะดวกทางศาสนาเข้ากับกิจกรรมท่องเที่ยวขนาดใหญ่

สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดชายแดนภาคใต้ แนวโน้มดังกล่าวถือเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากมีทุนทางวัฒนธรรมอิสลาม อาหารฮาลาล วิถีชีวิตชุมชน และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หากสามารถพัฒนาระบบมาตรฐานฮาลาล ดิจิทัลแพลตฟอร์ม การสื่อสารข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงชุมชนได้อย่างเป็นระบบ ก็จะสามารถยกระดับพื้นที่ให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวมุสลิมทั้งในระดับอาเซียนและนานาชาติ

3. #จากการท่องเที่ยวทั่วไป สู่การเดินทางแบบมีเป้าหมาย
หนึ่งในแนวโน้มสำคัญของปี 2026 คือการเกิดขึ้นของ Intentional Traveler หรือนักเดินทางที่เลือกเดินทางด้วยเหตุผลเชิงคุณค่า รายงานเรียกแนวโน้มนี้ว่า “ ” หมายถึงการเดินทางที่ผู้เดินทางให้ความสำคัญกับคำถามว่า “ทำไมจึงเดินทาง” มากกว่า “จะเดินทางไปที่ไหน” นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ต้องการประสบการณ์ที่มีความหมาย เช่น การเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น การค้นหารากเหง้า การพักฟื้นจิตใจ การใช้ชีวิตแบบชุมชน และการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่

แนวโน้มดังกล่าวทำให้รูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ได้รับความสนใจมากขึ้น เช่น Ancestry and Heritage Travel หรือการเดินทางเพื่อค้นหารากเหง้าและมรดกทางวัฒนธรรม, Cultural Immersion หรือการมีส่วนร่วมกับวิถีชีวิตท้องถิ่น, Slow Tourism หรือการท่องเที่ยวแบบช้า ๆ ที่เน้นการพักผ่อน ฟื้นฟู และเชื่อมโยงกับธรรมชาติ รวมถึง Adventure Tourism และ Digital Detox ที่ตอบโจทย์ผู้เดินทางซึ่งต้องการหลีกหนีความเร่งรีบและการใช้เทคโนโลยีมากเกินไป

สำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม ประสบการณ์เหล่านี้จะมีคุณค่าสูงขึ้นเมื่อสามารถดำเนินไปโดยไม่กระทบต่อหลักศาสนา เช่น มีอาหารฮาลาลที่เชื่อถือได้ มีเวลาหรือพื้นที่ละหมาด มีผู้ให้บริการที่เข้าใจข้อกำหนดด้านศาสนา และมีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับความเหมาะสมของกิจกรรมต่าง ๆ ดังนั้น การท่องเที่ยวฮาลาลในอนาคตจึงต้องผสมผสาน “ประสบการณ์เชิงลึก” กับ “ความมั่นใจด้านศาสนา” อย่างกลมกลืน

4. #เทคโนโลยีดิจิทัลและ Agentic AI กับโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่น
รายงานชี้ว่า ปี 2026 เป็นช่วงที่การท่องเที่ยวก้าวข้ามยุค “Digitalization” ไปสู่ยุค Agentic AI กล่าวคือ ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูล แต่กลายเป็นผู้ช่วยอัตโนมัติที่สามารถวางแผน ตรวจสอบ ปรับเส้นทาง และตอบสนองความต้องการเฉพาะของนักเดินทางได้แบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิม AI สามารถช่วยตรวจสอบความต้องการด้านศรัทธา เช่น อาหารฮาลาล สถานที่ละหมาด สิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม และการออกแบบการเดินทางแบบลดแรงเสียดทานหรือ Zero-Friction Journey

อย่างไรก็ตาม การที่ AI จะสามารถแนะนำแหล่งท่องเที่ยวหรือบริการฮาลาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และอยู่ในรูปแบบที่ระบบดิจิทัลอ่านได้ เช่น ข้อมูลใบรับรองฮาลาล พิกัดสถานที่ละหมาด รายละเอียดอาหาร ข้อมูลสถานประกอบการ และมาตรฐานการให้บริการ หากจุดหมายปลายทางหรือผู้ประกอบการไม่มีข้อมูลเหล่านี้อย่างเป็นระบบ ก็อาจถูกมองข้ามโดยระบบแนะนำการเดินทางในอนาคต

ดังนั้น ดิจิทัลจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือประชาสัมพันธ์ แต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่น” ที่ทำให้นักท่องเที่ยวมุสลิมสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทาง และหลังการเดินทาง รายงานยังชี้ว่า Digital travel ในปี 2026 จะถูกกำหนดโดย Agentic AI และ Smart Infrastructure ซึ่งทำให้การเดินทางราบรื่น และช่วยให้การยืนยันความเป็นฮาลาลแบบเรียลไทม์สามารถขยายผลได้ในระดับระบบ

5. Framework กับกรอบยุทธศาสตร์สำหรับการท่องเที่ยวฮาลาลในอนาคต
รายงานเสนอ RIDA Framework เป็นกรอบคิดหลักในการพัฒนาการท่องเที่ยวฮาลาลในอนาคต ประกอบด้วย 4 มิติ ได้แก่ Responsible, Immersive, Digital และ Assured โดยแต่ละมิติมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างประสบการณ์ที่ครบถ้วนสำหรับนักเดินทางมุสลิม

มิติ Responsible เน้นการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และวัฒนธรรม โดยขยายจากแนวคิด ESG ไปสู่ Regenerative Leadership หรือการพัฒนาที่ช่วยฟื้นฟูและสร้างความยืดหยุ่นให้แก่พื้นที่ท่องเที่ยว มิติ Immersive ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้เดินทางกับชุมชน วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง มิติ Digital คือการใช้เทคโนโลยี AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อทำให้การเดินทางสะดวก ฉลาด และตรวจสอบได้ ส่วนมิติ Assured คือความมั่นใจด้านความปลอดภัย มาตรฐานฮาลาล ความครอบคลุม และการปราศจากอคติหรือ Islamophobia

กรอบ RIDA จึงช่วยให้ผู้กำหนดนโยบาย องค์กรท่องเที่ยว และผู้ประกอบการสามารถออกแบบบริการที่ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงการท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่ยังตอบสนองมิติศรัทธา วัฒนธรรม และความยั่งยืนของนักเดินทางมุสลิมในระยะยาว

6. #ความยั่งยืนสู่ Regenerative Stewardship
รายงานเสนอว่า แนวคิดความยั่งยืนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนจากการ “ลดผลกระทบ” ไปสู่การ “ฟื้นฟูและสร้างคุณค่าใหม่” หรือ Regenerative Tourism แนวทางนี้ไม่เพียงมุ่งลดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม แต่ต้องช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ สนับสนุนชุมชน รักษามรดกวัฒนธรรม และสร้างความเข้มแข็งให้พื้นที่ท่องเที่ยวในระยะยาว

สำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลัก คอลีฟะฮ์ หรือความรับผิดชอบของมนุษย์ในฐานะผู้ดูแลโลก การเลือกเดินทางอย่างรับผิดชอบจึงไม่ใช่เพียงพฤติกรรมการบริโภคที่ดี แต่เป็นการแสดงออกของจริยธรรมและศรัทธา เช่น การสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น การเคารพวัฒนธรรมชุมชน การลดการทำลายสิ่งแวดล้อม และการเลือกกิจกรรมท่องเที่ยวที่ไม่เอารัดเอาเปรียบคน สัตว์ หรือธรรมชาติ รายงานระบุว่า Ethical travel ในระบบนิเวศฮาลาลสะท้อนการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าทางศรัทธาและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

7. #ความเชื่อมั่นและความครอบคลุม กับเงื่อนไขสำคัญของตลาดอนาคต
แม้เทคโนโลยีและประสบการณ์จะมีความสำคัญมากขึ้น แต่รายงานย้ำว่า “Assurance” หรือความมั่นใจยังเป็นเงื่อนไขที่ไม่สามารถละเลยได้ โดยเฉพาะในบริบทของนักท่องเที่ยวหญิงมุสลิมที่เดินทางคนเดียว มาตรฐานที่เป็นมิตรกับศาสนาในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยจากอคติหรือความไม่เข้าใจต่ออิสลาม รายงานระบุอย่างชัดเจนว่า Trust หรือ ‘ความไว้วางใจ’ คือปัจจัยสำคัญแห่งปี 2026 ขณะที่ Assurance หรือ ‘ระบบรับรองความน่าเชือดถือ’ คือกลไกสำคัญในการสร้างความไว้วางใจนั้น

ในทางปฏิบัติ จุดหมายปลายทางที่ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวมุสลิมจึงต้องสื่อสารอย่างชัดเจนว่ามีมาตรฐานใดรองรับ มีบริการใดที่เชื่อถือได้ และมีระบบตรวจสอบหรือรับรองอย่างไร การมีเพียงคำว่า “Muslim-friendly” โดยไม่มีหลักฐานรองรับอาจไม่เพียงพอในยุคที่ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่าน AI แพลตฟอร์มดิจิทัล และเครือข่ายผู้ใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็ว

#ดังนั้น รายงาน Halal Travel Trends 2026 สะท้อนให้เห็นว่า การท่องเที่ยวฮาลาลกำลังเปลี่ยนผ่านจากตลาดเฉพาะกลุ่มไปสู่ระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก นักท่องเที่ยวมุสลิมรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน แต่ต้องการการเดินทางที่มีเป้าหมาย เชื่อถือได้ ใช้เทคโนโลยีสนับสนุน มีความปลอดภัยทางศาสนาและวัฒนธรรม และสร้างผลดีต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

ด้วยเหตุนี้ หัวใจสำคัญของแนวโน้มนี้คือการบูรณาการ 4 มิติของ RIDA Framework ได้แก่ ความรับผิดชอบ ประสบการณ์เชิงลึก เทคโนโลยีดิจิทัล และความมั่นใจ หากประเทศ จุดหมายปลายทาง หรือผู้ประกอบการสามารถพัฒนาการท่องเที่ยวบนฐานทั้ง 4 มิตินี้ได้ จะสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวมุสลิมในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

สำหรับประเทศไทย และพื้นที่ภาคใต้ แนวโน้มดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับทุนวัฒนธรรมอิสลาม อาหารฮาลาล ชุมชนท้องถิ่น และเทคโนโลยีดิจิทัล ไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวฮาลาลที่มีมาตรฐาน ตรวจสอบได้ และเชื่อมโยงกับตลาดมุสลิมโลกอย่างแท้จริง.........
พิทักษ์ อาดมะเร๊ะ เรียบเรียง
Podcast by NotbookLM

เอกสารอ้างอิง
[1] Mastercard and CrescentRating, Halal Travel Trends 2026: The Era of Agentic Travel and Trust Deficit. Singapore: Mastercard–CrescentRating, 2026.





31/05/2026

⏳ เหลืออีก 1 วันสุดท้าย!

สร้างโครงงานแล้ว ✅
อย่าลืมกดปุ่มสีเขียว “ส่งโครงงาน” เพื่อยืนยันการส่งเข้าระบบนะคะ

✨🌙 Eid Al-Adha Mubarak 1447 H / 2026 M 🌙✨เนื่องในโอกาสวันอีดิ้ลอัฎฮา (Eid Al-Adha) ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิ...
27/05/2026

✨🌙 Eid Al-Adha Mubarak 1447 H / 2026 M 🌙✨

เนื่องในโอกาสวันอีดิ้ลอัฎฮา (Eid Al-Adha) ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานปัตตานี ขอร่วมส่งความปรารถนาดีไปยังพี่น้องมุสลิมทุกท่าน

ขออัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงประทานความเมตตา ความจำเริญ และความสุข ความสงบในชีวิต พร้อมทั้งทรงตอบรับการอิบาดะห์ การเสียสละ และการประกอบคุณงามความดีของทุกท่าน

ขอให้วันอันประเสริฐนี้นำมาซึ่งความรัก ความสามัคคี และความบารอกัตแก่ทุกครอบครัว

อีดมูบาร็อก 🌙🤍
تَقَبَّلَ اللهُ مِنَّا وَمِنْكُمْ
“ขออัลลอฮ์ทรงตอบรับการงานที่ดีจากเราและจากท่าน”

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานปัตตานี

ที่อยู่

300/80 ถนนหนองจิก ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
Pattani
94000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6673333604

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สำนักงานปัตตานี)ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สำนักงานปัตตานี):

แชร์