Unitron Group ติดตั้ง ออกแบบ ระบบ โซล่าเซลล์ ระยอง เสาไฟฟ้า Solarcell

Unitron Group ติดตั้ง ออกแบบ ระบบ โซล่าเซลล์ ระยอง เสาไฟฟ้า Solarcell โซล่าเซลล์ ระยอง ติดตั้ง ออกแบบ เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์

รับติดตั้งและออกแบบ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โซล่าเซลล์ ภาคตะวันออก ชลบุรี ระยอง และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อการประหยัดค่าไฟฟ้า ด้วยทีมงานมือาชีพ วัสดุมาตรฐาน ติดตั้งจริงมาแล้วกว่า 30 แห่ง ทั่วจังหวัดระยอง

สนใจพลังงานสะอาดติดต่อสอบถามข้อมูลได้นะครับเรายินดีให้คำปรึกษาLine:โทร:095-465-6451/ 094-141-4041 / 088-014-5145     #ติ...
20/03/2022

สนใจพลังงานสะอาด

ติดต่อสอบถามข้อมูลได้นะครับ

เรายินดีให้คำปรึกษา

Line:

โทร:095-465-6451/ 094-141-4041 / 088-014-5145


#ติดตั้งโซล่าเซลล์ระยอง #ติดตั้งโซล่าเซลล์ชลบุรี
#ติดตั้งโซล่าเซลล์ภาคตะวันออก #ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์
#ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงาน #โซล่าเซลล์สำนักงาน
#โซล่าเซลล์บ้านพักอาศัย #ติดตั้งเสาโซล่าเซลล์
#เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ #เสาไฟพลังงานแสงอาทิตย์
#ระบบโซล่าเซลล์
#ปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ #ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์
#ปั๊มสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ #ระบบสูบน้ำโซล่าเซลล์
#บ่อบาดาลโซล่าเซลล์

สนใจพลังงานสะอาดติดต่อสอบถามข้อมูลได้นะครับเรายินดีให้คำปรึกษาLine:โทร:095-465-6451/ 094-141-4041 / 088-014-5145     #ติ...
09/09/2021

สนใจพลังงานสะอาด

ติดต่อสอบถามข้อมูลได้นะครับ

เรายินดีให้คำปรึกษา

Line:

โทร:095-465-6451/ 094-141-4041 / 088-014-5145


#ติดตั้งโซล่าเซลล์ระยอง #ติดตั้งโซล่าเซลล์ชลบุรี
#ติดตั้งโซล่าเซลล์ภาคตะวันออก #ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์
#ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงาน #โซล่าเซลล์สำนักงาน
#โซล่าเซลล์บ้านพักอาศัย #ติดตั้งเสาโซล่าเซลล์
#เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ #เสาไฟพลังงานแสงอาทิตย์
#ระบบโซล่าเซลล์
#ปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ #ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์
#ปั๊มสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ #ระบบสูบน้ำโซล่าเซลล์
#บ่อบาดาลโซล่าเซลล์

ร้อนแบบนี้ ติดโซล่าเซลล์ดีกว่ามั๊ย !!!
08/04/2017

ร้อนแบบนี้ ติดโซล่าเซลล์ดีกว่ามั๊ย !!!

06/03/2017

ก๊าซและสารที่มีผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน

ก๊าซและสารที่มีผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน มีทั้งหมด 6 ชนิด ได้แก่

ไอน้ำ (H2O)

เป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีมากที่สุดบนโลก มีอยู่ในอากาศประมาณ 0- 4% ขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และอุณหภูมิ ในบริเวณเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตรและชายทะเลจะมีไอน้ำอยู่มาก ส่วนในบริเวณเขตหนาวแถบขั้วโลก อุณหภูมิต่ำ จะมีไอน้ำในบรรยากาศเพียงเล็กน้อย ไอน้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต ไอน้ำเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรน้ำในธรรมชาติ น้ำสามารถเปลี่ยนสถานะไปมาทั้ง 3 สถานะ จึงเป็นตัวพาและกระจายความร้อนแก่บรรยากาศและพื้นผิว

ไอน้ำเกิดจากโดยฝีมือมนุษย์ 2 วิธี คือ จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงหรือก๊าซธรรมชาติ และจากการหายใจและคายน้ำของสัตว์และพืชในการทำเกษตรกรรม

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

ในยุคเริ่มแรกของโลกและระบบสุริยะ มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศถึง 98% เนื่องจากดวงอาทิตย์ยังมีขนาดเล็กและแสงอาทิตย์ยังไม่สว่างเท่าทุกวันนี้ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยทำให้โลกอบอุ่น เหมาะสำหรับเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต ครั้นกาลเวลาผ่านไปดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำฝนได้ละลายคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศลงมายังพื้นผิว แพลงก์ตอนบางชนิดและพืชตรึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ มาสร้างเป็นอาหารโดยการสังเคราะห์ด้วยแสง ทำให้ภาวะเรือนกระจกลดลง โดยธรรมชาติก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นจากการหลอมละลายของหินปูน ซึ่งโผล่ขึ้นมาจากปล่องภูเขาไฟ และการหายใจของสิ่งมีชีวิต

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีปริมาณเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเผาไหม้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิง โรงงานอุตสาหกรรม การเผาป่าเพื่อใช้พื้นที่สำหรับอยู่อาศัยและการทำปศุสัตว์ เป็นต้น โดยการเผาป่าเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากต้นไม้มีคุณสมบัติในการตรึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ก่อนที่จะลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ดังนั้นเมื่อพื้นที่ป่าลดน้อยลง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จึงลอยขึ้นไปสะสมอยู่ในบรรยากาศได้มากยิ่งขึ้น และทำให้พลังงานความร้อนสะสมบนผิวโลกและในบรรยากาศเพิ่มขึ้นประมาณ 1.56 วัตต์/ตารางเมตร (ปริมาณนี้ยังไม่คิดรวมผลกระทบที่เกิดขึ้นทางอ้อม)

ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ( co2) มาจากประเทศไหนมากที่สุด

จากตัวเลขที่ได้สำรวจล่าสุดนั้นเรียงตามลำดับประเทศที่ปล่อยควันพิษของโลกมีปริมาณสะสมมาตั้งแต่ปี 1950 ดังนี้

- สหรัฐอเมริกา 186,100 ล้านตัน
- สหภาพยุโรป 127,800 ล้านตัน
- รัสเซีย 68,400 ล้านตัน
- จีน 57,600 ล้านตัน
- ญี่ปุ่น 31,200 ล้านตัน
- ยูเครน 21,700 ล้านตัน
- อินเดีย 15,500 ล้านตัน
- แคนาดา 14,900 ล้านตัน
- โปแลนด์ 14,400 ล้านตัน
- คาซัคสถาน 10,100 ล้านตัน
- แอฟริกาใต้ 8,500 ล้านตัน
- เม็กซิโก 7,800 ล้านตัน
- ออสเตรเลีย 7,600 ล้านตัน

ภาวะโลกร้อน

ก๊าซมีเทน (CH4)

เกิดขึ้นจากการย่อยสลายของซากสิ่งมีชีวิต แม้ว่ามีก๊าซมีเทนอยู่ในอากาศเพียง 1.7 ppm แต่ก๊าซมีเทนมีคุณสมบัติของก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กล่าวคือด้วยปริมาตรที่เท่ากัน ก๊าซมีเทนสามารถดูดกลืนรังสีอินฟราเรดได้ดีกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ก๊าซมีเทนมีปริมาณเพิ่มขึ้นเนื่องจากการทำนาข้าว ปศุสัตว์ และการเผาไหม้มวลชีวภาพ การเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ การเพิ่มขึ้นของก๊าซมีเทนส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะเรือนกระจกมากเป็นอันดับ 2 รองจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พลังงานรวมที่เกิดขึ้นโดยเฉลี่ย 0.47 วัตต์/ตารางเมตร

ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O)

ปกติก๊าซชนิดนี้ในธรรมชาติเกิดจากการย่อยสลายซากสิ่งมีชิวิตโดยแบคทีเรีย แต่ที่มีเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน เนื่องมาจากอุตสาหกรรมที่ใช้กรดไนตริกในกระบวนการผลิต เช่น อุตสาหกรรมผลิตเส้นใยไนลอน อุตสาหกรรมเคมีและพลาสติกบางชนิด เป็นต้น ก๊าซไนตรัสออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเพิ่มพลังงานความร้อนสะสมบนพื้นผิวโลกประมาณ 0.14 วัตต์/ตารางเมตร นอกจากนั้นเมื่อก๊าซไนตรัสออกไซด์ลอยขึ้นสู่บรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ มันจะทำปฏิกิริยากับก๊าซโอโซน ทำให้เกราะป้องกันรังสีอัลตราไวโอเล็ตของโลกลดน้อยลง

สารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC)

หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ฟรีออน" (Freon) มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ มีแหล่งกำเนิดมาจากโรงงานอุตสาหกรรม และอุปกรณ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และสเปรย์ เป็นต้น

สาร CFC มีองค์ประกอบเป็นคลอรีน ฟลูออไรด์ และโบรมีน ซึ่งมีความสามารถในการทำลายโอโซน ตามปกติสาร CFC ในบริเวณพื้นผิวโลกจะทำปฏิกิริยากับสารอื่น แต่เมื่อมันดูดกลืนรังสีอุลตราไวโอเล็ตในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ โมเลกุลจะแตกตัวให้คลอรีนอะตอมเดี่ยว และทำปฏิกิริยากับก๊าซโอโซน เกิดก๊าซคลอรีนโมโนออกไซด์ (ClO) และก๊าซออกซิเจน หากคลอรีนจำนวน 1 อะตอม ทำลายก๊าซโอโซน 1 โมเลกุล ได้เพียงครั้งเดียว ก็คงไม่เป็นปัญหา แต่ทว่าคลอรีน 1 อะตอม สามารถทำลายก๊าซโอโซน 1 โมเลกุล ได้นับพันครั้ง เนื่องจากเมื่อคลอรีนโมโนออกไซด์ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนอะตอมเดี่ยว แล้วเกิดคลอรีนอะตอมเดี่ยวขึ้นอีกครั้ง ปฏิกิริยาลูกโซ่เช่นนี้จึงเป็นการทำลายโอโซนอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันแม้ว่าจะมีการจำกัดการใช้ก๊าซประเภทนี้ให้น้อยลง 40% เมื่อเทียบกับ 10 กว่าปีก่อน แต่ปริมาณสารคลอโรฟลูออโรคาร์บอนที่ยังคงสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศ ยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้มีพลังงานความร้อนสะสมบนพื้นผิวโลกประมาณ 0.28 วัตต์ต่อตารางเมตร

โอโซน (O3)

เป็นก๊าซที่ประกอบด้วยธาตุออกซิเจนจำนวน 3 โมเลกุล มีอยู่เพียง 0.0008% ในบรรยากาศ โอโซนไม่ใช่ก๊าซที่มีเสถียรภาพสูง มันมีอายุอยู่ในอากาศได้เพียง 20 - 30 สัปดาห์ แล้วสลายตัว โอโซนเกิดจากก๊าซออกซิเจน (O2) ดูดกลืนรังสีอุลตราไวโอเล็ตแล้วแตกตัวเป็นออกซิเจนอะตอมเดี่ยว (O) จากนั้นออกซิเจนอะตอมเดี่ยวรวมตัวกับก๊าซออกซิเจนและโมเลกุลชนิดอื่น (M)ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง แล้วให้ผลผลิตเป็นก๊าซโอโซนออกมา

ก๊าซโอโซนมี 2 บทบาท คือ เป็นทั้งพระเอกและผู้ร้ายในตัวเดียวกัน ขึ้นอยู่ว่ามันวางตัวอยู่ที่ใด

โอโซนในชั้นสตราโตสเฟียร์ (Stratosphere Ozone)

เป็นเกราะป้องกันรังสีอุลตราไวโอเล็ต (UV) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก ในธรรมชาติโอโซนที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวมีเพียง 10% โอโซนส่วนใหญ่ในชั้นสตราโตสเฟียร์รวมตัวเป็นชั้นบาง ๆ ที่ระยะสูงประมาณ 20 - 30 กิโลเมตร ทำหน้าที่กรองรังสีอุลตราไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์ออกไป 99% ก่อนถึงพื้นโลก หากร่างกายมนุษย์ได้รับรังสีนี้มากเกินไป จะทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ส่วนจุลินทรีย์ขนาดเล็ก อย่างเช่นแบคทีเรียก็จะถูกฆ่าตาย

โอโซนในชั้นโทรโพสเฟียร์ (Troposphere Ozone)

เป็นก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และมีคุณสมบัติเป็นก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด โดยดูดกลืนรังสีอินฟราเรด ทำให้เกิดพลังงานความร้อนสะสมบนพื้นผิวโลกประมาณ 2.85 วัตต์/ตารางเมตร โอโซนในชั้นนี้เกิดจากการเผาไหม้มวลชีวภาพและการสันดาปของเครื่องยนต์ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการจราจรติดขัด เครื่องยนต์ เครื่องจักร และโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งปะปนอยู่ในหมอกควัน เมื่อโอโซนอยู่ในบรรยากาศชั้นล่างหรือเหนือพื้นผิว มันจะให้โทษมากกว่าให้คุณ เนื่องจากเป็นพิษต่อร่างกาย ดังนั้นคำพูดที่ว่า "ออกไปสูดโอโซนให้สบายปอด" จึงเป็นความเข้าใจผิด

การลดลงของโอโซน

นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจพบรูโหว่ขนาดใหญ่ของชั้นโอโซนเหนือทวีปแอนตาร์คติก บริเวณขั้วโลกใต้ เกิดขึ้นจากกระแสลมพัดคลอรีนเข้ามาสะสมในก้อนเมฆในชั้นสตราโตสเฟียร์ในช่วงฤดูหนาวราวเดือนพฤษภาคม - กันยายน (อนึ่งขั้วโลกเหนือไม่มีเมฆในชั้นสตราโตสเฟียร์ เนื่องจากอุณหภูมิไม่ต่ำพอที่จะทำให้เกิดการควบแน่นของไอน้ำในอากาศ) เมื่อถึงเดือนตุลาคม ซึ่งแสงอาทิตย์กระทบเข้ากับก้อนเมฆ ทำให้คลอรีนอะตอมอิสระแยกตัวออกและทำปฏิกิริยากับก๊าซโอโซน ทำให้เกิดรูโหว่ขนาดใหญ่ของชั้นโอโซน เรียกว่า "รูโอโซน" (Ozone hole)

Cr:www.Kapook.com
สนใจพลังงานสะอาด
ติดต่อสอบถามข้อมูลได้นะครับ
เรายินดีให้คำปรึกษา
Line:
โทร:095-465-6451
#ติดตั้งโซล่าเซลล์ระยอง #ติดตั้งโซล่าเซลล์ชลบุรี #ติดตั้งโซล่าเซลล์ภาคตะวันออก
#ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ #ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงาน #โซล่าเซลล์สำนักงาน #โซล่าเซลล์
บ้านพักอาศัย
#ติดตั้งเสาโซล่าเซลล์ #เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ #เสาไฟพลังงานแสงอาทิตย์
#ระบบโซล่าเซลล์ #ปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์
#ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์ #ปั๊มสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ #ระบบสูบน้ำโซล่าเซลล์ #บ่อบาดาล
โซล่าเซลล์

ภาวะโลกร้อน ถือเป็นอีกหนึ่งภัยธรรมชาติที่นับวันจะยิ่งทวีรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเราไม่สามารถเพิกเฉยต่อไปได้อีก ส่วนจะทำอ...
06/03/2017

ภาวะโลกร้อน ถือเป็นอีกหนึ่งภัยธรรมชาติที่นับวันจะยิ่งทวีรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเราไม่สามารถเพิกเฉยต่อไปได้อีก ส่วนจะทำอย่างไร เพื่อลดโลกร้อน เรามีข้อมูลเกี่ยวกับ ภาวะโลกร้อนมาฝาก

ปัจจุบันนี้คำว่า "ภาวะโลกร้อน" เป็นคำยอดฮิตที่คุ้นหูคนทั่วโลกกันมากที่สุดคำหนึ่ง เพราะจากสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างมากในช่วงหลัง ไม่ว่าจะเป็นฝนหลงฤดู อากาศที่ร้อนจัด หรืออากาศที่หนาวจัดจนทำให้เกิดหิมะตกเป็นครั้งแรกในหลาย ๆ พื้นที่ รวมทั้งภัยธรรมชาติที่นับวันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ กำลังส่งสัญญาณบอกให้เรารู้ว่า "ภาวะโลกร้อน" ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมองข้าม เพิกเฉยไปได้อีกต่อไป วันนี้ กระปุกดอทคอม จึงมีเรื่องราวของ "ภาวะโลกร้อน" มาบอกต่อให้นำไปปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในโลกของเรา

ภาวะโลกร้อน หมายถึง ภาวะที่อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ภาวะโลกร้อนอาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝน ระดับน้ำทะเล และมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อพืช สัตว์ และมนุษย์

ที่มาของภาวะโลกร้อน

ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือ ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) คือ การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากผลของภาวะเรือนกระจก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า Greenhouse Effect โดยภาวะโลกร้อน ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ, การขนส่ง และการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม

นอกจากนั้นมนุษย์เรายังได้เพิ่มก๊าซกลุ่มไนตรัสออกไซด์ และคลอโรฟลูโรคาร์บอน (CFC) เข้าไปอีกด้วยพร้อมๆ กับการที่เราตัดและทำลายป่าไม้จำนวนมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์ ทำให้กลไกในการดึงเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากระบบบรรยากาศถูกลดทอนประสิทธิภาพลง และในที่สุดสิ่งต่างๆ ที่เราได้กระทำต่อโลกได้หวนกลับมาสู่เราในลักษณะของ ภาวะโลกร้อน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

ปรากฏการณ์ทั้งหลายเกิดจากภาวะโลกร้อนขึ้นที่มีมูลเหตุมาจากการปล่อยก๊าซพิษต่าง ๆ จากโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้แสงอาทิตย์ส่องทะลุผ่านชั้นบรรยากาศมาสู่พื้นโลกได้มากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นที่รู้จักกันโดยเรียกว่า สภาวะเรือนกระจก

พลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มีทั้งรังสีคลื่นสั้นและคลื่นยาว บรรยากาศของโลกทำหน้าที่ปกป้องรังสีคลื่นสั้นไม่ให้ลงมาทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนพื้นโลกได้ โมเลกุลของก๊าซไนโตรเจนและออกซิเจนในบรรยากาศชั้นบนสุดจะดูดกลืนรังสีแกมมาและรังสีเอ็กซ์จนทำให้อะตอมของก๊าซในบรรยากาศชั้นบนมีอุณหภูมิสูง และแตกตัวเป็นประจุ (บางครั้งเราเรียกชั้นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยประจุนี้ว่า "ไอโอโนสเฟียร์" มีประโยชน์ในการสะท้อนคลื่นวิทยุสำหรับการสื่อสาร) รังสีอุลตราไวโอเล็ตสามารถส่องผ่านบรรยากาศชั้นบนลงมา แต่ถูกดูดกลืนโดยก๊าซโอโซนในชั้นสตราโตสเฟียร์ที่ระยะสูงประมาณ 19 - 48 กิโลเมตร แสงแดดหรือแสงที่ตามองเห็นสามารถส่องลงมาถึงพื้นโลก รังสีอินฟราเรดถูกดูดกลืนโดยก๊าซเรือนกระจก เช่น ไอน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นโทรโปสเฟียร์ ส่วนคลื่นไมโครเวฟและคลื่นวิทยุในบางความถี่สามารถส่องทะลุชั้นบรรยากาศได้

สำหรับ บรรยากาศของโลกประกอบด้วยก๊าซไนโตรเจน 78% ก๊าซออกซิเจน 21% ก๊าซอาร์กอน 0.9% นอกนั้นเป็นไอน้ำ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนเล็กน้อย แม้ว่าไนโตรเจน ออกซิเจน และอาร์กอนจะเป็นองค์ประกอบหลักของบรรยากาศ แต่ก็มิได้มีอิทธิพลต่ออุณหภูมิของโลก ในทางตรงกันข้ามก๊าซโมเลกุลใหญ่ เช่น ไอน้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ และมีเทน แม้จะมีอยู่ในบรรยากาศเพียงเล็กน้อย กลับมีความสามารถในการดูดกลืนรังสีอินฟราเรด และมีอิทธิพลทำให้อุณหภูมิของโลกอบอุ่น เราเรียกก๊าซพวกนี้ว่า "ก๊าซเรือนกระจก" (Greenhouse gas) เนื่องจากคุณสมบัติในการเก็บกักความร้อน หากปราศจากก๊าซเรือนกระจกแล้ว พื้นผิวโลกจะมีอุณหภูมิเพียง -18 องศาเซลเซียส ซึ่งนั่นก็หมายความว่าน้ำทั้งหมดบนโลกนี้จะกลายเป็นน้ำแข็ง

Cr:www.Kapook.com
สนใจพลังงานสะอาด
ติดต่อสอบถามข้อมูลได้นะครับ
เรายินดีให้คำปรึกษา
Line:
โทร:095-465-6451
#ติดตั้งโซล่าเซลล์ระยอง #ติดตั้งโซล่าเซลล์ชลบุรี #ติดตั้งโซล่าเซลล์ภาคตะวันออก
#ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ #ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงาน #โซล่าเซลล์สำนักงาน #โซล่าเซลล์
บ้านพักอาศัย
#ติดตั้งเสาโซล่าเซลล์ #เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ #เสาไฟพลังงานแสงอาทิตย์
#ระบบโซล่าเซลล์ #ปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์
#ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์ #ปั๊มสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ #ระบบสูบน้ำโซล่าเซลล์ #บ่อบาดาล
โซล่าเซลล์

รวมข่าว บทความสุดฮิต น่ารู้ ข่าววันนี้ ตรวจหวย ผลบอล ดูดวง เกม ดูทีวีออนไลน์ บริการอื่นๆ อีกเพียบ

03/03/2017

พลังงานแสงอาทิตย์
ดวงอาทิตย์ให้พลังงานจำนวนมหาศาลแก่โลกของเรา พลังงานจากดวงอาทิตย์จัดเป็น
พลังงานหมุนเวียนที่สำคัญที่สุด เป็นพลังงานสะอาดไม่ทำปฏิกิริยาใดๆอันจะทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
เซลล์แสงอาทิตย์จึงเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางอิเล็คทรอนิคส์ชนิดหนึ่ง ที่ถูกนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า
เนื่องจากสามารถเปลี่ยนเซลล์แสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรงส่วนใหญ่เซลล์แสงอาทิตย์
ทำมาจากสารกึ่งตัวนำพวกซิลิคอนมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็น
พลังงานไฟฟ้าได้สูงถึง 44 เปอร์เซนต์
ในส่วนของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตร จึงได้รับพลังงาน
จากแสงอาทิตย์ในเกณฑ์สูง พลังงานโดยเฉลี่ยซึ่งรับได้ทั่วประเทศประมาณ
4 ถึง 4.5 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อตารางเมตรต่อวัน ประกอบด้วยพลังงานจากรังสีตรง (Dir ect Radiat ion )
ประมาณ 50 เปอร์เซนต์ ส่วนที่เหลือเป็นพลังงานรังสีกระจาย (Diffused Radiation)
ซึ่งเกิดจากละอองน้ำในบรรยากาศ(เมฆ)ซึ่งมีปริมาณสูงกว่าบริเวณที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรออกไปทั้งแนว
เหนือ - ใต้

พลังงานจากดวงอาทิตย์
ใน 1 ชั่วโมง โลกได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ประมาณ 174 [petawatts], 30% ของพลังงานนี้ถูกสะท้อนกลับไปในอวกาศ ที่เหลิอถูกดูดซับโดยเมฆ มหาสมุทรและพื้นดิน คิดเป็น 3,850,000 [exajoules] ต่อปี ประมาณว่า พลังงานนี้ใน 1 ชั่วโมงมีปริมาณเกือบเท่ากับพลังงานที่โลกใช้ทั้งปี (510 EJ ในปี 2009)

พลังงานนี้เป็นต้นกำเนิดของวัฏจักรของสิ่งมีชีวิตในโลก ทำให้เกิดการหมุนเวียนของน้ำและธาตุต่าง ๆ เช่น คาร์บอน พลังงานแสงอาทิตย์จัดเป็นหนึ่งในพลังงานทดแทน หรือ พลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพสูง ปราศจากมลพิษ อีกทั้งเกิดใหม่ได้ไม่สิ้นสุด และยังเป็นต้นกำเนิดของพลังงานน้ำ (จากการทำให้น้ำกลายเป็นไอและลอยตัวขึ้นสูง พลังงานน้ำที่ตกกลับลงมาถูกนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า) เป็นต้นกำเนิดของพลังงานเคมีในอาหาร (พืชสังเคราะห์แสง เปลี่ยนแร่ธาตุให้เป็นแป้งและน้ำตาล ซึ่งสามารถให้พลังงานแก่มนุษย์และสัตว์ชนิดต่าง ๆ) เป็นต้นกำเนิดของพลังงานลม (ทำให้เกิดความกดอากาศและทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของอากาศ) และเป็นต้นกำเนิด พลังงานคลื่น(ทำให้น้ำขึ้น-ลง)

การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยวิธี โฟโตโวลตาอิคส์ หรือ solar photovoltaic

เป็นการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยใช้เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar cell หรือ Photovoltaic cell (PV)) ซึ่งถูกผลิตครั้งแรกในปี พ.ศ. 2426โดย Charles Fritts โดยใช้ธาตุ ซีลีเนียม
ในปี พ.ศ. 2484 เป็นการเริ่มต้นของการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ด้วยธาตุ ซิลิกอน โมเลกุลเดี่ยว ด้วยต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง การใช้งานของแผงเซลแสงอาทิตย์ในช่วงแรก เน้นไปที่การใช้งานในอวกาศ เช่น ใช้กับดาวเทียม
หลังจากประสบกับปัญหาน้ำมันแพง ใน พ.ศ. 2516 และ 2522 กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจึงหันมาให้ความสนใจในพลังงานแสงอาทิตย์และเริ่มมีการพัฒนาอย่างจริงจังมากขึ้น หลังจากการตีพิมพ์ข้อมูลโลกร้อนของ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์มีปริมาณเพิ่มขี้น 10-20% ทุกปี ในประเทศไทยการติดตั้งเพิ่มขึ้นอีกมากเริ่มจากปี 2553 โดยเริ่มมีการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2526 จนถึงปี 2553 มียอดติดตั้งรวม 100.39 MW แจกจ่ายไฟฟ้า(เฉพาะเชื่อมกับสายส่งของ กฟผ แล้ว) ทั้งปี 2553 รวม 21.6 GWh หรือ 0.0134% ของปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด 161,350 GWh โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ผลิตไฟฟ้าได้ 2.2 GWh ผู้ผลิตรายย่อย 19.4 GWh
ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน 15 ปีนับจากปี 2552 กำหนดเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียนไว้ที่ 20.3% ของพลังงานทั้งหมด โดยมีสัดส่วนของพลังงานจากเซลล์แสงอาทิตย์อยู่ที่ 6% ดังนั้น ตามแผนงาน ในปี 2565 ประเทศไทยต้องมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยเซลล์แสงอาทิตย์มีกำลังการผลิตรวม 500 MW ตัวเลขในปี 2554 อยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้ง 265 MW และอยู่ระหว่างการพิจารณาจาก กฟผ อีก 336 MW
โรงไฟฟ้าที่สร้างที่จังหวัดลพบุรีด้วยเทคโนโลยี amorphous thin film ต้องใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ถึง 540,000 ชุด มีกำลังการผลิต 73 MW จะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ระบบโฟโตโวลตาอิคส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนของแสงอาทิตย์ หรือ solar thermal electricity
เป็นการใช้พลังงานของแสงอาทิตย์เช่นกัน เพียงแต่ใช้กระจกหรือเลนส์รวมแสงหรือรางรูปพาลาโบลิคเพื่อเพิ่มปริมาณความร้อนแล้วโฟกัสให้แสงไปทึ่จุดใดจุดหนึ่ง (concentrated solar power or CSP) พลังงานความร้อนนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าโดยตรงหรือไปเก็บไว้ในสารเคมีบางอย่างที่สามารถเก็บความร้อนได้เช่นสารละลายเกลือ (molten salt) จากนั้นค่อยเปลี่ยนพลังงานความร้อนไปเป็นพลังงานไฟฟ้าอีกที ดังนั้นโรงไฟฟ้าประเภทนี้ จึงสามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้ 24 ชม. ตามภาพประกอบด้านบน ปัจจุบัน มีโรงไฟฟ้าประเภทนี้อยู่ใน ประเทศสเปน และสหรัฐ เป็นต้น ขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ในทะเลทรายโมฮาวี รัฐแคลิฟอเนีย เริ่มผลิตมาตั้งแต่ปี 1985 มีกำลังการผลิต 385 MW ขนาดที่ใหญ่กว่านี้ระดับ GW ก็อยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ได้ลดลงอย่างมาก ทำให้การก่อสร้างโรงไฟฟ้าประเภทนี้อาจคุ้มทุนช้ากว่าการผลิตด้วยเซลล์แสงอาทิตย์

การผลิตความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ solar heating
เป็นการใช้ความร้อนของแสงอาทิตย์โดยตรง เช่น เตาแสงอาทิตย์โดยใช้การรวมแสงไปที่จุดโฟกัสของภาชนะรูปพาลาโบลาทำให้อุณหภูมิที่จุดนั้นสูงขึ้นจากเดิมมาก เครื่องทำน้ำร้อนแสงอาทิตย์จะใช้วัสดุสีดำหรือสีดำทาที่ท่อ เพราะสีดำมีคุณสมบัติในการดูดซับแสงทำให้น้ำในท่อมีอุณหภูมิสูงขึ้น น้ำร้อนที่ได้ถูกนำไปใช้ปรุงอาหาร ชำระล้าง หรือการทำน้ำในสระว่ายน้ำให้อุ่น ตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ก็ใช้วิธีให้แสงแดดส่องเข้าไปในตู้ที่ทาสีดำไว้ดูดซับแสง การตากผ้าก็นับว่าเป็นการใช้ความร้อนจากดวงอาทิตย์เพื่อทำให้ผ้าแห้งและยังใช้แสงแดดฆ่าเชื้อโรคด้วย การทำนาเกลือก็เป็นรูปแบบหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากความร้อนจากแสงอาทิตย์ บางประเทศยังใช้แสงอาทิตย์เพื่อกลั่นน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืดอีกด้วย

การประยุกต์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์

พลังงานแสงอาทิตย์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลายหลายรูปแบบ เช่น

เพื่อเพิ่มสุขอนามัยในพื้นที่ห่างไกล เช่น การฆ่าเชื้อโรคที่มากับน้ำโดยการให้น้ำสัมผัสกับแสงอาทิตย์โดยตรง การเลี้ยงสาหร่ายในการปรับสภาพน้ำโดยการเพิ่มออกซิเจน การติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์เพื่อแจกจ่ายน้ำสะอาดเพื่อการบริโภค
การพัฒนาเชื้อเพลิงทางเลือก เช่น การเลี้ยงสาหร่ายบางชนิดเพื่อนำมาสกัดเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ การติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อสร้างพลังงานให้รถไฟฟ้า
การพัฒนาการเกษตร เช่น การปลูกต้นไม้เช่นพืชผักสวนครัวดอกไม้ในเรือนกระจกในประเทศหนาวเป็นต้น เรือนกระจกจะป้องกันอากาศหนาวจากภายนอกและเก็บกักความร้อนจากแสงอาทิตย์เพื่อให้พืชเจริญเติบโตได้ การติดตั้งไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในพื้นที่ห่างไกลเพื่อสูบน้ำเข้าไร่นาเพื่อการเกษตร
การผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังค้าบ้านทั่วไปแล้วต่อเข้ากับสายส่งของผู้ผลิตไฟฟ้ากลาง เพื่อใช้เองและขายส่วนเกินให้ผู้ผลิตกลาง
การผลิตน้ำร้อนจากพลังแสงอาทิตย์เพื่อการพานิชย์ ปัจจุบัน มีการผลิตทั่วโลกถึง 196 GW (ปี 2010)

Cr:http://www.student.chula.ac.th
สนใจพลังงานสะอาด
ติดต่อสอบถามข้อมูลได้นะครับ
เรายินดีให้คำปรึกษา
Line:
โทร:095-465-6451
#ติดตั้งโซล่าเซลล์ระยอง #ติดตั้งโซล่าเซลล์ชลบุรี #ติดตั้งโซล่าเซลล์ภาคตะวันออก
#ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ #ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงาน #โซล่าเซลล์สำนักงาน #โซล่าเซลล์
บ้านพักอาศัย
#ติดตั้งเสาโซล่าเซลล์ #เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ #เสาไฟพลังงานแสงอาทิตย์
#ระบบโซล่าเซลล์ #ปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์
#ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์ #ปั๊มสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ #ระบบสูบน้ำโซล่าเซลล์ #บ่อบาดาล
โซล่าเซลล์

23/02/2017

A body language expert analyzes Trump's unique handshakes.

สาระน่ารู้เกี่ยวกับค่าไฟฟ้าค่าบริการรายเดือน 38.22 บาท คืออะไร ?ค่าบริการรายเดือน ค่าบริการที่เรียกเก็บจะครอบคลุม1.  ค่า...
23/02/2017

สาระน่ารู้เกี่ยวกับค่าไฟฟ้า
ค่าบริการรายเดือน 38.22 บาท คืออะไร ?

ค่าบริการรายเดือน ค่าบริการที่เรียกเก็บจะครอบคลุม
1. ค่าใช้จ่ายในการจำหน่ายและการบริการผู้ใช้ไฟฟ้าในแต่ละเดือน ได้แก่
1.1 ค่าจ้างพนักงาน
1.2 ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
1.3 การจัดหาเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
2. ค่าใช้จ่ายในการจดหน่วยการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้า
3. ค่าใช้จ่ายในการคำานวณเพื่อจัดทำและพิมพ์ใบแจ้งหนี้ส่งให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า
และการเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้าโดยการจัดหาบุคลากรเพื่อทำหน้าที่รับชำระเงินจาก ผู้ใช้ไฟฟ้าตามสำนักงานของการไฟฟ้าที่ กระจายอยู่ทั่วประเทศ และตัวแทนรับช าระ เงินที่การไฟฟ้าได้ว่าจ้าง
4. ค่าใช้จ่ายในการให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้า
ในช่องทาง Call Center ของ กฟน. และ กฟภ. และการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าขัดข้องด้วย

สำาหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1) ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.1 คือที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ และมี การใช้ไฟฟ้าไม่เกิน
150 หน่วย/เดือน จะคิดค่าบริการรายเดือน เท่ากับ 8.19 บาท/ เดือน ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงของการไฟฟ้า เพื่อเป็นการดูแล ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีรายได้น้อย
2) ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.2 คือ ที่ติดตั้งมิเตอร์เกิน 5 แอมป์ และ
ที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ แต่มีการใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือนขึ้นไปจะคิดค่าบริการรายเดือน เท่ากับ 38.22 บาท/เดือน

ช่วยประหยัดไฟฟ้าเพื่อลด Peak ในช่วงหน้าร้อน 4 ป

ปิด คือ ปิดไฟที่ไม่จำาเป็น ปรับ คือ ปรับอุณหภูมิ เครื่องปรับอากาศที่ 26 oC
ปลด คือ ปลดปลั๊ก อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ใช้

เปลี่ยน คือ เปลี่ยนอุปกรณ์มาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ประหยัด

ขอความร่วมมือประชาชนดำาเนินการตามมาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 1 ชั่วโมงของทุกวัน

Cr:http://www.erc.or.th
สนใจพลังงานสะอาด
ติดต่อสอบถามข้อมูลได้นะครับ
เรายินดีให้คำปรึกษา
Line:
โทร:095-465-6451
#ติดตั้งโซล่าเซลล์ระยอง #ติดตั้งโซล่าเซลล์ชลบุรี #ติดตั้งโซล่าเซลล์ภาคตะวันออก
#ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ #ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงาน #โซล่าเซลล์สำนักงาน #โซล่าเซลล์
บ้านพักอาศัย
#ติดตั้งเสาโซล่าเซลล์ #เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ #เสาไฟพลังงานแสงอาทิตย์
#ระบบโซล่าเซลล์ #ปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์
#ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์ #ปั๊มสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ #ระบบสูบน้ำโซล่าเซลล์ #บ่อบาดาล
โซล่าเซลล์

พลังงานทดแทน คืออะไร มีอะไรบ้าง ประโยชน์ของพลังงานทดแทนหมวดหมู่ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Tags: พลังงาน พลังงานทดแทน  พล...
23/02/2017

พลังงานทดแทน คืออะไร มีอะไรบ้าง ประโยชน์ของพลังงานทดแทน
หมวดหมู่ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Tags: พลังงาน พลังงานทดแทน


พลังงานเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก โลกของเราขับเคลื่อนไปได้ด้วยพลังงาน โดยมีการใช้พลังงานหลากหลายประเภทด้วยกัน แต่พลังงานบางอย่างก็มีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นจึงต้องมีการค้นหาและใช้พลังงานทดแทน ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่า พลังงานทดแทนคืออะไร และมีอะไรบ้าง….?
————– advertisements ————–


พลังงานทดแทนคืออะไร
“พลังงานทดแทน” หรืออาจะเรียกได้ว่า “พลังงานทางเลือก” คือพลังงานที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และสามารถนำมาใช้ทดแทนพลังงานแบบเดิมได้อย่างไม่จำกัด โดยพลังงานที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นพลังงานที่ได้จากฟอสซิลเป็นจำนวนมาก ได้แก่ ถ่านหิน ปิโตรเลียม และแก๊สธรรมชาติ ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณสูง ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกซึ่งเป็นปัญหาของภาวะโลกร้อนนั่นเอง
พลังงานทดแทน
ดวงอาทิตย์และแสงอาทิตย์ แหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของระบบสุริยะ

พลังงานทดแทนมีอะไรบ้าง
พลังงานทดแทนสามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน โดยแบ่งตามลักษณะปริมาณการใช้งานของพลังงานได้ดังต่อไปนี้
1. พลังงานทดแทนจากแหล่งที่ใช้แล้วหมดไป ได้แก่ ถ่านหิน แก๊สธรรมชาติ น้ำมัน
2. พลังงานหมุนเวียน (Renewal Energy) เป็นแหล่งพลังงานตามธรรมชาติและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ได้แก่ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานคลื่น พลังงานไบโอ พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง เป็นต้น
ซึ่งพลังงานหมุนเวียนเป็นแหล่งพลังงานที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นพลังงานที่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงานได้ ทั้งยังช่วยลดปัญหามลพิษอีกด้วย
พลังงานทดแทน
พลังงานลม แหล่งพลังงานทดแทนที่สะอาด แต่ยังมีราคาการผลิตสูง
ประโยชน์ของพลังงานทดแทน
โดยในปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกพยายามศึกษาและค้นหาพลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และมีประสิทธิภาพดียิ่งกว่าพลังงานแบบเดิม เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ลดปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อมของโลก รวมทั้งช่วยประหยัดพลังงาน
ดังนั้นพลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือก จึงเป็นพลังงานที่สามารถนำมาใช้ทดแทนพลังงานแบบเดิมได้อย่างไม่จำกัด ทั้งยังหาได้จากธรรมชาติและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เพื่อช่วยลดปัญหาการขาดแคลนพลังงาน รวมทั้งลดมลพิษอีกด้วย

Cr:http://www.เกร็ดความรู้.net
สนใจพลังงานสะอาด
ติดต่อสอบถามข้อมูลได้นะครับ
เรายินดีให้คำปรึกษา
Line:
โทร:095-465-6451
#ติดตั้งโซล่าเซลล์ระยอง #ติดตั้งโซล่าเซลล์ชลบุรี #ติดตั้งโซล่าเซลล์ภาคตะวันออก
#ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ #ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงาน #โซล่าเซลล์สำนักงาน #โซล่าเซลล์
บ้านพักอาศัย
#ติดตั้งเสาโซล่าเซลล์ #เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ #เสาไฟพลังงานแสงอาทิตย์
#ระบบโซล่าเซลล์ #ปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์
#ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์ #ปั๊มสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ #ระบบสูบน้ำโซล่าเซลล์ #บ่อบาดาล
โซล่าเซลล์

พระราชประวัติ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช"พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพเมื่อวัน...
17/10/2016

พระราชประวัติ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช"

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น รัฐแมสซาชูเสตต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นพระราชโอรสองค์สุดท้องในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ทรงพระนามเดิมว่า “พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” เป็นพระอนุชาใน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี เมื่อพระชนมายุได้ 5 พรรษา จากนั้นเสด็จไปศึกษาต่อในชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเมียร์มองต์ และโรงเรียนเอคอล นูแวล เดอ ลา สวิส โรมองด์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงได้รับประกาศนียบัตรทางอักษรศิลป์จากยิมนาส คลาซีค กองโตนาล แห่งเมืองโลซานน์ ก่อนทรงเข้าศึกษาต่อในแผนกวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมืองโลซานน์

ปี พ.ศ. 2481 พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิราช พระบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ

วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตด้วยพระแสงปืน คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระนามว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” ซึ่งขณะนั้น ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ เนื่องจากทรงมีพระชนมายุเพียง 19 พรรษา คณะรัฐมนตรีจึงได้แต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ขึ้น ประกอบด้วย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร และ พระยามานวราชเทวี ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะทรงบรรลุนิติภาวะ ทั้งยังทรงมีภารกิจในการศึกษาต่อ โดยเสด็จกลับไปศึกษาต่อในสาขาวิชากฎหมายและรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยโลซานน์ ด้วยทรงคำนึงถึงพระราชภารกิจในการปกครองประเทศเป็นสำคัญ

วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ระหว่างที่ประทับอยู่ในต่างประเทศทรงหมั้นกับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาใน พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ และ หม่อมหลวงบัว กิติยากร และทรงมีพระราชพิธีอภิเษกสมรสในปี พ.ศ. 2493 ก่อนที่จะสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเข้าพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณในพระบรมมหาราชวัง เฉลิมพระนามาภิไธยตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”

ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

หลังเสร็จการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงรักษาพระสุขภาพ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตามที่คณะแพทย์ถวายคำแนะนำ ในระหว่างที่ประทับอยู่ ณ เมืองโลซานน์ นั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้ทรงมีพระประสูติกาลพระราชธิดา พระองค์แรก คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในวันที่ 5 เมษายน 2494

เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จนิวัตพระนครในเดือนพฤศจิกายน 2494 แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระประสูติกาลพระราชโอรสและพระราชธิดา อีก 3 พระองค์ คือ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ ประสูติเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2495 ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ ประสูติเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2498
ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฎสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประสูติเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2500

เดือนตุลาคม พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช ทรงผนวช ณ วัดพรศรีรัตนศาสดาราม ทรงจำพรรษา ณ พระตำหนักปั้นหย่า วัดบวรนิเวศวิหาร ปฏิบัติพระศาสนกิจเป็นเวลา 15 วัน ระหว่างนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ต่อมาจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานโครงการนานัปการมากกว่า 2,000 โครงการ ทั้งการแพทย์สาธารณสุข การเกษตร การชลประทาน การพัฒนาที่ดิน การศึกษา การพระศาสนา การสังคมวัฒนธรรม การคมนาคม ตลอดจนการเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรในชนบท ทรงตรากตรำพระวรกายทรงงานอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย เสด็จฯทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย แม้ในยามทรงพระประชวร ก็มิได้ทรงหยุดยั้งพระราชดำริ เพื่อขจัดความทุกข์ผดุงสุขแก่พสกนิกร กลางแดดแผดกล้า พระเสโทหลั่งชุ่มพระพักตร์และพระวรกาย หยาดตกต้องผืนปฐพี นับแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชย์ ตราบจนเสด็จสวรรคต สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัตินานถึง 70 ปี

ทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติเป็น “KING OF KING” ทรงเป็น “พระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์นานที่สุดในโลก” และเทิดพระเกียรติเป็น “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก” เพื่อพสกนิกรชาวไทย.

ที่อยู่

Rayong
21000

เบอร์โทรศัพท์

+66869595695

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Unitron Group ติดตั้ง ออกแบบ ระบบ โซล่าเซลล์ ระยอง เสาไฟฟ้า Solarcellผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Unitron Group ติดตั้ง ออกแบบ ระบบ โซล่าเซลล์ ระยอง เสาไฟฟ้า Solarcell:

แชร์