IRPC Innovation Center

IRPC Innovation Center Creating innovation through material and energy use for an optimal life

วันที่ 1 มกราคม 2026 EU เริ่มเก็บภาษีคาร์บอนกับสินค้าส่งออก ผลกระทบเบื้องต้น (ข้อมูลจาก Kasikorn Research) :~28,000 ล้าน...
29/05/2026

วันที่ 1 มกราคม 2026 EU เริ่มเก็บภาษีคาร์บอนกับสินค้าส่งออก
ผลกระทบเบื้องต้น (ข้อมูลจาก Kasikorn Research) :

~28,000 ล้านบาท/ปี หายไปจากการส่งออกไทย
หนักสุด: เหล็ก + อลูมิเนียม (ส่วนปูน + ปุ๋ย กระทบจำกัด เพราะไทยส่งออกไป EU ปริมาณน้อย)

ไม่ใช่แค่ CBAM
RE100 (Apple, Google, IKEA, Toyota…) กำลัง audit Scope 3 emissions ของซัพพลายเออร์ทุกตัว

ซัพพลายเออร์ไทยที่ไม่มี Solar = เสี่ยงเสียสัญญา

โรงงานไทยเริ่มขยับแล้ว

Toyota Thailand: Solar 37 MW
SCG Cleanergy: 548 MW operational (2024 — เป้า 3,500 MW ปี 2030)
Jintana Intertrade: เพิ่งเซ็น PPA 650 kWp

แต่ถ้าโรงงานคุณมี "บ่อน้ำ" หรือ "อ่างเก็บน้ำ" ?

ทางเลือกพิเศษคือ Floating Solar
น้ำช่วยให้แผงเย็นลง 5–8°C → ผลิตไฟเพิ่ม 10–15%
ไม่กินพื้นที่ผลิต

IRPC ผลิตทุ่นลอย HDPE เกรดพิเศษ ชื่อ GRENOVO
✅ ทน UV
✅ ลดอุณหภูมิแผง 5–8°C
✅ FDA Food Grade สหรัฐฯ
✅ อายุ 25 ปี

(IRPC พัฒนา HDPE เพื่อ Floating Solar มาตั้งแต่ก่อน 12.5 MW Project ปี 2020 — โครงการเดิมใช้ทุ่นรุ่นแรก ส่วน GRENOVO เป็นเวอร์ชันที่พัฒนาต่อมา)

CBAM + RE100 ไม่ใช่ "เทรนด์" แต่กลายเป็นเงื่อนไขการอยู่รอดของโรงงานส่งออกแล้ว

อ่านบทความเต็ม + Floating Solar options → iic.irpc.co.th

#โรงงาน

รวม 7 คำถามที่คนถามบ่อยที่สุดก่อนติดโซลาร์บ้าน — ตอบให้หมดเลย ไม่มีขาย─────────────────────1. ราคาเท่าไหร่ คืนทุนกี่ปี ?...
28/05/2026

รวม 7 คำถามที่คนถามบ่อยที่สุดก่อนติดโซลาร์บ้าน — ตอบให้หมดเลย ไม่มีขาย
─────────────────────
1. ราคาเท่าไหร่ คืนทุนกี่ปี ?

ระบบ 3 kW เริ่มต้น ~120,000 บาท
คืนทุนเฉลี่ย 5–10 ปี — บ้านที่ใช้ไฟกลางวันเยอะ (แอร์ทำงานที่บ้าน) คืนทุนได้ 5–7 ปี
บ้านที่ทุกคนออกไปทำงาน ไฟที่ผลิตได้ก็หายไปเปล่าๆ อาจนานถึง 8–10 ปี
─────────────────────
2. ไฟดับแล้ว Solar ยังใช้ได้ไหม ?

ถ้าเป็นระบบ On-Grid (ต่อกริดอย่างเดียว) — ดับตามเลย
เพราะระบบต้องตัดไฟเพื่อความปลอดภัยของช่างการไฟฟ้า
ถ้าอยากใช้ตอนไฟดับ ต้องติดแบตเตอรี่เพิ่ม (ระบบ Hybrid)
─────────────────────
3. วันเมฆมาก ฝนตก ยังผลิตไฟได้ไหม ?

ได้ครับ แต่น้อยลง 30–60%
Solar ทำงานจากแสง ไม่ใช่ความร้อน
ไทยมีแสงเฉลี่ยดีตลอดปี แม้ฤดูฝนก็ยังคุ้มค่า
─────────────────────
4. หลังคาต้องใหญ่แค่ไหน มีต้นไม้บังได้ไหม ?

1 kW ใช้พื้นที่ ~6–8 ตร.ม.
ระบบ 5 kW ต้องการพื้นที่ราว 30–40 ตร.ม.
ร่มเงาเป็นปัญหาจริงครับ ถ้าบังแผงแผ่นเดียว ทั้งสายผลิตไฟลดลง
─────────────────────
5. ดูแลรักษายากไหม ?

ไม่ยากเลยครับ — ล้างแผงปีละครั้ง ค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000–3,000 บาท
แผงอายุ 25–30 ปี รับประกัน 25 ปี (Tier 1 มาตรฐาน 2026)
ที่ต้องเปลี่ยนก่อนคืออินเวอร์เตอร์ อายุ ~10–15 ปี
─────────────────────
6. ขายไฟคืนการไฟฟ้าได้ไหม ?

ได้ — แต่ต้องรอนิดนึง
กพช. อนุมัติโควตาใหม่ 500 MW แล้วเมื่อ 29 เม.ย. 2569
ราคารับซื้อ 2.20 บาท/หน่วย สัญญา 10 ปี
ยังรอ กกพ. ออกระเบียบ ยังไม่เปิดลงทะเบียน
─────────────────────
7. ลดหย่อนภาษี 2 แสนทำได้จริงไหม ?

จริงครับ ใช้ได้แล้วตั้งแต่ 3 มีนาคม 2569
เงื่อนไขหลัก: ต้องได้ e-Tax Invoice (ใบเสร็จธรรมดาไม่ได้)
และชื่อในใบกำกับภาษีต้องตรงกับชื่อเจ้าของมิเตอร์
ใช้สิทธิ์ได้ถึง 31 ธันวาคม 2571
─────────────────────
หวังว่าจะตอบข้อสงสัยได้นะครับ
มีคำถามเพิ่มเติม คอมเมนต์ไว้เลย

#โซลาร์รูฟท็อป #พลังงานสะอาด #ลดหย่อนภาษี

รัฐออกกฎหมายให้ลดหย่อนภาษีได้ถึง 200,000 บาท ถ้าติดโซลาร์เซลล์ที่บ้านในปีนี้ฟังดูดีมากและมันดีจริงแต่มีเงื่อนไขที่ถ้าทำผ...
26/05/2026

รัฐออกกฎหมายให้ลดหย่อนภาษีได้ถึง 200,000 บาท ถ้าติดโซลาร์เซลล์ที่บ้านในปีนี้ฟังดูดีมากและมันดีจริง

แต่มีเงื่อนไขที่ถ้าทำผิดแค่ข้อเดียว สิทธิ์หายหมดเลย

เงื่อนไขที่คนมักมองข้ามที่สุดคือเรื่อง ใบกำกับภาษี

ไม่ใช่ใบเสร็จธรรมดา ต้องเป็น e-Tax Invoice เท่านั้น ถ้าช่างออกใบเสร็จกระดาษให้ ใช้ลดหย่อนไม่ได้เลย

และอีกข้อที่หลายคนพลาด: ชื่อต้องตรงกันทุกที่

ชื่อในใบกำกับภาษี = ชื่อเจ้าของมิเตอร์ = ชื่อในใบขออนุญาตต่อกริด = ชื่อผู้ยื่นภาษี

ถ้าบ้านชื่อพ่อแม่ แต่ลูกจ่ายเงินและยื่นภาษีเอง — ใช้ไม่ได้

สิทธิ์นี้ดีมาก แต่ต้องทำถูกขั้นตอนตั้งแต่วันแรก เพราะย้อนหลังไม่ได้ และขอเพิ่มทีหลังก็ไม่ได้
อ่านรายละเอียดทั้งหมดก่อนตัดสินใจ ได้ที่ iic.irpc.oc.th

#โซลาร์รูฟท็อป #ลดหย่อนภาษี

WFH ก็สบายดี ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ หนีรถติดในทุกเช้า แต่เอาจริงพอสิ้นเดือน บิลไฟมาเตือนว่า บ้านนี้ใช้ไฟของตัวเองนะ ไม่มีใครอ...
25/05/2026

WFH ก็สบายดี ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ หนีรถติดในทุกเช้า แต่เอาจริงพอสิ้นเดือน บิลไฟมาเตือนว่า บ้านนี้ใช้ไฟของตัวเองนะ ไม่มีใครออกให้

มันเป็นเหตุผลที่หลายคนเริ่มมองหาโซลาร์เซลล์จริงจังขึ้น

แต่ก่อนจะตัดสินใจ รู้กันไหมว่ารัฐบาลไทยมีแผนอะไรสำหรับพลังงานแสงอาทิตย์บ้าง ?
เพราะนโยบายของรัฐ มันมีผลโดยตรงต่อว่าคุณจะได้ประโยชน์มากแค่ไหน

แผนพลังงานชาติไทย — ทิศทางชัด แม้แผนกำลังถูกปรับใหม่

ร่าง PDP 2024 ที่เปิดรับฟังความเห็นในปี 2567 ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการโดย กพช. แล้ว และกำลังจัดทำแผนใหม่ พ.ศ. 2569–2593 แทน แต่ทิศทางหลักที่วางไว้ยังสะท้อนให้เห็นว่ารัฐมุ่งไปทางไหน

ภายในปี 2580 ไทยจะผลิตไฟจากพลังงานหมุนเวียนถึง 51% (จากเดิม 36%)
ภายในปี 2593 เพิ่มเป็น 74% และมีเป้าหมาย Net-zero ภายในปี 2593

Solar คือพระเอกของแผนนี้ โดยรัฐวางแผนเพิ่ม Solar บนดิน 24,412 MW และ Floating Solar อีก 2,681 MW ภายในปี 2580 มากกว่าพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นรวมกัน

แต่ว่าตอนนี้ปี 2569 นโยบายส่งผลต่อบ้านคุณยังไง ?

ข่าวดี — ปีนี้ออก พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 805 (มีผล 3 มีนาคม 2569) ให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สูงสุด 200,000 บาท สำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop ที่บ้านพักอาศัย ขนาดไม่เกิน 10 kWp ใช้ได้ถึง 31 ธันวาคม 2571

ข่าวดีเพิ่มเติม — Net Billing ขยายโควตาใหม่แล้ว !
โควตาเดิม 90 MW เต็มไปแล้วในปี 2567 แต่ กพช. มีมติเมื่อ 29 เมษายน 2569 อนุมัติขยายโควตารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มอีก 500 MW ทั่วประเทศ โดยเงื่อนไขใหม่คือ:

ราคารับซื้อ 2.20 บาท/หน่วย (เท่าเดิม)
สัญญารับซื้อ 10 ปี
ขายได้ไม่เกิน 5 kW/มิเตอร์
ถ้าโควตา 500 MW เต็ม รัฐบาลจะพิจารณาเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอ กกพ. ออกระเบียบและประกาศรับซื้ออย่างเป็นทางการ ยังไม่เปิดให้ลงทะเบียนจริง ควรติดตามประกาศจาก MEA หรือ PEA ในพื้นที่ก่อนนะ

อีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจ คือ Floating Solar

นอกจาก Solar บนดิน ร่าง PDP 2024 ยังวางเป้า Floating Solar (โซลาร์ลอยน้ำ) ถึง 2,681 MW ส่วนใหญ่เป็นระบบ Hybrid ผสมกับเขื่อน ซึ่งตอนนี้ไทยมีโครงการที่เขื่อนสิรินธรของ EGAT ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่แล้ว

การขยาย Floating Solar ระดับนี้ ต้องการทุ่นลอยน้ำที่ทนทาน ปลอดภัย และไม่เป็นพิษต่อแหล่งน้ำ — ซึ่งเป็นส่วนที่ IRPC ได้พัฒนาทุ่น HDPE เกรดพิเศษแบรนด์ GRENOVO ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโซลาร์บนน้ำโดยเฉพาะ

หมายเหตุ เล็กน้อย เพื่อ เป็นข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ (อัพเดตเมื่อวันที่ 25/05/2569)

1. ร่าง PDP 2024 ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการโดย กพช. แล้วกำลังจัดทำแผนใหม่ พ.ศ. 2569–2593 (25 ปี) ตัวเลขเป้าหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแผนฉบับใหม่

2.Net Billing ขยายโควตาใหม่ 500 MW แล้ว (29 เม.ย. 2569) แต่ยังรอ กกพ. ออกระเบียบอย่างเป็นทางการ ยังไม่เปิดลงทะเบียน ราคารับซื้อ 2.20 บาท/หน่วย สัญญา 10 ปี จำกัดไม่เกิน 5 kW/มิเตอร์

3. สิทธิ์ลดหย่อน 200,000 บาท มีเงื่อนไข — ต้องติดตั้งโดยผู้ประกอบการที่ได้รับรอง และต้องได้รับอนุมัติการเชื่อมกริดจาก MEA หรือ PEA ก่อนจึงจะใช้สิทธิ์ได้

4. Full Net Metering ยังไม่มีกำหนดชัดเจน — กำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

5. ทิศทางระยะยาวชัดเจน แต่การ execute นโยบายระยะสั้นยังมีความไม่แน่นอน — ควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่รู้แน่ๆ คือ ไทยกำลังเดินหน้าสู่พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง และ Solar คือแกนหลักของแผนนั้น

แผนพลังงานชาติไทยให้ทิศทางชัด แต่การเดินทางไปถึงจุดหมายยังต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และตัวเราเองในฐานะผู้บริโภค

อ้างอิง: ร่าง PDP 2024, กระทรวงพลังงาน | พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 805 พ.ศ. 2569 | Zero Carbon Analytics (2025) | EPPO Thailand (2024)

#พลังงานสะอาด #โซลาร์รูฟท็อป #นโยบายพลังงาน

ปัญหาคลาสสิกของโรงงานคือ:ติด Solar ดีนะ — แต่จะเอาเงิน 50 ล้านมาจากไหน?ในปี 2026 คำตอบคือ ไม่ต้องใช้เงินก้อนโมเดล Privat...
24/05/2026

ปัญหาคลาสสิกของโรงงานคือ:
ติด Solar ดีนะ — แต่จะเอาเงิน 50 ล้านมาจากไหน?
ในปี 2026 คำตอบคือ ไม่ต้องใช้เงินก้อน

โมเดล Private PPA ทำงานแบบนี้
1️. ผู้พัฒนา (SCG Cleanergy, GreenYellow, TotalEnergies ENEOS ฯลฯ) มาติด Solar ให้ฟรีบนหลังคาโรงงานคุณ
2️. คุณซื้อไฟจากเขาในราคา ถูกกว่าการไฟฟ้า 10–30%
3. สัญญา 15–25 ปี
4. หมดสัญญา = ระบบเป็นของคุณ

ลดบิลตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องลงทุนเลยบาทเดียว

ตัวอย่างล่าสุด:
22 เม.ย. 2026 — TotalEnergies ENEOS เซ็น PPA 15 ปีกับ Jintana Intertrade (แบรนด์ "จินตนา" ผู้ผลิตชุดชั้นในรายใหญ่ที่สุดในไทย)

แผน: Solar Rooftop 650 kWp ที่โรงงานนครราชสีมา
คาดว่าครอบคลุม ~55% ของไฟที่โรงงานใช้

(ยังไม่เริ่มเดินเครื่อง — TotalEnergies ENEOS กำลัง design + install)

แถม BOI 8 ปี ยกเว้น CIT + Royal Decree 805 หัก 150% สำหรับโรงงานที่ลงทุนเอง

รออ่านวิธีเลือก PPA vs ซื้อขาด vs BOI ได้ที่ iic.irpc.co.th

#โรงงาน #พลังงานสะอาด

โรงงานคุณจ่ายค่าไฟต่อหน่วยเท่าไหร่ ?ส่วนใหญ่ตอบ 3–4 บาทความจริง คือ  โรงงานในไทยจ่ายไม่เท่าบ้านโรงงานที่ใช้ไฟ ≥1,000 kW ...
19/05/2026

โรงงานคุณจ่ายค่าไฟต่อหน่วยเท่าไหร่ ?
ส่วนใหญ่ตอบ 3–4 บาท
ความจริง คือ โรงงานในไทยจ่ายไม่เท่าบ้าน

โรงงานที่ใช้ไฟ ≥1,000 kW ถูกบังคับใช้ระบบ TOU
ช่วง On-Peak (จันทร์–ศุกร์ 9 โมงเช้า – 4 ทุ่ม)
รวม Ft + VAT แล้ว: ~4.50–5.00 บาท/หน่วย
ปัญหาคือ โรงงานเดินเครื่อง 9 โมง–บ่าย 5
= เผาไฟแพงสุดทุกวัน

ทางออกคือ Solar
แดดออกแรงสุด 10 โมง–บ่าย 3 ตรงกับ On-Peak พอดี
ต้นทุนผลิตไฟจาก Solar Rooftop ระดับใหญ่: ~1.50–2.00 บาท/หน่วย
ประหยัดทุกหน่วย Peak 2.50–3.50 บาท

Toyota Motor Thailand ทำไปแล้ว
ติด Solar Rooftop รวม 37 MW
ลด CO₂ ปีละ 16,858 ตัน

ค่าไฟ Peak ~5 บาท + ผลิตเองได้ 2 บาท
= คณิตศาสตร์ง่ายๆ ที่โรงงานทั่วไทยเริ่มเข้าใจ

#โรงงาน #พลังงานสะอาด

ที่ดินรกร้าง หลังคาบ้าน หลังคาโรงงาน หลังคาห้างฯ นับล้านตารางเมตรทั่วประเทศไทย ตากแดดเปล่าๆทุกวัน ถ้าเอาแดดที่ตกลงมาฟรีๆ...
12/05/2026

ที่ดินรกร้าง หลังคาบ้าน หลังคาโรงงาน หลังคาห้างฯ นับล้านตารางเมตรทั่วประเทศไทย ตากแดดเปล่าๆทุกวัน

ถ้าเอาแดดที่ตกลงมาฟรีๆนั้นมาทำไฟฟ้า — ในทางทฤษฎีไทยทำได้ถึงราว 300 GW (World Bank คำนวณจากแผนที่แสงแดด Global Solar Atlas โดยใช้ที่ดินไม่ถึง 2% ของประเทศ)

แต่วันนี้... ไทยติดโซลาร์จริงแค่ราว 5 GWp แปลว่าใช้ศักยภาพไปแค่ ~1.6% เหลืออีก ~98% ที่ยังไม่ได้แตะเลย

(และถ้าวัดที่ "ไฟฟ้าที่ผลิตได้จริง" — โซลาร์กับลมรวมกันยังเป็นแค่ ~5.6% ของไฟฟ้าทั้งประเทศในปี 2024)

นี่คือ "เรื่องดี" หรือ "เรื่องน่าผิดหวัง"? เดี๋ยวมาดูกัน



5 GW คือเท่าไหร่กันแน่ ?

กำลังผลิตไฟฟ้ารวมทั้งประเทศไทยอยู่ที่ราว 52 GW (เม.ย. 2025) และ Solar ~5 GWp = ราว 1 ใน 10 ของกำลังผลิตติดตั้งทั้งประเทศ

แต่เพราะแดดมีแค่กลางวัน "ไฟที่ผลิตได้จริง" จากโซลาร์จึงน้อยกว่าตัวเลขกำลังผลิตติดตั้ง

เทียบกับพลังงานหมุนเวียนอื่นในไทย : พลังงานชีวภาพรวม (bioenergy = ชีวมวล + ก๊าซชีวภาพ + ขยะ) ~4.7 GW (2023) — เฉพาะโรงไฟฟ้าชีวมวลอย่างเดียวราว ~3.9 GW (2024) พลังน้ำในประเทศ ~3.7 GW (เขื่อน 26 แห่ง) ลม ~1.5 GW



เรื่องเซอร์ไพรส์ คือ พลังงานหมุนเวียนที่ผลิตไฟ "มากที่สุด" ในไทยไม่ใช่ Solar

ชีวมวล (biomass) ผลิตไฟฟ้าได้ถึง ~60.7% ของไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด
เพราะโรงไฟฟ้าชีวมวลเดินเครื่องได้เกือบตลอดเวลา ไม่เหมือนโซลาร์ที่ผลิตแค่กลางวัน

Solar มีกำลังผลิตติดตั้งใกล้เคียงหรือมากกว่าชีวมวลแล้ว — แต่ผลิตไฟ "น้อยกว่า" เพราะ ระบบ Solar ยังต้องการแบตเตอรี่กักเก็บ (BESS)


แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหนในแผนที่โลก ?

Global Climatescope (BloombergNEF) ปี 2025 จัดไทยอยู่อันดับ #30 ของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก (140 ตลาด) ในแง่ความน่าดึงดูดด้านการลงทุนพลังงานสะอาด — คะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เม็ดเงินลงทุนพลังงานสะอาดในไทยปี 2024 อยู่ที่ราว $1.18 พันล้าน เพิ่มขึ้นราว 73% จากปีก่อน

ที่น่าสนใจ — ไทยเป็นผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์รายใหญ่ของโลก: ผลิตราว 1.5% ของกำลังการผลิตแผงทั่วโลก อยู่อันดับ 5 รองจากจีน (~86.5%), อินเดีย, สหรัฐฯ และเวียดนาม — มีผู้ผลิต 14 รายในไทย (2024) กำลังผลิตแผงราว 10 GW/ปี ส่งออกมูลค่าราว $4.3 พันล้าน (ส่วนใหญ่ไปสหรัฐฯ — และเพราะแบบนี้ มาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ จึงกระทบโรงงานในไทยจนเกิดการเลิกจ้างบางส่วน)

"ผลิตเก่ง — แต่ติดเองยังน้อย" คือภาพวันนี้

และ EGAT (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) ทำโครงการ Floating Solar (แผงลอยน้ำ) ที่เขื่อนสิรินธร อุบลราชธานี ขนาด 45 MW — EGAT ระบุว่าเป็นระบบผสมพลังน้ำกับโซลาร์ (hydro-floating solar hybrid) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ ต.ค. 2021 ลด CO₂ ได้ราว 47,000 ตันต่อปี และ EGAT มีแผนทำอีก 15 โครงการบนเขื่อนทั่วประเทศ



แล้วทำไม "5 จาก 300" ถึงเป็นเรื่องดี?

เพราะมันแปลว่า — ยังมีพื้นที่โตอีกมหาศาล ราคายังลงต่อเนื่อง และนโยบายเพิ่งเริ่มเร่งเครื่อง

ร่าง PDP 2024 ตั้งเป้าเพิ่ม solar พื้นดินอีก ~24.4 GW + Floating Solar อีก ~2.7 GW ภายในปี 2037 — เป้ารวม solar พื้นดินราว 39 GW (เกือบ 8 เท่าของวันนี้)

ทุกหลังคาที่ติดวันนี้ = ส่วนหนึ่งของ "1.6% แรก" ก่อนที่คิว ผู้รับเหมา และที่ดินจะแน่นกว่านี้



ข้อควรรู้ (ข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจ)

1. "ศักยภาพ 300 GW" เป็นค่าทาง "เทคนิค/ทฤษฎี" ที่ World Bank คำนวณจากปริมาณแสงแดด — ไม่ใช่เป้าหมายหรือแผน ในทางปฏิบัติติดได้จริงน้อยกว่านั้นมาก เพราะ ติดข้อจำกัดเรื่องที่ดิน สายส่ง และระบบกริด

2. ตัวเลข solar capacity ของไทยมีความต่างกันตามแหล่ง — ~5 GWp ถ้านับโซลาร์รูฟท็อปทั้งหมด, ~3.2 GW ถ้านับเฉพาะที่เชื่อมต่อสายส่ง

3. ร่าง PDP/AEDP 2024 ยังไม่ประกาศใช้เป็นทางการ (ผ่านรับฟังความเห็นเมื่อ มิ.ย. 2024) — ตัวเลขเป้าหมายอาจปรับเปลี่ยน

4. Solar เพิ่มเร็ว แต่ระบบกริดต้องอัพเกรดและ BESS ต้องตามให้ทัน ไม่งั้นเกิด curtailment — ผลิตไฟได้แต่ระบบรับไม่หมด

สิ่งที่เรารู้แน่ๆ คือ: ไทยอยู่ในช่วง "เริ่มต้น" ของยุค solar — ใช้ศักยภาพไปเพียง ~1.6% และนโยบายเพิ่งเร่งเครื่อง 13 ปีข้างหน้าโตอีกหลายเท่า



แดดไทยตกฟรีทุกวัน — วันนี้เราเก็บไปแค่ ~1.6% อีก ~98% ยังรออยู่

และนั่นคือ "โอกาส" ไม่ใช่ "ความล้มเหลว" ☀️

อ้างอิง:
World Bank Global Solar Atlas / ESMAP (2020) — ศักยภาพเชิงเทคนิค solar ไทย ~300 GW, IRENA — Thailand Statistical Profile (กำลังผลิตติดตั้งรายพลังงาน, การจ้างงาน), EPPO กระทรวงพลังงาน (2024) — สถิติพลังงานไฟฟ้า, IEA (2024) "Southeast Asia Energy Outlook 2024", Mordor Intelligence (2025) — Thailand Solar Energy Market, Global Climatescope — อันดับการลงทุนพลังงานสะอาด, EGAT — โครงการ Floating Solar เขื่อนสิรินธร, ร่าง PDP 2024 / AEDP 2024 (กระทรวงพลังงาน — ฉบับร่าง ยังไม่ประกาศใช้)

#วิทย์ใกล้ตัว #พลังงานสะอาด #พลังงานหมุนเวียน #พลังงานทดแทน

ในโลก wind ราคาถูกที่สุด ในโลก hydro ผลิตได้คงที่ที่สุด แต่ทำไมไทย เลือกเทไปทาง Solar ?ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ...
11/05/2026

ในโลก wind ราคาถูกที่สุด ในโลก hydro ผลิตได้คงที่ที่สุด แต่ทำไมไทย เลือกเทไปทาง Solar ?

ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) 2024 ของไทย ตั้งเป้าเพิ่ม Solar ใหม่อีก ~24,400 MW + Floating Solar อีก ~2,700 MW ภายในปี 2037

มากกว่ากำลังผลิตใหม่ของ Wind ~4-5 เท่า และ มากกว่า Biomass ~23 เท่า

ทำไมไม่เลือก wind ทั้งที่ถูกกว่า ? ทำไมไม่เลือก hydro ทั้งที่มีมา 50 ปีแล้ว ? ทำไมไม่ขยาย biomass ทั้งที่วันนี้ผลิตไฟฟ้าได้มากที่สุด ?

คำตอบอยู่ในภูมิศาสตร์ของไทย

Wind ถูกที่สุด — แต่ลมไทยเบาเกินไป

IRENA ปี 2024 รายงานว่า wind onshore มี LCOE เฉลี่ย ~$0.034/kWh ส่วน solar PV~$0.043/kWh แปลว่า wind ถูกกว่า solar ~21% เมื่อเทียบทั่วโลก

แต่ปัญหาคือ wind farm utility-scale ต้องการลมตั้งแต่ ~6.4 m/s ขึ้นไป (Class 3) ขณะที่ลมในไทยส่วนใหญ่อยู่ที่ ~3–5 m/s จากการศึกษาของ World Bank พบว่าพื้นที่ในไทยที่เหมาะสำหรับ wind farm มีเพียง ~0.2% ของประเทศ ไทยเลยติด wind แค่ ~1.5 GW เทียบกับ solar ที่ติดสะสมแล้ว ~5 GWp

Hydro มี 50 ปี — แต่ตันแล้ว

ไทยมีเขื่อนผลิตไฟฟ้า 26 แห่ง รวมประมาณ 3.7 GW แต่ปัญหา 2 ข้อใหญ่

หนึ่ง ฤดูแล้งหายครึ่ง — El Niño ทำเขื่อนแห้ง ผลิตได้ลดลงรุนแรง สอง เหลือพื้นที่สร้างเขื่อนใหม่น้อยมาก — PDP 2024 ตั้งเป้าเพิ่มในประเทศได้แค่ ~99 MW ภายใน 13 ปี

ไทยเลยเลือก "นำเข้า" จากลาวและพม่าแทน — จะเพิ่มจาก ~10% เป็น ~15% ของพลังงานทั้งหมดภายในปี 2037

Biomass ผลิตไฟฟ้าได้มากที่สุดวันนี้ — แต่ขยายต่อไม่ได้

พลังงานหมุนเวียนที่ผลิตไฟฟ้าได้มากที่สุดในไทยตอนนี้คือ Biomass ไม่ใช่ Solar biomass มีกำลังผลิตติดตั้ง ~4,705 MW (ปี 2023) และผลิตไฟฟ้าได้ถึง ~60.7% ของไฟฟ้าหมุนเวียนทั้งหมด (เพราะเดินเครื่องได้เกือบตลอดเวลา ไม่เหมือน solar ที่ผลิตแค่กลางวัน)

80% ของ biomass มาจากของเหลือเกษตร — กากอ้อย เปลือกข้าวโพด แกลบ ฟรี! ไม่ต้องปลูกใหม่ ใช้สิ่งที่ทิ้งอยู่แล้ว

แต่ปัญหาคือ scale ต่อไม่ได้ ผลิตได้แค่ตามฤดูเก็บเกี่ยว และตามผลผลิตเกษตรของประเทศ
PDP 2024 ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตใหม่แค่ ~1,045 MW + biogas ~936 MW เท่านั้น

ทำไม Solar ถึง ชนะ ?

สิ่งที่ Solar มี ส่วนใหญ่ไม่มี

หนึ่ง แดดทั้งปี — ไทยอยู่ในเขตศูนย์สูตร แสงอาทิตย์เกือบสม่ำเสมอตลอดปี ไม่เหมือน hydro ที่ผันผวนตามฤดู
สอง ศักยภาพมหาศาล — IRENA ประเมิน solar potential ไทย ~300 GW แต่วันนี้ใช้ไปเพียง ~1-2% (~5 GWp)
สาม ราคาแข่งขันได้ — $0.043/kWh แพงกว่า wind นิดเดียว แต่ถูกกว่า biomass ($0.087) และ hydro ($0.057)
สี่ scalable — ติดบนหลังคาได้ ติดในที่ดินรกร้างได้ EGAT ถึงกับเอาแผงไปลอยบนเขื่อนที่มีอยู่แล้ว — เป็น hybrid hydro-solar แห่งแรกของ Southeast Asia (เขื่อนสิรินธร)

ข้อควรรู้ (ข้อจำกัดของ Solar ที่ต้องเข้าใจ)

Solar ไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์แบบ

1. ผลิตได้แค่กลางวัน — ต้องการ Battery Energy Storage System (BESS) สำหรับใช้กลางคืน ไทยกำลังลงทุนหนักด้านนี้

2. ตอนผลิตแผงโซลาร์ ปล่อย CO₂ ~30 g/kWh ตลอดวงจรชีวิต (UNECE 2021) — น้อยกว่าถ่านหิน ~27 เท่า แต่ไม่ใช่ศูนย์

3. Energy Payback Time ของแผงรุ่นใหม่อยู่ที่ ~1 ปี ต่อจากนั้นอีก ~24 ปีถึงจะ "คืนทุนคาร์บอน" (Fraunhofer ISE 2024)

4. ปัญหา e-waste จะเริ่มเห็นเด่นชัดในช่วง 2030s เมื่อแผงรุ่นแรกหมดอายุ ระบบ recycling แผงโซลาร์ทั่วโลกยังไม่สมบูรณ์

5. Utility-scale solar farm กินที่ดิน — แม้ rooftop และ floating PV ช่วยลดปัญหานี้

สิ่งที่เรารู้แน่ๆ คือ: ในบริบทไทย Solar เป็นพลังงานหมุนเวียนที่ scale ได้ดีที่สุด — ภายในปี 2037 Solar (พื้นดิน) จะมีกำลังผลิตติดตั้งราว 39 GW มากกว่า Biomass วันนี้ ~8 เท่า

อนาคต — ปี 2037 จะเป็นยังไง?

ร่าง PDP 2024 ตั้งเป้าให้ไทยมีพลังงานหมุนเวียน ~51% ของไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2037 (จากเดิม 36%) และ net-zero emissions ภายในปี 2050

ในจำนวนนี้ Solar จะกินสัดส่วนใหญ่ที่สุด — เป้า Solar พื้นดิน ~38,974 MW + Floating Solar อีก ~2,700 MWแปลว่าครอบครัวที่ติดโซลาร์วันนี้ คือคนที่ "ขับเคลื่อนนโยบายไปก่อน 13 ปี"

Wind ถูกที่สุดในโลก
Hydro มั่นคงที่สุด
Biomass ผลิตไฟฟ้าได้มากที่สุดในไทยวันนี้

แต่ Solar คือคำตอบที่ ไทยเลือก— เพราะภูมิศาสตร์เปิดทาง ศักยภาพยังเหลือเฟือ และเทคโนโลยีพร้อมขยายตัว

อ้างอิง:
- IRENA (2025) "Renewable Power Generation Costs in 2024"
- UNECE (2021) "Life Cycle Assessment of Electricity Generation Options"
- IEA (2024) "Southeast Asia Energy Outlook 2024"
- Fraunhofer ISE (2024) "Photovoltaics Report"
- กระทรวงพลังงาน "ร่าง PDP 2024 / AEDP 2024" + Ember (2025), TDRI (2025), EPPO (2024)

#วิทย์ใกล้ตัว #พลังงานหมุนเวียน #พลังงานสะอาด #พลังงานทดแทน

ถ้าให้เลือก คุณคิดว่าโซลาร์เซลล์ปล่อย CO₂ ไหม? หลายคนเดาทันทีว่าไม่ปล่อย แต่คำตอบจริงๆ คือ ปล่อย แค่ปล่อยน้อยกว่าถ่านหิน...
08/05/2026

ถ้าให้เลือก คุณคิดว่าโซลาร์เซลล์ปล่อย CO₂ ไหม? หลายคนเดาทันทีว่าไม่ปล่อย แต่คำตอบจริงๆ คือ ปล่อย แค่ปล่อยน้อยกว่าถ่านหินถึง 27 เท่า

โซลาร์ไม่ได้ปล่อย CO₂ ตอนใช้งาน แต่ปล่อยตอนผลิตแผง ตั้งแต่ขุดแร่, หลอมซิลิคอน, ขนส่งข้ามทวีป ถ้าวัดตลอดวงจรชีวิตทั้ง 25 ปี แล้วเอามาเฉลี่ยต่อหน่วยไฟที่ผลิต โซลาร์บ้าน ปล่อย 30 กรัม CO₂ ต่อ 1 หน่วยไฟ ถ่านหิน ปล่อย 820 กรัม และก๊าซธรรมชาติ ปล่อย 490 กรัม (ตัวเลขนี้มาจาก UNECE (UN ยุโรป) ปี 2022 และ NREL (ห้องวิจัยพลังงานสหรัฐฯ) ปี 2021)

ที่น่าสนใจ คือ 10 ปีที่แล้ว โซลาร์ปล่อยถึง 41–48 กรัม ปัจจุบันลดเหลือแค่ 30 กรัม เพราะแผงรุ่นใหม่ใช้ silicon น้อยกว่าเดิม 8 เท่า และโรงงานหันมาใช้ไฟฟ้าสะอาดขึ้น โซลาร์เลยกลายเป็นแหล่งพลังงานที่สะอาดกว่าตัวเองเมื่อก่อนทุกปี

แล้วใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะ คืนหนี้คาร์บอนจากการผลิตแผงได้ได้หมด โดย ในยุโรปเหนือที่แดดน้อย ใช้ 1.1 ปี ในยุโรปใต้ที่แดดดี ใช้ 0.9 ปี ในไทยน่าจะใกล้เคียงยุโรปใต้ ราว 1 ปี ถึงแม้ว่าไทยร้อนกว่าก็จริง แต่ฤดูฝนกับความชื้นสูง ทำให้ผลผลิตต่อปีไม่ได้มากกว่าเมดิเตอร์เรเนียน

แปลว่า ติดโซลาร์ปีนี้ปลายปีหน้า หนี้หมด จากนั้น 24 ปีที่เหลือ = กำไรสุทธิให้โลก (ข้อมูลจาก Fraunhofer ISE (เยอรมนี) ปี 2024)

คราวนี้เรามาลองคำนวณบ้านในไทยจริงๆ โซลาร์ 1 kW ในไทย ผลิตไฟได้ราว 1,400 หน่วยต่อปี
ไฟจาก grid ของไทยปล่อย CO₂ ราว 0.475 กก. ต่อหน่วย (TGO ปี 2024) หักลบเสร็จแล้ว โซลาร์ 1 kW ลด CO₂ สุทธิราว 620 กก. ต่อปี ตลอดอายุ 25 ปี จะเท่ากับ 15.5 ตัน ถ้าติดบ้านขนาดมาตรฐาน 5 kW เท่ากับ เราจะลด CO₂ ราว 78 ตัน ตลอดอายุการใช้งาน

เทียบให้เห็นภาพอีกแบบ ต้นไม้โตเต็มวัย 1 ต้น ดูดซับ CO₂ ได้ราว 22 กก./ปี (USDA) โซลาร์ 1 kW เท่ากับ ต้นไม้โต 28 ต้น และโซลาร์ 5 kW ≈ ต้นไม้โต 140 ต้น แต่ว่าค่านี้ คือ ต้นไม้ดูดได้ตลอดชีวิตของมัน ถ้าตายหรือถูกตัด CO₂ ที่เก็บไว้ก็คืนกลับ

ข้อควรรู้นิดนึง ตัวเลข 30 กรัมเป็นค่ากลางทั่วโลก แผงที่ผลิตในจีนอาจสูงกว่านี้ (ไฟส่วนใหญ่ยังเป็นถ่านหิน) แผงผลิตในยุโรป/เกาหลีใต้อาจต่ำกว่า ส่วนการเทียบเท่าต้นไม้กี่ต้น เป็นการให้เห็นภาพ ไม่ใช่ตัวเลขวิทยาศาสตร์ที่จะค่าเท่านี้ตลอด มันขึ้นกับชนิดและอายุต้นไม้

สรุปสั้นๆ โซลาร์ไม่ได้ ไร้คาร์บอน 100% แต่ปล่อยน้อยกว่าถ่านหิน 27 เท่า

ทุกการตัดสินใจติดโซลาร์ในบ้านหนึ่ง = ลด CO₂ หลักสิบตันตลอดอายุ ในระดับประเทศ = ลดได้หลักล้านตัน ไม่ใช่แค่ประหยัดค่าไฟ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ใหญ่กว่า

อ้างอิง: UNECE 2022 / NREL 2021 / Fraunhofer ISE 2024 / TGO 2024

#โซลาร์เซลล์ #ลดโลกร้อน #พลังงานสะอาด #พลังงานแสงอาทิตย์ #วิทย์ใกล้ตัว

ลองหยิบทรายขึ้นมาหนึ่งกำมือ ทรายที่อยู่ตามชายหาด ที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าตอนเดินไปคาเฟ่ริมทะเล ที่ดูธรรมดาที่สุดในโลก มันคือวัต...
07/05/2026

ลองหยิบทรายขึ้นมาหนึ่งกำมือ ทรายที่อยู่ตามชายหาด ที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าตอนเดินไปคาเฟ่ริมทะเล ที่ดูธรรมดาที่สุดในโลก มันคือวัตถุดิบเดียวกับที่ NASA ใช้ผลิตไฟฟ้าให้ดาวเทียมตั้งแต่ปี 1958 และเป็นวัตถุดิบเดียวกับ "แผงสีดำๆ" ที่อยู่บนหลังคาบ้านข้างๆ คุณตอนนี้ มันคือ ซิลิกอน ครับ

และเมื่อเอามันมาทำให้บริสุทธิ์ในระดับ 99.9999% มันกลายเป็นหัวใจของสิ่งที่เราเรียกว่า Solar Cell หรือ "เซลล์แสงอาทิตย์" เป็นเครื่องจักรที่เปลี่ยนแสงแดดเป็นไฟฟ้าได้ โดยไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวสักตัว ไม่มีเสียง ไม่มีควัน

ถ้าถามว่า Solar Cell คืออะไร ให้อธิบายแบบเข้าใจใน 30 วินาที

มันคือแผ่นซิลิกอนบางๆ ที่เมื่อโดนแสง จะปล่อยกระแสไฟออกมา นั่นคือทั้งหมด
ไม่ต้องเผาน้ำมัน ไม่ต้องต้มน้ำให้กลายเป็นไอ ไม่ต้องหมุนกังหัน แสงเข้า ไฟออก เรียบง่ายอย่างน่าตกใจ

เรื่องราวของ innovation นี้เริ่มจากห้องแล็บเล็กๆ ในนิวเจอร์ซีย์

วันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 1954 — Bell Labs สหรัฐอเมริกา นักวิทยาศาสตร์ 3 คน Daryl Chapin, Calvin Fuller, Gerald Pearson เปิดตัว Solar Cell ที่ใช้งานจริงได้ตัวแรกของโลก ถึงแม้ประสิทธิภาพแค่ 6% ราคา 100 ดอลลาร์/วัตต์ (แพงโคตร)

หนังสือพิมพ์ New York Times เขียนพาดหัวว่า "อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่"

4 ปีต่อมา NASA ส่งดาวเทียม Vanguard 1 ขึ้นฟ้าด้วย Solar Cell 6 แผ่นเล็กๆ แม้ว่าแบตเตอรี่ของยานหยุดทำงานหลังขึ้นไปไม่กี่สัปดาห์ แต่ตัว solar-cell transmitter กลับทำงานต่ออีก 6 ปี และตัวยานยังคงโคจรอยู่จนถึงทุกวันนี้ เป็นวัตถุที่มนุษย์ส่งขึ้นไปและยังอยู่ในวงโคจรนานที่สุดในประวัติศาสตร์

70 ปีต่อมา ราคา module ตกลงเหลือราว 0.28 ดอลลาร์/วัตต์ (ปี 2026) ประสิทธิภาพพุ่งจาก 6% สู่ 26% ในแผงพาณิชย์ จากของแพงในห้องแล็บ ได้กลายเป็นของบนหลังคาบ้านคนทั่วไป

แล้วมันทำงานยังไง ? แบบสั้น ๆ คือ มันมี 3 ขั้นตอน 1. แสงแดดประกอบด้วยอนุภาคเล็กๆ ชื่อ โฟตอน พุ่งเข้าชนแผง 2. ชนแล้วผลัก "อิเล็กตรอน" ในซิลิกอนให้หลุดออกมาวิ่ง 3. อิเล็กตรอนวิ่งเป็นแถวเดียวกัน = กระแสไฟฟ้า แสงเข้า ไฟออก จบ

ถ้าอยากรู้ลึกกว่านี้ว่ามันบังคับอิเล็กตรอนให้วิ่งเป็นแถวยังไง comment มาบอกเราได้เลยครับ จะลงรายละเอียด p-n junction กันแบบเข้าใจง่าย

แล้วถ้ามองในมุมของประเทศไทย Solar Cell ในไทย ตอนนี้อยู่ตรงไหน ?

ไทยมีกำลังการผลิตติดตั้ง Solar รวมแล้วราว 5,550 เมกะวัตต์ในปี 2026 และยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามแผน PDP ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 33,000+ MW ภายในปี 2037 แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น คือเทคโนโลยี Solar รุ่นใหม่ที่ลอยอยู่บนน้ำ เรียกว่า Floating Solar ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในเอเชีย
เพราะประเทศร้อนชื้นแบบไทยมีของที่ฝรั่งไม่มี คือ แสงแดดเยอะ + แหล่งน้ำเยอะ และน้ำยังช่วยระบายความร้อนให้แผง ทำให้ผลิตไฟได้มากกว่าแผงบนดิน 5–15%

จริงๆ แล้ว Solar Cell ไม่ใช่ของที่กำลังจะมา มันมาแล้วตั้งแต่ 70 ปีที่แล้ว แค่กำลังเข้ามาใกล้ตัวคุณมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน วันที่คุณตัดสินใจติดบนหลังคาบ้าน คุณกำลังใช้เทคโนโลยีเดียวกับที่ส่งดาวเทียมขึ้นอวกาศ แค่ลงมาในราคาที่จับต้องได้

ข้อควรรู้ มีบางอย่างที่ต้องบอกก่อนเกี่ยวกับ เรื่องนี้นะ

ตัวเลขราคา ~$0.28/W เป็นราคา module เปล่าในตลาดโลก (Q1 2026) ราคาระบบติดตั้งครบ (รวม inverter, ติดตั้ง, ค่าดำเนินการ) อยู่ที่ราว $2.50–$3.50/W และในไทยมีปัจจัยภาษีและค่าแรงที่ทำให้ราคาต่างไป

กำลังการผลิตติดตั้งราว 5,550 MW (ปี 2026) เป็นยอดสะสมจากทุกประเภท (โซลาร์ฟาร์ม, รูฟท็อป, โซลาร์ภาคประชาชน) ไม่ใช่กำลังที่ผลิตจริงตลอดเวลา เพราะแผงผลิตได้เฉพาะกลางวันที่มีแสง

Vanguard 1 ที่ยังอยู่บนวงโคจร — แบตเตอรี่หยุดทำงานหลังปล่อยไม่กี่สัปดาห์ในปี 1958 ส่วน solar-cell transmitter รับสัญญาณครั้งสุดท้ายในปี 1964 ปัจจุบันตัวยานยังโคจรอยู่แต่ไม่ได้ ทำงานอยู่จริง

Floating Solar ผลิตไฟได้มากกว่าแผงบนดิน 5–15% เป็นค่าที่รวบรวมจากหลายโครงการ ขึ้นกับสภาพอากาศและการออกแบบเฉพาะที่

สิ่งที่เรารู้แน่ๆ คือ Solar Cell ในวันนี้ ทำงานได้จริง ใช้ได้จริง และอยู่ในจุดที่คนไทยทั่วไปจับต้องได้แล้ว

แล้วทำไมเรื่องนี้สำคัญกับไทย ?
ไทยมีแสงแดดเฉลี่ย 4–6 kWh/m²/วัน ซึ่งสูงกว่าเยอรมนี (ประเทศที่มี Solar เยอะที่สุดในยุโรป) เกือบ 2 เท่า แต่กำลังผลิต Solar ของเรายังตามหลังเขาอยู่ แปลว่ายังมีโอกาสอีกมหาศาล
และจุดที่ไทยน่าจะไปไกลที่สุด คือ Floating Solar เพราะเรามีเขื่อน อ่างเก็บน้ำ บ่อกุ้ง บ่อปลา รวมหลายล้านไร่

นี่คือเหตุผลที่ IRPC หันมาให้ความสนใจกับ Floating Solar — ในฐานะผู้ผลิตเม็ดพลาสติก HDPE เกรดพิเศษ IRPC พัฒนาทุ่นลอยน้ำชื่อ GRENOVO ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแผง Solar โดยเฉพาะ ทนรังสี UV ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม และอายุการใช้งาน 25 ปี ผ่านมาตรฐาน Food Grade ของ FDA สหรัฐฯ

เพราะ Solar ที่ดี ไม่ได้เริ่มที่แผง แต่เริ่มที่สิ่งที่อยู่ใต้แผง

นี่คือเรื่องราวของ Solar Cell ที่อยู่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิด

อ้างอิง: American Physical Society — First Practical Silicon Solar Cell (2009) | NASA — Vanguard 1 Mission Overview | NREL — Solar PV Cost Trends (2024) | IEA — World Energy Outlook 2024 | RatedPower, Solar Energy Market in Thailand (2024) | A1 SolarStore — Floating Solar 15% More Efficient (2024)

#พลังงานแสงอาทิตย์ #วิทย์ใกล้ตัว #โซลาร์เซลล์

ติดโซลาร์แล้ว ควรเพิ่มแบตเตอรี่ไหมครับ ? เป็นคำถามนี้ถูกถามบ่อยมาก และคำตอบที่ถูกต้องคือ มันขึ้นอยู่กับบ้านคุณก่อนอื่น ถ...
05/05/2026

ติดโซลาร์แล้ว ควรเพิ่มแบตเตอรี่ไหมครับ ? เป็นคำถามนี้ถูกถามบ่อยมาก และคำตอบที่ถูกต้องคือ มันขึ้นอยู่กับบ้านคุณ

ก่อนอื่น ถ้าดูข้อมูลจาก NREL (National Renewable Energy Laboratory) สหรัฐฯ ปี 2024 แสดงให้เห็นว่าราคาแบตเตอรี่โซลาร์ลดลงมาแล้ว 93% ในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในไทยปัจจุบัน ระบบแบตเตอรี่สำหรับบ้านราคาอยู่ที่ประมาณ

ขนาด 5 kWh ประมาณ 60,000–100,000 บาท (ติดตั้งแล้ว) และขนาด 10–14 kWh ประมาณ 100,000–180,000 บาท (ติดตั้งแล้ว)

แต่ระยะคืนทุนของแบตเตอรี่ในไทยตอนนี้ยังอยู่ที่ประมาณ 8–12 ปี เทียบกับโซลาร์อย่างเดียวที่คืนทุนได้ภายใน 6–10 ปี

แล้วทำไมช่วงเวลาถึงกว้างขนาดนั้น ?

เพราะตัวเลขคืนทุนของโซลาร์ในไทยขึ้นอยู่กับว่าคุณ ใช้ไฟเองได้มากแค่ไหนไฟที่คุณใช้เองจากแผงโซลาร์ = ประหยัดได้ 4–5 บาท/หน่วย (ราคาค่าไฟที่ไม่ต้องจ่าย) แต่ถ้าทำเรื่องผลิตได้แล้วขายคืนการไฟฟ้า = ได้แค่ ~2.20 บาท/หน่วย เท่านั้น

ดังนั้นบ้านที่มีคนอยู่กลางวัน ใช้แอร์ตอนกลางวัน หรือเป็นธุรกิจที่เปิดตอนกลางวัน จะคืนทุนได้เร็วกว่า เพราะได้ประโยชน์จากไฟที่ผลิตได้เต็มๆ ส่วนบ้านที่ออกไปทำงานทั้งวัน ไฟที่ผลิตได้ส่วนใหญ่ขายคืนในราคาต่ำ ทำให้คืนทุนช้ากว่า

งั้นแบตเตอรี่คุ้มสำหรับใคร ?

จากการวิเคราะห์บริบทการใช้ไฟในไทย แบตเตอรี่มีประโยชน์ชัดเจนในกรณีเหล่านี้ คือ ถ้าไฟดับบ่อย ถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่ที่ไฟดับเป็นประจำ แบตเตอรี่ให้ไฟสำรองได้ทันที คุณค่าตรงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นความสะดวกและความปลอดภัย หรือจะเป็นการใช้ไฟเยอะช่วงเย็น แผงโซลาร์ผลิตไฟได้แค่กลางวัน แต่บ้านส่วนใหญ่ใช้ไฟมากช่วง 18.00–22.00 น. ถ้าบ้านคุณเปิดแอร์หลายตัวช่วงกลางคืน แบตเตอรี่ช่วยประหยัดได้จริง และมีรถ EV ชาร์จรถตอนกลางคืนด้วยไฟที่เก็บไว้จากแผงโซลาร์ตอนกลางวัน นั่นคือพลังงานแสงอาทิตย์ที่คุ้มค่าที่สุด

ข้อควรรู้จากข้อมูลที่มีอยู่ คือ ตัวเลขคืนทุน 8–12 ปี มาจากการใช้งานปกติ ถ้าคุณใช้ไฟมากช่วงเย็นและราคาไฟแพง ตัวเลขอาจดีกว่านี้ ส่วนราคาแบตเตอรี่ยังลดลงต่อเนื่อง ถ้าไม่มีเหตุผลเร่งด่วน รอ 2–3 ปีแล้วค่อยซื้อก็ได้ และข้อมูลราคาไทยมาจากแหล่งผู้ติดตั้งหลายราย อาจแตกต่างตามยี่ห้อและพื้นที่

สิ่งที่เรารู้แน่ๆ คือ แบตเตอรี่ไม่ใช่สิ่งที่ทุกบ้านต้องมี แต่สำหรับบางบ้านมันคือการลงทุนที่คุ้มค่ามาก

สรุปง่ายๆ ถ้าคุณตอบว่า "ใช่" กับอย่างน้อยหนึ่งข้อนี้

1. ไฟดับบ่อยในพื้นที่ที่อยู่อาศัย
2. กลับบ้านช่วงเย็นและเปิดแอร์หลายตัว
3. มีหรือกำลังจะซื้อรถ EV

ถ้าไม่ตรงสักข้อ โซลาร์ไม่มีแบตเตอรี่ก็คืนทุนได้เร็วกว่าและง่ายกว่า

อ้างอิง: NREL Annual Technology Baseline (ATB) 2024 + NREL Battery Storage Cost Projections 2025 Update | ราคาตลาดไทยอ้างอิงจากผู้ติดตั้งหลายรายในปี 2025-2026

#แบตเตอรี่โซลาร์ #โซลาร์เซลล์ #พลังงานแสงอาทิตย์ #พลังงานสะอาด #ประหยัดค่าไฟ

ที่อยู่

299 Moo 5, Sukhumvit Road, Tumbon Choeng Noen, Amphur Muang
Rayong
21000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ IRPC Innovation Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์