21/09/2026
โซลาร์รูฟท็อปสำหรับครัวเรือนกำลังกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังรัฐบาลวางแนวทางช่วยลดภาระค่าติดตั้งสูงสุด 50,000 บาทต่อครัวเรือน พร้อมให้สถาบันการเงินของรัฐจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ
กระทรวงมหาดไทยเสนอขยายเป้าหมายการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเป็น 1.5 ล้านหลังคาเรือน จากเป้าเริ่มต้น 1 ล้านครัวเรือน และวางกรอบให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2570 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา หากเดินหน้าได้ตามแผน มาตรการนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระเงินลงทุนก้อนแรก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ประชาชนต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจติดตั้ง
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจยังไม่สามารถลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือ 50,000 บาทได้ในขณะนี้ เนื่องจากโครงการยังอยู่ระหว่างขั้นตอนขออนุมัติใช้เงินกู้ ต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ
เงื่อนไขบางส่วนเริ่มชัดเจนแล้ว เช่น กำหนดสิทธิ 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ ผู้ขอสิทธิต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าหรือเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้า และติดตั้งได้ทั้งบนหลังคาและบนพื้นดิน แต่ยังต้องรอข้อสรุปอีกหลายด้าน ทั้งขนาดระบบและวงเงินอุดหนุนต่อราย วิธีคัดเลือกผู้รับสิทธิ อัตราดอกเบี้ย ตลอดจนหลักเกณฑ์ประเมินความเสี่ยงของสินเชื่อ
อีกประเด็นที่ยังต้องติดตามคือระบบนำรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินมาหักชำระหนี้ ซึ่งอาจเป็นกลไกสำคัญของโครงการ แต่รายละเอียดและวิธีดำเนินการยังไม่ได้ข้อยุติ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่มาตรการของรัฐบาลยังไม่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ธนาคารหลายแห่งได้เปิดหรือประกาศเตรียมผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อรองรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้ว จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบว่าปัจจุบันมีทางเลือกสำหรับประชาชนอย่างน้อย 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา
อย่างไรก็ดี ผลิตภัณฑ์ของแต่ละธนาคารมีรูปแบบและสถานะแตกต่างกัน บางแห่งเป็นสินเชื่อสำหรับติดตั้งโซลาร์โดยตรง บางแห่งเป็นสินเชื่อบ้านอเนกประสงค์ที่ต้องใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน ขณะที่บางผลิตภัณฑ์ยังอยู่ระหว่างเตรียมเปิดตัว ผู้สนใจจึงควรตรวจสอบทั้งเงื่อนไข หลักประกัน และสถานะการให้บริการของแต่ละธนาคารก่อนตัดสินใจ
[เงินอุดหนุน 50,000 บาท ยังต้องรอประกาศฉบับสมบูรณ์]
ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2569 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุว่า รัฐบาลเตรียมนำเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ในส่วนวงเงิน 200,000 ล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน มาสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์ครัวเรือนละ 50,000 บาท พร้อมใช้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารออมสินและ ธอส. และเปิดทางให้ครัวเรือนขายไฟส่วนเกินในรูปแบบ Net Billing โดยขณะนั้นวางเป้าหมายไว้ประมาณ 500,000-1 ล้านครัวเรือน
ต่อมาเมื่อวันที่ 9 กันยายน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุว่า โครงการเริ่มต้นที่ 1 ล้านครัวเรือน วงเงินราว 50,000 ล้านบาท และอาจขยายเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน วงเงิน 75,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการติดตั้งบนหลังคาและบนพื้นดิน ขณะที่กระทรวงมหาดไทยรายงานว่าได้เสนอขอใช้เงินกู้ 75,000 ล้านบาท สำหรับ 1.5 ล้านครัวเรือนต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้เมื่อวันที่ 11 กันยายน และเมื่อวันที่ 18 กันยายน
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยระบุว่านายกรัฐมนตรีในฐานะ รมว.มหาดไทย จะลงนามในหนังสือโครงการ ก่อนส่งให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณา ซึ่งคาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน แล้วจึงเสนอ ครม. โดยคาดว่าจะเข้า ครม. ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม การเปิดลงทะเบียนยังคาดว่าจะเป็นช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 และตั้งเป้าดำเนินการให้ครบตามกรอบภายในสิ้นปี 2570
สำหรับครัวเรือนที่ไม่มีเงินลงทุนเริ่มต้น รัฐบาลวางแนวทางให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธอส. ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. สนับสนุนเงินลงทุนติดตั้งระบบให้ก่อน จากนั้นจึงนำรายได้จากไฟฟ้าส่วนเกินที่การไฟฟ้ารับซื้อกลับมาหักชำระสินเชื่อ
แนวคิดนี้มีเป้าหมายลดภาระเงินก้อนในวันติดตั้ง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าประชาชนจะไม่มีภาระทางการเงินอย่างแน่นอน เพราะแม้ กพช. จะเห็นชอบอัตรารับซื้อไฟส่วนเกินที่ 2.20 บาทต่อหน่วย นาน 20 ปี เมื่อวันที่ 18 กันยายนแล้ว แต่ค่างวด อัตราดอกเบี้ย และวิธีตัดชำระจากรายได้ขายไฟยังอยู่ระหว่างออกแบบ
ด้าน กฟน. และ กฟภ. จะเป็นกลไกหลักในการตรวจสอบมิเตอร์ มาตรฐานอุปกรณ์ ผู้ติดตั้ง และการเชื่อมต่อระบบ พร้อมให้บริการในลักษณะ One Stop Service เพื่อเชื่อมกระบวนการติดตั้ง สินเชื่อ และการขายไฟไว้ในจุดเดียว
ตามกรอบที่มีการเปิดเผยเบื้องต้น โครงการจะใช้ข้อมูลมิเตอร์ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบความพร้อมของครัวเรือน และการไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นสมาร์ตมิเตอร์เพื่อรองรับการส่งและขายไฟกลับเข้าสู่ระบบ โดยใช้เงินลงทุนของการไฟฟ้าเอง ไม่ได้ใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ส่วนครัวเรือนที่ไม่มีเงินลงทุนก้อนไม่ต้องสำรองค่าติดตั้งทั้งหมดก่อน หากผ่านเกณฑ์ของโครงการและธนาคาร
ทั้งนี้ รัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนต่อเมื่อการไฟฟ้าเข้าเชื่อมต่อระบบเรียบร้อยแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันการทุจริต อย่างไรก็ดี รายละเอียดว่าเงินอุดหนุนจะจ่ายตรงให้ผู้ติดตั้ง หักจากราคาติดตั้ง หรือเบิกผ่านสถาบันการเงิน ยังต้องรอหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการ
แม้มีการคาดว่าจะเปิดลงทะเบียนช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 แต่โครงการยังต้องผ่านคณะอนุกรรมการ คณะกรรมการกลั่นกรอง และ ครม. และจากการตรวจสอบข้อมูลสาธารณะ ณ วันที่ 21 กันยายน ยังไม่พบประกาศหลักเกณฑ์ฉบับสมบูรณ์หรือเว็บไซต์ลงทะเบียนสำหรับประชาชนอย่างเป็นทางการ (ขณะนี้เปิดรับขึ้นทะเบียนเฉพาะผู้ประกอบการติดตั้งและอุปกรณ์ ตั้งแต่ 3 สิงหาคม-30 กันยายน 2569) จึงยังไม่ควรตีความว่า ทุกครัวเรือนจะได้รับเงิน 50,000 บาทโดยอัตโนมัติ หรือสินเชื่อทุกผลิตภัณฑ์ที่ธนาคารมีอยู่จะนำมาใช้ร่วมกับเงินอุดหนุนได้ทันที
ดังนั้น สิ่งที่ต้องรอความชัดเจน ได้แก่ ช่องทางเบิกจ่ายเงินสนับสนุนสูงสุด 50,000 บาท (และจะเป็นอัตราเดียวทุกขนาดระบบหรือปรับตามขนาด) ลำดับการรับสิทธิ หลักเกณฑ์สำหรับการติดตั้งบนพื้นดิน ขนาดระบบที่เข้าร่วมได้ เงื่อนไขการติดตั้งแบตเตอรี่ ระเบียบของ กกพ. ที่จะรองรับการรับซื้อไฟตามมติ กพช. (2.20 บาทต่อหน่วย นาน 20 ปี รับซื้อไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์) ตลอดจนวิธีแบ่งรายได้ระหว่างการชำระหนี้กับเงินที่คืนให้ครัวเรือน
[ธอส.เตรียมสินเชื่อใหม่ ไม่ต้องใช้บ้านค้ำ และดูประวัติค่าไฟประกอบ]
ธอส.กำลังเตรียมเปิดสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อปแบบไม่มีหลักประกัน วงเงินประมาณ 100,000-150,000 บาท สำหรับระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 140,000-150,000 บาท โดยยังไม่รวมสมาร์ตมิเตอร์และแบตเตอรี่ และให้ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 7 ปี
ธนาคารประเมินเบื้องต้นว่าค่างวดอาจอยู่ที่ประมาณเดือนละ 1,000 บาท ขณะที่ระบบขนาด 5 กิโลวัตต์อาจสร้างรายได้จากการขายไฟเฉลี่ยประมาณ 1,600 บาทต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นประมาณการ และผลลัพธ์จริงของแต่ละครัวเรือนอาจแตกต่างกัน
ผู้ขอสินเชื่อไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าเดิมของ ธอส. แต่สถานที่ติดตั้งต้องเป็นบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล ไม่รวมสำนักงาน ผู้ยื่นกู้ต้องเป็นบุคคลเดียวกับเจ้าของบ้านและเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า มีค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 2,000-3,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และมีประวัติชำระค่าไฟอย่างสม่ำเสมอ
ธนาคารจะนำข้อมูลใช้ไฟและพฤติกรรมชำระค่าไฟย้อนหลังประมาณ 1-2 ปีจาก กฟน. หรือ กฟภ. มาประกอบการพิจารณา โดยมุ่งไปยังครัวเรือนที่มีค่าไฟค่อนข้างสูงและมีโอกาสลดรายจ่ายจากระบบโซลาร์ได้มาก
สินเชื่อนี้จะใช้สภาพคล่องของธนาคารเอง ไม่ได้ขอเงินชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล ธอส.ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยจะต่ำกว่าสินเชื่อปกติ แต่คาดว่าจะสูงกว่า 1% เพราะเป็นสินเชื่อไม่มีหลักประกัน
อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยจริง ตารางผ่อน วันเปิดรับสมัคร และหลักเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อยังอยู่ระหว่างจัดทำ จึงยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ประชาชนสามารถยื่นกู้ได้ทันที
[ออมสินมีสินเชื่อโซลาร์ที่เปิดให้บริการแล้ว]
สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรอโครงการใหม่ ธนาคารออมสินมีสินเชื่อ “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย – GSB Solar for Life” ซึ่งรองรับทั้งการติดตั้ง Solar Cell หรือ Solar Rooftop และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเปิดให้เลือกทั้งแบบไม่มีหลักประกันและแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
กรณีไม่มีหลักประกัน กู้ได้สูงสุด 500,000 บาท ต้องมีเงินดาวน์ 20% ดอกเบี้ย 3.50% ต่อปีในปีที่ 1-2 เพิ่มเป็น 5.00% ในปีที่ 3-5 และตั้งแต่ปีที่ 6 คิดตาม MRR ของธนาคาร อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตามตัวอย่างอยู่ที่ 4.238% ต่อปี คำนวณจากวงเงิน 200,000 บาท ระยะเวลาผ่อน 7 ปี
กรณีใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน กู้ได้สูงสุด 1 ล้านบาท หากวางเงินดาวน์ 10% ดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.50% ต่อปีในช่วง 5 ปีแรก แต่หากวางเงินดาวน์ 20% ดอกเบี้ยจะลดลงเหลือ 3.25% หลังจากนั้นคิด MRR ลบ 0.75% ทั้งสองแบบผ่อนได้นานสูงสุด 7 ปี
สินเชื่อเปิดให้ยื่นกู้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 หรือจนกว่าวงเงินโครงการ 500 ล้านบาทจะหมด
ผู้สมัครแบบไม่มีหลักประกันที่มีรายได้ประจำต้องมีเงินเดือนอย่างน้อย 20,000 บาทและมีอายุงานอย่างน้อย 2 ปี ส่วนผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการต้องมีรายได้รวมอย่างน้อย 30,000 บาทต่อเดือน และประกอบอาชีพหรือดำเนินกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
ผู้กู้ต้องมีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกกับออมสิน พร้อมยื่นใบเสนอราคา ภาพถ่ายหน้าบ้านและพื้นที่ติดตั้ง รวมถึงเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในสถานที่ติดตั้ง ผู้มีรายได้ประจำต้องแสดงสเตตเมนต์ย้อนหลัง 6 เดือน ส่วนเจ้าของกิจการต้องเตรียมบัญชีรายรับ-รายจ่ายและหลักฐานการเดินบัญชีย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน
ระบบต้องซื้อและติดตั้งจากผู้จำหน่ายที่เป็นนิติบุคคลหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือตามเกณฑ์ แผงต้องผ่านมาตรฐาน มอก. IEC ISO หรือมาตรฐานเทียบเท่า ส่วนอินเวอร์เตอร์ต้องผ่านการทดสอบและขึ้นทะเบียนรับรองกับ กฟน. หรือ กฟภ.
สินเชื่อนี้เปิดให้บริการแล้ว แต่เป็นผลิตภัณฑ์ของออมสินเอง ไม่ใช่สินเชื่อภายใต้โครงการเงินสนับสนุน 50,000 บาทของรัฐบาล
[ธอส.มีสินเชื่อเดิมอยู่แล้ว แต่ต้องแยกจากผลิตภัณฑ์ใหม่]
ธอส.ยังมี “สินเชื่อ Solar Roof ปี 2569” สำหรับลูกค้าเดิมกลุ่มสวัสดิการที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อติดตั้งโซลาร์ วงเงินสูงสุด 300,000 บาท ระยะเวลากู้ 3-10 ปี โดยไม่ต้องจดทะเบียนจำนองเพิ่มเติม
ดอกเบี้ยปีแรกอยู่ที่ 2.20% ปีที่ 2 เท่ากับ 3.25% ปีที่ 3 เท่ากับ MRR ลบ 2.895% และตั้งแต่ปีที่ 4 เป็น MRR ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตามตัวอย่างอยู่ที่ 4.24% ซึ่งคำนวณจากวงเงิน 100,000 บาทและระยะเวลากู้ 10 ปี
ธอส.ยังมี “โครงการสินเชื่อบ้านหลังคา Solar Rooftop” สำหรับผู้ซื้อหรือสร้างบ้านใหม่พร้อมติดตั้งระบบ โดยธนาคารช่วยค่าติดตั้งสูงสุด 30,000 บาทสำหรับระบบต่ำกว่า 5 กิโลวัตต์ และสูงสุด 50,000 บาทสำหรับระบบตั้งแต่ 5 กิโลวัตต์ขึ้นไป
จุดที่ต้องระวังคือ เงินช่วยสูงสุด 50,000 บาทของสินเชื่อบ้านหลังคาเป็นสิทธิจากผลิตภัณฑ์ของ ธอส.เอง ไม่ใช่เงินสนับสนุน 50,000 บาทจากโครงการใหม่ของรัฐบาล แม้จำนวนเงินจะเท่ากันก็ตาม
[แบงก์พาณิชย์มีทางเลือก แต่ส่วนใหญ่ต้องใช้บ้านค้ำประกัน]
ธนาคารกสิกรไทยมี “สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้” สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านเดิมที่มีประวัติผ่อนดี และ “สินเชื่อบ้านช่วยได้” สำหรับผู้มีบ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ หรืออาคารพาณิชย์ที่ปลอดภาระ
สินเชื่อบ้านช่วยได้มีวงเงินสูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาท โดยสัดส่วนวงเงินขึ้นอยู่กับประเภทและราคาประเมินหลักประกัน ผ่อนได้นานสูงสุด 30 ปี และมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.80% ในปีแรก ทั้งสองผลิตภัณฑ์เป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ ไม่ใช่สินเชื่อโซลาร์โดยตรง ผู้สนใจจึงควรสอบถามธนาคารก่อนว่าสามารถนำไปใช้ติดตั้งโซลาร์ได้หรือไม่
ธนาคารกรุงเทพมี “สินเชื่อบัวหลวงพูนผลกรีน” สำหรับปรับปรุงบ้านให้ประหยัดพลังงาน ลูกค้าสินเชื่อบ้านเดิมสามารถขอกู้เพิ่มได้สูงสุด 90% ของราคาประเมินเมื่อรวมภาระหนี้เดิม ส่วนเจ้าของบ้านปลอดภาระสามารถใช้รูปแบบบ้านแลกเงินได้สูงสุด 80% ของราคาประเมิน วงเงินรวมสูงสุด 10 ล้านบาท และผ่อนได้นานสูงสุด 30 ปี
ดอกเบี้ยปีแรกอยู่ที่ 4.99% สำหรับผู้ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อตามเงื่อนไข หรือ 5.49% หากไม่ทำประกัน หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะแตกต่างกันตามประเภทสินเชื่อ
ด้านธนาคารกรุงศรีอยุธยามี “สินเชื่อกรุงศรีโฮมฟอร์แคชสำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์” ใช้ที่อยู่อาศัยปลอดภาระเป็นหลักประกัน วงเงินขั้นต่ำ 500,000 บาท และสูงสุดประมาณ 85% ของราคาประเมิน ผ่อนได้นานสูงสุด 30 ปี โดยอายุผู้กู้รวมกับระยะเวลากู้ต้องไม่เกิน 65 ปี
อย่างไรก็ตาม หากต้นทุนระบบขนาด 5 กิโลวัตต์อยู่ที่ประมาณ 140,000-150,000 บาท การนำบ้านไปจำนองเพื่อขอวงเงินขั้นต่ำ 500,000 บาทอาจทำให้ต้องรับภาระสูงกว่าค่าติดตั้งจริง ผู้กู้จึงต้องรวมค่าประเมิน ค่าจดจำนอง ค่าเบี้ยประกัน และดอกเบี้ยตลอดสัญญาเข้าไปในการเปรียบเทียบด้วย
[ก่อนกู้ ต้องเริ่มจากพฤติกรรมใช้ไฟ ไม่ใช่วงเงินธนาคาร]
บ้านที่ใช้ไฟมากในช่วงกลางวันเหมาะกับระบบ On Grid เพราะสามารถนำไฟที่ผลิตได้มาใช้ทันที ช่วยลดการซื้อไฟจากระบบ ส่วนบ้านที่ใช้ไฟหนักในช่วงกลางคืนอาจต้องติดตั้งระบบ Hybrid และแบตเตอรี่เพิ่มเติม ซึ่งทำให้เงินลงทุนและค่าบำรุงรักษาสูงขึ้น
ขนาดระบบต้องสอดคล้องกับการใช้ไฟจริง หากติดตั้งใหญ่เกินไปโดยไม่มีอัตรารับซื้อไฟที่คุ้มค่า ระยะเวลาคืนทุนอาจยาวกว่าที่คาด ขณะเดียวกัน ผู้ติดตั้งต้องเผื่อค่าทำความสะอาดและตรวจระบบ ค่าประกัน รวมถึงค่าเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่เมื่อครบอายุใช้งาน
ก่อนลงนาม ผู้กู้ควรขอตัวเลขอย่างน้อย 3 รายการจากธนาคารและผู้ติดตั้ง ได้แก่
1. ค่างวดจริงตลอดระยะเวลาสัญญา
2. อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง หรือ EIR
3. ประมาณการไฟฟ้าที่ผลิตได้ตามพฤติกรรมใช้ไฟของบ้าน
นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบว่าราคาเสนอรวมค่าออกแบบ ค่าขออนุญาตเชื่อมต่อระบบ ค่าเปลี่ยนมิเตอร์ การรับประกัน และบริการหลังการขายแล้วหรือไม่ รวมถึงดูว่าผู้ติดตั้งและอุปกรณ์ผ่านมาตรฐานของธนาคารและการไฟฟ้าหรือไม่
ในเวลานี้ ผู้ที่ต้องการสินเชื่อสำหรับติดตั้งโซลาร์โดยตรงและไม่ใช้หลักประกันสามารถพิจารณาผลิตภัณฑ์ของออมสิน ซึ่งเปิดให้บริการและมีอัตราดอกเบี้ยชัดเจนแล้ว ส่วนสินเชื่อใหม่ของ ธอส.ที่ใช้ประวัติค่าไฟประกอบการพิจารณามีจุดเด่นด้านการเข้าถึง แต่ยังต้องรอวันเปิดรับ อัตราดอกเบี้ย และตารางผ่อนอย่างเป็นทางการ
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้เงินสนับสนุนสูงสุด 50,000 บาทจากรัฐบาลโดยตรง ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดยังคงเป็นการรอประกาศฉบับสมบูรณ์จากรัฐบาล กฟน. กฟภ. และธนาคารที่เข้าร่วม ก่อนวางเงินจองกับผู้ติดตั้งหรือก่อหนี้ระยะยาว เพราะเงื่อนไขสุดท้ายอาจแตกต่างจากกรอบนโยบายที่เปิดเผยในช่วงเตรียมโครงการ
#โซลาร์รูฟท็อป #โซลาร์ภาคประชาชน เอาแคปชั่นนี้มาทำรูปอีกโพสต์นึงโดยมีโลโก้ของการไฟฟ้าและธนาคารทุกธนาคารที่ร่วมด้วย